ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 18 ศัตรูที่ทรงพลัง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 20 สถานการณ์วิกฤต

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 19 ต้นปาล์มร้อยตา

แปลโดย iPAT

 

ฉูมู่แสวงหาโอกาสที่จะฆ่าจ้าวเซิงโม่อยู่เสมอ เขาคิดว่าการซุ่มโจมตีเป็นวิธีการที่ดีกว่าการต่อสู้อย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตามฉูมู่ไม่เคยมีโอกาสนั้น สำหรับครั้งนี้มันยังมีเด็กหนุ่มอีกสองคนอยู่ข้างกายจ้าวเซิงโม่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจหาโอกาสในครั้งถัดไป

 

เสียงสนทนาเริ่มห่างออกไปพร้อมกับเงาร่างที่หายเข้าไปในป่าทึบ เมื่อเห็นว่าพวกเขาจากไปแล้ว ฉูมู่จึงออกมาจากที่ซ่อนและจ้องมองไปยังทิศทางที่พวกเขามุ่งไป จากนั้นเขาจึงหันกลับไปบนเส้นทางของตนเองเพื่อตามหาชาน้ำค้าง

 

เพื่อเก็บรักษาพลัง เขาจึงหลบเลี่ยงอสูรวิญญาณทุกตัวที่เขาพบตามเส้นทางที่เขาเคยทำเครื่องหมายเอาไว้ หลังจากหนึ่งชั่วโมงครึ่งฉูมู่จึงได้มาพบชาน้ำค้างรายล้อมไปด้วยต้นไม้มากมายรวมถึงต้นปาล์มร้อยตา

 

ต้นปาล์มร้อยตาทั้งสูงใหญ่และหนาทึบ ใบของมันมีขนปกคลุม บนลำต้นยังปรากฏดวงตาที่น่าสยดสยองอยู่จำนวนมาก

 

“ใบของมันดูเหนียวมากดังนั้นมันควรจะอยู่ในขั้นกลาง แต่การโจมตีหลักของมันคือส่วนของลำต้น” ฉูมู่เตือนโมเซี่ยน้อยเบาๆ

 

โมเซี่ยน้อยที่แสนฉลาดพยักหน้าและจ้องมองไปยังต้นปาล์มร้อยตาอย่างพิจารณา

 

ฉูมู่มอบแก่นพลังวิญญาณประเภทอสูรเป็นอาหารสำหรับโมเซี่ยตลอดช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ดังนั้นขณะนี้ทั้งกรงเล็บ ฟัน และขาของมันต่างแข็งแกร่งขึ้นจากก่อนหน้าไปไกลแล้ว

 

การโจมตีหลักของจิ้งจอกแสงจันทร์ยังคงเป็นกรงเล็บ ฟันของมันเป็นเพียงส่วนเสริมและไม่มีความสามารถพิเศษใด

 

“เริ่มได้!” ฉูมู่ปีนลงมายังพื้นทรายอย่างรวดเร็วและสั่งให้โมเซี่ยเข้าโจมตีต้นปาล์มร้อยตาทันที

 

การเคลื่อนไหวของโมเซี่ยคล่องแคล่วเสมอ มันกระโดดไปตามต้นไม้แทนการวิ่งบนหาดทรายอย่างรวดเร็ว มันเผยรอยยิ้มให้ตนเองด้วยความพึงพอใจและมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

 

“ฉัวะ” กรงเล็บอันแหลมคมของมันตัดใบอ่อนของต้นปาล์มร้อยตาจนขาดวิ่น

 

โมเซี่ยรวบรวมพลังแสงสีเงินไว้บนกรงเล็บอย่างรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะหลบเลี่ยงใบที่แข็งแกร่งของต้นปาล์มร้อยตาอย่างคล่องแคล่วจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังลำต้นของมัน

 

“คลื่นกรงเล็บ” เมื่อฉูมู่ออกคำสั่ง โมเซี่ยส่งกรงเล็บที่รวดเร็วและรุนแรงออกไปในทันที

 

อย่างไรก็ตามต้นปาล์มร้อยตากลับใช้ใบหลักที่แข็งแกร่งของมันเข้าปกป้องลำต้นที่บอบบางเอาไว้และมันก็ทำได้สำเร็จ! แต่ใบของมันก็ได้รับบาดเจ็บ ยางไม้ทะลักไหลออกมาเป็นปริมาณมาก

 

ต้นปาล์มร้อยตาระดับแปดมีใบที่เป็นโล่ป้องกันอยู่สามใบ หนึ่งใบถูกทำลายด้วยคลื่นกรงเล็บของโมเซี่ยไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ต้นปาล์มร้อยตาจึงเริ่มเป็นกังวล มันหมุนลำต้นของมันทันที เป็นเหตุให้ใบของมันหมุนราวกับเป็นกังหันลม

 

“ดาบกังหัน! อยู่ห่างจากมันในระยะห้าเมตร” ฉูมู่เร่งเตือนโมเซี่ย

 

โมเซี่ยกระโดดถอยหลังพร้อมทั้งหมุนตัวตีลังกากลางอากาศและร่อนลงบนพื้นอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา มันใช้ดวงตาคู่สีเงินของมันจ้องมองไปยังต้นปาล์มร้อยตาอย่างเย็นชา

 

“เฟี้ยว…เฟี้ยว…เฟี้ยว…เฟี้ยว…”

 

ต้นปาล์มร้อยตายังคงหมุนดาบกังหันของมันต่อไปและสร้างความปั่นป่วนไปรอบๆบริเวณรัศมีสี่เมตร เศษหินทรายปลิวคละคลุ้งขึ้นสู่อากาศ ต้นไม้ในบริเวณนั้นถูกตัดโค่นทำลายล้างลงอย่างง่ายดาย

 

ไม่นานหลังจากนั้นในที่สุดต้นปาล์มร้อยตาก็หยุดทักษะดาบกังหันของมันลง ฉูมู่คอยจังหวะนี้อยู่แล้ว เขาจึงเร่งออกคำสั่งไปยังโมเซี่ย “ได้เวลาแล้ว!”

