ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 62 ล้างบาง (3)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 64 เผาผลาญจ้าวอี้ให้วอด

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 63 เปลวเพลิงสีขาวแห่งความโกรธเกรี้ยว

แปลโดย iPAT

 

การเคลื่อนไหวของอสูรฝันร้ายสีเขียวค่อนข้างแปลกประหลาด เริ่มแรกมันคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้าแต่เพียงแค่วินาทีถัดมามันกลับปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของโมเซี่ยอย่างกะทันหัน ดาบเพลิงสีเขียวปรากฏขึ้นในมือของมันอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะฟาดฟันมายังโมเซี่ยด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้า พื้นสนามประลองระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

 

“บึม”

 

เพลิงปีศาจถูกจุดขึ้นบนร่างกายของโมเซี่ยทันที มันม้วนตัวกลิ้งไปบนพื้นกระทั่งชนเข้ากับกำแพงป้องกันลานประลองเบื้องหน้าฉูมู่

 

แม้ว่าเพลิงปีศาจจะไม่ได้ทำอันตรายร้ายแรงกับร่างกายของโมเซี่ย แต่มันสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้กับโมเซี่ย เพราะเพลิงปีศาจสีเขียวชนิดนี้สามารถเผาไหม้ไปถึงจิตวิญญาณของโมเซี่ยนั่นเอง

 

“วู้…วู้…วู้…” โมเซี่ยนอนขดตัวด้วยความเจ็บปวดอยู่เบื้องหน้าฉูมู่พร้อมทั้งร้องครวญครางออกมา

 

มองเห็นโมเซี่ยร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ความเดือดดาลของฉูมู่แทบจะระเบิดร่างกายของเขาออกมา

 

เมื่อจ้าวอี้เห็นฉูมู่รู้สึกเจ็บปวด รอยยิ้มจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา หลังจากเห็นว่าฉูมู่ไม่สามารถต่อต้านได้นานนัก เขาจึงไม่สนใจอีกต่อไปว่าผู้นำปราสาทฝันร้ายสีเขียวจะพบการกระทำของเขาหรือไม่ แต่เขาจะต้องกำจัดฉูมู่ให้ได้เดี๋ยวนี้ เขาเพิ่มแรงกดดันวิญญาณเข้าไปในจิตวิญญาณของฉูมู่ทันที มันทำให้ฉูมู่ไม่สามารถควบคุมการต่อสู้ของโมเซี่ยได้อีกต่อไป

 

ความเจ็บปวดทิ่มแทงเข้าสู่ร่างกายของฉูมู่ หัวใจของเขาบิดกระตุกอย่างรุนแรง จิตวิญญาณของเขาแทบจะพังทลายลง อย่างไรก็ตามเปลวไฟแห่งการต่อสู้ยังคงลุกโชนอยู่ภายในดวงตาของเขา

 

โดยไม่คาดคิดในที่สุดพลังวิญญาณของฉูมู่ก็ระเบิดออกมาราวกับความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดของเขาถูกปลดปล่อยจากหัวใจที่อัดแน่นไปด้วยความคับแค้นที่ล้ำลึก พลังวิญญาณของเขาพวยพุ่งออกมาบนร่างกายของเขาและสะบัดตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรุนแรง เส้นผมบนศีรษะของเขาโบกสะบัดขึ้นสู่อากาศอย่างไม่สามารถควบคุม

 

“นี๊…”

 

ฉูมู่ไม่สามารถกระทั่งอ้าปากของเขาได้ ในขณะที่เสียงอันแหลมสูงของปีศาจดังก้องอยู่ในร่างกายของเขา ผู้คนทั้งหมดจ้องมองมาที่เขาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด

 

ราวกับมันรู้สึกถึงความเดือดดาลอันเข้มข้นของฉูมู่ อสูรฝันร้ายสีขาวในร่างของเขาตื่นขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่มันไม่ได้หิวกระหายดังเช่นทุกครั้ง ตรงข้ามมันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุดของฉูมู่ ความโกรธของเขาก่อให้เกิดพลังงานด้านลบชนิดหนึ่งที่ผสานเข้ากับพลังอันชั่วร้ายของอสูรฝันร้ายสีขาวและมันก็พุ่งเข้าปะทะกับการโจมตีทางจิตวิญญาณของจ้าวอี้โดยไม่คาดคิด

 

