ตอนที่แล้วตอนที่ 197 เมอร์คิวเรียส 4
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 199 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 2

ตอนที่ 198 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 1


พรึ่บ!

ทีมสืบสวนได้หายไปจากอุโมงค์และปรากฏตัวอีกครั้งในห้องแปลกๆ ที่มีพื้นสีขาวลายตาราง และดวงแสงที่ลอยอยู่ในอากาศ

ทีมสืบสวนรวมถึงธีโอดอร์ ได้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว มันเป็นการเคลื่อนที่ผ่านมิติ ซึ่งธีโอดอร์ เวโรนิก้า และมุจักผู้บาดเจ็บไม่สามารถขัดขืนได้ ทั้งห้าคนฟื้นคืนสติ จากนั้นก็มองหน้ากันและมองไปรอบๆ

ที่แห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างจากยุคโบราณกาล หากมันเป็นกับดัก พวกเขาคงจะไม่สามารถประมาทได้ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดนั้นก็ได้สลายหายไป

“พะ-พาร่า?”

หญิงสาว พาราแกรนัมเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทางนิ่งสงบ “ฉันขอโทษสำหรับความล่าช้า หัวหน้า มันต้องใช้เวลาพอสมควรในการควบคุมห้องทดลอง”

“…โปรดให้คำอธิบายอย่างละเอียด”

“ใช่”

ธีโอดอร์ตระหนักถึงความตั้งใจของเธอ และพาร่าก็ได้ใช้ข้ออ้างที่เตรียมไว้

เขาอดที่จะยิ้มอย่างขมขื่นไม่ได้ขณะที่เวทย์โบราณได้อธิบาย “ทันทีที่การต่อสู้กับ7เทพดาบแห่งจักรวรรดิจบลง ฉันก็ได้ถูกย้ายมายังห้องทดลองนี้ด้วยพลังของแหวนวงนี้ ตามคำพูดของผู้นำ นี่เปรียบเสมือนกุญแจของโบราณสถานแห่งนี้”

“มันเป็นพลังของแหวนที่ย้ายเรามายังที่นี่?”

“ไม่ใช่”พาร่า พาร่าได้ซ่อนแหวนบนนิ้วชี้ของเธอและส่ายหัว

ไม่ว่าจะยังไง  สิ่งประดิษฐ์ที่อนุญาติให้ใช้เวทย์ขั้น9 ได้อย่างอิสระ มันจะต้องถูกกำหนดให้เป็นสมบัติแห่งชาติเป็นแน่แท้

“รถลากที่พวกเราได้นั่งมาจะพึ่งพาพลังของผลึกเวทมนต์ และมันไม่ใช่รถลากจริงๆ ในทำนองเดียวกัน แหวนวงนี้ก็เป็นเพียงยานพาหนะที่ใช้จัดการกับพลังของทดลองนี้ มันจะเป็นเศษโลหะไร้ค่าหากอยู่นอกเขตโบราณสถานแห่งนี้”พาร่าได้ถอนหายใจออกมา “โชคไม่ดี อำนาจที่มีอยู่ในแหวนนี้ไม่สามารถที่จะควบคุมเมอร์คิวเรียสได้ และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าถึงบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ฉันสามารถที่จะเปิดคลังเก็บของได้”

“ดี ฉันจะไปเอามัน”

จากนั้น เวโรนิก้า ผู้นำของกลุ่ม ก็ได้ก้าวไปข้างหน้าและมองลงไปที่พาร่า เวโรนิก้านั้นค่อนข้างสูงสำหรับผู้หญิง พาร่านั้นมีร่างกายที่เล็กกว่าหญิงสาวโดยทั่วไป ต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อมองเวโรนิก้า

แม้ว่าพาร่าจะเป็นเวทย์โบราณที่มีภูมิปัญญาสูงก็ตาม แต่ธีโอดอร์กลับสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ไม่รู้ที่มา

“แต่ทว่า เด็กน้อยจากYellow Tower เธอไม่คิดว่ามันมีปัญหาที่สำคัญกว่าคำอธิบายที่น่าเบื่อนี่หรอ?”

“คุณหมายถึงอะไร?”

“เธอแน่ใจหรือว่าไม่รู้?”เวโรนิก้ามองไปยังใบหน้าไร้ความรู้สึกของพาร่า และยกเรื่องที่ไม่มีใครพูดถึงขึ้นมา “ลอยด์ โพลแลน เธอได้กำจัดหนูตัวนี้ไปแล้วใช่มั้ย?”

คนที่เหลือต่างนึกถึงตัวตนของลอยด์ได้ในทันที บางทีมันอาจเป็นเพราะพวกเขารู้สึกสับสนจากการเคลื่อนย้ายอย่างฉับพลันนี้ ทำให้ ซิลเวีย วิลเลี่ยม และแม้กระทั่งมุจักที่ได้รับบาดเจ็บโดยลอยด์ ถึงกับลืมเรื่องราวเกี่ยวกับเขาไปเสียสนิท

แน่นอน  มันเป็นเรื่องดีที่จะได้รับของจากโบราณสถาน  แต่มันก็รู้สึกขมขื่นที่พลาดการสังหาร1ใน7เทพดาบแห่งจักรวรรดิไป ขณะที่เวโรนิก้านึกเช่นนี้ เธอก็สังเกตได้ถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม พาร่ากลับยิ้มราวกับว่ามันเป็นเรื่องทั่วไป “โอ้ ไอคนหยาบคายนั่น”

เธอยกนิ้วโป้งของเธอขึ้น และมีเสียงดังเกิดขึ้น ในเวลาเดียวกัน ภาพก็ได้ปรากฏบนกำแพงสีดำ ทุกคนต่างหันไปมองในทันที และใบหน้าของพวกเขาก็ต่างแข็งค้างเมื่อเห็นภาพนั้น

“นี่....?”

“…1ใน7เทพดาบแห่งจักรวรรดิ”

มันคือลอยด์ โพลแลน ใบหน้าของเขานิ่งเฉยจนกระทั่งได้สบตาพาร่า ไม่เหมือนกับท่าทางที่กล้าหาญของเขา ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ดวงตาที่สั่นไหวของเขานั้นทำให้เหล่าผู้เฝ้ามองรู้สึกขนลุก

เวโรนิก้าเป็นเพียงคนเดียวที่ยังคงสติไว้ได้ขณะที่เธอถามพาร่า “เกิดอะไรขึ้น?”

“ดูเหมือนว่าเขาจะติดกับดักขณะที่กำลังเดินสำรวจอยู่”

“กับดัก?กับดักเช่นไหน?”

“ใช่ มันเป็นกับดักที่ทำให้พื้นที่โดยรอบหยุดนิ่ง บางทีแม้กระทั่งตัวตนระดับจอมดาบก็ไม่สามารถที่จะหลุดออกไปได้”

“…เวทย์ขั้น9กลับถูกติดตั้งไว้ราวกับเครื่องใช้ภายในบ้าน”เวโรนิก้าบ่นงึมงำ และคนอื่นๆต่างอดที่จะพยักหน้ายอมรับคำพูดของเธอไม่ได้

การหยุดมิติถือเป็นจุดสูงสุดของเวทย์มิติที่แม้กระทั่งผู้นำWhite Tower ออร์ต้ายังไม่สามารถกระทำได้ ในความเป็นจริง เวทมนต์นี้สามารถเห็นได้ในบันทึกเก่าแก่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เวทมนต์ดังกล่าวกลับถูกใช้เป็นกับดัก?ผู้ที่สร้างมันคิดว่ามังกรกำลังจะมาบุกหรือยังไงกัน?

“เธอสามารถปิดมันได้หรือไม่?”

“ฉันไม่มีอำนาจ”

“จิ๊ มันช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มันเป็นการต่อสู้ที่ไม่เป็นทางการ และเขาก็เปรียบเสมือนเชลยสงคราม”เวโรนิก้ายอมแพ้

จากนั้น พาร่าก็ได้ลบภาพบนกำแพงและกล่าว “ดูเหมือนว่าจะมีพื้นที่พักผ่อนอยู่ จะให้ฉันนำไปไหม?”

“ที่พัก?”

เวโรนิก้าไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ถูกล่อลวงโดยคำนี้ ธีโอดอร์เองก็เหนื่อยจากการต่อสู้ในพายุทราย ขณะที่คนอื่นๆต่างก็อยากพักผ่อน มีทรายติดอยู่ในเสื้อผ้าของพวกเขาและรู้สึกคันตามผิวแห้งกรัง นอกจากนี้ ไม่มีใครต้องการให้ตัวเองดูสกปรก

ซิลเวียได้ยกมือขึ้นยอมรับในทันที จากนั้นคนอื่นๆก็เริ่มยกมือขึ้นตาม

ด้วยการตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ เป้าหมายต่อไปของทีมสืบสวนก็ได้ถูกกำหนดเรียบร้อยแล้ว เวโรนิก้า มุจัก วิลเลี่ยม และซิลเวีย ได้ถูกส่งเคลื่อนย้ายไปผ่านเวทย์มิติ เหลือเพียงธีโอดอร์และพาร่าที่อยู่ในห้องแห่งนี้

ธีโอดอร์เองก็ต้องการที่จะไปเช่นกัน และมองไปยังพาร่า ผู้ที่กระซิบกับเขา “รอฉันเรียกในตอนค่ำ”

จากนั้น เธอก็ได้ดีดนิ้ว

เป๊าะ!

***

ห้องทดลองของผู้สร้างพาราแกรนัม พาราเซลซัส มันเป็นสถานที่ที่เหมาะจะเรียกว่า โลกใหม่  มันมีหลักการใช่ง่ายๆ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆกลับแปลกใหม่ น้ำและอาหาร ที่เพียงแค่กดปุ่มเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น มันดูราวกับปาฏิหารย์ ไม่ใช่การเล่นแร่แปรธาตุ

หลังจากนั้นไม่นาน ธีโอดอร์ก็เลิกสนใจสถานที่แปลกใหม่นี้และเสร็จสิ้นมื้ออาหารที่น่าพึงพอใจ.....

เวทย์โบราณ พาราแกรนัม ได้เก็บคำพูดของเธอไว้

[ยืนยัน การเรียกของรอง-ผู้สร้าง ฉันจะนำท่านจากพื้นที่D-1ไปยังพื้นที่L-21]

มันเป็นภาษาที่ไม่รู้จักเช่นเดียวกับที่เขาได้ยินในอุโมงค์ เมื่อเสียงได้สิ้นสุดลง ทัศนียภาพโดยรอบของธีโอดอร์ก็เปลี่ยนไป

นี่คือการเคลื่อนที่ผ่านมิติโดยไม่ต้องใช้การยินยอม แม้ว่าเขาจะเคยมีประสบการณ์มาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ธีโอดอร์ก็ยังคงรู้สึกไม่ดีจากการถูกบังคับเคลื่อนย้าย ยิ่งไปกว่านั้น มันได้เมินเฉยความต้านทานของจอมเวทย์ขั้น7โดยสมบูรณ์!

หากพาราแกรนัมเป็นศัตรูกับเขา ธีโอดอร์จะไม่มีโอกาสตอบโต้ใดๆและจะติดอยู่ในช่องว่างมิติ

“ทำไมเธอจึงดูเครียด?”

ธีโอดอร์รู้สึกประหลาดใจกับเสียงที่ดังขึ้นด้านหลังเขา

“…พาราแกรนัม”เขาพูด

“ในห้องทดลองนี้ ฉันเทียบได้กับจอมเวทย์ขั้น9  เธอไม่ควรจะแปลกใจกับเรื่องแบบนี้”

จอมเวทย์ขั้น9....!จอมเวทย์ขั้น9หรือจอมดาบเป็นตัวตนที่ใกล้เคียงกับเทพเจ้ามากกว่ามนุษย์ บางคนได้เกินขอบเขตของมนุษย์ไปไกลแล้วและอยู่เหนือธรรมชาติทั้งปวง ธีโอดอร์ได้คาดเดาเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่เขาก็อดที่จะรู้สึกตื่นตระหนกไม่ได้อยู่ดี

ในขณะที่ธีโอดอร์รู้สึกประหลาดใจ ในไม่ช้า เขาก็ตระหนักได้ว่ามันมืดผิดปกติ ด้วยวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมของเขา เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าเขาได้ แต่ คนธรรมดาจะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย

“มันมืดเดินไป  เธอสามารถทำให้มันสว่างขึ้นสักหน่อยได้มั้ย?”

“นี่เป็นพื้นที่ที่ไม่ควรจะให้มีแสงเข้ามา เอาละ มันไม่สำคัญหรอกในตอนนี้”

หลังจากนั้นไม่นาน แสงสลัวก็ได้สาดเข้ามา จากนั้นรูปร่างตรงหน้าของธีโอดอร์และพาร่าก็กลายเป็นชัดเจนขึ้น เมื่อแสงไฟสาดไปทั่วห้อง ธีโอดอร์ก็ไม่เหลือบมามองที่พาร่าอีก

“…นะ-นี่มันอะไร?”

ความประหลาดใจของเขาเป็นเรื่องธรรมชาติ มีตู้ใส่น้ำสีเขียวหลายตู้อยู่ล้อมรอบทั้งสองคน และมีสัตว์ประหลาดที่แสนน่ากลัวและผู้คนนอนหลับอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นงูหกหัว หมาสามหัว เซนทอร์ที่มีปีกบนหลังของมัน.....มีตู้ใส่น้ำหลายสิบตู้ที่บรรจุสิ่งน่าเกียจเอาไว้

“การจัดการทางชีววิทยา คิเมร่า”พาราแกรนัมตอบคำถามขณะที่เธอลูบกระจกของตู้

เธอได้นึกถึงวันที่เธอเล่าเรียนกับผู้สร้างของเธอ พาราเซลซัส?พาร่าได้มองผ่านตู้กระจกหลายสิบตู้และส่ายหัวของเธอ “มันช่วยไม่ได้ ศพทั้งหมดได้เน่าเปื่อยหมดแล้วและไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ คิเมร่าของผู้สร้างจะสามารถทนนานนับพันๆปีได้อย่างไร?”

“หลายพันปี....”

“หากพวกมันยังมีชีวิตอยู่ พวกเราจะสามารถรวบรวมทวีปตอนเหนือได้ทั้งหมดด้วยพวกมัน มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายในฐานะผู้นำหอคอย ไม่มีตนใดที่มีชีวิตอยู่เลย”

มันเป็นคำพูดที่น่ากลัว เขาอาจจะหัวเราะออกมาหากเป็นคนอื่นที่พูด แต่ไม่มีเหตุผลที่พาราแกรนัมจะขู่เขาเล่น

‘….อันที่จริง เธออันตรายเกินไป’

ธีโอดอร์ได้สะบัดไล่ความรู้สึกขนลุกไปและรีบเดินตามพาร่าไป ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าพวกมันนั้นตายไปแล้ว แต่สัตว์ประหลาดเหล่านี้มันดูราวกับยังมีชีวิตอยู่ หลังจากที่เดินผ่านตู้กระจกมาหลายสิบตู้ ภาพรอบๆตัวพวกเขาก็ได้เปลี่ยนไป

มันเป็นเวทย์มิติแบบประยุกต์ที่ธีโอดอร์ไม่อาจจะคาดเดาได้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้แปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้ สิ่งของต่างๆได้ถูกวางเรียงอย่างเรียบร้อยบนชั้นวาง แม้ว่ามันจะผ่านมาหลายพันปีแล้วก็ตาม

“มาดูกันเถอะ....ฉันต้องนำอะไรไปบ้าง....”พาราแกรนัมเริ่มกวาดสิ่งที่เธอต้องการจากชั้นวาง

มือของเธอขยับโดยไม่หยุดพักจนกระทั่งเธอได้ไปถึงน้ำยาและโลหะสีแปลกๆที่ธีโอดอร์ไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นคลังเก็บของขนาดใหญ่ และเธอได้เติมเต็มกระเป๋ามิติของเธอไปกว่าครึ่ง

“โอ้”พาร่าหยุดมือของเธออย่างกะทันหันและมองกลับไปที่ธีโอดอร์ “นี่คือสิ่งที่ฉันสัญญาไว้กับเธอ อีกเดี๋ยวฉันจะมอบส่วนที่เหลือให้”

เธอได้โยนแผ่นหินมาให้เขา ธีโอดอร์รับมันมาและถามว่า “นี่....?”

“ดังที่ฉันได้บอกเธอก่อนหน้า มันคือFairy’s Book”

แผ่นหินนี่คือคัมภีร์?เขาสัมผัสมันด้วยมือซ้ายและกระซิบ มีวิธีการที่ชัดเจนในการหาความจริงมากกว่าการถามพาราแกรนัม

‘ประเมิน’

จากนั้นลิ้นของความตะกละได้พิสูจน์ว่ามันมีความสามารถเช่นเคย

[Fairy’s Book]

[-หนังสือเล่มนี้จะอธิบายถึงความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับโลกแห่งจิตวิญญาณธาตุ รวมถึงธาตุหลักทั้ง4และการใช้ประโยชน์จากพวกมัน นักเล่นแร่แปรธาตุผู้ยิ่งใหญ่และผู้เขียนความรู้นี้ขึ้น คือ พาราเซลซัส เขาคือคนแรกที่สังเกตเห็นถึงความแตกต่างนี้และตั้งชื่อให้กับธาตุทั้ง4 เขายังพยายามที่จะสร้างจิตวิญญาณธาตุเทียมขึ้นโดยมีฐานจากจิตวิญญาณธาตุโบราณ อย่างไรก็ตาม ผลของการทดลองนี้ไม่ได้มีบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้

*หนังสือเวทมนต์นี้อยู่ในระดับ ‘สมบัติ’

*เมื่อกินแล้ว ความเชี่ยวชาญของคุณกับจิตวิญญาณธาตุจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

*เมื่อกินแล้ว ความเข้าใจเกี่ยวกับธาตุทั้ง4จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

*วิญญาณของนักเล่นแร่แปรธาตุผู้ยิ่งใหญ่ พาราเซลซัส ได้สถิตอยู่ในนี้ คุณต้องมีวงกลมอย่างน้อย7วงเพื่อจะกินหนังสือนี้ แม้ว่าเงื่อนไขจะตรงแล้ว แต่การเชื่อมต่อที่เรียกว่าการซิงโครอาจจะเป็นไปไม่ได้เว้นแต่พาราเซลซัสจะสนใจ]

มันอยู่ในระดับ ‘สมบัติ’ซึ่งเหนือกว่า ‘ล้ำค่า’ ดวงตาของธีโอดอร์เบิกกว้างด้วยความตกใจ แผ่นหินไม่ได้ดูเหมือนหนังสือจริงๆ และคุณค่าของมันนั้นสูงกว่าที่เขาคาดเอาไว้

‘บางที ฉันอาจจะปลดล็อคผนึกที่5ได้จริงๆ’

ทุกครั้งที่ผนึกถูกปลด ความสามารถอันยอดเยี่ยมของความตะกละจะเผยออกมา จากจดจำที่สามารถจัดเก็บเวทมนต์ได้ล่วงหน้า อีกหนึ่งคือการเก็บของในมิติส่วนตัว และการเรียกผู้เขียนของหนังสือที่กินไปแล้วมาประทับร่าง ทุกความสามารถล้วนไม่ยุติธรรมสำหรับคนทั่วไป

คุณสมบัติที่5คืออะไรกัน?เขาไม่ควรที่จะพึ่งพาพลังของความตะกละ แต่เขาก็อดที่จะคาดหวังไม่ได้ ในเวลานั้นเอง พาร่าก็ได้เสร็จสิ้นงานของเธอและเรียกธีโอดอร์ “ธีโอดอร์ มิลเลอร์!มานี่เดี๋ยวสิ”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ขอฉันยืมดาบAzoth หน่อยได้มั้ย?”

ธีโอดอร์ส่งดาบAzoth ให้เธอโดยไม่ตั้งข้อสงสัยใดๆ หากพาราแกรนัมต้องการที่จะยึดมันคืนเขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดเธอได้ อย่างไรก็ตาม เขาอยากรู้มากกว่าว่าทำไมเธอจึงต้องการมัน พาราแกรนัมรับดาบAzoth มา เธอสูดลมหายใจลึก  และตะโกนเบาๆ “[Ars Magna! จงเปิดประตูให้แก่นายของเจ้า]”

จากนั้นเธอก็สะบัดดาบไปยังจุดหนึ่งในอากาศ

พรึ่บ!

มันเป็นภาพที่ไม่สมจริง พื้นที่ด้านหน้าของดาบAzoth ได้แบ่งออกเป็นสองส่วน มีประกายแสงสีมรกตสาดออกมาจากในช่องว่างนั้น และพาร่าก็ได้คว้ามันไว้ด้วยมือซ้ายของเธอ และล้วงหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าก่อนที่จะร้องออกมา “ฉันพบมันแล้ว!”

ทันทีที่เธอดึงแขนขวากลับมา มิติที่แยกตัวออกจากกันก็ได้ปิดสนิทอีกครั้ง ธีโอดอร์สามารถที่จะเข้าใจได้เพราะเขามีความรู้ความเข้าใจเรื่องมิติอยู่แล้วเนื่องจากอัมบรา มันเป็นช่องว่างที่พาราแกรนัมไม่สามารถเปิดได้หากไม่มีดาบAzoth

‘หมายความว่าอัญมณีนี้คือ....?’

พาราแกรนัม ได้ถือมรกตไว้ในมือซ้ายของเธอ ไม่เหมือนกับอัญมณี ลูกบาศก์มรกตมีสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบและไม่หักเหแสง

-ใช่ ตามที่เจ้าคิด   ความตะกละได้กระซิบกับเขา  -นั่นคือจารึกมรกต ซึ่งเป็นสมบัติจากยุคโบราณกาล นักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนต่างสรรเสริญมันในฐานะ ‘ประตูแห่งความจริง’

4 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด