ตอนที่แล้วส่งจอมยุทธไปต่างโลก ตอนที่ 7 การมาถึงของกลุ่มจอมเวท
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปส่งจอมยุทธไปต่างโลก ตอนที่ 9 เมืองครอเดียร์

ส่งจอมยุทธไปต่างโลก ตอนที่ 8 โฟรเซนท์ฮาร์ท


ตอนที่ 8

โฟรเซนท์ฮาร์ท

 

“พูดอะไรนะ เธอคิดว่าหมู่บ้านแบบนี้จะมีเงินพอหรือไง”จอมเวทหนุ่มเถียงหลับทันทีเมื่อจอมเวทสาวพูดออกมา ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกหมู่บ้านของลูเซียส แต่ค่าเล่าเรียนของโรงเรียนครอเดียร์ซึ่งเป็นโรงเรียนอันดับ 1 ของเมืองครอเดียร์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของดินแดนมนุษย์นั้นจะต่ำได้อย่างไร ต่อให้ขายของมีค่าทั้งหมดในหมู่บ้านก็ไม่ทราบว่าจะมีเงินพอจ่ายค่าเทอมแค่เทอมเดียวหรือไม่

 

“โรงเรียนเหรอครับ?”ลูเซียสทวนคำด้วยความสนใจ ในโลกเก่าของเขาเองก็มีโรงเรียน แต่โรงเรียนจะเป็นการเรียนการสอนในทางวิชาการมากกว่า ส่วนสถานทีที่สอนวิชายุทธจะเป็นสำนักมวยหรือสถาบันสงฆ์เสียมากกว่า แต่ที่นี่กลับมีโรงเรียนที่สอนเวทมนตร์โดยเฉพาะเลยงั้นเหรอ

 

“ใช่ ที่นั่นเป็นโรงเรียนอันดับ 1 ของมนุษย์เลยนะ รับรองว่าเธอจะต้องเข้าเรียนที่นั่นได้แน่”จอมเวทสาวพูดพลางยิ้มกว้าง แน่นอนว่าไม่มีใครเถียงเธอแม้แต่คนเดียว แน่นอนด้วยพลังเวทที่มากกว่าคนปกติธรรมดา และมีแนวโน้มว่าจะพัฒนาต่อไปจนเหนือกว่าคนอื่นๆได้ และไหนจะสามารถอ่านอักขระของวงแหวนเวทได้อีก แค่ 2 เรื่องนี้การสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนครอเดียร์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ค่าเล่าเรียนเทอมละ 1000 ทองนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ค่าแรงในการสร้างถนนของเหล่าจอมเวทรวมกันแล้วได้ 500 ทองหารกัน 7 คนก็ได้คนละราวๆ 70 ทองซึ่งหักค่าอาหารและที่พักของแต่ละคนแล้วคนหนึ่งจะเหลือเงินเพียง 50 ทองต่อเดือน หากพวกเขาคนใดคนหนึ่งอยากส่งลูกหลานเข้าเรียนที่โรงเรียนครอเดียร์ละก็ต้องใช้เวลา 20 เดือนโดยไม่ใช้จ่ายอะไรเลยนอกจากค่าอาหารและที่พัก ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอ เพราะ 1 เทอมของโรงเรียนครอเดียร์คือเวลา 5 เดือนใน 1 ปีโรงเรียนครอเดียร์จะแบ่งออกเป็น 2 เทอมหรือก็คือค่าเรียนของโรงเรียนครอเดียร์คือ 1 ปี 2000 ทอง ซึ่งเกินกำลังของพวกเขาอย่างมาก ยิ่งหมู่บ้านของลูเซียสเป็นหมู่บ้านกลางป่าไม่มีทางหาเงินได้พอจ่ายค่าเรียนแน่ๆ

 

“ไม่ต้องห่วง นายจำท่านดยุกวินเซนต์ได้ไหม”จอมเวทสาวถามเสียงเรียบพลางมองเพื่อนๆของตนทีละคน

 

“จริงสิ ยังมีท่านดยุกวินเซนต์อยู่”จอมเวทหนุ่มร้องตามพลางตบมือฉาดใหญ่

 

“ใครเหรอครับ”ลูเซียสขมวดคิ้วพลางมองกลุ่มจอมเวทอย่างสงสัย

 

“ท่านเป็นขุนนางของเมืองครอเดียร์น่ะ ท่านมีนิสัยชอบให้การช่วยเหลือคนมีความสามารถ หากเจอเด็กที่มีพรสวรรค์เพียงพอท่านก็จะให้การสนับสนุนเต็มที่”จอมเวทหนุ่มพูดจบเหล่าจอมเวทก็พากันเห็นด้วยกับสิ่งที่จอมเวทสาวเสนอออกมา

 

“ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องไปขออนุญาตแม่ก่อน”ลูเซียสตอบเสียงเครียดพลางมองกลับไปที่หมู่บ้าน เรื่องมันกะทันหันอยู่เหมือนกัน ลูเซียสยังแอบห่วงว่าแม่ของเขาจะไม่อนุญาต ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงต้องหนีออกจากบ้าน เพราะตัวเขารู้สึกแล้วว่าการฝึกเวทมนตร์น้ำแข็งของขาเริ่มมาถึงทางตันแล้ว เขาจะเป็นต้องมีเวทมนตร์ชนิดอื่นมาเพิ่มเพื่อใช้กับสงครามในอีก 36 ปี เพียงแต่ถ้าแม่ของเขาอนุญาตเขาก็จะสามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้โดยไม่ทำให้เธอเสียใจ สำหรับแม่ที่ดูแลเขามากว่า 14 ปีอย่างน้อยการเห็นเธอต้องเสียใจก็ไม่ใช่สิ่งที่ลูเซียสอยากเห็น

 

“จริงสิ ต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อนนี่เนอะ”จอมเวทหนุ่มหัวเราะพลางลูบศีรษะเขิลๆ เมื่อสมัยเขามาเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ครอบครัวของเขาแทบจะครั่งเมื่อรู้ว่าเขาสอบผ่านและสามารถเข้าเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ชั้น 3 ได้สำเร็จ พวกเขาไม่มีท่าทีขัดขวางแม้แต่น้อย กลับกันพวกเขาแทบจะถีบส่งเขาไปโรงเรียนด้วยซ้ำ เพราะเงินที่ได้จากงานจอมเวท ถึงจะเป็นงานที่เหมือนกรรมกรทำถนนแบบนี้ แค่ค่าเหนื่อยคนละ 70 ทองต่อเดือนก็เป็นเงินที่ดีไม่น้อย ครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ ลูก ใช้เงินอย่างประหยัดก็จะใช้อยู่ประมาน 10 ทองต่อเดือน สำหรับตัวเขาที่สามารถแบ่งเงินไปให้ทางบ้านได้เดือนละ 20 – 30 ทองนับว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

หลังจากตัดสินใจจะพาลูเซียสไปยังเมืองหลวงกลั่มจอมเวททั้ง 7 คนก็พากันตามลูเซียสมาที่หมู่บ้าน ซึ่งคนในหมู่บ้านก็มีท่าทีประหลาดใจที่อยู่ๆคนทั้ง 7 ก็ตามลูเซียสมา ยิ่งเห็นใบหน้าซีเรียสของทั้ง 7 ก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกกดดัน

 

“แม่ครับ ผมมีเรื่องยากจะคุยด้วย”ลูเซียสเปิดประตูบ้านเดินเข้าไปหาแม่ของเขาที่อยู่ในครัว ตอนนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว แม่ของลูเซียสจะเป็นคนเตรียมอาหารไว้รอลูเซียสที่กลับมาจากฝึก รวมทั้งอาหารของบ้านเอลลี่ที่ออกไปทำงานด้วย

 

“อะไรเหรอลูเซียส”ลูน่าถามพลางเช็ดมือของตนกับผ้าที่แขวนเอาไว้ขอบหน้าต่าง เธอเดินออกจากห้องครัวพลางมองลูกชายของตน

 

“คือว่า...ผมอยากจะพาลูกชายของคุณเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเวทมนตร์เดียร์ครับ”จอมเวทหนุ่มพูดพลางเดินตามลูเซียสเข้ามาในบ้าน

 

“โรงเรียนเวทมนตร์....”ลูน่าอึ้งไปพลางมองคนแปลกหน้าทั้ง 7 อย่างสับสน

 

“จริงสิ เขาเกือบจะ 15 แล้ว”ลูน่าพูดพลางก้มหน้าครุ่นคิด แน่นอนเธอที่เคยเข้าไปอาศัยในเมืองรู้ดีว่าเด็กๆในเมืองจะเข้าสอบเป็นนักเรียนของโรงเรียนต่างๆตอนอายุ 15 ปี แต่เพราะเธออยู่ในหมู่บ้านกลางเขาจึงลืมนึกถึงความจริงข้อนี้ไป

 

“แต่ว่าบ้านเราไม่มีเงินจ่ายหรอกนะคะ”ลูน่าตอบชายหนุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มเองก็คาดเดาเรื่องนั้นไว้อยู่แล้ว

 

“ไม่ต้องห่วงครับ พวกเราจะจัดการเรื่องค่าเล่าเรียนให้”จอมเวทหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาแน่ใจอย่างมากว่าลูเซียสจะสามารถสร้างความประทับใจให้กับดยุกวินเซนต์ได้อย่างแน่นอน

 

“พวกเราได้เห็นความสามารถของลูกชายคุณแล้ว พวกเราบอกตามตรงว่าลูกชายของคุณมีความสามารถมากเกินกว่าเด็กทั่วไป เขาเป็นอัจฉริยะครับ”จอมเวทหนุ่มตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำซึ่งในข้อนี้ไม่มีใครกล้าโต้เถียงเขาแม้แต่คนในหมู่บ้าน

 

“ค่ะ เรื่องนั้นดิฉันเข้าใจ”อยู่ๆลูน่าก็เปลี่ยนท่าทีไปราวกับเป็นคนละคน เธอยืดหลังตรงมองดวงตาของจอมเวทหนุ่มตรงๆ และพูดคุยกับเขาด้วยคำพูดที่สุภาพ หลังจากสอบถามข้อมูลจากจอมเวทหนุ่ม ลูน่าก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แม้ว่าเธอจะเป็นห่วงลูเซียส แต่เธอนี่ละที่รู้ดีที่สุดว่าเขามีความสามารถขนาดไหน เขาเป็นเด็กที่สามารถล้มหมียักษ์ท้องขาวได้ตั่งแต่อายุ 7 ปีแถมหลังจากนั้นเขาก็เอาแต่ฝึกฝนเวทมนตร์มาตลอด มีหรือที่แม่ทั้งคนจะไม่รู้ว่าลูกมีความสามารถขนาดไหน

 

“เฮ้อ”ลูน่าถอนหายใจออกมาพลางมองทางลูเซียส

 

“ลูกอยากไปโรงเรียนงั้นเหรอ”

 

“ครับ”ลูเซียสตอบเสียงเรียบพลางพยักหน้า แน่นอนว่าเขาต้องการไปโรงเรียนที่ว่าจริงๆ เพราะเขายังเป็นคนใหม่ของโลกใบนี้ มีเรื่องราวต่างๆมากมายที่เขาต้องการศึกษา ต่อให้เป็นโลกเก่าเขาก็ไม่มีวันทำตัวเป็นผู้รอบรู้ที่คิดว่าความรู้ของตนเองกว้างขวางกว่าผู้ใดจนไม่รับการสอนสั่งจากคนอื่น ถึงเขาจะอายุร่วมพันปีในชาติก่อน เขาก็ยังมีเรื่องราวมากมายให้เรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ

 

“คงหนีไม่พ้นสินะ”ลูน่าพูดเสียงเบา ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว ลูเซียสได้ยินเสียงประตูห้องเก็บของถูกเปิดออกพร้อมเสียงครืดๆราวกับว่าแม่ของเขากำลังย้ายของในห้องอยู่

 

ผ่านไป 5 นาทีลูน่าก็กลับมาพร้อมกล่องไม้กล่องหนึ่ง มันยาวราวๆ 80 เซ็น ตัวกล่องนันดูหรูหราอย่างมาก หรูเกินกว่าจะเป็นของคนในหมู่บ้านรีฟแห่งนี้

 

“นี่เป็นของสิ่งเดียวที่พ่อของลูกมอบให้”ลูน่าพูดจบก็เปิดกล่องไม้ช้าๆ ภายในกล่องถูกกรุด้วยกำมะหยี่สีแดงสด บนกำมะหยี่ผืนนั้นมีดาบสีเงินเล่มหนึ่งวางเอาไว้ มันเป็นดาบที่แม้แต่ลูเซียสยังต้องหยุดหายใจเมื่อได้ยลโฉมมัน ครู่หนึ่งลูเซียสนึกถึงเมื่อ 7 ปีก่อนหากเขามีดาบเล่มนี้ละก็เขาคงสามารถล้มหมียักษ์ท้องขาวได้ง่ายกว่านี้แน่นอน

 

“ดาบนั่นมัน โอริคัลคอส”เหล่าจอมเวทข้างหลังต่างเบิกตากว้างเมื่อจอมเวทหนุ่มพูดถึงโอริคัลคอส มันคือแร่ที่หายากมาก ถึง มากที่สุด การจะนำมันมาตีดาบคงต้องใช้เงินมหาศาลเกินกว่าคนธรรมดาอย่างลูน่าจะทำได้ ซึ่งพวกจอมเวทเองก็ไม่มีใครมีปัญญาพอจะหาซื้อแม้แต่เศษแร่ของมันเสียด้วยซ้ำ

 

“พี่ ที่ใบดาบ”จอมเวทสาวพูดพลางชี้ไปที่ใบดาบ บนด้านแบนของใบดาบมีตัวอักศรสลักเอาไว้อย่างสวยงาม มันอ่านว่า ลูเซียส โฟรเซนท์ฮาร์ท

 

“ฟะ โฟรเซนท์ฮาร์ท”ทันทีที่ได้เห็นตัวอีกษรแถวหลัง เหล่าจอมเวทก็ทำหน้าราวกับเห็นผี

 

“หระ หรือว่าเธอ....ท่านเป็นคนของตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ท”จอมเวทสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะย่อตัวเหมือนจะทำท่าคุกเข่า

 

“ตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ททำไมเหรอครับ”ลูเซียสถามพลางมองท่าทีแปลกๆของคนทั้ง 7 พวกเขาทำท่าราวกับจะก้มลงกราบเสียตรงนั้น

 

“ตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ทเป็นขุนนางชั้นมาร์ควิส โดยตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ทมีอำนาจดูแลกำลังทหารเขตเหนือติดชายแดนระหว่างดินแดนของ มนุษย์ และ มนุษย์สัตว์ ทั้งหมด เรื่องนี้พวกคุณก็คงรู้สินะ”ลูน่าพูดพลางถอนหายใจ อำนาจของตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ทนั้นยิ่งใหญ่มาก แม้แต่เมืองเล็กๆยังรู้จักชื่อสกุลนี้ ไม่อย่างนั้นเหล่าจอมเวทที่อยู่ตรงหน้าลูเซียสคงไม่ออกอาการมากขนาดนี้

 

“ครับท่านมาเชอร์นิส”จอมเวทหนุ่มพูดชื่อยศออกมาอย่างลังเล อย่างน้อยหญิงสาวตรงหน้าเขาก็มีลูกแล้ว หากเธออยู่ในตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ทจริงเธอก็ต้องมียศเป็นมาเชอร์นิส หรือภรรยาของขุนนางชั้นมาร์ควิสนั่งเอง

 

“ไม่ต้องเรียกแบบนั้นหรอก แล้วก็ลุกขึ้นได้แล้ว”ลูน่าถอนหายใจก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างโต๊ะกินข้าว แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นคนทั้ง 7 คนก็ยังไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นแต่อย่างไร

 

“ฉันนะ ไม่ได้เกี่ยวของกับตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ทอีกแล้ว เป็นเพียงภรรยานอกสมรสที่ถูกขับไล่ออกมาเท่านั้น”ลูน่าพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า พลางดึงตัวลูเซียสเข้ามากอด เอไม่เคยพูดถึงพ่อของลูเซียสเลยตั่งแต่เขาเกิดมา เพราะเธอไม่อยากนึกถึงและไม่อยากย้อนไปในสถานที่โหดร้ายแบบนั้นอีก เธอเข้าไปทำงานเป็นสาวใช้ของตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ท แต่กลับโชคดีและโชคร้ายที่บุตรชายคนโตของบ้านมาถูกอกถูกใจเธอทั้งๆที่เขามีคู่มั่นอยู่แล้ว แน่นอนว่าเธอไม่มีทางเป็นภรรยาหลวงของเขาได้ แต่เธอก็ไม่ยากแยกจากชายที่เธอรัก เธอจึงอดทนต่อสายตาดูถูกและคำนินทาของคนในตระกูล จนกระทั่งวันหนึ่ง สามีของเธอก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่มั่นของเขา หลังจากแต่งงานแล้วชีวิตของเธอก็ยิ่งเลวร้าย เพราะนอกจากคำดูถูกและสายตารังเกียจแล้ว พวกเขายังเริ่มหาวิธีทำร้ายเธอ เพราะตอนนั้นฐานะของเธอที่ยังก้ำกึ่งว่าจะได้เป็นภรรยาหลวงหรือไม่ได้จบลงไปแล้ว เธอเป็นเพียงภรรยาน้อยอย่างชัดเจน ทำให้ความแกรงใจที่มีตอนแรกหมดไป แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อการอยู่กับคนที่ตนรักเธอก็อดทนมาตลอด แต่เมื่อเธอตั้งท้องลูเซียสในขณะที่ภรรยาหลวงยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งท้อง การลอบทำร้ายก็หนักขึ้น พวกมันต้องการให้เด็กในท้องตาย รวมถึงเธอด้วย เพราะเป็นห่วงชีวิตในร่างเธอจึงตัดสินใจหนีออกมาโดยไม่เอาอะไรจากตระกูลติดตัวมาแม้แต่อย่างเดียว มีเพียงสร้อยคอที่เธอมักจะใส่ประจำและดาบที่สามีของเธอเตรียมเอาไว้ให้ลูกเท่านั้น

 

“ขอโทษนะลูเซียสที่แม่ไม่เคยเล่าเรื่องพ่อให้ฟัง”ลูน่าพูดด้วยใบหน้าที่มีหยาดน้ำตาไหลรินลงมา เธอไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังแม้แต่สามีของเธอ ความอัดอั้นที่เธอมีตลอด 14 ปีไม่มีวันใดที่เธอไม่เสียใจ

 

“ลูเซียส...หรือว่าพ่อของเขาจะเป็น ลูเซีย โฟรเซนท์ฮาร์ทเจ้าตระกูลคนปัจจุบัน”จอมเวทหนุ่มพูดพลางมองลูเซียสด้วยสีหน้าหวาดผวา หากถามว่าอำนาจของตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ททำอะไรตัวเขาที่เป็นจอมเวททั่วๆไปได้บ้าง คำตอบคือลูเซียสสามารถหยิบดาบในกล่องฟันเขาจนตายต่หน้าคนทั้ง 6 ได้โดยที่คนทั้ง 6 ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากทางราชการได้เลย

 

“งั้นเหรอ เขากลายเป็นเจ้าบ้านไปแล้วงั้นเหรอ”ลูน่าลำพึงอย่างเลื่อนลอยแต่มันก็เป็นคำตอบได้อย่างดี ถึงตอนนี้จอมเวมหนุ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กที่อยู่ในหมู่บ้านกลางเขาแบบนี้กลับมีพลังเวทมากมายขนาดนั้น เพราะเขาคือคนของตระกูลโฟรเซนท์ฮาร์ท ตระกูลของนักรบมนตราที่เก่งกาจที่สุดของมนุษย์

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด