ตอนที่แล้วเล่มที่ 2 : บทที่ 2-3 ( Alien )
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเล่มที่ 2: บทที่ 3-2 (Alien)

เล่มที่ 2 : บทที่ 3-1 ( Alien )


เล่มที่ 2 : บทที่ 3-1 แปลโดยกิลด์เทพอสูร

เจิ้งกับหลานนอนกองอยู่บนพื้น ทั้งคู่นอนต่างยังคงกอดกันแน่นด้วยความวิตกกังวล และ ความหวาดกลัวที่ยังคงครอบงำภายในจิตใจของพวกเขา ตราบกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านต่าง ๆ จึงทำให้สติของพวกเขาฟื้นกลับคืนมาบ้าง

แน่นอนว่าการที่เขายังคงนอนกองบนพื้นเเบบนี้ มันไม่ได้ทำให้เขาดูเจ๋งอะไร แต่นั่นเพราะว่าแรงทั้งหมดที่มีของเขาๆ ได้ใช้มันไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ในความเป็นจริงตั้งแต่เขาได้เข้ามาในห้องนี้เขาก็กลัวว่าอาการปวดจะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง แต่โชคดีที่คราวนี้เขาเพียงแค่เหนื่อยมากเท่านั้น และ ไม่ได้ปลดล็อคขีดจำกัดทางพันธุกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปลดล็อคขีดจำกัด ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ

ซวนทรุดตัวลงนั่งที่ข้างตัวของเจิ้ง และ ถามว่า “นายเป็นยังไงบ้าง? บาดเจ็บตรงไหนมั้ย? ต้องใช้เวลานานแค่ไหนเพื่อฟื้นพลัง?”

เจิ้งตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงกลับไปว่า “แค่หมดแรงเท่านั้นน่ะ ไม่มีตรงไหนได้รับบาดเจ็บ ถ้าได้พักซักหน่อยอีกเดี๋ยวก็คงหาย... น่าจะใช้เวลาประมาณซักครึ่งชั่วโมง.”

ซวนมองด้วยความดีใจ ซึ่งโดยปกติแล้วคนเย็นชาอย่างเขามักจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้เห็น เว้นเสียแต่ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุ้มค่าจริงๆ “น่าเสียดายที่นายไม่ได้หยิบอาหาร และ น้ำมาด้วยไม่งั้นแผนของผมคงสำเร็จ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยคิดแผนกันใหม่ ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่แล้วล่ะ เพราะเราไม่ใช่แค่เหยื่อที่ไร้ทางสู้ หรือไม่สามารถปกป้องตัวได้อีกต่อไป ตอนนี้เราวางมวยกับมันได้แล้วล่ะ.”

จากนั้นเจี๋ยได้ยกตัวของเจิ้งขึ้นแล้วแบกเขาไว้บนหลัง  หลานไม่ได้ใช้พลังงานมากนักในระหว่างที่วิ่ง เธอเพียงแค่หวาดกลัวเท่า นั้นเลยทำให้ลุกไม่ขึ้น ส่วนหลานหลังจากที่เธอพักผ่อนแค่เล็กน้อย เธอก็ลุกขึ้นยืนเองได้ และ เดินตามหลังทุกคนไป

“ที่นี่คือห้องควบคุมของยานลำนี้ ถึงแม้ว่าระบบมันจะดูยุ่งยากไปซักหน่อยก็เถอะ แต่อันที่จริงระบบควบคุมของมันนั้นคล้ายคลึงกับสถานีปล่อยจรวดมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะควบคุมมัน.”

ทั้งเจ็ดนั่งอยู่ในห้องเบอร์ 27. ฟังซวนอธิบายเรื่องการใช้งานของปุ่มควบคุม แม้ว่าเขาจะอธิบายอย่างคร่าวๆ แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดซักคน แน่นอนว่าพวกเขาสามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ และ กดบางปุ่มได้เท่านั้น

เจิ้งคิดอย่างเงียบๆ 'คงมีแต่นายคนเดียวเท่านั้นแหละ ที่เข้าใจระบบที่ซับซ้อนอย่างนี้ได้อย่างง่ายดาย’ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาดัง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขากลับรู้สึกขอบคุณ ที่มีอัจฉริยะอย่างซวนหลุดเข้ามาในกลุ่มของมือใหม่ คนแบบนี้นับว่ามีความสำคัญกับทีมเป็นอย่างมาก

หลังจากที่เจี๋ยวางเจิ้งลง เขาก็พูดขึ้นมาว่า “จริงๆ ผมเอาอาหารและ น้ำ จำนวนหนึ่งติดตัวมาด้วย ถึงแม้จะอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วันแต่ถ้าเราแบ่งกันตามสัดส่วนก็คงจะพอประทังชีวิตไปได้.”

ซวน และ คนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน เจี๋ยพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “แหวนมิติ? มีอาหารกับน้ำในแหวน?”

เจิ้งยิ้มแล้วพยักหน้า ซวนสอบถามเรื่องเกี่ยวกับแหวนมิติในทันที ยิ่งเขาได้รู้ว่ามันเป็นไอเท็มที่ถูกสร้างขึ้นโดยเซียน อีก ทั้งยังสามารถใช้คะแนนแลกจากพระเจ้าได้ มันทำให้ซวนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาจับมือของเจิ้งขึ้นมาเพื่อดูแหวน “มันเป็นไอเท็มที่เซียนสร้างขึ้นจริงๆ เหรอ? เซียนสร้างจริงๆ ใช่มั้ย? พระเจ้า ผมเคยเดาว่าไอเท็มแบบนี้มันมีอยู่จริง จากเอกสารทางประวัติศาสตร์ ฮ่า ๆ พวกมันทั้งหมดมาจากมิตินี้! ถ้าผมสามารถรู้ความลับของเทคโนโลยีชิ้นนี้ได้ ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ามนุษย์ชาติจะก้าวหน้าได้ขนาดไหน.”

ซวนไม่ใส่ใจที่ตอนนี้ทุกคนจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เขายังคงแสดงออกอย่างกระตือรือร้นต่อไป “นายรู้หรือเปล่า? พวกเราได้ค้นพบบางสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเทคโนโลยี วัตถุเหล่านี้ถูกค้นพบจากประเทศต่างๆ แต่พวกมันกลับไม่หลงเหลือพลังงานแล้ว พวกเราไม่สามารถเปิดใช้งานมันได้ด้วยไฟฟ้า หรือ พลังงานชนิดอื่น ๆ จากการวิเคราะห์ของชิ้นนั้น เราจึงอนุมานได้ว่าต้องเคยมีอารยธรรมที่ก้าวหน้ามาก่อน แต่ว่าปีที่ค้นพบอารยธรรมชิ้นนั้นมันค่อนข้างแปลก เพราะว่าวัตถุเหล่านั้นล้วนมีมาตั้งแต่เมื่อ 1,000 - 10,000 ปีก่อน ที่ผ่านมาสังคมที่เราอยู่ล้วนมีอารยธรรมที่ก้าวล้ำหลบซ่อนอยู่อย่างเงียบๆ โดยที่พวกเราไม่เคยรู้มาก่อน นายคิดว่ามันเป็นไปได้ไหม?

“ดังนั้นนักวิจัยจึงได้แตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าไอเท็มเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ต่างดาว ที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในอารยธรรมของพวกเรา ผมค่อนข้างไม่ชอบการวิเคราะห์ในรูปแบบนี้ซักเท่าไหร่นัก เพราะทุกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น หรือ ไม่สามารถอธิบายได้ มักจะถูกกล่าวอ้างว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวทั้งสิ้น แนวคิดการวิจัยแบบนี้จึงค่อนข้างเป็นไปได้ยาก  ส่วนอีกฝ่ายนั้นคิดว่าไอเท็มเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยเซียนในตำนาน หรือ เทพเจ้า ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ แต่อย่างน้อยคนกลุ่มนี้ก็ยังคงหาเบาะแสตามซากปรักหักพัง นอกจากนั้นพวกเขายังค้นพบหลักฐานทางอ้อมบางอย่างอีกด้วย.”

ซวนลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่ทุกคน “คุณรู้ไหมว่าสิ่งนี้มันหมายถึงอะไร? มันหมายถึงความก้าวหน้าของมนุษยชาติที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่เทคโนโลยีเท่านั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นวิทยาศาสตร์โดยธรรมชาติ แต่พวกมันได้ทำลายขอบเขตวิทยาศาสตร์ทางกาย ภาพอย่างสิ้นเชิง และนี่คือวิทยาศาสตร์ภายในที่ทันสมัยที่สุด!”

จู่ ๆ ซีโร่ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “วิทยาศาสตร์ภายนอกและ วิทยาศาสตร์ภายใน มันเกี่ยวข้องอะไรกับสถานการณ์ปัจจุ        บันของพวกเราหรือเปล่า เพราะฉันอยากได้อาหาร และ น้ำที่อยู่ในแหวนนั้นจนเต็มแก่แล้ว.”

ซวนแค่นเสียงต่ำแล้วพูดออกมาว่า “ช่างเถอะนายคงไม่เข้าใจอย่างไรความลับของเซียน จะเป็นเรื่องต่อไปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำ หรับมนุษย์ชาติ หลังจากเรื่องปลดล็อคขีดจำกัดทางพันธุกรรม!”

เจิ้ง และ เจี๋ยมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น แม้ว่าซวนมักจะสุขุม และ มีเหตุผลเสมอก็ตาม แต่เขาก็ยังคงเป็นเพียงนักวิจัยคนหนึ่ง หากเมื่อใดถ้าเขาได้พบกับข้อมูลที่น่าสนใจ เขาย่อมคลั่งมากกว่าใครๆ เหมือนในตอนนี้ที่เขาไม่ยอมปล่อยมือของเจิ้ง

เจิ้งพูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้เรามีอาหารกับ น้ำดื่มเพียงพอแล้ว แผนของนายคืออะไร? ถึงแม้นายอยากจะวิจัยเรื่องเซียนขนาดไหน แต่นายจำเป็นต้องมีคะแนนมากพอเพื่อใช้แลกเปลี่ยนมันจากพระเจ้าอยู่ดี ซึ่งต้องใช้นับ 1,000 คะแนน ดังนั้นพวกเราจึงต้องอยู่รอดเพื่อสะสมคะแนนเหล่านั้น”

ในที่สุดซวนก็สงบลงได้ เขาปล่อยมือของเจิ้ง และ นั่งลงบนเก้าอี้ “เนื่องจากตอนนี้เรามีอาหาร และ น้ำเพียงพอแล้ว ผมเตรียมไว้ 2 แผน 1 เราไปตรวจสอบที่ห้องโถงแล้วบันทึกตำแหน่งการปรา กฏตัวของเอเลี่ยน จากนั้นเมื่อพวกมันแตกฝูง เราจะแยกมันออกจากกันที่ละตัวๆ ด้วยผนังเหล็ก แล้วพวกเราก็ค้นหาเส้นทางปลอดภัยไปคลังอาวุธที่อยู่ในห้องเบอร์ 17 ซึ่งจะเป็นเส้นทางปลอดภัยที่สุดเพราะเอเลี่ยนทั้งหมดถูกขังหมดไว้หมดแล้ว หลังจากที่เราได้อาวุธ เราคงต้องพึ่งเจิ้งให้ช่วยกำจัดพวกมันทีละตัวๆ  นี่เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะสู้กับพวกมันได้”

หัวใจของเจิ้งเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาไม่อยากสู้กับเอเลี่ยนพวกนี้อีกแล้ว เขาจึงถามขึ้นมาทันที “แล้วแผนสองล่ะ ? นายมีแผนสองใช่มั้ย?”

ซวนถอนหายใจ “แผนอื่นๆ คือ ... มีห้องไฮเบอร์เนตมนุษย์ (ห้องจำศีล) พวกเราสามารถนอนหลับโดยใช้พลังงานน้อยสุด เราจะต้องกินให้เพียงพอแล้วไปนอนรออยู่ที่นั้น เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ของยานอวกาศลำนี้ได้ถูกตั้งค่าเส้นทางกลับเอาไว้แล้ว แต่เราต้องกลับพร้อมกับเอเลี่ยน”

เจี๋ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “กลับ? กลับไปที่ไหน”

“โลก! เราจะพาเอเลี่ยนไปที่โลกของมิตินี้ ! คงต้องให้รัฐบาลกับกองทัพโลกสู้กับเอเลี่ยนพวกนี้! จากนั้นพวกเราก็จะรอดโดยปราศจากความเสี่ยง ... แน่นอนว่ายังมีความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งคือ มนุษย์ในมิตินี้จะถูกล้างบางโดยเอเลี่ยน แล้วพวกเราอาจจะต้องเผชิญหน้ากับฝูงเอเลี่ยนนับล้านตัว หรือมากกว่านั้น ถ้าเราใช้วิธีนี้อาจจะอยู่รอดได้ซักประมาณ 2-3 ปีแล้วก็ตาย”

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารนิยายเรื่องนี้ได้ก่อนใครที่ FB: www.facebook.com/IDTR8  หรือพิมพ์ค้นหา นิยายแปล: เกมส์สยองต้องไม่ตาย  Blog: www.idtr8.wordpress.com 

จากตอนปัจจุบันในเพจตอนนี้กลุ่มลับนำไปแล้ว 150+ ตอนน้ะค้า

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด