ตอนที่แล้วLSG - บทที่ 133 ให้ข้าช่วยท่าน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปLSG-บทที่ 135 ท้าทายอีกครั้ง

LSG บทที่ 134
แปลไทยโดย : SwordGod

**มีคำผิดต้องขออภัย**

คุ้นเคยและไม่คุ้นเคย

กรุบ! กรุบ! กรุบ!

เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นยามรุ่งสาง พวกเขาเดินทางผ่านเส้นทางเล็กๆในป่าเขา

วันที่ห้า

ทั้งสองคนขี่ม้าเป็นเวลาห้าวันติดต่อกัน!

“ซรือฮงเตี๋ยนอยู่ในป่าแน่หรอ?

“ใช่! เขาอยู่ในป่าแน่ๆ! ”

“หลังจากที่น้องชายข้าถูกจับ อาซานกำลังตามล่ามันอยู่ ระหว่างทางข้ามีความคิดมากมายเกี่ยวกับการช่วยน้องชายของข้า แต่ข้าก็ถูกหยุดไว้โดยวรยุทธที่ล้ำลึกของมันและยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ข้าทุกครั้ง หลังจากนั้น ข้าก็เข้ามาในเมืองจิ้งหูเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้เยี่ยมยุทธ ครั้งล่าสุด ซรือฮงเตี๋ยน อยู่ในป่าแน่นอน! “

ป่าอันอุดมสมบูรณ์ตั้งอยู่ห่างจากด้านเหนือของเมืองจิ้งหูกว่า1000ลี้ นี่เป็นผืนป่าคร่ำครึและหนาแน่น ป่ามืดมาก มีข่าวลือว่าจิตวิญญาณและวิญญาณจะออกมาในป่าที่ ซึ่งเป็นเหตุให้คนไม่ค่อยเข้าใกล้ป่าไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่นและไม่มีใครกล้าเข้ามา

“ถ้าพวกเราจะไปป่าสัมบูรณ์ ไปทางคังหมิงไม่เร็วกว่าหรื? ทำไมเจ้าเลือกเส้นทางที่มืดและมีหมอกเช่นนี้? เส้นทางนี้คดเคี้ยวเต็มไปด้วยบ่อจะเดินต่อก็ยังยาก ถ้าเราเดินจากที่นี่เราจะล่าช้าไปทุกวัน! “

“อย่างนั้นหรือ?”

อาซานรู้สึกทึ่ง เขาเกาหัว หัวเราะอย่างอับอาย “โทษทีท่านจอมยุทธ ข้าไม่ค่อยคุ้นกับป่านี้สักเท่าไหร่ พวกเราไปทางคังหมิงจะเร็วกว่าใช่มั้ย? งั้นเราก็เปลี่ยนไปทางคังหมิงก็ได้! “

“ไม่ต้องแล้ว!”

“เราอยู่ที่นี่แล้ว ไฉนจะต้องเปลี่ยนจุด? สุดเส้นทางนี้พวกเราก็ถึงป่าสัมบูรณ์แล้ว พวกเราต้องรีบเตรียมตัว! “

“ครับ!” 

“โอ้ใช่ ตั้งแต่เจ้าได้พบกับซรือฮงเตี๋ยนแล้ว เจ้าพอจะรู้แนวทางของมันหรือไม่? บอกเกี่ยวกับมันให้ข้าฟังหน่อย! “

“แนวทาง?”  “ซรือฮงเตี๋ยนมีวรยุทธสูงเคลื่อนที่ว่องไว แต่เท่าที่ข้าดูแล้ว…..จุดอ่อนของมันน่าจะเป็นช่วงล่าง! “

“ร่างกายส่วนล่าง?”

“สำหรับผุ้ใช้ยุทะแล้วเนียะ พลังยุทธมากกว่าร่างกายจะทำให้ไม่มั่นคง?”

“ท่านจอมยุทธหากว่าท่านคิดแบบนี้ ท่านคิดผิดแล้ว สำหรับคนปรกติอาจจะใช่ แต่ซรือฮงเตี๋ยนนั้นต่างออกไป ซรือฮงเตี๋ยน ได้รับการขนานนามว่าเป็น ภูต พลังที่มันครอบครองนั้นเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ จะมองด้วยสายตาปรกติได้อย่างไร? “ถูกมั้ย!

“เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล! 

