ตอนที่แล้วบทที่ 2 สองสนม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 4 รอยยิ้มของเทพธิดา

บทที่ 3 จินชิ


Monologue ของหมอยา (Kusuriya no Hitorigoto)

ลงวันละตอนนะครับ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่

แฟนเพจ : https://www.facebook.com/karbikon/

.

.

“เกิดขึ้นอีกแล้วสินะ”

หน้าหล่อๆ ของจินชิเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เขาเสียสละอวัยวะที่สามารถเข้าใจผิดได้ว่าเป็นผู้หญิง ด้วยตาแบบลูกอัลมอนด์ ผมที่มัดด้วยผ้าไหม ยาวจรดหลัง

ไม่สมควรเท่าไหร่ที่ดอกไม้ในวังจะสร้างความวุ่นความวุ่นวายแบบนี้ ทำให้นี้เป็นหนึ่งในงานของเขา

ตอนที่เขาอยู่กึ่งกลางของฝูงชนที่วุ่นวาย มีแค่คนเดียวที่เดินหนีไปเหมือนอากาศ เธอคือคนใช้ตัวเตี้ยที่มีจำนวนมาก บนใบหน้า ตั้งแต่จมูกจรดแก้ม ถึงแม่หน้าตาของเธอจะไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ท่าทางของเธอก่อให้เกิดความน่าสนใจคือคุยคนเดียวโดยที่ไม่สนใจเขาเลย

แต่ก็คงจะแค่นั้นแหละมั้ง

เรื่องซุบซิบเกี่ยวกับมงกุฎรัชกุมารกระจายไปไปทั่ว ในเวลาไม่ถึงเดือน

พระสนมริฟาผู้โศกเศร้าผอมลงกว่าเมื่อสองวันที่แล้ว ไม่มีร่องรอยของเงลาที่เธอเรียกว่ากุหลาบดอกใหญ่ หรืออาจะเป็นเพราะเธอป่วยด้วยโรคเดียวกับลูกชายของเธอ หรืออาจเป็นเพราะอาการป่วยของเธอกันแน่?

แต่ก็คงไม่มีหวังสำหรับลูกชายของเธอแล้วล่ะ

เจ้าหญิงรินรี พี่สาวของมกุฎรัชกุมารจากคนละแม่อาการดีขึ้นหลังจากหนึ่งชั่วโมงที่ป่วยหนักขึ้น แม่และลูกปลอบใจจักรพรรดิที่เสียมกุฎรัชกุมารไป แต่ถ้าจักรพรรดิมาบ่อยขึ้น กุมารคนต่อไปก็คงอยู่ใกล้ๆ นี้แหละ

เจ้าหญิงและเจ้าชายต่างป่วยด้วยโรคเดียวกันที่ไม่รู้สาเหตุ บางคนฟื้นตัว บางคนก็อ่อนแอลง อายุของพวกเขาอาจจะต่างกัน แต่แค่ต่างกันแค่สามเดือนก็อาจส่งผลอย่างมากต่อสภาพร่างกายของเด็กทารก

ถึงอย่างงั้นก็เถอะ พระสนมลิฟาเป็นอย่างไรบ้างล่ะ? ถ้าเจ้าหญิงฟื้นตัว พระสนมลิฟาก็อาจจะฟื้นตัวเช่นเดียวกัน ไม่อย่างงั้น อาการแบบนี้อาจเป็นเพราะอารมณ์จากการสูญเสียลูกชายของเธอก็เป็นได้

จินชิกำลังฟุ้งซ่าน ในระหว่างที่เขากำลังนั่งพินิจพิจาราณาเอกสารแหละแสตมป์มัน

ถ้ามันจะมีอะไรแตกต่างกันละก็ ก็คงเป็นกระสนมเกียคุโย

“ออกไปข้างนอกแป๊ปนึงนะ”

หลังจากที่แสตมป์เอกสารชิ้นสุดแล้ว เขาก็ออกจากห้องไป

เจ้าหญิงแก้มซาลาเปามีรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็ก มือเล็กๆ ของเธอกำนิ้วชี้ของจินชิเอาไว้แน่นๆ

“นี่แหละๆ ไปซะนะ”

คนสวยผมแดงรับลูกสาวของเธอไว้ในอ้อมแขน และกล่อมให้ลูกหลับ เด็กถูกจับให้อยู่ในเปล์อุ่นๆ ม่ความสุขในระหว่างที่มองผู้มาเยี่ยมเยือนไปด้วย

“มีอะไรจะถามหรือเปล่าคะ”

พระสนมที่ฉลาดหลักแหลมดูเหมือนว่าจะรู้ใจของจินชิดี

“ทำไมเจ้าหญิงโดโนะถึงหายป่วยแล้วล่ะ”

เป็นคำถามที่ตรงใจมาก พระสนมเกียคุโยหัวเราะเบาๆ และนำเศษผ้าออกมาจากอกของเธอ

เศษผ้าชิ้นนี้ถูกตัดออกมาโดยที่ไม่ได้ใช้กรรไกรตัด มีข้อความที่เขียนอย่างลวกๆ เขียนอยู่ แต่ตัวอักษรไม่ได้เลอะเทอะสกปรกหรอก แต่เนื่องจากว่ามันเขียนจากน้ำหญ้า มันก็เลยอ่านยากหน่อย

“แป้งทาหน้ามีพิษนะ อย่าให้เด็กโดนมัน”

นี่จงใจเขียนให้มันเละๆ หรือเปล่านะ จินชิเอียงคอสงสัย

“ใช่แป้งทาหน้าหรือเปล่า” “ใช่เลยค่ะ”

พระสนมเกียโกคุให้แม่นมดูแลเจ้าหญิงแล้วก็ดึงอะไรออกมาจากลิ้นชัก มันคือถ้วยเซรามิกที่ห่อด้วยผ้า เธอเปิดฝาออก แป้งก็ฟุ้งกระจาย

“นี่คือแป้งเหรอ?” “ใช่ แป้งแหละ”

เขาแตะแป้งมีขาวและคิดว่าอะไรจะอยู่ด้านในแป้งนี้ แล้วก็นึกได้ว่า พระสนมโกคุเกียสวยอยู่แล้วเลยไม่ได้ใบ้แป้ง แต่พระสนมริฟาใช้แป้งเพื่อปิดรอยด่างพร้อยต่างๆ ของตน

“เจ้าหญิงกินเก่งน่ะ เวลานมของฉันไม่พอสำหรับเธอ ก็ต้องให้กินของแม่นมต่อน่ะแหละ”

เธอจ้างแม่นมที่เสียลูกของตนไปทันทีหลังให้กำเนิดลูก

“นี่คือสิ่งที่แม่นมใช้น่ะ เธอชอบมันเพราะว่ามันขาวกว่าแป้งตามปกติอื่นๆ”

“แล้วแม่นมละเป็นไงบ้าง”

“เธอต้องหยุดพักหลังจากสภาพร่างกายของเธอแย่ลง ฉันว่าจะให้เงินเกษียณอย่างเพียงพอแก่เธอน่ะ”

ช่างเป็นคำพูดที่ฉลาดหลักแหลม แถมยังแสดงถึงความมีใจดีของพระสนมอีกด้วย

แต่ถ้าแป้งทาหน้าเป็นพิษจริงๆ ละอะไรจะเกิดขึ้น? ถ้าเป็นแบบนี้บะก็ คนที่ใช้มันก็คือแม่ด้วยเหมือนกัน ทารกก็ต้องโดนไปด้วย เพราะแม้จะเพิ่งเกิด ทารกก็อาจจะกลืนแป้งเข้าไปในปากด้วย

จินชิและพระสนมเกียคุโยไม่รู้มาก่อนว่ามันคืออะไร นี่แหละยาพิษที่ฆ่ามกุฎรัชกุมาร

“ความไม่รู้ก็คือบาปน่ะเนอะ เราควรจะใส่ใจมากกว่านี้ว่าทารกกลืนอะไรเข้าปากไปบ้าง”

“เห็นด้วยเลยค่ะ”

ผลก็คือบุตรธิดาของกษัตริย์สิ้นไป ถ้าพวกนั้นยังอยู่ในครรภ์มารดาก็อาจโดนด้วยเหมือนกัน

“ฉันก็อยากจะบอกพระสนมริฟานะ แต่ฉันคิดว่าถ้าพูดไปฉันจะโดนเองมากกว่า”

พระสนมริฟายังคงทาแป้งพิษเพื่อปกปิดรอยด่างพร้อยต่างๆ จนถึงตอนนี้ โดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นพิษ

จินชิดูเศษผ้าดิบที่ถูกฉีกออกมา เขารู้สึกแปลกๆ ว่าเขาเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ตัวหนังสือหวัดๆ ที่ดูเหมือนจะพยายามปิดบังลายมือของตน ว่าแต่ว่า เขาเคยเห็นลายมือแบบนี้ที่ไหนกันนะ

“ว่าแต่ใครกันนะที่ทำแบบนี้” “วันนั้นที่ฉันพาหมอมาดูลูกสาวของฉัน หลังจากนั้นมีคนมาผูกเศษผ้านี้ไว้ที่หน้าต่างหลังจากที่ฉันรบกวนเธอ มันผูกไว้ที่กิ่งต้นอาเซเลีย”

หรือว่า จะเป็นใครสักคนที่รู้อะไรบางอย่างตอนที่วุ่นวายนั้น แล้วก็อยากจะให้คำแนะนำบางอย่าง

ว่าแต่ใครกันนะ?

“หมอหลวงคงไม่ทำอะไรอ้อมๆ แบบนี้หรอกนะ”

“แล้วก็ ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าควรจะดูแลมกุฎรัชกุมารยังไงจนกระทั่งสุดท้ายนี้แหละ”

ความวุ่นวายในตอนนั้น มาคิดดูแล้ว เขาก็นึกออกว่ามีสาวใช้ไม่สนโลกคนนึงจากกลุ่มคนมุงดู เธอพึมพำว่าไงกันนะ

เธอพูดว่ายังไงนะ

“จะใช้อะไรเขียนดีนะ?”

ทันใดนั้น ทุกอย่างในหัวก็ประติดประต่อกัน” ฮึๆๆๆๆๆๆ เขาหัวเราะออกมา ยิ้มสวยๆ ของนางฟ้าลอยออกมา

“พระสนมเกียวคุโย เจ้าของคำพูดพวกนี้ จะทำอะไรเมื่อเจอเธอดีล่ะ?”

“แน่นอน เธอเป็นผู้มีพระคุณของพวกเรานะ ก็ต้องขอบคุณสิ”

“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะจัดการเรื่องนี้เองดีไหมครับ” “จะรอฟังข่าวดีนะ”

จินชิตามนึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับผ้าดิบชั้นนี้

“ถ้าเป็นคำขอของท่านละก็ จะต้องหาให้เจอให้ได้ล่ะ”

รอยยิ้มของเทพธิดารับรู้ถึงความไร้เดียงสาในการตามล่าหาเด็ก

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด