ตอนที่แล้วตอนที่2
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่4

ตอนที่3


วันนี้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันที่เด็กวัยรุ่นชายหญิงที่มีแฟนและไม่มีแฟนรอคอย แต่สำหรับฉันก็ไม่ได้รอคอยอะไรเลยเพราะว่าทุกๆวันเราสองคนก็หวานกันอยู่แล้ว //ตึง ตึง ตึง// เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์ของฉันขึ้นมาแล้วก็มองว่าใครป็นคนโทรมาหาฉัน [พี่เบส] พี่เบสโทรมาทำไมตั้งแต่เช้าล่ะเนี่ย ฉันกดรับสาย

 

“ฮัลโหลสวัสดีค่ะพี่เบส ทำไมโทรมาแต่เช้าจังเลยมีอะไรรึป่าวคะ”

 

ฉันถามพี่เขาไปด้วยความสงสัยพี่เขาเงียบไปสักพักก่อนจะตอบฉันกลับมาว่า

 

“วันนี้พี่ไม่ว่างไปรับนะพอดีว่าพี่มีธุระคงไม่ได้เข้าไปเรียนอะ พี่ลาครูไว้แล้วนะไม่ต้องห่วงพี่ แต่น้องปอยไปเรียนเองได้หรือป่าววันนี้อะ?”

 

วันนี้เป็นอะไรรึป่าวทำไมทำเสียงแปลกๆแบบนั้นล่ะ แล้วธุระอะไรที่พี่เขาว่ากันนะ

 

“พี่บอกหนูได้ไหมว่ามีธุระอะไรของพี่ ทำไมวันนี้ถึงมาเรียนไม่ได้”

 

พี่เขาอ้ำอึ้งไปสักพักก่อนจะหัวเราะออกมาใส่ฉัน อยู่ๆก็หัวเราะออกมาทำเอาตกใจหมด

 

“แฮะๆ ฮ่า ฮ่า คือว่าพี่มีธุระที่โรงแรมน่ะครับไม่ต้องห่วงพี่นะ แต่ว่าพี่ไม่ให้หนูไปเรียนเองหรอกพี่จะให้คนขับรถขับรถไปส่งหนูที่โรงเรียนโอเครึป่าว จะโอเคไม่โอเคยังไงพี่ก็อยากให้หนูตอบตกลงอยู่ดี เดี๋ยวตอนเจ็ดโมงครึ่งจะให้คนขับรถขับไปส่งหนูที่โรงเรียนนะ โอ๊ะพี่ต้องวางสายแล้วนะมีคนเรียกแล้ว บายรักเสมอนะหมูอ้วนของพี่ยีราฟ”

 

//ตึด ตึด ตึด// แล้วพี่เขาก็วางสายไปเลยสงสัยจะวุ่นวายมากทางนู้น เสียงนี่ดังมาถึงนี้เลยนะ เอาเถอะตอนนี้ก็ต้องไปอาบน้ำแต่งตัวรอคนขับรถของพี่เบสมาก่อน ฉันใช้เวลาอาบน้ำประมาณสามสิบนาทีได้ แล้วก็แต่งตัวประมาณสิบนาที กินข้าวก็ใช้เวลานิดเดียวเพราะฉันไม่ชอบกินข้าวเช้าสักเท่าไหร่ //ปี๊ดๆ// เสียงคนบีบแตรรถได้ดังขึ้นฉันคิดว่าคนขับรถของพี่เบสน่าจะมาแล้วล่ะ เมื่อฉันเดินไปถึงรถที่พี่เบสส่งมารับฉันทำให้ฉันไม่กล้าขึ้นรถเลย เพราะว่ารถเป็นรถราคาที่แพงมาก แต่ว่ามันก็ไม่มีทางเลือกแล้วยังไงก็ต้องขึ้นไปอยู่ดี ฉันขึ้นรถข้างหลังก่อนจะปิดประตูรถแล้วรถก็เริ่มเคลื่อนที่ไป

 

[ โรงเรียน ]

 

เมื่อถึงโรงเรียนรถก็ได้จอดลง คนขับรถจอดรถที่ข้างหน้าโรงเรียนแล้วหันมาหาฉัน

 

“ถึงแล้วครับเดินทางให้ปลอดภัยนะครับ” คุณคนขับรถอวยพรให้กับฉันก่อนที่ฉันจะพยักหน้าให้แล้วก็ไหว้ขอบคุณเขาไป ฉันเดินลงมาจากรถแล้วปิดประตูลง เด็กนักเรียนที่นี่เขาก็ไม่ได้มาอะไรกับรถของฉันหรอกนะเพราะว่าที่นี่มันเป็นโรงเรียนที่มีแต่คนรวยอยู่แล้ว ดีเท่าไหร่แล้วที่เราสอบติดเข้ามาได้ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆแบบนี้หรอก อย่างที่ว่าบ้านฐานะไม่ค่อยจะร่ำรวยฐานะบ้านฉันแค่ปานกลางก็ต้องอดทนสอบเข้ามาเอง ฉันเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับสายตาแปลกๆเหมือนเดิมทุกๆวัน แต่คงจะผิดสังเกตหลายๆคนเหมือนกันที่พี่เบสไม่มากับฉันด้วยในวันนี้

 

“แกทำไมวันนี้พี่เบสไม่มาวะ หรือว่าสองคนนั้นเลิกกันแล้ว?”  พวกรุ่นน้องพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย แล้วจะมาสงสัยอะไรข้างๆฉันด้วย พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรอว่าการนินทาคนอื่นให้นินทาไกลๆคนที่นินทาหน่อย นี่มันใกล้จนเขาได้ยินหมดแล้ว ดีแค่ไหนแล้วเขาไม่วิ่งไปตบปากเอาเนี่ย

 

“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ะ แต่วันนี้พี่เบสไม่ได้มาเรียนนี่นา สงสัยมีงานมากกว่าเลยไม่ได้มาเรียนล่ะมั้ง”

 

แหมะยังมีเด็กคนอื่นที่มีเหตุผลมากกว่าไอ้เด็กคนแรกอีก ดีแล้วที่เด็กมันยังคิดได้ถ้าคิดไม่ได้กันหมดนี่ไม่ควรมาเรียนที่นี่หรอกนะ ฉันเดินไปต่อแล้วก็ไม่ได้สนใจเด็กพวกนั้นอีก ฉันเดินขึ้นไปเข้าห้องเรียน ในตอนเช้าทุกๆวันคนอื่นก็ยังไม่มาเหมือนเดิม ฉันเดินไปนั่งที่นั่งของฉันแต่วันนี้ที่ดูผิดแปลกไปก็คือโต๊ะของฉันนี่แหละ นี่มาก้าวก่ายถึงโต๊ะเรียนของฉันกันแล้วหรอ [เลิกยุ่งกับเบสซะไม่อย่างนั้นฉันไม่เอาเธอไว้แน่] อะไรของคนพวกนี้เนี่ยจะให้ฉันเลิกยุ่งกับคนที่ฉันรักมันคงจะยากมากเลยนะ คิดยังไงถึงอยากจะได้ของคนอื่นกัน ฉันไม่เข้าใจคนพวกนี้จริงๆเลย เคยเห็นฉันยุ่งกับพี่เบสก่อนกันไหมก็ไม่เคย ถ้าอยากจะให้เลิกยุ่งทำไมไม่ไปบอกกับพี่เบสเขาเองล่ะมาบอกกับฉันทำไม เบื่อยัยพวกนี้จริงๆเลยที่ชอบผู้ชายแล้วมาว่าผู้หญิงที่เป็นแฟนเขาเนี่ย ฉันเอาไม้บรรทัดเหล็กขึ้นมาจากกระเป๋าของตัวเองก่อนจะเริ่มขูดลิขิตออกจากโต๊ะ ไม่เคยมีวันให้ฉันพักเลยหรอวันที่ทุกคนเข้าใจในตัวของฉันบ้าง ฉันขูดมันจนเสร็จเรียบร้อย //กริ้ง กริ้ง กริ้ง// เสียงเตือนว่าจะต้องเข้าแถวได้ดังขึ้น เสร็จก่อนเข้าแถวก็ถือว่าดีแล้วล่ะ ฉันเดินลงไปเข้าแถวในระหว่างที่กำลังเข้าแถวอยู่ก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังมองมาทางฉันอยู่ข้างหลังฉัน ฉันเลยหันไปดู แต่ก็ไม่ได้มีใครมองอะไรฉันอยู่ก็มีแต่คนเข้าแถวกันนั่นแหละ //ประเทศไทย..// ความรู้สึกมันกลับมาบางครั้งบางคราว อะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้กันนะใจคอไม่ดีเลยสิ เมื่อทำความเคารพกันเสร็จพวกเราก็ขึ้นไปเรียนกัน ในระหว่างที่เรียนฉันนั่งติดหน้าต่างแล้วตรงข้ามกับตึกของเราก็จะเป็นตึกของรุ่นพี่อีกฝั่ง รู้สึกแปลกๆมากเหมือนมีคนมองมาอยู่ตลอดตรงทางตึกนั้น ฉันจะพยายามไม่สนใจและคิดบวกว่าฉันคงคิดมากไปเอง //กริ้ง กริ้ง กริ้ง// เวลาพักเที่ยงได้มาถึง ฉันเดินลงมาจากตึกแล้วไปที่โรงอาหาร เมื่อถึงโรงอาหารความรู้สึกมันก็มาอีกครั้ง ฉันว่ามันไม่ใช่แค่ความรู้สึกธรรมดาแล้วล่ะ เหมือนมีคนมองจริงๆแล้วตอนนี้ขนลุกไปทั้งตัวเลย ฉันเดินไปสั่งข้าวสั่งน้ำแล้วก็เดินมานั่งตรงโต๊ะที่ว่างๆ วันนี้ไม่มีพี่เบสอยู่ก็คิดถึงอยู่เหมือนกันนะ ไม่มีใครมากวนใจฉันเลยวันนี้ นั่น..มันมาอีกแล้วฉันไม่ไหวแล้วนะหันไปดูเลยก็แล้วกัน แต่ครั้งนี้ฉันหันไปฉันรู้แล้วว่าใครมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ฉันมองไปทางที่พี่นิ้งอยู่ก็พบว่าพี่นิ้งเป็นคนที่มองฉันแล้วส่งสายตาแปลกๆใส่ฉันนั่นเอง เธอมองฉันด้วยสายตาที่ไม่ชอบขี้หน้าแบบว่าโกรธเคืองอะไรฉันอยู่ แต่วันนี้เธอมองฉันทั้งวันเลยนะไม่เหมือนแต่ก่อนที่มองแล้วก็ไม่มองอีกเลย มันก็เลยทำให้ฉันมีควารรู้สึกแปลกๆอยู่ตลอดเวลาแบบนี้นี่เอง ฉันรีบกินข้าวแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีเลยจะได้ไม่ต้องรู้สึกแบบนี้อีก ความรู้สึกที่มันไม่ดีแบบนี้ใครล่ะจะไปอยากรู้สึก  อยู่ๆฉันก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาทันใด ฉันเลยหาห้องน้ำเดินไปแถวนี้น่าจะมีห้องน้ำอยู่ตรงตึกพี่เบสนะ ฉันเดินไปเข้าห้องน้ำที่ตึกพี่เบสข้างล่างตึกจะมีห้องน้ำอยู่ ฉันเดินเข้าไปแล้วก็เข้าไปปล่อยทุกข์อย่างไว รู้สึกโล่งสบายมากตอนนี้ ในระหว่างที่ฉันกำลังทำกิจส่วนตัวของตัวเองนั้นก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาในห้องน้ำ

 

“นี่แกฉันว่านะแก น้องอ้วนๆที่เป็นแฟนเบสน้องเขาก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ ไม่งั้นเบสจะชอบน้องเขาขนาดนั้นหรอ”

 

เจออีกแล้วหรอโรงเรียนนี้มันเป็นอะไรกับเรื่องของฉันกันเนี่ย ฉันดูไม่เข้ากันกับพี่เบสขนาดนั้นเลยหรอ ทำไมต้องอยากจะกรีดกันคนที่เขารักกันด้วยล่ะ

 

“ฉันไม่สนหรอกนะวิว ฉันสนแค่ว่าจะทำยังไงให้ยัยเด็กอ้วนนั่นเลิกกับเบสดี”

 

เสียงพี่นิ้งนี่กินข้าวเสร็จกันแล้วหรอ อะไรที่ว่าให้ฉันเลิกกับพี่เบส

 

“แล้วแกจะทำยังไงกับน้องล่ะ?” พี่วิวถามพี่นิ้งไปแต่รู้สึกว่าพี่นิ้งจะไม่ได้พูดอะไรมีแต่หัวเราะออกมาอย่างเดียวเลย

 

“ฮ่า ฮ่า ฉันมีแผนอยู่แล้วล่ะ แผนที่จะทำให้เบสกับเด็กนั่นเลิกกันได้ชัวร์ๆเลย แต่มันคงจะไม่เป็นวันนี้หรอก ฉันขอเวลาทำแผนนานหน่อย แต่แกไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะฉันจัดการได้แน่นอน”

 

แผนการที่ว่ามันคืออะไรกันนะที่บอกว่าฉันกับพี่เขาจะเลิกชัวร์ๆ แต่แผนที่ว่าฉันจะพยายามจะรับมือกับมันนะ เพราะฉันก็รู้อะไรบางอย่างก็ตอนนี้แหละ =.= //กริ้ง กริ้ง//

 

“โอ๊ะรีบไปเรียนกันเถอะเดี๋ยวสายเอา” คนหนึ่งในกลุ่มได้พูดขึ้นก่อนทุกคนจะเดินออกไปจากห้องน้ำกัน ฉันถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินออกจากประตูห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวๆนี้แล้ว ฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วก็วิ่งออกมาเข้าตึกของตัวเอง ในระหว่างที่ฉันเรียนอยู่มันก็ทำให้ฉันคิดมากในเรื่องที่พี่นิ้งพูด พี่นิ้งเขาจะทำอะไรของเขากันแน่นะ แต่ตอนนี้ช่างมันเถอะต้องเรียนก่อน เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน เมื่อเลิกเรียนฉันก็เก็บกระเป๋าแล้วก็เดินลงมาจากตึก แต่ข้างหน้าประตูก็มีกระดาษบางอย่างเขียนไว้ [ เดินลงมาสิ ] ทำไมมันมีตรงนี้ล่ะฉันหยิบกระดาษที่แปะไว้ตรงพื้นขึ้นมา [ปอยเดินลงมาเลยไม่ต้องมางงรู้นะว่ากำลังคิดอะไรอยู่] โอ้ถึงฉันเองหรอแล้วจะให้ฉันเดินไปไหนกันนะ [เลี้ยวลงมาเลย] เลี้ยวลงไป..เลี้ยวแล้ว [มองขึ้นมาสิ] ฉันมองขึ้นไปตามที่กระดาษมันบอก เสียงเพลงได้ดังขึ้นมา เสียงกีตาร์ใครเป็นคนดีดกันนะ ที่นี่มันสวยจังเลยม่านสีชมพูที่แวววับไปด้วยแสงที่ส่องตามผ้าไป ในตอนนี้มันก็มืดแล้วล่ะก็เลยค่อนข้างจะสวยงาม

 

“ฉันรักเธอมาก รักเธอจนสุดหัวใจ รักเธอไม่ว่าจะนานแค่ไหน ฉันจะรักเธอจนตลอดไป”

 

เสียงใครบางคนร้องเพลงออกมาพร้อมกับเสียงกีตาร์ที่เข้ากันสุดๆไปเลย มีคนเดินขึ้นบันไดมาพร้อมกับดอกไม้ เดินมาหาฉันด้วยชุดสูทที่น่าจะราคาแพงมากเลยแหละ

 

“อันนี้สำหรับคุณผู้หญิงนะครับ” แล้วเขาก็ยื่นดอกไม้มาให้กับฉัน ฉันรับมันไว้แล้วมองตามเสียงเพลงต่อไป

 

“เดินลงตามผมมาเลยครับ มีคนต้องการที่จะพบกับคุณนะครับ”

 

ใครกันที่อยากจะพบฉัน ฉันเดินลงไปจากตรงนี้ เสียงเพลงได้ดังขึ้นมาเรื่อยๆ และดังขึ้นมากๆ ทุกอย่างหยุดลงจากที่กำลังมืดๆอยู่ แสงก็ได้จ้าขึ้นมามีซุ้มๆหนึ่งพร้อมกับเสียงเพลงอยู่ที่นั่น ฉันเดินเข้าไปเรื่อยๆแล้วลองเปิดผ้าสีขาวออก สิ่งที่ฉันเห็นทำให้ฉันตกใจนิดหน่อย

 

“ฉันรักเธอมากมายแค่ไหนเธอรู้บ้างไหม..น้องปอยของพี่”

 

พี่เบสกำลังดีดกีตาร์อยู่ข้างหน้าของฉัน ทำไมพี่เขามาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ พี่เขาเดินมาหาฉันแล้วก็จับมือของฉันเอาไว้

 

“สุขสันวันวาเลนไทน์นะครับสุดที่รักของผม” แล้วเขาก็ยื่นกล่องอะไรบางอย่างให้กับฉัน

 

“นี่มันกล่องอะไรหรอคะ” ฉันถามไปเพราะว่าอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมันกล่องอะไร

 

“อยากเห็นแล้วอะดิ เดี๋ยวเปิดให้ดู” พี่เบสหันกล่องไปทางพี่เขาแล้วเปิดออกมา นั่นมัน...

 

“สร้อยนี้ราคาหลายล้านมากเลยนะ พี่ให้น้องเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์” สร้อยราคาหลายล้านพระเจ้าหลายล้านเลยนะ พี่เขาเอาของแบบนี้มาให้กับฉันหรอ

 

“มันเยอะไปสำหรับปอยนะปอยไม่กล้ารับไว้เลย” ฉันพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ แต่พี่เขาก็หันฉันให้หมุนไปด้านหลัง ทุกคนต่างมองพวกเรากันสำหรับคนที่ยังอยู่ที่โรงเรียนนะ

 

“อันนี้เป็นสร้อยคู่ของเราสองคนนะ รับไปเถอะเอาไว้เป็นความทรงจำระหว่างเราสองคน”

 

พี่เขาหยิบสร้อยขึ้นมาแล้วเอามืออ้อมมาโอบฉันเอาไว้ก่อนจะดึงสร้อยมาไว้ตรงคอแล้วใส่ให้กับฉัน มันสวยมากเลยสร้อยอันนี้ฉันชอบมันมากๆ พี่เขาจุ๊บมาที่แก้มของฉันแล้วก็กอดฉันจากข้างหลัง

 

“ทุกคนมองหมดแล้วนะพี่เบสแหมะอายเขา” ฉันอายจริงๆนะก็ทุกคนกำลังมองพวกเราอยู่ ทำแบบนี้ฉันก็อายเป็นเหมือนกัน

 

“ไม่เป็นอะไรหรอกน่ะพี่ก็อยากให้โลกรู้นั่นแหละว่าพี่มีแฟนที่น่ารักแบบนี้ เขาจะมองเรายังไงก็ช่างแต่ว่าพี่มองเราในแบบที่พี่มอง”

 

บ้ามากเลยนะผู้ชายคนนี้เนี่ย แต่ฉันก็รักพี่เขาเพราะแบบนี้แหละ วันแห่งความสุขก็ได้ผ่านไปอีกวัน

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด