ตอนที่แล้วบทที่ 773 - ตายด้วยกัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 775 - ต้านต้าน ยังไม่ตาย

บทที่ 774 – ศิษย์ 1 ใน 4 ปราการ

 

“เจ้าเป็นใครกัน?!!”

 

ไม่ต้องพูดถึงชูเฟิง แม้เเต่ มู่หรง ซุน ก็ผงะถอยด้วยความตกใจ

 

เพราะคนที่ยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของชูเฟิงนั้นเป็นบุคคลที่อายุวัยใกล้เคียงกับ มู่หรง ซุน เขาสวมใส่เสื้อผ้าที่ใสสะอาดสะอ้าน ทั่งยังมีใบหน้าที่หล่อเหลา ลักษณะภายนอกของเขานั้นดูไม่เหมือนคนอายุราวๆ สามสิบปี แต่กลับดูเหมือนชายหนุ่ม ที่มีอายุราวยี่สิบกว่าๆ

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจคือ ความเเข็งเเกร่งของเขานั้นเทียบเท่ากับ มู่หรง ซุน ซึ่งเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 8 จ้าวเเห่งสงคราม นอกจากนี้ กลิ่นอายรอบตัวของเขานั้นเเข็งเเกร่งเป็นอย่างมาก เเละที่สำคัญคือเขามีความเเข็งเเกร่งที่ไม่ได้ด้อยไปกว่า มู่หรง ซุน เลยแม้แต่น้อย “ข้ามีนามว่า ซวน เสี่ยวจาว ศิษย์ของ ท่าน เซวีย ซีเยว่ หนึ่งในสี่ปราการแห่งพรรคมารทลายราตรี!”

 

เขากล่าวด้วยเสียงที่ดังกังวาล ราวกับไม่สนใจสิ่งใดด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ “ข้าไม่เคยคิด ว่าจะได้เห็น ศิษย์ของสี่ปราการที่นี่”

 

มู่หรง ซุน ไม่ได้มีการเเสดงออกถึงความตกใจเเม้เเต่น้อย หลังจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาว่า”

 

ซวน เสี่ยวจาว นี้มันเรื่องของหมู่เกาะประหาร เจ้าเป็นคนของพรรคมารทลายราตรี ดังนั้นรีบไปทำธุระของเจ้าเถอะ และหวังว่าเจ้าคงไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้””เพราะไอเด็กคนนี่ทำให้ คนของหมู่เกาะประหารของข้าต้องพิการ มันได้ก่อความผิดร้ายเเรง แม้แต่สวรรค์ก็ไม่อาจให้อภัยในความผิดของมันได้ ถ้าเจ้ายังคิดจะป้องปกมันละก็ ข้าก็จะไม่เกรงใจเจ้า”มู่หรง ซุน พุดด้วยความมั่นใจเเละกล่าวตักเตือนออกไป โดยส่วนตัวนั้น เขานั้นไม่ได้เกรงกลัวหรือชอบขี้หน้า ซวน เสี่ยวจาว สักเท่าไหร่

 

หลังจากได้ยินคำกล่าวของ มู่หรง ซุน ซวน เสี่ยวจาวนั้นไม่ได้สนใจเเต่อย่างใด เขากลับพลิกฝ่ามือของเขา พลันปรากฏ รูปร่างของผลไม้แปลกประหลาด บนมือของเขา จากนั้นก็มีอักขระเรียงลำดับจากการร่ายคาถาบางอย่าง สัญลักษณ์สีทองจำนวนมากมายเริ่มที่จะโผล่ออกมาให้เห็น ผลไม้นั้นก็เริ่มที่จะขยายตัวออกพร้อมกับสัญลักษณ์เเละตรงไปห่อหุ้มร่างกายของชูเฟิงอย่างรวดเร็ว

 

หลักจากนั้นไม่นานมันก็ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของ ชูเฟิงทันที ตอนนั้นเขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ในไม่ช้าบาดแผลเเละความเจ็บปวดของก็ค่อยๆลดลงทันตาเห็น

 

ไม่ว่าจะเป็นเส้นเอ็น ข้อต่อ กระดูกที่หัก หรือร่างกายที่มีรูของเขา ก็ถูกฟื้นคืนกลับมาบางส่วน มันเป็นความจริงที่ว่า ซวน เสี่ยวจาว นั้นได้รักษา ชูเฟิง

 

หลังจากที่ได้รักษาชูเฟิง ความสามารถของเขานั้นก็ได้หายไปในทันที ชูเฟิงนั้นรู้สึกได้เลยว่าไม่ใช่แค่เขาจะเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญานชุดทอง ที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียว ทางด้านเทคนิคที่ ซวน เสี่ยวจาวใช้ ยังลึกลับอย่างมาก เทคนิคที่เขาได้สร้างผลไม้ที่กลั่นออกมามันช่วยในการรักษาได้รวดเร็ว อีกทั้งมันยังมีความมหัศจรรย์อย่างมาก “ทำไมท่านถึงช่วยข้า!!!”

 

ชูเฟิงถามออกมาแบบงงๆ เพราะเขาไม่รู้ว่า ซวน เสี่ยวจาว คิดอะไรอยู่ถึงช่วยเขา นำซ้ำพวกเขายังไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแม้แต่น้อย “ถึงแม้ว่าข้าจะไม่สามารถช่วย อสูรวิญญานของเจ้าได้ แต่เพราะข้าไม่อาจเห็นฉากที่เจ้าถูกทรมาณเช่นนั้นจนตาย เจ้านั้นมีความกล้าหาญเเละความเเข็งเเกร่งที่ยอดเยี่ยม อย่าได้คิดที่จะยอมเเพ้ต่อชีวิตง่ายๆเช่นนี้ เพราะในภายภาคหน้าเจ้าต้องพบโอกาสที่จะได้ล้างเเค้นเรื่องวันนี้!”ซวน เสี่ยวจาว กล่าวออกมาอย่างเฉยเมย หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มมองไปที่ มู่หรง ซุน เเละกล่าวว่า”

 

มู่หรง ซุน คู่หมั้นของเจ้านั้นค่อนข้างใช้ได้เลยทีเดียว มันจะเป็นอะไรหรือเปล่า หากข้าจะขอยืมนางไปเล่นสนุกสักคืนสองคืน ข้ารับรองว่านางต้องติดใจข้าอย่างแน่นอน!!!”

 

******วู๊ซ****** หลักจากที่ ซวน เสี่ยวจาว กล่าวออกมา เขาก็โบกเเขนกำยำของเขาเเละผลักฝ่ามือออกไป ทันใดนั้นรุปแบบอำนาจพลังวิญญานสีทอง ค่อยๆระเบิดออกมา กลายเป็นลำเเสงพุ่งขึ้นไปในอากาศ เเละกักขังพวกเขาในทันที “เจ้ามันรนหาที่ตาย!!!”

 

มู่หรง ซุน นั้นรู้สึกโกรธมาก จนแผ่กลิ่นอายความเเข็งเเกร่ง ระดับ 8 จ้าวแห่งสงคราม พร้อมกับระเบิดออกมาเข้าปะทะ ซวน เสี่ยวจาว

 

*บู้ม บู้ม บู้ม*

 

การต่อสู้ของ ระดับ 8 จ้าวเเห่งสงครามนั้นรุนเเรงเป็นอย่างมาก ความเเข็งเเกร่งของพวกเขาทั้ง 2 เหนือกว่าผู้ที่อยู่ระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด แม้เเต่ผู้ที่อยู่ระดับ 9 จ้าวเเห่งสงครามนั้น อาจจะไม่ใช่คู่มือของพวกเขาด้วยซ้ำ ความเเข็งเเกร่งของพวกเขานั้น สมควรถูกเรียกว่าอัจฉริยะที่เเท้จริง

 

ในขณะที่พวกเขาต่อสู้กัน ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถูกงัดออกมาใช้ในการต่อสู้ทั้งหมดทั้งสิ้น ขนาดป่าโดยรอบยังพลันราบเป็นหน้ากอง นอกจากนี้เขาทั้งสองยังใช้ความเเข็งเเกร่งทั้งหมดของตัวเอง จนแม้กระทั้งผืนฟ้ายังถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ด้วยพลังของพวกเขา

 

ซวน เสี่ยวจาว นั้นพยายามที่จะปกป้อง ชูเฟิง เขาจึงเริ่มที่จะเปิดฉากต่อสู้เพื่อต้องการที่จะให้ ชูเฟิง มีเวลาหนีไป นั้นเป็นเหตุที่ทำให้เขานั้นได้เริ่มเสี่ยงชีวิตกับ มู่หรง ซุน ทั้งยังป้องกันไม่ให้ หย่า เฟย เเละ มู่หรง ว่าน ใช้จังหวะนี้สังหาร ชูเฟิง เขาจึงบังคับให้ทั้ง 3 คนนั้นอยู่บนอากาศเเละเริ่มที่จะจู่โจมพวกเขาเหล่านั้นโดยไม่ปล่อยให้มีโอกาสได้ลงไปแตะพื้น

 

ชูเฟิงเริ่มที่จะลากตัวของเขาที่เต็มไปด้วยบาดแผล พร้อมกับหยิบเเขนของเขาที่ถูกตัดออกมา ถึงเเม้ว่าเขาจะสามารถใช้เทคนิคอำนาจพลังวิญญานเพื่อที่จะต่อเเขนใหม่เข้ากับร่างกายของเขาได้ แต่ด้วยความรู้สึกบาง มันบอกเขาว่า มันคงจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมหลังจากเชื่อมกลับมันเข้าไป

 

ในขณะที่ชูเฟิงจับเเขนของเขาที่ถูกตัดออกมา เขาก็หันหน้ามองไปขึ้นไปยัง หย่า เฟย, มู่หรง ว่าน เเละ มู่หรง ซุน ที่กำลังต่อสู้กับ ซวน เสี่ยวจาว ขณะที่เขาปล่อยจิตสังหารที่เปี่ยมล้นภายในดวงตาของเขา พร้อมกับตะโกนออกไปว่า”

 

ต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำกับข้าในวันนี้ ข้าจะให้พวกเจ้าได้รับความเจ็บปวดกว่าร้อยเท่าพันทวี เทียบกับที่ข้าได้รับ”

 

ชูเฟิงหันไปมอง ซวน เสี่ยวจาว อีกครั้ง และเขาก็พบว่า เเม้ ซวน เสี่ยวจาว จะเป็นคนที่เเข็งเเกร่งเทียบเท่าได้กับ มู่หรง ซุน แต่หากมองดีๆก็จะพบว่า ซวน เสี่ยวจาว ยังด้อย มู่หรง ซุน อยู่เพียงเล็กน้อย และอีกไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องพ่ายเเพ้

 

หลังจากครุ่นคิดพักนึง เขาก็กล่าวขอบคุณอย่างเงียบๆ ตอนนั้นเขาไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะหลบหนีไปจากที่นี่

 

ชูเฟิงเริ่มที่จะหลบหนีโดยใช้เส้นทางยาวออกไป แม้ว่าเขาจะปกปิดกลิ่นอายความเเข็งเเกร่งของเขาบนเส้นทางหลบหนี เเต่เขาก็ไม่กล้าที่จะประมาทในทางใดทางหนึ่ง เพราะเขานั้นรู้ว่า มู่หรง ซุน นั้นมีเทคนิคพิเศษที่สามารถค้นหาเขาเจอ มิฉะนั้นเขาคงไม่พบสถานที่ของเขาที่ปกปิดไว้ก่อนหน้านี้

 

ชูเฟิงใช้พลังเป็นอย่างมากในการหลบหนี ผ่านไปหลายชั่วยาม ในที่สุดเขาก็มาถึงชายเเดนของ หุบเขาคนโฉด ณ ที่แห่งนี่ มีทะเลสาบที่กว้างใหญ่ ชูเฟิง จึงคิดจะลงไปล้างเนื้อล้างตัวภายในนั้น

 

ณ เวลานั้น มีแสงแดดจากฟากฟ้าสาดส่องลงมากระทบกับผิวน้ำ พลันปรากฏภาพของเขาบนผิวน้ำราวกับกระจกที่สะท้อน เขาที่ได้เห็นสภาพที่น่าสังเวชของตัวเอง มันจึงทำให้หัวใจของเขานั้นเจ็บปวดปวดยิ่งขึ้น

 

ในตอนนี้ เขาไม่ได้รู้สึกโกรธหรือแค้นอะไร มีเเต่เพียงความโศกเศร้าเท่านั้นที่ยังคงรู้สึกวนเวียนอยู่ในจิตใจ เขาไม่สามารถที่จะรู้สึกถึงตัวตนของ ต้านต้านได้อีก มันจึงทำให้หัวใจของเขารู้สึกว่างเปล่า เหมือนกับว่าเขาได้สูญเสียส่วนหนึ่งที่สำคัญของตัวเองไปหมดสิ้น

 

ต้านต้าน ไม่มีช่วงเวลาใด ที่นางนั้นไม่ได้อยู่ข้างๆกายชูเฟิง นางเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งในชีวิตเขา นับตั้งเเต่เขาเกิด สำหรับชูเฟิง ต้านต้าน ไม่ใช่เพียงเเค่อสูรวิญญานของเขา เเต่นางนั้นเป็นเหมือนเพื่อนของเขาที่คอยเป็นร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน นางนั้นเป็นเหมือนส่วนเติมเต็มตัวตนของเขาก็ว่าได้

 

*ตู้มมม*

 

ทันใดนั้น ชูเฟิงรู้สึกราวกับจิตใจของเขาได้ล่องลอยออกไปในอากาศ เขาทิ้งเข่าลงครึ่งนึงเหนือผิวน้ำของทะเลสาบ ดวงตาของเขานั้นเเดงกล่ำ เเม้เเต่ร่างกายของเขายังสั่นระรัว มันเป็นครั้งเเรกในชีวิตที่ทำให้เขารู้สึกสมเพชตัวเอง แม้เเต่คำพูดก็ไม่รู้จะหาคำใดมากล่าวความรู้สึกที่ขมขื้นนี้ได้

 

เขากล่าวพึมพัมออกมาว่า”

 

ลูกผู้ชายไม่ควรร้องไห้ง่ายๆ เพราะพวกเขานั้นรู้สึกเป็นทุกข์”

 

นี่คือสิ่งที่เขาพยายามบอกตัวเอง

 

หยดน้ำตาเริ่มที่จะไหลลินลงมาพร้อมกับเลือดสดสีเเดง เขาก้มหน้ามองภาพของตัวเองบนพื้นผิวทะเลสาบ เเม้เเต่คลื่นที่พัดมาก็ไม่สามารถที่จะพัดเขาให้ถอยห่างจากจุดเดิมได้ ความรู้สึกของเขาตอนนี้เปรียบเสมือนคนอกหัก ราวกับว่าตอนนี้เขาคือทุ่นเหล็กที่ตั้งไว้อยู่บนผิวทะเลสาบโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดๆ “ต้าน ต้า….”

 

ชูเฟิงกล่าวออกมาเบาๆ พร้อมเรียกชื่อของ ต้านต้าน ถึงแม้เขาจะกล่าวคำพูดออกมามากมายเพียงใดก็ตาม เขาก็ไม่สามารถที่จะได้ยินเสียงตอบรับของ ต้านต้าน ในตอนนี้เขาคิดเพียงว่านี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ควรจะทำ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ร้องห่มร้องไห้?!! ข้ายังไม่ตายสักหน่อย”

 

ในขณะนั้นที่เขาเรียกชื่อของนางออกไปเหมือนเดิม เเต่มีบางสิ่งบางอย่างที่เเปลกจากตอนเเรกคือ ชูเฟิงนั้นได้ยินเสียงตอบรับของ ต้านต้าน “ต้านต้าน นั่นใช่เจ้าใช่ไม๊?!!!”

 

ชูเฟิงที่ตอนนั้นได้ยินเสียงตอบรับเขานั้นรู้สึกดีใจ จนลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพยายามมองไปรอบๆ เเต่ในไม่ช้าอารมณ์ร่าเริงของเขาก็กลายเป็นเพียงเเค่ความหวังลึกๆในใจเท่านั้น

 

ชูเฟิงพบว่าเขานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็น ต้านต้านได้ เเละภายในหัวใจของเขาก็ยังคงไม่รู้สึกถึงการเชื่อมต่อระหว่างเขาเเละต้านต้าน เหมือนกับว่าเธอไม่อยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว มันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่เธอนั้นได้ตอบกลับเสียงเรียกของเขา? มันคงจะอธิบายง่ายกว่านี้ หากเขารู้สึกว่ามันเป็นเพียงเเค่ความฝันที่เขาจินตนาการขึ้นมาเอง

 

ReaDMGA ////////////////////////////////////////

 

A : ต้านต้าน กูไม่ตาย!! พี่เฟิงมืงไม่ได้หูฟาดหรอก!!!

 

B : ถูกต้องนางยังไม่ตาย!!! รีบๆลุกขึ้นแล้วมุ่งหน้าไปยัง ที่กบดานพรรคมารเถอะ เด๋วกองทัพ หมู่เกาะประหารจะมาแล้ว รีบนำแผนชั่วพวกมันไปบอกทุกๆคน

 

C : สงคราม!!! สงคราม!!! สงคราม!!! สงครามจะเริ่มแล้วววววว!!!