ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 100 การเปลี่ยนแปลงของเจ้าหญิงหิมะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 102 ท่ามกลางสายฝน

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 101 นักรบพฤกษาโลกันต์

แปลโดย iPAT

 

เมืองหวังลั่ว สวนหย่อมภายในตระกูลฉู

 

หญิงผู้งามสง่ายืนอยู่บนแผ่นหินด้วยความสงบนิ่ง ดวงตาที่งดงามราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าของเธอกำลังจ้องมองดอกไม้ที่บานอยู่กลางสวน อย่างไรก็ตามเธอกลับไม่ได้ให้ความสนใจดอกไม้เหล่านี้แม้แต่น้อย เธอเพียงจมลึกอยู่ในห้วงความคิดของเธอเองเท่านั้น

 

“เจ้ากลับมาแล้ว…” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นมาจากประตูทางเข้าสวนดอกไม้ เจ้าของเสียงสายนี้เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงและดูแข็งแกร่งผู้หนึ่ง เขาสวมชุดคลุมยาวในขณะที่ค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหญิงผู้นั้น

 

“อืม” หญิงวัยกลางคนพยักหน้า เมื่อเธอจ้องมองชายวัยกลางคน ภายในดวงตาของเธอพลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงเล็กน้อยก่อนที่จะกลับคืนสู่ความเย็นชาอย่างรวดเร็ว

 

“เจ้าวางแผนจะไปที่ใดต่อไป?” ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม

 

“ข้ายังไม่มีแผนการ แต่ข้าก็จะไม่อยู่ที่นี่” หญิงงามตอบ

 

ชายวัยกลางคนไม่เคยละสายตาไปจากเธอ แต่การแสดงออกของเขากลับซับซ้อน มันมีทั้งความอ่อนโยนและความขมขื่นผสมอยู่ในเวลาเดียวกัน “หากมีวันใดที่เจ้ารู้สึกเหนื่อย โปรดกลับมา”

 

หญิงวัยกลางคนไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบกลับไป เธอนิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานานราวกับว่าเธอเกิดความรู้สึกลังเลอยู่ภายในหัวใจ ขณะเดียวกันภายในดวงตาของเธอก็เปิดเผยให้เห็นถึงอารมณ์ที่ซับซ้อนบางประการ

 

“พูดในสิ่งที่เจ้าต้องการมาเถอะ” ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะเข้าใจทุกสิ่งเกี่ยวกับหญิงงามผู้นี้เป็นอย่างดี

 

หญิงวัยกลางคนจ้องมองชายผู้นั้นอย่างล้ำลึกก่อนจะเปิดปากขึ้นในที่สุด “เทียนเฉิน ข้าต้องการพามู่เอ๋อไปยังสถานที่ของข้า”

 

การแสดงออกของฉูเทียนเฉินเปลี่ยนแปลงไปในทันที แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างที่สุดแล้วแต่เขาก็ไม่สามารถปกปิดความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ได้

 

“มู่เอ๋อ เขา…” ฉูเทียนเฉินมิอาจกล่าวบางคำออกมาได้

 

“เกิดสิ่งใดขึ้น? เกิดสิ่งใดขึ้นกับเขา?” การแสดงออกอันเยือกเย็นบนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนพลังแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างคาดไม่ถึง

 

ฉูเทียนเฉินรู้สึกขมขื่น เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนที่จะเริ่มกล่าวอีกครั้ง “ไม่มีสิ่งใด ข้าให้เขาออกไปฝึกฝนข้างนอก เขาจะกลับมาในอีกหนึ่งปี”

 

“ผู้ใดไปกับเขา? แล้วเขาจะปลอดภัยหรือไม่?” หญิงงามถามต่อ

 

“มันเป็นพื้นที่ปลอดภัย จะไม่มีเหตุร้ายใดๆเกิดขึ้นทั้งสิ้น” ฉูเทียนเฉินตอบ

 

“เช่นนั้นเมื่อเขาอายุครบสิบแปด ข้าจะพาเขาไปกับข้าและให้เขาเข้าสู่ปราสาทวิญญาณสวรรค์ หลังจากนั้นข้าจะช่วยให้เขากลายเป็นนักสู้จิตวิญญาณอสูรอย่างเป็นทางการ” หญิงงามกล่าว

 

หากเป็นก่อนหน้า เมื่อฉูเทียนเฉินได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ เขาจะขมวดคิ้วและนิ่งเงียบ อย่างไรก็ตามปัจจุบันเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทำได้เพียงพยักหน้ารับคำเท่านั้น

 

หญิงงามวัยกลางคนรู้สึกว่าการแสดงออกของฉูเทียนเฉินมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้นภายในดวงตาของเธอจึงเต็มไปด้วยความสงสัย

 

อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้คิดมากนัก แม้เธอจะรู้สึกไม่ถูกต้องเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่รู้ว่าควรกล่าวสิ่งใดออกไป หลังจากเงียบงันอยู่ชั่วครู่ เธอจึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง

 

“ข้าสามารถลบพันธสัญญาวิญญาณที่ถูกปิดผนึกในตัวท่านได้ ตามข้าไปยังปราสาทวิญญาณสวรรค์ หากอยู่ที่นี่…”

 

“จะลบหรือไม่ก็ไม่มีความสำคัญสำหรับข้า! เจ้าไปเถอะ!”

 

“…เช่นนั้นอีกสองปีข้าจะกลับมานำมู่เอ๋อไปยังสถานที่ของข้า…”

 

“ข้าไม่คัดค้าน ขณะนี้ข้าไม่แม้แต่จะสามารถปกป้องเขาได้”

 

เมื่อเธอมองแผ่นหลังของฉูเทียนเฉินที่ค่อยๆเดินห่างออกไป ภายในหัวใจของเธอพลันสั่นสะท้านขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ในอดีตฉูเทียนเฉินไม่เคยใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดคุยกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

แน่นอนว่าเธอตระหนักได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เธอรู้สึกว่าฉูเทียนเฉินต้องปกปิดบางสิ่งที่สำคัญเอาไว้

 

หญิงงามวัยกลางคนนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ จากนั้นเธอจึงเรียกอสูรวิญญาณของเธอออกมาและโบยบินขึ้นสู่อากาศก่อนจะหายลับไปที่สุดขอบฟ้า

 

ถัดจากสวนดอกไม้ ฉูเทียนเฉินยืนอยู่บนทางเดินภายในคฤหาสน์ เขาเฝ้ามองหญิงงามบินหายไปท่ามกลางหมู่เมฆสีขาวบนท้องฟ้า หลังจากนั้นการแสดงออกของเขาจึงเปลี่ยนเป็นยิ่งมืดมนมากขึ้นไปอีก ชายผู้โดดเดี่ยวยืนอยู่อย่างเดียวดายภายในบ้านอันเวิ้งว้างโดยปราศจากผู้ใด

 

“ทุกคนในเมืองหวังลั่วรู้ว่ามู่เอ๋อไม่ได้อยู่ที่นี่ นอกจากมู่เอ๋อที่อยู่ในใจของเจ้า ภายในเมืองอันกว้างใหญ่กับผู้คนนับล้าน เจ้าไม่เคยให้ความสนใจผู้ใดเลยแม้แต่ผู้เดียว…”

 

 

 

หมอกบนเกาะคุกโลหิตอ้อยอิ่งอยู่ตลอดทั้งปี ที่นี่ไม่มีฤดูกาลที่แน่นอน แต่สายฝนมักจะร่วงหล่นลงมาอยู่เป็นประจำ ดังนั้นสภาพโดยทั่วไปบนเกาะจึงค่อนข้างที่จะชื้นแฉะอยู่ตลอดเวลา

 

บนท้องฟ้าสีหม่นของเกาะนักโทษ ผู้คนมักจะเห็นอสูรวิญญาณบินไปมาอยู่เสมอ ภายในเทือกเขาที่ราวกับไร้สิ้นสุดเต็มไปด้วยเสียงนกร้องและเสียงคำรามของเหล่าอสูรวิญญาณ กระทั่งพืชพันธุ์ยังลุกขึ้นยืนและย้ายแข้งขาเพื่อสะบัดน้ำค้างที่อยู่บนร่างกายของพวกมันออกไป

 

ฝนที่ตกอย่างไม่หยุดยั้งชะล้างคราบเลือดบนพื้นให้กระจายหายไป…

 

“นั่นคือชิ้นที่สี่” ฉูมู่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนและเก็บแผนที่ที่เปื้อนเลือดขึ้นมาจากพื้น

 

แม้ว่าฉูมู่จะยืนอยู่กลางฝน แต่ร่างกายของเขากลับไม่ได้ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำ นี่เป็นเพราะเหนือศีรษะของเขามีใบไม้ที่สามารถรองรับน้ำฝนทั้งหมดเอาไว้

 

พืชที่ยืนต้นอยู่ข้างกายฉูมู่เป็นพืชที่แปลกประหลาดอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะกิ่งก้านใบของมัน มันจะดูเหมือนมนุษย์ที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง

 

“นักรบพฤกษาโลกันต์ เจ้าคงจะเหนื่อยแล้ว กลับเข้าไปพักเสียก่อน” ฉูมู่ร่ายคาถาส่งนักรบพฤกษาโลกันต์กลับเข้าไปภายในพื้นที่จิตวิญญาณของเขา

 

นักรบพฤกษาโลกันต์เป็นอสูรวิญญาณที่ฉูมู่ทำสัญญาวิญญาณด้วยหลังจากที่พลังจิตตานุภาพวิญญาณของเขาเข้าสู่ขอบเขตที่เจ็ดของนักรบจิตวิญญาณอสูร ในเวลานั้น ฉูมู่ โมเซี่ย และหนิงเอ๋อ พวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตก่อนจะสามารถคว้ามันมาได้

 

ขณะที่ฉูมู่ได้รับมันมา มันยังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์เม็ดหนึ่งเท่านั้น สำหรับเหตุผลที่พวกเขาต้องทุ่มเทความพยายามอย่างหนักเป็นเพราะมันอยู่ภายใต้การคุ้มครองจากนักรบพฤกษาโลกันต์ขอบเขตที่สี่นั่นเอง

 

นักรบพฤกษาโลกันต์ อสูรวิญญาณประเภทพฤกษา กลุ่มไม้ยืนต้น ตระกูลพฤกษาโลกันต์ สายเลือดนักรบพฤกษาโลกันต์ สายพันธุ์นักรบชั้นสูง

 

นักรบพฤกษาโลกันต์แน่นอนว่ามันไม่ใช่อสูรวิญญาณธรรมดา ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของมันน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก มันสามารถต่อสู้กับอสูรวิญญาณประเภทอสูรได้อย่างไม่มีปัญหา

 

มันถูกยกย่องว่าเป็นอสูรวิญญาณคุณสมบัติคู่ ทั้งสายพฤกษาและสายอสูร มันมีทั้งความแข็งแกร่ง พลังป้องกัน ความเร็ว และยังสามารถใช้พลังแห่งธรรมชาติได้อีกด้วย หากมันไม่พบอสูรวิญญาณที่มีพลังในการต่อต้านความสามารถของมันโดยเฉพาะแล้ว มันจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับอสูรวิญญาณสายพันธุ์นักรบทั้งหมดที่จะสามารถต่อกรกับมันได้ ในเวลานั้นเหตุที่ฉูมู่สามารถเอาชนะนักรบพฤกษาโลกันต์ขอบเขตที่สี่ได้ก็เป็นเพราะเพลิงปีศาจของโมเซี่ยที่เป็นดาวข่มของอสูรวิญญาณประเภทพฤกษานั่นเอง มิฉะนั้นแล้วอสูรวิญญาณของเขาจะไม่แม้แต่จะสามารถทะลวงการป้องกันของนักรบพฤกษาโลกันต์ขอบเขตที่สี่ได้เลย

 

หลังจากได้รับเมล็ดพันธุ์มาแล้ว เขานำมันเก็บไว้ภายในแหวนอาคม และใช้แก่นพลังวิญญาณธาตุไม้ในการบ่มเพาะมันจนกระทั่งมันเริ่มเติบโต เขาจึงได้สร้างพันธสัญญาวิญญาณกับมันในที่สุด

 

ปัจจุบันนักรบพฤกษาโลกันต์เติบโตขึ้นกระทั่งสูงกว่าฉูมู่ไปเรียบร้อยแล้ว มันอยู่ในขอบเขตที่สามระดับสอง และแน่นอนว่าเพราะฉูมู่ให้มันกินคริสตัลจิตวิญญาณธาตุไม้ที่ได้รับมาจากหยางซื่อ ดังนั้นมันจึงเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

อย่างไรก็ตามขณะนี้วันเวลาได้ผ่านมาถึงหนึ่งปีเต็มแล้วที่ฉูมู่อยู่บนเกาะคุกโลหิต ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉูมู่ได้สังหารอสูรวิญญาณและนักโทษไปมากมายจนนับไม่ถ้วน เพราะเป้าหมายเดียวของฉูมู่ยังคงไม่เปลี่ยน และนั่นก็คือ ฆ่าล้างทุกคนให้สิ้น!