พ่อม้าตัวผู้เร่งฝีเท้าและกระโจนสู่ป่าอย่างต่อเนื่อง

เข้าไกล้สัมบูรณ์รอบๆเริ่มมืดลงเรื่อยๆแสงแดดไม่สามมารถเจาะผ่านมาได้ มีนกตัวใหญ่บินออกจากป่าไม่กี่ตัว พวกเขายิ่งเข้าไกล้ป่าสัมบูรณ์มากขึ้นเท่าไหร่ กลิ่นก็ยิ่งหนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัด

ทันใดนั้น ป่าผืนใหญ่ได้ปรากฏต่อหน้าของซูหยุน

ป่ามองดูแปลก ๆ ใบมีสีดำและลึกลงไปภายในป่าซึ่งมีลำแสงสีเขียวส่องสว่างเป็นจำนวนมาก เขาไม่สามารถบอกได้ว่าพวกเขาเป็นใคร หนังศีรษะของเขามึนงงเมื่อเห็นพวกมัน

อาซานแซนลงม้าและวางฝูงผีตัวผู้ไว้อาซานลงจากหลังม้า “ท่านจอมยุทธตามข้ามา!”

ซูหยุนพยักหน้าและลงจากม้าและตามเขาไปสู่ป่าอันสมบูรณ์

แก้ก แก้ก! แก้ก!

เกิดเสียงแปลกขึ้น

มีนกแปลก ๆ ไม่กี่ตัวบินออกมาเหมือนนกอินทรีขึ้นสู่ท้องฟ้า

ซูหยุนมองนกและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะติดตามอาซาน

ราวกับว่าอาซานคุ้นเคยเส้นทางในป่านี้นำทางซูหยุน ทั้งสองเดินช้าๆเข้าไปในป่า

“อาซานเจ้าพาข้าไปที่ไหน? ไม่ใช่ป่าสัมบูรณ์นิ? พวกเราไม่คุ้นเคยกับสถานที่ พวกเราควรล่อซรือฮงเตี๋ยนออกมาด้านนอกจะดีกว่า ข้าไม่คุ้นเคยที่นี่! “

“ท่านจอมยุทธตามข้ามา ข้ารู้ว่าซรือฮงเตี๋ยนอยู่ที่ไหน วรือฮงเตี๋ยนน่าจะกำลังฝึกยุทธ พวกเราน่าจะใช้โอกาสนี้ลอบทำร้ายมัน แทนที่จะสู้ซึ่งๆหน้า บางทีเราอาจจะจัดการปัญหานี้ได้ง่ายๆ!!”

“โอ้!

“ใช่ๆ”ซูหยุนพยักหน้า

อาซานมองซูหยุนด้วยรอยยิ้มที่เรียบง่ายและเปิดเผยและเดินต่อไปเรื่อย ๆ

ฉึก!!

ทันใดนั้นกระบี่แทงทะลุจากข้างหลังวิ่งผ่านหน้าอกวาดเลือดที่หยดลงบนใบมีด

ร่างของอาซานแข็งทื่อ ดวงตากระตุกถี่ยิบ เขามองกระบี่ที่ทะลุหน้าอกของตัวเองออกมาด้วยความตกใจ ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เขาหันหน้ามาด้วยความลำบากเพียงเพื่อมองชายสวมหน้ากากจ้องมองที่เขาอย่างเย็นชา

“นะ…นาย..ท่าน ท่ากำลังทำอะไร?”

อาซานพูดตะกุกตะกักด้วยความลำบาก มุมปากของเขาเปื้อนเลือด

“ทำไมไม่แสดงตัว?”

“ในตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าเป็นคนที่คิดละเอียดรอบคอบ แต่ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะประมาทเลย!”

“ประ … ประมาท?”

“ก่อนหน้านี้แกบอกข้าว่าแกไม่คุ้นเคยกับป่าสัมบูรณ์และใช้เส้นทางที่ไกลขึ้น ข้าเชื่อในตัวแก แต่เมื่อมาถึงแล้วแกกลับบอกข้าว่า รู้ที่อยู่ของซรือฮงเตี๋ยนว่าอยู่ที่ไหน … หากว่าแกรู้จักคนนี้แกจะไม่คุ้นเคยกับป่าสัมบูรณ์ได้ยังไง? แกจะไม่รู้จักเส้นทางคังหมิงที่จะพาเรามาที่ป่านี้ได้เร็วขึ้นได้ยังไง? อย่ามาหลอกข้าเสียให้ยาก แกพาข้ามาเส้นทางเล็กนี้เพื่อถ่วงเวลาข้า! แกน่าจะบอกให้ซรือฮงเตี๋ยนเพื่อซุ่มโจมตีและฆ่าข้าใช่มั้ย? “

ซูหยุนพูดพร้อมกับหมุนกระบี่ กระบี่พันลึกล้ำปั่นรอบร่างของอาซานหลังจากเจาะทะลุเขา

อาซานสั่นสะท้าน ใบหน้าใสซื่อเปลี่ยนไปในทันที จากนั้นใบหน้าเด้กหนุ่มปรากฏขึ้น

ใบหน้านี้มีอายุประมาณยี่สิบเจ็ดหรือยี่สิบแปดปี แต่ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและเจ็บปวด

“ฉันไม่เคยคิดเลย … ไม่เคยคิดว่าเจ้าจะมองออก… ไม่ธรรมดา! เจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ .. “แค่ก แค่ก แค่ก”

อาซานเริ่มหน้าซีดพูดอย่างอ่อนแรง

“อุบายตื้นๆ? ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าแกพยายามที่จะใส่หน้ากาก… “

เมื่อเห็นใบหน้าของอาซาน เริ่มเปลี่ยนแปลง ซูหยุน เริ่มเห็นแสงสว่าง

“หากข้าเดาไม่ผิด ซรือฮงเตี๋ยน ต้องดักรอยังสถานที่ๆแกรู้จัก และมันกำลังรอข้าอยู่ใช่มั้ย? เหตุผลที่แกถ่วงเวลาเพราะแกต้องการให้ซรือฮงเตี๋ยนเตรียมตัวใช่มั้ย? “

“หึ…ถูกแล้ว !”

“ขะ … ข้าเป็นศิษย์ของซรือฮงเตี๋ยนเขาสอนวิชาดูดซับวิญญาณให้กับข้า มีหลักเกณฑ์เพียงอย่างเดียวคือ” ทุกๆเดือนข้าจะต้องนำผุ้บ่มเพาะวิญญาณที่เขาสามารถเอาชนะได้และเมื่อเราทั้งสองร่วมมือกันเราจะฆ่าคนนั้นและใช้วิชาดุดซับฝึกฝน ทุกคีั้งที่ที่ข้าปลอมตัวและหลอกล่อผู้บ่มเพาะวิญญาณ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ดูแลกระดานสังเกตเห็นข้า ข้ามักจะปรากฏตัวออกมาตอนที่วุ่นวาย ใน12ชั่วยามจะมีผู้ดูแลกระดานสับเปลี่ยนกัน4คนแตกต่างกัน ข้าจึกกะเวลาและทำมาแล้วหลายครั้งแล้ว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกท่านมองออกทะลุปรุโปร่ง “ ดวงตาอาซานแสดงถึงความไม่พอใจ “ท่านเริ่มสงสัยตอนไหน?”

“ตอนที่ข้าให้เจ้าไปซื้อม้าวิญญาณ ข้าก็สงสัยในสายตาแก.”

“เมื่อข้าบอกให้เจ้าไปซื้อม้าเตรียมที่จะออกไปทันที สายตาของแกไม่ใช่คนที่ไม่อดทนที่จะได้แก้แค้น แต่มันเป็นความวิตกมากกว่า ทำให้ข้าสงสัยว่าแก คนที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังทำไมแกถึงไม่อยากไปแก้แค้นเร็ว ๆ? ด้วยเหตุนี้มันทำให้ข้าสงสัยในใจ! “

“เพียงแค่ตัดสินใจเพียงครั้งเดียว?”

“พอแล้ว!”

อาซานรู้สึกตกใจ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หัวเราะด้วยความขมขื่นเลือดในปากของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามริมฝีปากของเขาเคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆ แต่เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ เพียงแค่ในเวลานั้นมือของเขาคว้ามือของซูหยุน และรอยยิ้มสยดสยอง “ท่านฉลาดมาก แต่ท่านยังพลาดอย่างหนึ่ง! นี่เป็นอาณาเขตของ ซรือฮงเตี๋ยน ตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว! การเข้ามาที่นี่ก็เท่ากับว่าท่านตายไปแล้วฮะฮ่า … ไม่มีทางหนีไม่มีทางหนีรอดฮ่าฮ่าฮ่า … “

เมื่อเขาหัวเราะเสร็จแล้วปากของอาซานก็พ่นลูกศรเลือดยิงไปทางฟ้าและหายไปทันที

ซูหยุนสังเกตเห็นและพยายามหยุดลูกศรเลือด แต่มันก็สายเกินไป.

หัวใจของเขาจมดิ่งลง เขาดึงกระบี่พันลึกล้ำของเขาและสับลงไปทันที

ร่างของอาซานถูกสับแบ่งครึ่ง ทุกอวัยวะภายในของเขาไหลลงกับพื้น กระดูกของเขาถูกบี้

อาซานซานตายทันที!

อาซานคือลูกศิษย์ของซรือฮงเตี๋ยน นับตั้งแต่ซรือฮงเตี๋ยนได้รับการเกณฑ์ในกระดานประกาศ ก็หมายความว่าเขาอยู่ในอันตรายอตลอดเวลา บ่อยครั้งที่จะมีนักล่ากำลังตามหาเขา สำหรับการบ่มเพาะที่ปลอดภัยและสงบเขาพยายามลดรอยเท้าของเขา แนวทางคือการเลือกคนที่โลภที่จะกลายมาเป็นลูกศิษย์ ด้วยลูกศิษย์ของเขาเป็นเหยื่อล่อผู้บ่มเพาะวิญญาณระดับสูงบางคนที่ต้องการจะฆ่าเขาและซุ่มโจมตีเพื่อฆ่าและการฝึกฝนของเขา

อาซานตกอยู่ในกับดัก แต่เขาไม่โกรธ เขาถ่วงเวลาซูหยุนอย่างอดทน ลูกศรเลือดยิงออกมาจากปาก ดูเหมือนว่าจะมีการรายงานไปยัง ซรือฮงเตี๋ยน

ซรือฮงเตี๋ยน อาจรู้เกี่ยวกับอาซานซานว่าถูกเปิดเผยและรีบวิ่งไป

เนื่องจากกรณีนี้เขาก็อาจซุ่มโจมตีเขาก่อน!

“เอาเถอะ!

ซูหยุนขยับตัวและกระโดดเข้าหาต้นไม้ใหญ่ที่เขากล่าว เขาบินผ่านป่าหนาแน่นและซ่อนตัวอยู่ข้างหลัง

ด้วยจักรษุศักดิ์สิทธิ์เกล็ดสวรรค์ เพื่อปกปิดลมราณของเขา เขาเพียงแค่ต้องการให้แน่ใจว่าเขาจะไม่พบและไม่มีใครจะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน! โดยปกติแล้วผู้ฝึกจิตวิญญาณในระดับสูงจะใช้ ลมปราณ เพื่อระบุตัวตน แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับซูหยุน

บริเวณโดยรอบเงียบสงบลง เปลวไฟสีเขียวแปลก ๆ ลอยอยู่ในป่าและทำให้เกิดบรรยากาศอันน่าขนลุกในป่ามืดครึ้มนี้

แต่

เขาซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ตลอดทั้งวันและเขายังไม่เห็น ซรือฮงเตี๋ยน

ศพของ อาซาน เริ่มสลายตัว

มันไม่ได้รับข่าวว่าอาซานตาย? หรือเขาได้ถูกเผยตัวแล้ว?

ซูหยุนสงสัยไม่ขาด

เขายังไม่กล้าปล่อยการป้องกันของเขาลง เขาซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่และสังเกตทุกอย่างภายใต้เขา

ซรือฮงเตี๋ยน กำลังรออยู่หรือ? กำลังรอเขาอยู่ลึกเข้าไปในป่า?

ในเวลานี้เขาต้องการความอดทน!

ซูหยุนไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า ยังไงๆพลังยุทธของซรือฮงเตี๋ยนยังมากกว่าเขาหลายระดับ มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าเขาต้องเผชิญกับอีกฝ่าย ถ้าอีกฝ่ายลอบโจมตีเขา หรือวางกับดักเขาก็จบ

ฟึบ!

ขณะที่ซูหยุนกำลังล่องลอยอยู่ในความคิดของเขาและกำลังคิดถึงขั้นถัดไป มีเสียงประหลาดดังออกมาจากความสงบ

ซูหยุนกรดิกหูและมองไปที่เงาที่ใกล้เข้ามา

แปลไทยโดย : SwordGod