ตอนที่แล้วบทที่ 253 เดินทางกลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน

 

บนถนนอันกว้างขวางมีฝูงชนกลุ่มใหญ่รวมตัวกันอยู่ทั้งสองฝั่ง ผู้คนจำนวนมากกำลังจ้องมองไปที่ขบวนแห่ของตระกูลไห่ที่กำลังไปตระกูลหยินเพื่อแต่งงาน

 

 

 

รถม้าของตระกูลไห่ถูกสร้างขึ้นมาจากทองคำตั้งแต่ตัวรถม้ายันล้อรถม้า และถูกประดับตกแต่งไปด้วยมังกรและนกฟีนิกซ์อย่างละเอียดอ่อน มันเป็นภาพที่งดงามอย่างแท้จริง

 

ม้ากิเลนแปดตัวกำลังลากรถม้า เนื่องจากตระกูลไห่จะเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ตะวันออก แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีพลังอำนาจและความมั่งคั่งเพื่อนำม้ากิเลนมาลากรถม้าของพวกเขา

 

แม้จะมีแค่ม้ากิเลนแปดตัวแต่มันก็ไม่ค่อยน่าประทับใจมากนัก แต่มันก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความสูงส่งของตระกูลไห่

 

รอบๆรถม้าทองคำมีผู้คุ้มกันตระกูลไห่ 99 คนเดินตามรถม้าอย่างช้าๆและพร้อมเพรียงกัน ในมือของพวกเขาแต่ละคนกำลังถือไม้เท้าอยู่ และมีหญิงสาวที่งดงาม 99 คนเดินเคียงข้างพวกเขาขณะเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดอยู่ เสียงเพลงอันไพเราะดังไปทั่วอากาศ

 

ไห่หย่ากำลังขี่ม้าเกล็ดม้ากรของเขาอยู่บนถนนขณะมองเชิด เขาดูภูมิใจในตัวเองมากกว่าแต่ก่อน

 

“ขอแสดงความยินดีด้วย นายน้อยไห่!”ใครบางคนในกลุ่มฝูงชนตะโกน “ท่านจะกลับบ้านไปพร้อมกับหญิงสาวผู้งดงามในอ้อมแขนของท่าน”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบคุณความปรารถนาดีของพวกท่าน คราวนี้ตระกูลของข้าจะจัดงานเลี้ยง 7 วัน ข้าหวังว่าทุกคนจะมาร่วมสังสรรค์กัน”

 

แม้ขณะที่เขากำลังพูดคำพูดพวกนี้ ไห่หยาก็พูดพึมพัมกับตัวเองว่า

 

“หยินเฉินลู่เป็นของข้า  ซวนหยวนเมื่อสองปีที่ผ่านมานักสู้ขอบเขตเซียนของตระกูลไห่ต่างตกตายไปในการต่อสู้ครั้งนั้น มีเพียงนักสู้ขอบเขตจักรพรรดิเท่านั้นที่สามารถกลับมาได้ แต่ด้วยบาดแผลอันสาหัสของเขาทำให้ล่วงลับจากไปภายในไม่กี่วัน บรรดาขุมอำนาจต่างๆ มีเพียงเซียนจากนิกายหลิงหลงและศิษย์ไม่กี่คนเท่านั้นที่รอดชีวิตกลับมา ส่วนคนอื่นๆจากนิกายนักสู้มังกรพวกเขาต่างตกตายไปในการต่อสู้ครั้งนั้น แล้วซวนหยวนจะมีชีวิตรอดอยู่ได้อย่างไร?”

 

” ซวนหยวน ซวนหยวนทำไมเจ้าถึงตายจากข้าไป? ข้าอยากให้เจ้ามาดูงานแต่งงานของข้า ไม่ใช่ว่าเจ้ารักอาจารย์หยินเฉินลู่ของเจ้าหรอกหรือ? น่าเสียดายที่นางกำลังจะแต่งงานกับข้า! ข้าสงสัยจริงๆว่าเจ้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ถ้าเจ้าเห็นด้วยสายตาตัวเอง เจ็บปวด? ไร้พลังอำนาจ?ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

 

ไห่หยารู้สึกโล่งใจ เมื่อสองปีที่ผ่านมาซวนหยวนกล้ามากที่บุกเข้ามาในบ้านตระกูลไห่และวางเพลิง ไม่มีใครรู้ว่าเป็นซวนหยวน แต่ไห่หยารู้ เขาไม่มีวันลืมเสียงของซวนหยวน ใครจะไปรู้ว่าเขาเป็นคนเผาบ้านตระกูลไห่? เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทิ้งความหวาดกลัวให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในตระกูลไห่ และทำให้ตระกูลไห่โกรธ

 

ขบวนแห่ของพวกเขายาวมาก และพวกเขากำลังเดินอย่างช้าๆในรูปขบวนของมังกรวารีที่ว่ายน้ำอย่างเฉื่อยชาไปที่ประตูบ้านของตระกูลหยิน

 

บ้านของตระกูลหยินถูกตกแต่งอย่างงดงาม และล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศอันหนักหน่วง

 

………..

 

“ไห่หยาจากตระกูลไห่เขามาถึงแล้ว!” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งตะโกน

 

ประตูบ้านตระกูลหยินค่อยๆถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ด้วยเสียงที่ดังราวกับฟ้าร้อง และมีสาวใช้สองคนเดินออกไปเพื่อปูพรมแดงบนพื้น

 

 

และมีหญิงสาวที่สวมชุดสีแดงเดินออกมา ดวงตาของนางดูสดใสพร้อมกับริมฝีปากสีแดงอันอ่อนนุ่มของนาง แม้นางจะงดงามอย่างมาก แต่นางก็แสดงออกอย่างเย็นชาและไม่สนใจสิ่งใดๆ   

 

 

“ขอให้เจ้าสาวเข้ามาในรถม้า!”

 

พรมสีแดงแผ่ออกไปถึงประตูรถม้าทองคำ หยินเฉินลู่ค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆทีละก้าว

 

ทันใดนั้นจู่ๆก็มีสายลมอันรุนแรงพัดลงมาจากฟากฟ้า เขายืนอยู่กลางอากาศและเผยให้เห็นถึงความเกลียดชัง

 

” หยุดอยู่ตรงนั้น!ถ้าตระกูลหยินไม่ให้คำตอบกับนิกายนักสู้มังกรตอนนี้ อย่าคิดว่าจะจัดงานแต่งได้!”

 

เขาคือ เฟิงเลี่ย เพียงแค่สองปี เขาก็แข็งแกร่งขึ้นมากจนทำให้ทุกคนตกตะลึง จากขอบเขตกษัตริย์ เขาได้บรรลุขอบเขตจักรพรรดิขั้นที่ 6 แล้ว

 

 

หยินเฉินลู่เงยหน้าขึ้นมองเฟิงเลี่ยและพูดด้วยน้ำเสียงที่เงียบสงบว่า

 

“ท่านเฟิงเลี่ย ทำไมท่านถึงต้องทำแบบนี้ด้วย?”

 

“หึ! เซียนทั้งห้าจากนิกายของเขาถูกเชิญโดยหยินเซียนสวินเพื่อสร้างยันต์อาคม ตอนนี้มันก็เป็นเวลาสองปีแล้วแต่ข้ายังไม่ได้ยินข่าวคราวของเซียนทั้งห้า! หรือว่าตระกูลหยินคิดว่าพวกข้าจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆอย่างงั้นหรือ?” เฟิงเลี่ยพูดด้วยน้ำเสียงราวกับสั่งการ

 

เฟิงเลี่ยไม่แม้แต่จะเหลือบมองไห่หยาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ไห่หยารู้สึกราวกับถูกจบหน้าต่อหน้าทุกๆคน อย่างจ้องมองไปที่เฟิงเลี่ยอย่างโกรธเกรี้ยวและกล่าว

 

“เฟิงเลี่ยที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่จัดงานแต่งของข้า วันนี้มันเต็มไปด้วยความสุขเจ้าปล่อยวางเรื่องนี้ไปก่อนได้หรือไม่? ข้าขอแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น”

 

เฟิงเลี่ยเหลือบมองไห่หยาและหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? ใครให้เจ้าพูดกับข้า? เจ้ามันไอสารเลว ออกไปให้พ้นสายตาข้าซะ ข้ายังไม่ได้จัดการเจ้าเลยหลังจากที่เจ้าเป็นคนปล่อยข่าวลือออกมาเกี่ยวกับซวนหยวน ออกไปให้พ้นหน้าข้าซะ!”

 

คำพูดอันหยิ่งยโสของเฟิงเลี่ยทำให้ไห่หยาเสียหน้าอย่างหนัก การแสดงออกของเขากลายเป็นบิดเบี้ยว

 

“ดูเหมือนเจ้าจะพูดด้วยไม่ได้ง่ายๆ ข้าคงต้องขอให้ผู้อาวุโสของข้ายื่นมือเข้ามาช่วยและเชือดไก่ให้ลิงดูหากไม่เคารพตระกูลของข้ามันจะเป็นเช่นไร”

 

นักสู้ขอบเขตเซียนเดินเข้าหาเฟิงเลี่ยด้วยความเร็วและพลังที่น่าหวาดกลัว แม้ว่าเขาจะถูกกดดันโดยพลังที่แท้จริงของพวกเขา แต่เฟิงเลี่ยก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมา แต่สำหรับฝูงชนพวกเขารู้สึกกดดันอย่างมากจนทำให้หายใจไม่ออก

 

“เฟิงเลี่ย เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถทำตัวหยาบคายในสถานที่แห่งนี้ได้หรือ?” หนึ่งในพวกเขากล่าว

 

 

“ข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างศัตรูใหม่ ตราบใดที่ตระกูลหยินส่งตัวเซียนทั้ง 5 มาข้าก็จะออกไปอย่างสงบ ถ้าพวกเขาปฏิเสธ ข้าก็จะต่อสู้” เฟิวเลี่ยกล่าว 

 

เซียนจากตระกูลไห่ดูไม่พอใจ หนึ่งในพวกเขาตระโกนด้วยความโกรธ

 

“นี่มันอะไรกัน! ถึงมีเซียนหลายร้อยคนมาที่นี่ หรือว่านิกายนักสู้มังกรวางแผนที่จะทำสงครามกับราชวงส์ตะวันออก?

 

“ข้าเคยพูดมาแล้วหลายครั้ง แต่ข้าจะพูดอีกครั้ง ตราบใดที่ตระกูลหยินส่งตัวเซียนทั้งห้าของพวกข้าคืนมา พวกข้าก็จะออกไปอย่างสงบ” เฟิงเลี่ยกล่าว

 

เซียนจากตระกูลไห่เหลือบมองไปที่หยินเฉินลู่ข้างๆนางมีชายอยู่สองคน: หยินเทียนชางผู้ที่บรรลุขอบเขตจักรพรรดิขั้นที่ 7 อีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะบรรลุขอบเขตเซียน และอีกคนคือ หยินเซียนสวิน

 

“ท่านผู้อาวุโสที่เคารพแห่งนิกายนักสู้มังกร พวกท่านไม่ต้องกังวล เซียนทั้งห้ากำลังสร้างยันต์อมคมที่ล้ำค่าให้ประมุขตระกูลหยินอยู่แต่พวกเขายังสร้างมันไม่เสร็จ  หากพวกท่านไม่ชื่อข้า ข้าก็จะมอบกระดาษใบนี้ให้กับเฟิงเลี่ย แล้วให้เขาตรวจสอบว่าสิ่งที่ข้าพูดมันเป็นความจริงหรือไม่”

 

หยินเซียนสวินก้าวไปข้างหน้าและปล่อยกระดาษแผ่นหนึ่งบินตรงไปหาเฟิงเลี่ย เฟิงเลี่ยรับมัน คิ้วของเขาถึงกับขมวดเมื่อเขามองไปที่มัน หลังจากนั้นเขาก็ยื่นมันให้เซียนของนิกายนักสู้มังกรอ่าน หลังจากที่เขาอ่านเสร็จ เขาก็เงยหน้าขึ้นและพูดอีกครั้ง

 

“ตกลง ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกข้าจะให้เวลาตระกูลหยินอีก 6 เดือน ถ้าเซียนทั้งห้ายังไม่ปรากฏตัวออกมา เช่นนั้นแล้วอย่าได้หาว่าพวกข้าทำตัวไม่สุภาพ เฟิงเลี่ย ไปกันได้แล้ว!”

 

เฟิงเลี่ยรู้สึกไม่พอใจ “แต่…”

 

ทันใดนั้นได้มีความคิดหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเฟิงเลี่ยมากมาย

 

“ข้าเข้าใจว่าเจ้ามีจุดประสงค์อื่นที่อยู่ที่นี่ เจ้าต้องการหยุดไม่ให้หยินเฉินลู่และไห่หยาไม่ให้แต่งงานกัน แต่ถ้าซวนหยวนไม่แสดงตัวออกมา พวกเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้  พวกเราไม่สามารถสู้กับพวกเขาได้ทุกคน ไปกันได้แล้ว”

 

ดวงตาของเฟิงเลี่ยหดแคบลง เขาจ้องมองไปที่ไห่หยาอย่างเย็นชาแล้วหัวเราะ

 

“ดี ดี ในตอนนี้ธุระของพวกเรากับตระกูลไห่เกือบจะจบแล้ว……แต่ไห่หยาเป็นคนปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับซวนหยวนว่าเขาได้รับเทคนิคอมตะ เขาจึงถูกไล่ล่าจากคนนับไม่ถ้วนที่แสวงหามัน ตอนนี้ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้กับสิ่งที่เจ้าทำ ในตอนนี้หากเจ้าต่อสู้กับข้าแล้วชนะ ข้าก็จะไปให้พ้นสายตาเจ้า ถ้าเจ้าแพ้ หากเจ้าไม่ตายก็ถือว่าเจ้าโชคดี”

 

ใบหน้าของไห่หยากลายเป็นหน้าเกลียด ในอดีตเขาไม่เกรงกลัวเฟิงเลี่ย แต่ในตอนนี้เขาได้บรรลุขอบเขตจักรพรรดิขั้นที่ 6 แล้ว และเป็นนักสู้ที่ติด 1 ใน 10 ผู้ที่ใช้ลม ถึงแม้ว่าเขาจะมีจิตวิญญาณน้ำหลายประเภท แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะชนะเฟิงเลี่ยได้

 

“เฟิงเลี่ย ทำไมเจ้าถึงทำตัวไร้เหตุผลเช่นนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนผ่านไปแล้ว ซวนหยวนได้เผาบ้านตระกูลไห่ ทำลายสวน พวกเราก็ยกโทษให้ แต่เจ้ายังกลับมาหาเรื่องเพื่อให้ข้าต้องชดใช้ ดูเหมือนเจ้าจะต้องการความโกลาหลมากกว่าความยุติธรรม!” ไห่หยากล่าว

 

 

“เฟิงเลี่ย หากเจ้าทำตัวเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆมีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของนิกายนักสู้มังกรต้องเสื่อมเสีย วันนี้เป็นวันที่นายน้อยไห่และลูกสาวคนที่สองของตระกูลหยินจะมีความสุขกัน ไม่ว่าเจ้าจะไม่พอใจอะไร เจ้าก็ควรนำเรื่องนี้ไว้วันหลัง หากไม่เช่นนั้นคนอื่นๆจะบอกว่าพวกเราเป็นคนป่าเถื่อน”

 

เฟิงเลี่ยเงยหน้ามองคนที่พูด เขาคือเจียงอี้เทียน

 

เจียงอี้เทียนสวมเสื้อคลุมยาว และดูอ่อนโยน เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล เขาหันไปมองเฟิงเลี่ยก่อนที่จะหันไปมองหยินเฉินลู่และไห่หยา

 

“ข้าหวังว่าการแต่งงานของพวกเจ้าทั้งสองจะเป็นเรื่องบังเอิญ น้องซวนหยวนของข้าคิดถึงอาจารย์ของเขาอย่างสุดซึ้ง เขาขอให้ข้ามอบของขวัญชิ้นนี้แก่ท่าน แม้มันจะเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึก”

 

หยินเฉินลู่เอื้อมมือออกไปรับมัน เมื่อนางได้รับของขวัญแล้ว นางจึงเปิดมันดู มันเป็นขนหมาป่าที่งดงาม

 

ราวกับว่านางจำอะไรบางอย่างได้ ร่างกายและริมฝีปากของนางกำลังสั่น และพูดพึมพัมออกมาว่า

 

“กู่ฉิง….”

 

ในเวลานั้น หยินเฉินลู่เงยหน้าขึ้นมองเจียงอี้เทียนที่อยู่บนท้องฟ้า

 

****************************************************

ติดตามได้ที่ – อ่าน Devouring The Heavens