ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 101 นักรบพฤกษาโลกันต์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 103 สังหารจ้าวอี้ (1)

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 102 ท่ามกลางสายฝน

แปลโดย iPAT

 

หนึ่งปีที่ผ่านมาจากรายชื่อสามพันคนขณะนี้เหลืออยู่เพียงแปดร้อย โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ผ่านมาดูเหมือนนักโทษจะเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่าคนที่ยังเหลือรอดคือผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น

 

บนเกาะแห่งนี้มีแผนที่ทั้งหมดอยู่ยี่สิบม้วน ฉูมู่ได้รับมาจากนักโทษคนก่อนหน้าหนึ่งม้วน ในเดือนที่ผ่านมาฉูมู่สังหารนักสู้ตระกูลหยางไปสองคนและเก็บแผนที่มาได้หนึ่งม้วน

 

ดังนั้นขณะนี้ฉูมู่จึงมีแผนที่อยู่กับตัวเขาเองจำนวนสี่ม้วน หากเปรียบเทียบกับนักโทษคนอื่นๆ เขาอาจเป็นผู้ที่ครอบครองแผนที่มากที่สุดก็เป็นได้

 

ท่ามกลางสายฝนฉูมู่ยังเดินทางอย่างต่อเนื่องไปตามทิวเขาที่ราวกับไร้สิ้นสุด ปัจจุบันเขากำลังมุ่งหน้าไปยังชายหาดแห่งหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในแผนที่ เนื่องจากนักโทษคนก่อนหน้าบอกข้อมูลสำคัญบางอย่างกับเขาและมันก็เป็นข่าวที่ฉูมู่รอคอยมาอย่างยาวนาน มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศัตรูคู่อาฆาตของเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบุคคลผู้นี้ก็คือ จ้าวอี้ จากข่าวที่ได้รับมาทำให้เขารู้ว่าขณะนี้จ้าวอี้กำลังพยายามจับอสูรวิญญาณธาตุน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ที่ชายหาดแห่งหนึ่ง

 

ด้วยความใหญ่โตของเกาะแห่งนี้ มันเป็นเรื่องยากที่จะตามหาบุคคลผู้หนึ่ง ดังนั้นฉูมู่จึงไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้สังหารจ้าวอี้ในครั้งนี้

 

ความอัปยศบนเกาะฝันร้ายสีเขียวและแผนการที่จ้าวอี้ใช้กับเขาระหว่างการแข่งขันของคนงานเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจลืมได้

 

ฉูมู่รู้ว่าจ้าวอี้มีอสูรวิญญาณอยู่สี่ตัว โดยเฉพาะอสูรฝันร้ายสีเขียวของเขาที่แน่นอนว่าไม่อ่อนแอ

 

อย่างไรก็ตามหลังจากอยู่บนเกาะคุกโลหิตแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ฉูมู่จึงได้พบกับนักโทษมากมายที่เรียกอสูรฝันร้ายออกมาต่อสู้ ดังนั้นฉูมู่จึงคุ้นเคยกับมันไปเสียแล้ว

 

แม้ว่าฉูมู่จะไม่เคยเห็นอสูรฝันร้ายสีเขียวของจ้าวอี้ แต่เขาก็แน่ใจว่าหนึ่งปีที่ผ่านมามันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกมาก

 

อสูรวิญญาณหลักของจ้าวอี้สมควรเป็นมนุษย์หมาป่าแห่งความหวาดกลัวที่เขาเคยเรียกออกมาบนเกาะฝันร้ายสีเขียว ฉูมู่จำได้ว่าขณะนั้นมันอยู่ในขอบเขตที่สาม หากมันยังไม่ตกตายไป ขณะนี้มันต้องยกระดับขึ้นอย่างแน่นอน

 

ฉูมู่ยังจำได้อีกว่าในช่วงเวลาที่เขาออกจากเกาะอสูรฝันร้ายสีเขียว จ้าวอี้เรียกนางพรายทะเลออกมา มันเป็นอสูรวิญญาณธาตุน้ำสายพันธุ์นักสู้ชั้นกลาง มันสมควรเป็นอสูรวิญญาณที่จ้าวอี้ได้รับมาขณะที่เขาเป็นนักสู้จิตวิญญาณอสูรฝึกหัด ฉูมู่ไม่รู้แน่ชัดถึงความสามารถของมัน แต่ในความคิดของเขา เขามั่นใจว่าความสามารถของมันก็ไม่ได้ต่ำตมแต่ประการใด

 

ยังมีนกเขียวที่ชั่วร้ายอีกหนึ่งตัวที่จ้าวอี้เคยเรียกออกมา นกเขียวเป็นอสูรวิญญาณสายพันธุ์นักสู้ชั้นสูง มันควรจะเป็นอสูรวิญญาณตัวหลักของจ้าวอี้ในช่วงที่เขาเป็นนักสู้จิตวิญญาณอสูรฝึกหัด อย่างไรก็ตามมันถูกเซี่ยกวงฮั่นสังหารไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่บนเกาะฝันร้ายสีเขียว

 

ในที่สุดฉูมู่ก็มาถึงชายหาดเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ชายหาดส่วนใหญ่บนเกาะคุกโลหิตจะเป็นชะง่อนผายื่นออกมา นอกจากนั้นในทะเลยังมีแนวหินโสโครกและน้ำวนแปลกๆอยู่อีกจำนวนมาก แม้ว่าจะมีอสูรวิญญาณธาตุน้ำแต่มันก็ยังเป็นเรื่องยากที่พวกมันจะสามารถทะลวงผ่านทะเลที่อันตรายเช่นนี้ออกไปได้

 

“มันส่องสว่างขึ้น ดูเหมือนจ้าวอี้จะมีแผนที่อยู่ด้วยเช่นกัน” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉูมู่ จากนั้นเขาจึงใช้ม้วนอาคมในการตามหาตัวจ้าวอี้

 

“ม้วนอาคมส่องสว่างเช่นนั้นหรือ?” ด้านจ้าวอี้เองก็พบว่าม้วนอาคมของเขาส่องสว่างขึ้น ดังนั้นใบหน้าของเขาจึงเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข จากนั้นเขาจึงกวาดตามองอย่างเย็นชาไปยังหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดผ้าขี้ริ้วที่ยืนอยู่ด้านข้าง

 

หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายจ้าวอี้ก็คือ ซินเฉว๋ เด็กหญิงผู้งดงามสหายของติงอวี๋ เธอเป็นคนงานที่มาจากเกาะอสูรฝันร้ายสีเขียวรุ่นเดียวกันกับฉูมู่นั่นเอง

 

แท้จริงแล้วในช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะอสูรฝันร้ายสีเขียว ซินเฉว๋ มักจะเข้าไปในที่พักของจ้าวอี้ในยามค่ำคืนอยู่เป็นประจำ

 

ความสามารถของเธอไม่มีสิ่งใดโดดเด่น เหตุผลที่เธอสามารถรอดชีวิตมาได้ก็เป็นเพราะเธอเสนอตัวให้กับจ้าวอี้เพื่อให้ได้รับอสูรวิญญาณที่ดีมาไว้ในการครอบครอง

 

จ้าวอี้ต่อต้านเซี่ยกวนฮั่นและถูกโยนลงมายังเกาะคุกโลหิต ด้วยตระหนักรู้ถึงความโหดร้ายของเกาะแห่งนี้ เขาจึงใช้เส้นสายเพื่อลากตัวซินเฉว๋ให้มากับเขาด้วย

 

จ้าวอี้รู้ถึงเงื่อนไขการมีชีวิตรอดและมันก็เป็นสาเหตุให้เขานำตัวซินเฉว๋มาที่นี่ด้วย ไม่ว่าอย่างไรอย่างน้อยเธอก็สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้กับเขาได้บ้างในช่วงเวลาที่อยู่ในขุมนรกแห่งนี้

 

“เจ้าควรรู้ว่าต้องทำเยี่ยงไรในเวลานี้?” จ้าวอี้จ้องมองซินเฉว๋และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง

 

ภายในดวงตาของซินเฉว๋ เห็นได้ชัดว่าเธอเกรงกลัวต่อจ้าวอี้เป็นอย่างมาก

 

เธอรับม้วนอาคมมาจากจ้าวอี้ก่อนจะเดินตรงไปตามเส้นทางที่ม้วนอาคมชี้นำ

 

ซินเฉว๋ค่อยๆเดินไปจนถึงเขตป่าทึบ เมื่อเธอรู้สึกว่าม้วนอาคมของอีกฝ่ายใกล้เข้ามา เธอจึงวางม้วนอาคมของเธอลงกับพื้นก่อนที่จะเริ่มถอดเสื้อผ้าโทรมๆของเธอออก

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำเช่นนี้ แต่เพื่อความอยู่รอดเธอจึงต้องละทิ้งร่างกายและศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอไป

 

สำหรับจ้าวอี้ ด้วยการใช้งานซินเฉว๋ เขาสามารถฆ่านักโทษบนเกาะแห่งนี้ได้เป็นจำนวนมาก และนั่นก็ทำให้เขาได้รับผลประโยชน์มากมายมหาศาล ด้วยเหตุนี้ความแข็งแกร่งของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

ซินเฉว๋ถอดเสื้อผ้าของเธอออกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น นี่บ่งบอกได้ว่าเธอเข้าใจวิธีการล่อลวงบุรุษเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเกาะที่ขาดแคลนสตรีเช่นนี้ นอกจากการฆ่าล้างสังหารกันแล้ว เหล่านักโทษบุรุษทุกคนต่างเก็บกดเพลิงตัณหาไฟราคะเอาไว้ในหัวใจของพวกเขาด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นในอดีตที่ผ่านมาจึงไม่เคยมีชายใดที่สามารถต่อต้านเสน่ห์ของซินเฉว๋ได้เลย

 

แม้ร่างกายของเธอจะเปรอะเปื้อนไปบ้างแต่มันก็ไม่สามารถปิดบังผิวที่ขาวผ่องของเด็กสาวเอาไว้ได้ นอกจากนั้นร่างกายที่เบ่งบานของหญิงสาววัยใกล้สิบเจ็ดยังเป็นเหยื่อล่อชั้นดีที่สามารถกระตุ้นความหิวกระหายของหมาป่าหนุ่มทุกคนได้อย่างง่ายดาย

 

หลังจากเธอปลดเปลื้องเสื้อของเธอออก สายฝนพลันโปรยปรายลงมา เป็นเหตุให้เส้นผมสีดำขลับแนบเข้ากับเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของเธอ หยดน้ำไหลจากศีรษะเลื้อยไล้ลามเลียลงมาตามเส้นผมและโค้งตัวมายังยอดปทุมถันของเธอก่อนที่จะค่อยๆร่วงหล่นลงมา นี่เป็นฉากละครที่สามารถปลุกเร้าอารมณ์ของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

 

น้ำฝนค่อยๆแทรกซึมเข้าสู่อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ห่มคลุมอยู่บนเรือนร่างของเธอ แม้เธอจะไม่ได้ปลดเปลื้องมันออก แต่ด้วยความชื้นแฉะ เนื้อผ้าบางๆเหล่านั้นจึงแนบสนิทเข้ากับสรีระทุกส่วนสัดของเธอและส่งให้ส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบของหญิงสาวโดดเด่นออกมา ไม่ว่าจะเป็นสะโพก ต้นขา หรือบั้นท้ายของเธอ พวกมันถูกขับเน้นให้เห็นถึงความตื้นความลึกอย่างชัดเจน สามารถกล่าวได้ว่ามันดูเย้ายวนใจมากกว่าการเปลือยเปล่าอยู่มากนัก

 

หญิงสาวทรงเสน่ห์ที่สวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นท่ามกลางสายฝน แม้แต่ฉูมู่ยังรู้สึกตื่นเต้น เขารู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในส่วนลึกภายในหัวใจของเขาเรียกร้องให้เขาเดินเข้าไปหาหญิงสาวอย่างไม่อาจควบคุม…

 

ขณะนี้ฉูมู่อายุสิบหกปีแล้ว เป็นปกติที่ธรรมชาติของชายหนุ่มจะเกิดปฏิกิริยาบางอย่างกับภาพอันน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้ โดยเฉพาะหลังจากใช้เวลาอย่างยาวนานกับการฆ่าฟันนักโทษอย่างเดียวดาย แน่นอนว่าภายในหัวใจของเขาย่อมมีความปรารถนาอันเข้มข้นฝังรากลึกอยู่อย่างเงียบๆและรอคอยเวลาที่จะปะทุออกมา ในยามปกติเขามักจะอยู่ในสถานการณ์แห่งชีวิตและความตายเสมอ ดังนั้นสภาพจิตใจของเขาจึงถูกกดดันอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพบเจอหญิงสาวบนเกาะแห่งนี้ แต่เมื่อเขาต้องมาพบเห็นฉากที่เย้ายวนจิตใจถึงเพียงนี้ มันจึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะสามารถต้านทานความต้องการที่ถูกเก็บกดเอาไว้ได้อีกต่อไป

 

ขณะนี้ฉูมู่อยู่ในสถานการณ์ที่ถูกล่อลวงโดยปีศาจสาวดูดวิญญาณ แต่เขาก็เป็นเพียงชายธรรมดาผู้หนึ่งดังเช่นนักโทษบุรุษทั่วไปที่ตกลงสู่หลุมพรางของปีศาจสาวอย่างง่ายดาย

 

ซินเฉว๋สามารถรับรู้ได้ถึงแรงปรารถนามาจากนักโทษที่อยู่เบื้องหน้าเธอ ด้วยการจ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มและแสร้งแสดงออกถึงความโหยหาความสุขสม เธอจึงสามารถยึดกุมรากราคะฝังอยู่ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจชายหนุ่มเอาไว้ได้อย่างไม่มีปัญหา

 

อย่างไรก็ตามเมื่อซินเฉว๋เห็นชายหนุ่มที่กำลังเดินใกล้เข้ามา ใบหน้าของเธอกลับถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง!