บทที่ 341 ฝันร้ายของเหล่าจอมยุทธในโลกยุทธภพ

บทที่ 341 ฝันร้ายของเหล่าจอมยุทธในโลกยุทธภพ

 

ยามเมื่อเย่เฟิงโจมตีออกอย่างเฉียบคม แน่นอนว่าจ้าวอี้เปยที่อยู่ใกล้ๆไม่ได้ทำอะไรเลย

 

เขาเฝ้ารอมานมนานมากกว่าใครที่มีความตั้งใจจะสังหารซือถูจางเตา แต่น่าเสียดาย เขาไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายทั้งสี่คนได้ ทำได้แต่พึ่งพาความแข็งแกร่งของเย่เฟิง

 

ตอนนี้อีกฝ่ายตายไปสองคนแล้ว ให้เย่เฟิงเป็นจัดการรับมือกับชายร่างเล็ก และจ้าวอี้เปยจะรับมือกับซือถูจางเตาเพียงลำพัง ถือได้ว่าเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่

 

แม้ว่าวรยุทธสิบปีมันจะเทียบเท่ากับวรยุทธสี่สิบปีไม่ได้เท่าไหร่ แต่จ้าวอี้เปยเป็นผู้ฝึกวิญญาณ เมื่อเปรียบเทียบกับเหล่าจอมยุทธ ผู้ฝึกวิญญาณเหนือกว่าหลายเท่า

 

“ตอนที่แกสังหารคนบริสุทธิ์ คงไม่คิดว่าจะพบเจอวันนี้สินะ?”

 

กระบี่ภายในมือเย่เฟิงพาดชี้ไปยังชายร่างเล็ก เอ่ยปากถามเบาๆ ส่วนชายหน้าตาน่ากลัวด้านข้างที่ถูกเปลวเพลิงเผาก็เป็นเถ้าถ่านแล้ว ราวกับว่ามันเป็นเพียงกองไฟธรรมดาหนึ่งกองเท่านั้น

 

ชายร่างเล็กเหลือบมองชายหน้าตาน่ากลัวที่กลายเป็นเถ้าถ่าน และเหลือบมองไปยังร่างของชายร่างผอมบางที่ไร้หัว ก่อนที่จะจ้องเขม็งไปยังเย่เฟิงพลางกลืนน้ำลาย “วังดาบสวรรค์จะไม่ปล่อยแกไปแน่”

 

เย่เฟิงได้ฟังก็ยิ้มขึ้น แม้กระทั่งสำนักอันดับหนึ่งในโลกยุทธภพอย่างวังไท่จี๋เขายังชิงเอาสมบัติวิเศษมาได้ เขายังต้องกลัวอะไรกับวังดาบสวรร์อีกหรือ? ตามจริงแล้ว วังดาบสวรรค์เพียงแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสำนักเซียนเร้นลับ

 

ไม่จำเป็นต้องเทียบกับตระกูลหลงหรือวังไท่จี๋เลย แล้ววังดาบสวรรค์นับว่าเป็นตัวอะไร

 

กับคำขู่แค่นี้ เย่เฟิงคร้านจะใส่ใจ ก้าวเดินไปข้างหน้า กระบี่สีเขียวในมือสว่างวาบ ชายร่างเล็กแทบจะไม่ทันตอบโต้ ก่อนจะถูกกระบี่เย่เฟิงทะลวงหัวใจ

 

ศิษย์มือดีของวังดาบสวรรค์ทั้งสี่ ตอนนี้ถูกเย่เฟิงสังหารไปแล้วสามเพียงชั่วพริบตา!

 

เหลือเพียงซือถูจางเตาที่จ้าวอี้เปยกำลังจับจ้องในขณะนี้

 

“ตายซะ!”

 

จ้าวอี้เปยเคลื่อนไหวทันที ถึงอย่างไรซือถูจางเตาจะต้องตาย ต่อให้เขาต้องเปิดเผยฐานะผู้ฝึกวิญญาณก็ตามที

 

จู่ๆ ร่างกายที่สร้างขึ้นมาก็สลายกายเป็นหมอกควัน กวาดผ่านตรงไปยังร่างซือถูจางเตา

 

ฉากนี้ทำให้ซือถูจางเตาที่หลงเหลือเพียงคนเดียวหวาดกลัวจนแทบเสียสติ ชิบหายแล้ว! เย่เฟิงมันจะเก่งกาจไปแล้ว เพียงพริบตาเดียวสังหารสหายของเขาไปถึงสามคน เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มันเก่งกาจเหนือสุดหล้าเหนือกว่าประวัติการณ์แล้ว

 

แต่ต้องมาสนใจร่างของเด็กน้อยนั่นก่อน เขาหายหัวไปไหนแล้ว? ร่างกายจะสลายหายไปได้ด้วยหรือ?

 

เป็นผีหรือไงกัน?

 

ซือถูจางเตาอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น

 

เขาสังหารคนมามากมาย แน่นอนว่าจดจำไม่ได้ว่าเคยพบเห็นจ้าวอี้เปยจากที่ไหน เหล่าผู้คนที่เขาสังหาร มันเป็นเพียงแค่คนธรรมดา จะต้องไม่สามารถหาเขาเจอแน่ แค่วิธีค้นหาเขาก็คงไม่มีปัญญา

 

นี่เป็นครั้งแรกสำหรับเขา สำหรับที่เขาสังหารผู้คนแล้วมีใครมาล้างแค้น

 

มันไม่มีเวลาที่จะมาคิดเรื่องเหล่านี้ ซือถูจางเตารีบเร่งผงะถอยออกมา คว้าเอาดาบจากด้านหลังมาไว้ในมือ ตวัดฟันไปยังร่างหมอกควันของจ้าวอี้เปย

 

ควับ!

 

ร่างหมอกสีน้ำเงินของจ้าวอี้เปยค่อยๆแยกออกเป็นสองกอง ล้อมรอบร่างของซือถูจางเตาในอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรวบรวมพลังวิญญาณ

 

หอกกระดูกพิษโลกา!

 

หอกกระดูกก่อตัวขึ้นมาภายในอากาศ ปรากฏเหนือหัวมุมซ้ายทันทีและพุ่งออกไปยังซือถูจางเตา

 

“เพลงดาบวายุคลั่ง!”

 

ภายในหัวซือถูจางเตาเคร่งเครียด ไฝทั้งสามเม็ดขมวดรวมกันเป็นก้อนเดียว ทำได้เพียงใช้ออกกระบวนท่านี้ พายุอันบ้าคลั่งหมุนวน ข้าวของที่เหลือภายในห้องต่างหมุนอย่างรุนแรงแตกกระจายเป็นชิ้นๆ

 

แม้กระทั่งหอกกระดูกพิษโลกที่จ้าวอี้เปยใช้ออกมา มันก็ถูกดูดกลืนไปพร้อมกับดาบวายุคลั่ง สลายหายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวรยุทธทั้งสองฝ่ายห่างกันช่วงใหญ่ ซึ่งมันจะไม่ได้ผลก็เป็นเรื่องธรรมดา

 

ถ้าหากเปลี่ยนจ้าวอี้เปยเป็นมีวรยุทธ 20 ปี หอกกระดูกพิษโลกานี้สามารถทำให้ซือถูจางเตาบาดเจ็บสาหัสได้เลย

 

และร่างของจ้าวอี้เปยก็ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะหลบหลีก ถูกดูดเข้าไปภายในเพลงดาบวายุคลั่งทันทีเช่นกัน แต่ร่างเขาเป็นเพียงวิญญาณ ก่อนที่จะเกิดสายลมเย็นๆพัดผ่านออกมาจากระยะดาบวายุคลั่ง ร่างวิญญาณก็ปรากฏขึ้นห่างไปไม่ไกล

 

เย่เฟิงที่สังเกตการณ์อยู่ด้านข้างอย่างระวัง พบว่าบนโลกใบนี้ ผู้ฝึกวิญญาณช่างเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานนัก สำหรับพวกเขาผู้คนต่างไม่สามารถสร้างความเสียหายอะไรได้เลย

 

ถ้าเย่เฟิงไม่ใช้วิชาเซียนภายในโลกเทวะ ก็ไม่สามารถทำอะไรผู้ฝึกวิญญาณได้ มีเพียงวิทยายุทธขั้นที่สองหรือเหนือกว่า มันอาจจะทำอันตรายผู้ฝึกวิญญาณได้ แต่นอกจากนี้ไม่ใช่ว่าวิทยายุทธขั้นสองทั้งหมดจะทำอะไรผู้ฝึกวิญญาณได้เช่นกัน

 

อย่างน้อยพลังไท่จี๋ของผู้อาวุโสหลี่เสวียนวังไท่จี๋ ก็ไม่สามารถทำอะไรหลิงเฉินได้ เย่เฟิงรู้สึกว่า มีเพียงวิชาประเภทกระบี่หยางลี้ลับและกระบี่พร้ำเพ้อเท่านั้น ที่สามารถรวบรวมพลังวิญญาณจึงสามารถทำอันตรายผู้ฝึกวิญญาณได้

 

แต่สำหรับซือถูจางเตาเบื้องหน้านี้ หรือแม้กระทั่งจอมยุทธทั้งโลก ผู้ฝึกวิญญาณเช่นจ้าวอี้เปยและหลิงเฉินก็เปรียบดั่งฝันร้ายของพวกเขา!

