ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 63 เปลวเพลิงสีขาวแห่งความโกรธเกรี้ยว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 65 ฝันร้ายที่แท้จริง

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 64 เผาผลาญจ้าวอี้ให้วอด

แปลโดย iPAT

 

“อสูรฝันร้ายสีขาว มันเป็นอสูรฝันร้ายสีขาวจริงๆ!”

 

“มันเป็นอสูรฝันร้ายสีขาวที่มีเพียงสมาชิกหลักของปราสาทฝันร้ายเท่านั้นที่สามารถมีมันในครอบครอง”

 

“คนงานผู้นี้ให้อาหารมันได้อย่างไร?”

 

นักสู้จิตวิญญาณอสูรส่วนใหญ่จะครอบครองเพียงอสูรฝันร้ายสีเขียวเท่านั้น กระทั่งผู้คุมกฎหรือเจ้าเกาะก็เช่นเดียวกัน มีผู้คนเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถครอบครองอสูรฝันร้ายสีฟ้าหรือสีอื่นๆ

 

ผู้คนทั้งหมดภายในเกาะแห่งนี้มีผู้นำปราสาทฝันร้ายสีเขียวเท่านั้นที่ครอบครองอสูรฝันร้ายสีฟ้า แต่กระทั่งอสูรฝันร้ายสีฟ้า ปริมาณพลังวิญญาณที่ต้องมอบให้กับอสูรฝันร้ายสีฟ้าที่เกินกว่าที่นักสู้จิตวิญญาณอสูรฝึกหัดจะสามารถตอบสนองได้

 

ในสายตาของผู้คุมกฎ เพียงอสูรฝันร้ายสีฟ้าก็เป็นสิ่งที่อยู่สูงเกินกว่าที่พวกเขาจะเอื้อมถึงมากแล้ว อย่างไรก็ตามมันยังมีการคงอยู่ที่เหนือกว่าอสูรฝันร้ายสีฟ้าและมันก็คืออสูรฝันร้ายสีขาว!

 

พวกเขาสามารถจินตนาการได้อย่างง่ายดายว่าภายในปราสาทฝันร้ายสมาชิกที่ครอบครองอสูรฝันร้ายสีขาวจะต้องเป็นผู้ที่มีพลังอำนาจระดับสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย

 

“นี๊…นี๊…”

 

เสียงแหลมสูงที่สามารถกรีดแทงไปถึงจิตวิญญาณของผู้คนยังคงดังกังวานอยู่ภายในลานประลองแห่งนี้ มันชัดเจนเป็นอย่างมากว่าอสูรฝันร้ายสีขาวภายในร่างของฉูมู่ได้เข้าสู่ขอบเขตที่สองเรียบร้อยแล้ว

 

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเพียงอสูรวิญญาณในขอบเขตที่สองแต่พลังอำนาจที่มันปลดปล่อยออกมากลับสามารถสะกดข่มกลิ่นอายของหมาป่าเขี้ยวอสูรขอบเขตที่สี่ได้อย่างหมดจด มันไม่กล้ากระทั่งจะเข้าใกล้ฉูมู่แม้เพียงครึ่งนิ้ว

 

ภายในลานประลองอันกว้างใหญ่ ทุกคู่สายตาของผู้คนที่นั่นต่างจับจ้องไปยังร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีขาวของผู้ที่ยืนอยู่กึ่งกลางสนามประลองแต่เพียงผู้เดียว

 

ฉูมู่อุ้มโมเซี่ยเอาไว้ในอ้อมแขนขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกถึงเปลวเพลิงสีขาวที่กำลังเดือดพล่านอยู่ภายในหัวใจของเขา เขาจ้องมองไปยังจ้าวอี้ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเผาผลาญบุคคลผู้นี้ให้มอดไหม้ไปให้สิ้น

 

“นักรบจิตวิญญาณอสูรขอบเขตที่สามแล้วอย่างไร…ฮืม…หลังจากที่เจ้าใช้พลังวิญญาณทั้งหมดในการควบคุมมัน ครั้งหน้าเจ้าจะต้องมอบวิญญาณของเจ้าเองให้แก่สูรฝันร้ายสีขาวอย่างไม่มีทางเลือก” จ้าวอี้ที่ใบหน้าซีดเผือดฝืนปั้นรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าอย่างยากลำบาก

 

ขณะนี้ทุกคนสามารถตระหนักถึงความแข็งแกร่งของฉูมู่ได้อย่างชัดเจน เขาไม่ได้เรียกอสูรฝันร้ายสีขาวออกมา ตรงข้ามอสูรฝันร้ายสีขาวกลับซึมซับพลังด้านลบของฉูมู่และผสานเข้ากับร่างของฉูมู่ด้วยความตั้งใจของมันเอง มันยังเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้กลายเป็นความแข็งแกร่งของฉูมู่อีกด้วย

 

“นักรบจิตวิญญาณอสูรขอบเขตที่สาม!?”

 

ได้ยินถ้อยคำของจ้าวอี้ ภายในหัวใจของเฟิงกู่และสหายร่วมทีมที่อยู่ใกล้ๆต่างสั่นไหวอย่างรุนแรง

 

เหตุผลที่ฉูมู่แสดงความแข็งแกร่งออกมาในระดับเดียวกับพวกเขาเป็นเพราะอสูรฝันร้ายสีขาวที่แข็งแกร่งกว่าอสูรฝันร้ายสีเขียวในร่างของพวกเขาอย่างไม่อาจเทียบได้

 

พวกเขาทั้งหมดเป็นนักสู้จิตวิญญาณอสูรในขอบเขตที่หก ชัดเจนว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฉูมู่อยู่ในจุดที่ห่างไกลจากพวกเขาเป็นอย่างมาก

 

ฉูมู่ยังคงนิ่งเงียบ กลิ่นอายที่ชั่วร้ายและเย็นชายังคงปกคลุมไปทั่ว คนงานและผู้คุมกฎทุกคนต่างรู้สึกหนาวสั่นไปถึงจิตวิญญาณของพวกเขา

 

โดยไม่มีผู้ใดคาดคิด ทันใดนั้น ดวงตาของฉูมู่กลับลุกไหม้ขึ้นอีกครั้งด้วยเปลวเพลิงสีขาว

 

ทักษะวิญญาณอสูรมนตรา เนตรเพลิงปีศาจ!

 

เพลิงปีศาจสีขาวจากดวงตาของฉูมู่พุ่งเข้าจู่โจมจ้าวอี้และระเบิดขึ้นบนร่างกายของจ้าวอี้ทันที

 

มันเป็นการโจมตีที่รวดเร็วกระทั่งจ้าวอี้ก็ยังไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน เปลวเพลิงสีขาวกวัดแกว่งไปมาและเผาผลาญร่างกายของเขาอย่างน่าหวาดกลัว

 

อย่างไรก็ตามเปลวเพลิงกลับไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับผิวหนังของจ้าวอี้มากนัก แต่มันก็ไม่ดับลงเช่นกัน

 

จ้าวอี้ที่มีใบหน้าซีดขาวเปิดปากกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

“สี่…ขอบเขตที่สี่…นักรบจิตวิญญาณอสูรขอบเขตที่สี่!!”

 

ระหว่างที่พวกเขาปะทะกันทางจิตวิญญาณ จ้าวอี้สัมผัสได้ว่าฉูมู่เป็นนักรบจิตวิญญาณอสูรขอบเขตที่สาม แต่ในขณะนี้พลังจิตตานุภาพวิญญาณของเขากลับยกระดับขึ้นอีกครั้ง นอกจากนั้นเขายังได้รับพลังความแข็งแกร่งมาจากอสูรฝันร้ายสีขาว นั่นยิ่งทำให้พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่อาจจินตนาการได้

 

ความแข็งแกร่งของจ้าวอี้อยู่ในระดับนักรบจิตวิญญาณอสูรขอบเขตที่หก พลังวิญญาณของเขาเพียงพอที่จะกำหลาบฉูมู่ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามด้วยการโจมตีอันน่าหวาดกลัวของอสูรฝันร้ายสีขาว มันจึงกลายเป็นเรื่องยากที่เขาจะรับมือกับฉูมู่ในเวลานี้

 

เพลิงปีศาจเริ่มเผาไหม้วิญญาณของจ้าวอี้เป็นเหตุให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความทุกข์ทรมานพร้อมทั้งกรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

 

เนื่องจากจ้าวอี้เป็นเจ้าของพลังจิตตานุภาพวิญญาณอันแข็งแกร่ง การเผาผลาญจิตวิญญาณของเขาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อย่างไรก็ตามเพลิงปีศาจสีขาวกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่บนจุดสูงสุด แม้ว่ามันจะไม่สามารถเผาวิญญาณของคนผู้หนึ่งให้เป็นจุลไปได้แต่มันยังคงสร้างความเจ็บปวดทรมานชนิดที่ว่าตายเสียอาจจะดีกว่าให้กับคนผู้นั้นได้อย่างไม่มีปัญหา

 

“ข้า…ข้า…ข้าจะฆ่าเจ้า…” จ้าวอี้เงยศีรษะขึ้นและตะโกนออกมาด้วยความยากลำบาก

 

ขณะที่เปลวเพลิงยังคงแผดเผาจ้าวอี้อย่างต่อเนื่อง เขายังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อร่ายคาถาอัญเชิญอสูรวิญญาณของเขาออกมา

 

วงเวทย์สีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นบนพื้นก่อนที่กลุ่มควันสีน้ำเงินจะพวยพุ่งออกมาและกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตอันชั่วร้ายอย่างรวดเร็ว

 

มนุษย์หมาป่าแห่งความหวาดกลัว!!

 

มันเป็นอสูรวิญญาณขอบเขตที่สองของจ้าวอี้

 

ขนสีน้ำเงินเข้มของมันให้ความรู้สึกถึงความหนาวเย็นราวกับว่าร่างกายของมันถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งและมันก็ปลอดปล่อยกลิ่นอายอันหนาวเหน็บออกมา หลังจากที่มันปรากฏตัวขึ้น มันเงยหน้าและส่งเสียงเห่าหอนขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

“โจมตีมัน! ฆ่ามัน!” จ้าวอี้ตะโกนสั่งทาสผู้ซื่อสัตย์ของเขา

 

มนุษย์หมาป่ายืนอยู่ห่างจากฉูมู่ประมาณยี่สิบเมตร แต่เมื่อมันมองเห็นเปลวเพลิงสีขาวที่ปกคลุมร่างกายของฉูมู่อยู่ มันกลับกลายเป็นโง่งงและไม่กล้าเข้าใกล้ฉูมู่ นั่นทำให้จ้าวอี้โกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้น

 

“จ้าวอี้! เจ้าบ้าไปแล้วงั้นหรือ!?” โดยไม่คาดคิดผู้นำปราสาทฝันร้ายสีเขียวส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดไปยังจ้าวอี้ที่กำลังพยายามเข้าโจมตีฉูมู่

 

อสูรฝันร้ายสีขาวอยู่ในร่างของฉูมู่ นั่นหมายความว่าเบื้องหลังเขาต้องเกี่ยวข้องกับสมาชิกระดับสูงบางคนของปราสาทฝันร้าย เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนงานธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจะฆ่าเด็กหนุ่มผู้นี้เพียงเพราะเขากล่าวว่าจะฆ่าได้อย่างไร

 

ในสถานการณ์เช่นนี้จ้าวอี้จึงไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากนัก หลังจากทั้งหมดเขากระอักเลือดออกมาเมื่อจิตวิญญาณของเขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง

 

“มันเป็นเพียงอสูรวิญญาณขอบเขตที่สอง มันไม่แม้แต่จะถูกเรียกออกมา…เจ้าขี้ขลาด…ฆ่ามัน! ข้าต้องการฆ่ามัน!!” จ้าวอี้คำรามก้องอยู่ภายในใจของเขา

 

หลังจากถูกเจ้านายของมันดุด่า มนุษย์หมาป่าจ้องมองไปยังฉูมู่อีกครั้งก่อนที่จะรวบรวมความกล้าและกระโจนร่างเข้าไปหาฉูมู่ในทันที

 

เห็นจ้าวอี้ยังพยายามโจมตีฉูมู่ ทุกคนพลันรู้สึกตื่นตกใจขึ้นมาอีกครั้ง อสูรวิญญาณสายพันธุ์นักรบขั้นสูง มนุษย์หมาป่าแห่งความหวาดกลัว แม้ระดับของมันจะต่ำกว่าหมาป่าเขี้ยวอสูรของลั่วเจิ้นแต่ความแข็งแกร่งของมันกลับไม่ด้อยไปกว่ากัน เช่นนั้นแล้วคนงานเพียงผู้หนึ่งจะสามารรับมือมันได้อย่างไร

 

ไม่มีผู้ใดคิดว่าฉูมู่ผู้ที่มีอสูรฝันร้ายสีขาวอยู่ในร่างกายจะโจมตีจ้าวอี้อย่างกะทันหัน แต่ยิ่งไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจ้าวอี้ยังมีความกล้าที่จะโจมตีราวกับคนบ้าไปยังฉูมู่ผู้ครอบครองอสูรฝันร้ายสีขาวเช่นนี้