ตอนที่แล้วอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 99 เกราะวิญญาณ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 101 นักรบพฤกษาโลกันต์

อสูรวิญญาณสะท้านภพ บทที่ 100 การเปลี่ยนแปลงของเจ้าหญิงหิมะ

แปลโดย iPAT

 

ฉูมู่มองกลับเข้าไปในแหวนอาคมของหยางซื่อและได้พบกับสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขอีกครั้ง นั่นก็คือยารักษาสำหรับอสูรวิญญาณธาตุน้ำแข็ง

 

เจ้าหญิงหิมะยังคงร้องไห้ครวญครางอยู่ภายในพื้นที่จิตวิญญาณของฉูมู่ ดังนั้นยาชนิดนี้จึงมาได้ถูกจังหวะเวลาเป็นอย่างยิ่ง ฉูมู่ไม่รีรอและส่งยาวิญญาณธาตุน้ำแข็งที่พึ่งได้รับมาเข้าไปในพื้นที่จิตวิญญาณของเขาในทันที

 

โดยปกติแล้วหากอสูรวิญญาณธาตุน้ำแข็งได้รับบาดเจ็บ มันจะสามารถฟื้นฟูร่างกายของมันได้ภายในเวลาหนึ่งเดือน และเหตุผลหลักที่บรรดานักสู้จิตวิญญาณอสูรต่างหลงรักอสูรวิญญาณธาตุพิเศษก็เป็นเพราะความสามารถในการฟื้นฟูของมันนั่นเอง

 

แขนของเจ้าหญิงหิมะปกติแล้วจะสามารถงอกออกมาใหม่ได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้งในเวลาสิบวัน แต่หากเธอได้รับยาวิญญาณของหยางซื่อ เธอจะใช้เวลาฟื้นฟูเพียงสี่วันเท่านั้น

 

ภายในแหวนอาคมของหยางซื่อยังมียาวิญญาณอีกเป็นจำนวนมาก พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นยาวิญญาณระดับสี่ ยาแต่ละชนิดก็ยังมีอยู่อย่างละสิบขวดอีกด้วย

 

หยางซื่อเป็นผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรที่มีประสบการณ์มากมาย เมื่อเขาออกเดินทาง เขาจะต้องเตรียมยาต่างๆไปด้วยเสมอ นอกจากนั้นยาเหล่านี้จะถูกใช้เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น ดังนั้นพวกมันจึงยังอยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ

 

“คริสตัลจิตวิญญาณธาตุไม้ระดับสาม?” ฉูมู่ยังคงค้นพบสิ่งล้ำค่าอีกชิ้น

 

ก่อนหน้านี้ฉูมู่สามารถเก็บคริสตัลจิตวิญญาณประเภทอสูรไว้ได้ ขณะนี้เขายังได้รับคริสตัลจิตวิญญาณธาตุไม้เพิ่มเติม คริสตัลจิตวิญญาณเหล่านี้มีมูลค่าสูงมากในท้องตลาด ในอนาคตเมื่อฉูมู่มีอสูรวิญญาณมากขึ้น แน่นอนว่าเขาจำเป็นต้องใช้เงินทองและทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เขาจึงจำเป็นต้องรักษาความมั่งคั่งเอาไว้อยู่เสมอ

 

คริสตัลจิตวิญญาณขอบเขตที่หนึ่งมีมูลค่าอยู่ที่หนึ่งร้อยเหรียญทอง ขอบเขตที่สองมีมูลค่าหนึ่งพันเหรียญทอง และขอบเขตที่สามมีมูลค่าห้าพันเหรียญทอง

 

ภายในแหวนอาคมของหยางซื่อมีเพียงเท่านี้ ซึ่งแท้จริงแล้วมันถือว่าน้อยมากสำหรับผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรเช่นหยางซื่อ ดังนั้นความเป็นไปได้เดียวก็คือ เขาเก็บสมบัติเอาไว้ในที่ปลอดภัยก่อนที่จะออกเดินทางมายังเกาะคุกโลหิตแห่งนี้

 

ฉูมู่เก็บของทุกอย่างกลับเข้าไปในแหวนอาคมก่อนที่จะจากไป แต่ในขณะนั้นเจ้าหญิงหิมะกลับส่งเสียงเตือนเขา

 

“โอ้ เกือบลืม มีอาหารอันโอชะของเจ้าอยู่ในหุบเขา” ฉูมู่กล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา

 

ในจังหวะนี้ร่างกายของโมเซี่ยพลันหดเล็กลง หางทั้งหกของมันผสานเข้าเป็นหนึ่งและกลับกลายเป็นจิ้งจอกน้อยน่ารักอีกครั้งก่อนที่มันจะกระโดดขึ้นไปนอนอยู่บนไหล่ของฉูมู่

 

หากไม่ใช่เวลาต่อสู้โมเซี่ยมักจะอยู่ในสภาพปลอมแปลงเป็นจิ้งจอกน้อยที่อ่อนแอและนอนอย่างเกียจคร้านอยู่บนไหล่ของฉูมู่เช่นนี้เสมอ

 

หลังจากเดินเข้าไปในหุบเขานรกอีกครั้ง เขาใช้พลังจิตตานุภาพวิญญาณค้นหาแหล่งกำเนิดพลังตามธรรมชาติธาตุน้ำแข็งและเขาก็สามารถพบมันได้อย่างรวดเร็วที่ใจกลางของหุบเขา โสมนรกเยือกแข็ง!

 

โสมนรกเยือกแข็งบอบบางเป็นอย่างมาก ดังนั้นฉูมู่จึงต้องใส่ใจกับการเก็บมันเป็นพิเศษ นอกจากนั้นโสมชนิดนี้ยังเป็นพืชที่เยือกเย็นมาก หากคนธรรมดาสัมผัสมัน พวกเขาจะได้รับบาดเจ็บจากพิษของความหนาวเย็นในทันที บางคนกระทั่งตกตายเพราะพิษเย็นชนิดนี้

 

แต่สำหรับฉูมู่ จิตวิญญาณของเขาเชื่อมต่อกับเจ้าหญิงหิมะ เขามีภูมิคุ้มกับความหนาวเย็นอยู่กับตัว ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นของโสมนรกเยือกแข็งระดับสาม เขาจึงสามารถรับมือได้อย่างไม่ลำบากมากนัก

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมาฉูมู่จึงสามารถขุดโสมนรกเยือกแข็งขึ้นมาให้เจ้าหญิงหิมะได้ในที่สุด “มันสมควรเพียงพอที่จะทำให้หนิงเอ๋อเข้าสู่ขอบเขตที่สาม”

 

“วิ้ง…” เมื่อฉูมู่ได้โสมนรกเยือกแข็งมา เจ้าหญิงหิมะหนิงเอ๋อจึงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความยินดีและกระตุ้นให้ฉูมู่นำมันมาให้เธอกินอย่างรวดเร็วที่สุด

 

โสมนรกเยือกแข็งสามารถกินได้โดยตรง ดังนั้นฉูมู่จึงรีบส่งมันเข้าไปให้หนิงเอ๋อกินในพื้นที่จิตวิญญาณของเขาในทันที

 

เจ้าหญิงหิมะหนิงเอ๋อรอคอยอาหารอันโอชะของเธอมาอย่างยาวนาน ดังนั้นเธอจึงกินทั้งหมดเข้าไปในคำเดียว จากนั้นเธอจึงเอนกายนอนอย่างสะดวกสบายอยู่ภายในพื้นที่จิตวิญญาณแห่งนั้น

 

“พักผ่อนให้สบายเถอะ…”

 

ขณะที่ฉูมู่กำลังจะทายาให้เธออีกครั้ง เขากลับต้องหยุดะงักอยู่กลางทาง เมื่อแขนที่ควรจะต้องใช้เวลาสามหรือสี่วันในการฟื้นฟูกลับงอกออกมาอย่างสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

 

“วิ้ง…”

 

หนิงเอ๋อส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นยินดีออกมาในขณะที่ร่างกายของเธอเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ผิวที่ขาวราวกับหิมะของเธอยิ่งบริสุทธิ์สดใสมากขึ้น

 

“มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก” เขาคิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์ของโสมนรกเยือกแข็งจะออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

รูปลักษณ์ของหนิงเอ๋อไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ผิวของเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ ก่อนหน้าผิวน้ำแข็งของเธออยู่ในขอบเขตที่สามขั้นต้น แต่เมื่อเธอยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตที่สาม ผิวน้ำแข็งของเธอจึงเลื่อนขั้นไปเป็นขอบเขตที่สามขั้นสูงสุดได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

โดยปกติแล้วภูตน้ำแข็งทั่วไปเมื่อพวกมันเข้าสู่ขอบเขตที่สาม ผิวน้ำแข็งของพวกมันจะยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตที่สามขั้นต้นเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าหนิงเอ๋อมีพรสวรรค์ที่สูงล้ำยิ่งกว่าภูตน้ำแข็งทั่วไปเป็นอย่างมาก

 

ผิวน้ำแข็งขอบเขตที่สามขั้นสูง เมื่อสวมใส่เกราะน้ำแข็งแล้ว การป้องกันของเธอจะเทียบเท่าได้กับขอบเขตที่สี่ขั้นกลาง มีพลังป้องกันของขอบเขตที่สี่ในขณะที่อยู่ในขอบเขตที่สาม นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่สามัญธรรมดาของเธออย่างชัดเจน

 

ฉูมู่จำได้ว่าจ้าวอี้มีมนุษย์หมาป่าแห่งความหวาดกลัวอยู่ตัวหนึ่ง มันอยู่ในขอบเขตที่สามระดับห้าและสามารถทำลายการป้องกันที่ต่ำชั้นกว่าขอบเขตที่สี่ได้ แต่ไม่สามารถทะลวงการป้องกันที่สูงกว่าขอบเขตที่สี่ นี่หมายความว่าหากหนิงเอ๋อต้องต่อสู้กับมัน โอกาสที่หนิงเอ๋อจะชนะย่อมมีอยู่สูงมาก

 

ด้วยอสูรวิญญาณสองตนที่อยู่ในขอบเขตที่สามและทั้งสองยังเป็นสายพันธุ์นักรบชั้นสูงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ พลังของฉูมู่จึงเข้าใกล้จ้าวอี้มากขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้ว ฉูมู่มีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าอีกเพียงไม่นานเขาจะสามารถก้าวข้ามและสังหารจ้าวอี้ได้ในที่สุด

 

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหาอาหารให้หนิงเอ๋อ ฉูมู่จึงได้เดินกลับไปยังจุดที่ซ่อนแผนที่เอาไว้ เขาเปิดมันขึ้นมาดูและพบว่าภายในสิบวันที่ผ่านมามีนักโทษเสียชีวิตไปแล้วมากมาย ขณะนี้รายชื่อของพวกเขาจึงกลายเป็นสีดำไปแล้วกว่าห้าร้อยคน

 

ความแข็งแกร่งของนักโทษแต่ละคนไม่เท่าเทียมกัน หลายคนในนั้นอาจกระทั่งไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้จากธรรมชาติของเกาะคุกโลหิตแห่งนี้

 

แต่ยิ่งนักโทษตกตายไปมากเท่าใด ผู้ที่เหลือรอดอยู่ก็จะคือคนที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าเท่านั้น เมื่อศัตรูแข็งแกร่งขึ้น ฉูมู่จึงต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน เขาจึงจะสามารถอยู่รอดเป็นคนสุดท้ายบนเกาะแห่งนี้ เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะกลับไปยังเมืองหวังลั่วและใช้ความแข็งแกร่งกอบกู้ทุกความอัปยศที่เกิดขึ้นกับตระกูลของเขา

 

แม้ว่าบนเกาะแห่งนี้จะมีผู้ที่แข็งแกร่งอยู่อีกมากมายรวมถึงอสูรวิญญาณที่ทรงพลังอำนาจอีกนับไม่ถ้วน แต่ในสายตาของฉูมู่ พวกมันก็เป็นเพียงหินรองเท้าให้เขาก้าวขึ้นไปยังขอบเขตที่สูงกว่าเท่านั้น