ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 61 ล้างบาง (2)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 63 เปลวเพลิงสีขาวแห่งความโกรธเกรี้ยว

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 62 ล้างบาง (3)

แปลโดย iPAT

 

พื้นสนามประลองถูกแต่งแต้มไปด้วยร่องรอย สีแดงเข้มของเลือดกระจายตัวปกคลุมอยู่บนผืนทราย

 

กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งขึ้นสู่อากาศอีกครั้ง แสงจันทร์อันเย็นเยียบส่องแสงลงมาปกคลุมทั่วลานประลอง ทำให้บรรยากาศดูน่าสยดสยองมากขึ้นไปอีก

 

ซันลี่และหวังเค่อลั่วยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความมึนงงเพื่อเป็นพยานในการฉีกกระชากออกเป็นสองส่วนของอสูรวิญญาณทั้งสองตนพร้อมๆกันด้วยดาบคู่โลหิตสีเงิน ในเวลานี้พวกเขารู้สึกราวกับมีหนามแหลมทิ่มแทงหัวใจอยู่ตลอดเวลา ความเย่อหยิ่งและความมั่นใจของพวกเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ พวกเขารู้สึกเหมือนตกลงสู่หลุมลึกอันดำมืดและมันก็เป็นก้นหลุมที่หนาวเหน็บ

 

คนงานทั้งสองกลายเป็นแข็งค้างราวกับซากศพ ในขณะที่การสังหารหมู่อันสมบูรณ์แบบของโมเซี่ยราวกับต่อยเข้าไปยังใบหน้าของผู้ชมนับพัน กระทั่งผู้นำปราสาทฝันร้ายสีเขียวยังต้องแสดงออกถึงความไม่อยากจะเชื่ออย่างชัดเจน

 

หนึ่งต่อสิบ แต่ผลลัพธ์คือการฆาตกรรมหมู่!

 

บนลานประลองสีเลือดที่ว่างเปล่า ปรากฏปีศาจจิ้งจอกแสงจันทร์ยืนอยู่กลางลานประลองอย่างสง่างามแต่เพียงผู้เดียว ร่างกายของมันเต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยฟกช้ำแต่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น เยือกเย็น เด็ดขาด และอำมหิต มันแสดงตัวราวกับเป็นนักล่าใต้แสงจันทร์ผู้โหดเหี้ยมที่สุด

 

สงครามอันดุเดือด ไม่มีผู้เหลือรอด!

 

เริ่มด้วยความประหลาดใจ ไม่เข้าใจ ตกตะลึง และสุดท้ายไม่อยากจะเชื่อ การต่อสู้ของโมเซี่ยสามารถกล่าวได้ว่าทำลายสามัญสำนึกของผู้คนที่มีต่อจิ้งจอกแสงจันทร์ไปจนหมดสิ้น อสูรวิญญาณชั้นต่ำกลับกลายเป็นแสงสว่างอันเจิดจ้าที่สาดส่องลงมายังโลกมนุษย์

 

สมาชิกร่วมทีมของฉูมู่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก ทุกคนอยู่ในสถานการณ์อันสิ้นหวังก่อนที่จะเข้าสู่ลานประลอง ในระหว่างการประลองที่ดุเดือด ทำให้หัวใจของพวกเขาไม่สามารถสงบลงได้ สุดท้ายเมื่อมันจบสิ้นลง พวกเขาจึงตระหนักรู้ในทันทีว่าผู้ที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นปีศาจจิ้งจอกที่แสนเจ้าเล่ห์และน่าหวาดกลัวที่สุด เขาสวมหน้ากากลูกแกะที่อ่อนแอ แต่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เขากลับระเบิดพลังความแข็งแกร่งที่ทำให้ทุกคนถึงกับต้องตื่นตะลึงออกมา

 

จ้าวอี้และลั่วเจิ้นที่วางแผนชั่วอย่างรอบคอบมองหน้าซึ่งกันและกัน พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น

 

ลั่วเจิ้นคาดหวังว่าคนงานทั้งสิบของเขาจะมอบพลังอำนาจและตำแหน่งที่ดีบนเกาะแห่งนี้ให้กับเขา แต่หลังจากการต่อสู้ในครั้งนี้ ด้วยอสูรวิญญาณทั้งหมดที่ตกตายไป คนงานของเขาจึงกลับกลายเป็นเพียงแค่เศษขยะไร้ค่าเท่านั้น นอกจากนี้พวกเขายังไม่มีโอกาสที่จะหลบหนีจากการถูกกัดกินวิญญาณโดยอสูรฝันร้ายที่อยู่ในตัวพวกเขา สิ่งที่รอพวกเขาอยู่มีเพียงความตายเท่านั้น

 

“ขยะ ขยะทั้งหมด ขยะ ขยะ ขยะ ขยะ” ลั่วเจิ้นระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้อีก ในวินาทีนั้นเขาเริ่มร่ายคาถาบางอย่าง

 

วงเวทย์แสงสีฟ้าปรากฏขึ้นบนพื้น หมาป่าเขี้ยวอสูรปรากฏตัวขึ้นทันที

 

จังหวะที่หมาป่าเขี้ยวอสูรขอบเขตที่สี่ปรากฏตัว กลิ่นอายที่ดุร้ายของมันเข้าปกคลุมลานประลองเอาไว้ทั้งหมด หมาป่าที่น่าหวาดกลัวเห่าหอนออกมาอย่างน่าสยดสยองก่อนจะพุ่งตัวตรงไปยังคนงานที่ยังเหลือรอด

 

“อ๊าก….”

 

“อ๊าก…อ๊าก…อ๊าก…”

 

เสียงกรีดร้องอันสิ้นหวังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกการกวัดแกว่งกรงเล็บของหมาป่าเขี้ยวอสูรขอบเขตที่สี่ เลือดเนื้อของคนงานถูกฉีกกระชากออก ฉากสยองขวัญที่แท้จริงปรากฏขึ้นในวินาทีนี้เอง ผู้คุมกฎคนอื่นๆต่างคุ้นเคยกับการฆ่าฟัน พวกเขาเพียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเท่านั้น

 

เจ้าเกาะลั่วเจิ้นคลุ้มคลั่งอย่างที่สุด เขาสั่งให้หมาป่าเขี้ยวอสูรฆ่าคนงานทุกคนอย่างโหดเหี้ยม เลือดนองพื้น ชิ้นส่วนแขนขากระจัดกระจายไปทั่วทุกที่ แต่ไม่มีผู้ใดหยุดความบ้าคลั่งของลั่วเจิ้นแม้แต่ผู้เดียว เขาเป็นหัวหน้าของคนงานกลุ่มนี้โดยตรง ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิควบคุมชีวิตของพวกเขาอย่างเต็มที่ แม้การสูญเสียอสูรวิญญาณจะเป็นสิ่งรับรองความตายของพวกเขาอยู่แล้วก็ตาม แต่ปราสาทฝันร้ายเป็นการคงอยู่ที่โหดร้ายเช่นนี้ อย่างไรก็ตามยังมีผู้หนึ่งที่หมาป่าเขี้ยวอสูรไม่ได้ทำสิ่งใด ผู้ที่ยืนอยู่ด้วยใบหน้าอันซีดขาวอย่างที่สุด คนผู้นี้ก็คือ หวังเค่อลั่ว

 

“เรียกอสูรฝันร้ายของเจ้าออกมาต่อสู้!” ลั่วเจิ้นไม่เสียเวลาชำเลืองมองซากศพบนพื้นแม้แต่น้อย เขาจ้องมองไปยังหวังเค่อลั่วและออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

 

“หากข้าเรียกอสูรฝันร้ายออกมา ข้าจะไม่เหลือพลังวิญญาณเพื่อเป็นอาหาร…..”

 

“หุบปาก! จงเลือกมาว่าจะตายเดี๋ยวนี้หรือหลังจากนี้” ลั่วเจิ้นคำราม หมาป่าเขี้ยวอสูรขอบเขตที่สี่ปลดปล่อยจิตสังหารตรงไปยังหวังเค่อลั่วพร้อมกับแยกเขี้ยวข่มขู่ในทันที ระหว่างช่องฟันของมันยังปรากฏเลือดของคนงานที่ถูกฉีกกระชากก่อนหน้าไหลย้อยลงมา

 

รังสีฆ่าฟันอันหนาวเหน็บเข้าปกคลุมร่างกายของหวังเค่อลั่ว ในสถานการณ์เช่นนี้หวังเค่อลั่วไม่กล้าที่จะต่อต้านขัดขืนใดๆทั้งสิ้น ด้วยปากที่สั่นเทา เขาเริ่มร่ายคาถา

 

ใบหน้าของหวังเค่อลั่วซีดลงไปอีกหลังจากที่เขาพยายามเรียกอสูรฝันร้ายออกมา ร่างกายของเขาถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีเขียว

 

วินาทีต่อมาเปลวเพลิงสีเขียวค่อยๆหลุดออกมาจากร่างกายของหวังเค่อลั่วและร่อนลงบนพื้นก่อนจะกลายเป็นวงเวทย์สีเขียวสดใส

 

ก่อนที่วิญญาณร้ายจะปรากฏ อุณหภูมิภายในลานประลองพลันลดลงอย่างต่อเนื่อง กลิ่นอายปีศาจอันเย็นเยือบแผ่กระจายออกมาก่อนที่เปลวเพลิงสีเขียวจะหมุนวงและก่อตัวขึ้น

 

อสูรฝันร้ายสีเขียวขอบเขตที่สอง!!

 

ผู้คุมกฎทุกคนสามารถเรียกอสูรฝันร้ายออกมาได้ อย่างไรก็ตามจะมีคนงานที่ต่ำต้อยกี่คนที่สามารถเรียกอสูรฝันร้ายของพวกเขาออกมาต่อสู้ได้เช่นนี้ ในวินาทีที่อสูรฝันร้ายปรากฏตัว เสียงอุทานจากผู้ชมทั้งหมดพลันระเบิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

อสูรฝันร้ายสีเขียว อสูรวิญญาณที่ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีเขียว บางคนเรียกมันว่าวิญญาณแห่งเปลวเพลิง ไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมปีศาจที่หยิ่งยโส เหี้ยมโหด และดุร้ายเช่นนี้ได้ มันเป็นฝันร้ายที่สุดของนักสู้จิตวิญญาณอสูรฝึกหัดเช่นพวกเขา

 

เขาคู่ที่น่าสยดสยองและพร่ามัว ดวงตาเปลวเพลิงสีเขียว มันลอยอยู่ในอากาศโดยปราศจากขา อสูรฝันร้ายสีเขียวมีเพียงร่างกายส่วนบนที่ดูเหมือนอัศวินปีศาจจากขุมนรก มันเป็นวิญญาณอมตะที่มีร่างกายเพียงครึ่งท่อน มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความมืด ความตาย และความหวาดกลัวที่แท้จริง

 

นี่เป็นครั้งแรกของฉูมู่ที่ได้เห็นร่างจริงของอสูรฝันร้าย เผชิญหน้ากับปีศาจระดับสูงเช่นนี้ แม้แต่ฉูมู่ก็ยังรู้สึกเกรงกลัว

 

“กี้ กี้”

 

เสียงแหลมสูงดังขึ้น มันราวกับเป็นเสียงหัวเราะของปีศาจ จังหวะที่อสูรฝันร้ายสีเขียวปรากฏตัวขึ้น มันจ้องมองไปยังอสูรวิญญาณที่ยังเหลือรอดอยู่บนลานประลองในทันที

 

โมเซี่ยจ้องมองไปยังปีศาจน่ารังเกียจที่ทำให้มันเริ่มรู้สึกหวั่นไหว อสูรฝันร้ายสีเขียวค่อยๆคืบคลานเข้ามาใกล้มันอย่างช้าๆ แต่ในขณะนี้โมเซี่ยกลับไม่สามารถรีดเร้นพลังออกมาจากร่างกายของมันได้อีก

 

มันเหนื่อยล้าเกินไป การต่อสู้ที่ผ่านมาผลักดันให้มันมาถึงขีดจำกัดของร่างกาย และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แม้ภายในดวงตาของมันจะยังคงแสดงความเด็ดเดี่ยวออกมา แต่มันไม่สามารถทำสิ่งใดได้ในเวลานี้