 

เมื่อได้รับคำสั่ง โมเซี่ยกระโจนตัวเข้าไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า มันวิ่งเป็นแนวซิกแซกไปมาอย่างไม่สามารถคาดเดาทิศทางได้ กระทั่งมันไปถึงระยะโจมตี คลื่นกรงเล็บจึงถูกส่งออกไปอีกครั้ง

 

“ฉัวะ…ฉัวะ…” คลื่นกรงเล็บไขว้ฟาดฟันไปยังลำต้นของมันอย่างแม่นยำจนเกิดเสียงแตกร้าวดังขึ้นอย่างชัดเจน

 

“ระวังเข็มพิษจากตาของมัน!!” ฉูมู่คอยจับตามองการเคลื่อนไหวของต้นปาล์มร้อยตาอยู่ก่อนแล้ว เขาจึงได้ตะโกนเตือนออกมาในทันที

 

ขณะนี้ต้นปาล์มร้อยตาเข้าสู่ช่วงวิกฤต มันจึงเปิดดวงตาของมันขึ้นและส่งเข็มพิษสีดำพุ่งออกมาทันที แน่นอนว่าเข็มพิษร้อยตาเหล่านี้มีเป้าหมายอยู่ที่โมเซี่ย

 

“ปุ ปุ ปุ ปุ ปุ”

 

โมเซี่ยกระโดดถอยหลังหลบ เข็มพิษพุ่งปักลงบนพื้นและฝากรูลึกเอาไว้บนพื้นนับพันรู! แต่ต้นปาล์มร้อยตายังไม่ยอมแพ้เท่านี้ มันยิงเข็มพิษออกมาอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง โมเซี่ยจึงทำได้เพียงถอยห่างออกจากต้นปาล์มร้อยตาเท่านั้น แต่เข็มพิษยังไล่ตามหลังมันมาอย่างกระชั้นชิดและกระทั่งเฉียดปลายหางของมันไปเพียงเล็กน้อย

 

“ครืน…” ต้นไม้ที่เปราะบางในบริเวณนั้น เมื่อถูกเข็มพิษโจมตี พวกมันต่างแตกหักโค่นล้มลงจนกลายเป็นความวินาศสันตะโร เมื่อโมเซี่ยหลบออกมาอยู่ในระยะห่างประมาณสิบเมตร เข็มพิษของต้นปาล์มร้อยตาจึงไม่สามารถตามมันมาได้อีก

 

“ปุ ปุ ปุ ปุ ปุ” ทันใดนั้นต้นปาล์มร้อยตากลับยิ่งคลุ้มคลั่ง มันส่งเข็มพิษออกมาประหนึ่งสายฝนที่พร่างพรายลงมาเบื้องล่าง

 

“ร่างเงาจันทรา”

 

โมเซี่ยยืนอยู่อย่างสงบนิ่งก่อนที่แสงสีเงินจะส่องประกายออกมาและทำให้ร่างของมันแยกออกเป็นสองทันที

 

เข็มพิษราวลูกเห็บสายฟ้าพุ่งผ่านร่างเงาของโมเซี่ยที่เหมือนเมฆหมอกไร้ตัวตนไปอย่างน่าอัศจรรย์

 

ร่างเงาจันทราเป็นความสามารถในการหลบเลี่ยงการโจมตีโดยตรง แม้จะปราศจากแสงจันทร์ โมเซี่ยก็ยังสามารถใช้ความสามารถนี้ได้ เพียงแต่พลังของมันอาจจะลดลงเล็กน้อย แน่นอนว่าด้วยการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ มันสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีที่แข็งแกร่งได้อย่างง่ายดาย

 

โมเซี่ยสามารถใช้ความสามารถร่างเงาจันทราได้ตั้งแต่มันอยู่ในระดับที่หนึ่ง ดังนั้นตอนนี้มันจึงเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยไม่มีข้อสงสัย

 

“เอาล่ะ ปิดฉากได้!” ฉูมู่เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ

 

ร่างเงาของโม่เซี่ยหลอมรวมกลับเป็นหนึ่งอีกครั้งก่อนที่มันจะย่อตัวลงและพุ่งตัวออกไปโจมตีต้นปาล์มร้อยตาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า

 

ร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้าแล้วของต้นปาล์มร้อยตาเมื่อถูกโจมตีด้วยคลื่นกรงเล็บของโมเซี่ยอีกครั้ง สุดท้ายมันจึงได้หักโค่นลงในที่สุด

 

ฉูมู่กระโดดลงมาจากต้นไม้และจ้องมองซากศพของต้นปาล์มร้อยตา จากนั้นเขาจึงลูบศีรษะโมเซี่ยและเผยรอยยิ้มขึ้น “เจ้าจงนำแก่นพลังวิญญาณของมันออกมาขณะที่ข้าไปเก็บต้นชาน้ำค้าง”