แรงกดดันอันเย็นเยียบแห่งความตายพุ่งเข้าโจมตีจ้าวอี้ จิตวิญญาณของจ้าวอี้สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของปีศาจร้ายและเงาแห่งความตายพุ่งออกมาจากจิตวิญญาณของฉูมู่ราวกับมัจจุราชปรากฎกายขึ้นเบื้องหน้าเขาและใช้เสียงที่เย็นชาบริกรรมคาถาแห่งความตายอยู่ข้างหูของเขา

 

ใบหน้าของจ้าวอี้กลายเป็นซีดเผือด การโจมตีทางจิตวิญญาณของเขาพังทลายลงในทันที จ้าวอี้ก้าวถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะล้มตัวลงบนพื้น การแสดงออกของเขาในขณะนี้ราวกับวิญญาณได้หลุดออกไปจากร่างเรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อแรงกดดันทางจิตวิญญาณจากจ้าวอี้เลือนหายไป ร่างกายและจิตวิญญาณของฉูมู่จึงได้รับอิสระอีกครั้งในขณะที่อสูรฝันร้ายสีเขียวกำลังหัวเราะอย่างชั่วร้ายและเตรียมพร้อมที่จะกัดกินวิญญาณของโมเซี่ยดั่งเช่นขนมขบเคี้ยวที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับมัน

 

เพลิงปีศาจสีเขียวยังคงเผาไหม้อยู่บนร่างกายของโมเซี่ย หากฉูมู่เรียกโมเซี่ยกลับเข้าไปภายพื้นที่จิตวิญญาณของเขา ไม่เพียงเพลิงปีศาจสีเขียวจะยังคงเผาผลาญจิตวิญญาณของโมเซี่ย มันยังกระทั่งจะทำให้เขาตกตายตามไปอย่างรวดเร็วอีกด้วย

 

ภายใต้สถานการณ์วิกฤต ฉูมู่ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นและร่ายคาถาทักษะวิญญาณในทันที

 

“ธารน้ำแข็ง!”

 

น้ำแข็งอันเย็นเยียบก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็วหลังจากบริกรรมคาถาสั้นๆ ในวินาทีถัดมาเสาน้ำแข็งพุ่งออกไปจากฝ่ามือของเขาเป็นเส้นสายตรงเข้าปะทะกับกำแพงป้องกันสนามประลองอย่างรุนแรง

 

น้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ที่เย็นจัดเข้าปกคลุมกำแพงป้องกันเอาไว้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ในจังหวะนี้ฉูมู่ระเบิดพลังวิญญาณของเขาขึ้นมาอีกครั้งและส่งพลังเพิ่มเข้าไปในฝ่ามือทั้งคู่ น้ำแข็งยังคงพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาอย่างต่อเนื่อง มันกระทั่งขยายใหญ่และรุนแรงมากขึ้นกว่าก่อนหน้า

 

“ตูม”

 

กำแพงป้องกันน้ำแข็งแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและกลายเป็นละอองน้ำตกลงสู่สนามประลอง แสงจันทร์ส่องกระทบเกร็ดน้ำแข็งสะท้อนประกายแสงระยิบระยับไปทั่วลานประลอง ฉากอันงดงามท่ามกลางความมืดแห่งค่ำคืนได้ปรากฏขึ้นโดยไม่มีผู้ใดคาดคิด

 

ฉูมู่พุ่งเข้าไปในสนามประลองทันทีและดึงร่างของโมเซี่ยเข้าสู่อ้อมกอดของเขาด้วยความรักใคร่ เปลวเพลิงปีศาจสีเขียวลุกลามเข้ามาถึงร่างกายของฉูมู่อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเผาผลาญจิตวิญญาณของเขาในทันที

 

อย่างไรก็ตามฉูมู่ไม่สนใจความเจ็บปวดเหล่านี้ คิ้วของฉเขาไม่แม้แต่จะขมวดเข้าหากัน เขาสวมกอดโมเซี่ยและยืนขึ้นเผชิญหน้ากับอสูรฝันร้ายสีเขียวอย่างเย็นชาและสง่างาม

 

เปลวเพลิงสีเขียวเผาไหม้ร่างกายของฉูมู่ได้เพียงชั่วขณะก่อนที่เปลวเพลิงสีขาวจะปรากฏขึ้นและกลืนกินเปลวเพลิงสีเขียวไปอย่างรวดเร็วจนในที่สุดเปลวเพลิงสีขาวก็ลุกโชนขึ้นห่มคลุมร่างกายของฉูมู่เอาไว้ทั้งหมด กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายเข้าปกคลุมลานประลองในทันที

 

กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่กระจายออกมาในขณะนี้หากเปรียบเทียบกับอสูรฝันร้ายสีเขียว มันราวกับสายลมที่อ่อนโยนปะทะเข้ากับพายุอันเกรี้ยวกราด

 

ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นคนงาน ผู้คุมกฎ เจ้าเกาะ และกระทั่งหมาป่าเขี้ยวอสูรในขอบเขตที่สี่ ทุกชีวิตต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างที่สุด

 

“นี๊…”

 

เสียงแหลมสูงของปีศาจแทงทะลุเข้าสู่รูหูของทุกคนในลานประลอง มันดังก้องอยู่ในความมืดก่อนจะบุกทะลวงเข้าสู่จิตวิญญาณของทุกผู้คนโดยไม่คาดคิด

 

“เปลวเพลิง…เปลวเพลิงสีขาว…”

 

“ฝันร้าย…เพลิงสีขาว…อสูรฝันร้ายสีขาว!”

 

ผู้นำปราสาทฝันร้ายสีเขียวผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเขา เขาตกตะลึงเมื่อตระหนักถึงเปลวเพลิงสีขาวที่กำลังลุกโชนอยู่บนร่างกายของฉูมู่

 

“อสูรฝันร้ายสีขาว มันต้องเป็นอสูรฝันร้ายสีขาว! ในโลกใบนี้ไม่มีอสูรวิญญาณตนใดสามารถปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายได้รุนแรงเท่ากับมันอีกแล้ว”

 

ทั่วทั้งลานประลองสว่างไสวขึ้นด้วยแสงสีขาวที่มาจากจุดศูนย์กลางของสนามประลองในเวลานี้ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเพลิงสีเขียวกลับกลายเป็นไร้นัยสำคัญไปอย่างสิ้นเชิง

 

ขณะนี้ฉูมู่ยืนอยู่ห่างจากอสูรฝันร้ายสีเขียวราวสองเมตร ภายในดวงตาของฉูมู่พลันลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงสีขาวก่อนที่เขาจะปลดปล่อยพลังเนตรเปลวเพลิงออกไปในทันที

 

ทักษะวิญญาณอสูรมนตรา เนตรเปลวเพลิง!

 

ด้วยความเดือดดาลอย่างที่สุดของฉูมู่ เขากระทั่งใช้ความสามารถทั้งหมดของเขาออกมา ทักษะวิญญาณอสูรมนตรามันอนุญาตให้เขาสามารถใช้ด้วยทักษะเนตรเปลวเพลิงของโมเซี่ยออกมา

 

โดยปกติแล้วเนตรเปลวเพลิงของโมเซี่ยจะเป็นเพลิงสีแดง แต่เมื่อฉูมู่เป็นผู้ใช้ออก มันกลับกลายเป็นเปลวเพลิงสีขาว

 

ด้วยความรวดเร็ว เพลิงสีขาวถูกจุดขึ้นบนร่างกายของอสูรฝันร้ายสีเขียวในทันที มันเผาผลาญร่างเพลิงสีเขียวที่ดูราวกับเป็นดวงวิญญาณปีศาจอย่างรวดเร็ว

 

“กี๊…”

 

เพลิงปีศาจสีขาวกลืนกินเพลิงปีศาจสีเขียวอย่างง่ายดาย มันไม่เพียงแต่กลืนกินร่างกายของอสูรฝันร้ายสีเขียวแต่มันยังกัดกินจิตวิญญาณของอสูรฝันร้ายสีเขียวอีกด้วย นั่นทำให้อสูรฝันร้ายสีเขียวถึงกับต้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

 

ด้วยการเผาไหม้จากเปลวเพลิงสีขาวอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเปลวเพลิงสีเขียวจึงได้สูญสลายหายไปจนหมดสิ้น แม้แต่จิตวิญญาณของมันก็ไม่หลงเหลือแม้เพียงเศษเสี้ยวอันน้อยนิด พลังงานแห่งการเผาไหม้ส่งให้มวลอากาศปั่นป่วนและหมุนวนขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนอย่างน่าเกรงขาม

 

เสียงกรีดร้องแห่งความตายของอสูรฝันร้ายสีเขียวยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ในลานประลอง ความแข็งแกร่งของอสูรฝันร้ายสีเขียวขอบเขตที่สองเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน มันเพียงพอที่จะต่อสู้กับอสูรวิญญาณในขอบเขตที่สามได้ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามต่อหน้าเพลิงปีศาจสีขาวของอสูรฝันร้ายสีขาว มันไม่มีเวลาแม้แต่จะใช้ออกด้วยทักษะใดๆของมัน ตรงข้ามมันกลับสูญสลายกลายเป็นความว่างเปล่าด้วยเพลิงปีศาจสีขาวแห่งความตายไปอย่างรวดเร็ว