 

หลังจากที่ดาบวายุคลั่งสิ้นสุดลง ซือถูจางเตาพบว่าสิ่งของภายในห้องต่างถูกทำลายไปทั้งหมด กำแพงต่างถูกทะลวงไปรูใหญ่ ผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ข้างห้องนั้นต่างตกใจวิ่งหนีออกไปทันที

 

มีเพียงแค่เย่เฟิงชายหนุ่มอันประหลาดเท่านั้น ที่ยืนอย่างมั่นคงอยู่ด้านข้าง ไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น ช่างเป็นตัวตนที่ประหลาดอย่างยิ่ง

 

“แกเป็นคนหรือผีกันแน่?”

 

ซือถูจางเตาตื่นตะลึงจนแข้งขาทั้งสองสั่น จ้องมองไปยังจ้าวอี้เปย เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

 

“แกคิดว่ายังไงล่ะ?”

 

จ้าวอี้เปยค่อนข้างหงุดหงิด เมื่อได้ยินคำถามนี้ เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้และรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย หลักจากนี้เขาไม่สามารถกลับเป็นคนได้อีกแล้ว แต่เป็นผู้ฝึกวิญญาณ ภายในโลกเทวะผู้ฝึกวิญญาณและผู้ฝึกเซียนมีฐานะเท่าเทียมกัน แต่บนโลกใบนี้ ผู้ฝึกวิญญาณถือว่าเป็นเพียงวิญญาณ

 

เขาไม่ได้เป็นคน แต่เป็นวิญญาณ

 

แต่ด้วยความช่วยเหลือของเย่เฟิง ทำให้เขากลายมาเป็นผู้ฝึกวิญญาณได้

 

ด้วยความคิดนี้ เขาสามารถที่จะเจอกับศัตรูอาฆาตที่เฝ้ารอกว่าสิบปีได้ เมื่อมาถึงจุดนี้ เขารู้สึกสำนึกบุญคุณเย่เฟิง! เป็นเพราะเย่เฟิง ทำให้เขายังมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ไม่งั้นคงไม่สามารถล้างแค้นศัตรูของเขาได้

 

“ถึงเวลาส่งแกไปลงนรกแล้ว”

 

จ้าวอี้เปยรู้ว่าการต่อสู้นี้ไม่ควรจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ ถ้าหากรอจนเหล่าจอมยุทธคนอื่นมาพบเจอสถานการณ์อาจจะยากที่จะรับมือได้

 

ภายในใจโหดเหี้ยมขึ้น ร่างวิญญาณกลายเป็นหมอกควันทันที หมอกควันสีน้ำเงินกระจายตัวออก ปราศจากร่องรอย หอกกระดูกพิษโลกาอันแล้วอันเล่าก่อตัวขึ้นพุ่งตรงไปยังซือถูจางเตาจากทั่วทิศทาง ทำให้ขนทั่วร่างของซือถูจางเตาลุกตั้งชัน

 

เมื่อครู่เพิ่งใช้ออกเพลงดาบวายุคลั่งออกไป กำลังภายในในร่างของเขาแทบไม่เหลือ

 

ภายในใจของเขาหล่นวูบ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของจ้าวอี้เปยอีกครั้ง เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูก ดาบในมือตวัดฟันอย่างต่อเนื่องสองครั้ง ปัดป้องหอกกระดูกพิษโลกาสองอันที่พุ่งเข้ามา ก่อนที่จะถูกหอกกระดูกพิษโลกาเชือดลึกเข้าไปภายในร่าง

 

หอกกระดูกพิษโลกาโจมตีถูกเป้าหมายแล้ว พิษโลกากระจายขึ้นภายในอากาศทันที แทรกซึมเข้าไปภายในร่างซือถูจางเตา ปราณพิษกระจายไปทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว!

 

“เกิดอะไรขึ้น”

 

ซือถูจางเตากรีดร้องออกมา แต่ทันใดนั้นก็มีบอลเพลิงสีขาวพุ่งเข้ามาเผาเขาจนเป็นเถ้าถ่าน

 

“ใครบางคนกำลังมา ไปกันเถอะ”

 

เย่เฟิงกล่าวอย่างจริงจัง ก่อนที่จะปลดปล่อยบอลเพลิงต่อเนื่อง จัดการซากศพที่เหลือ หลงเหลือเพียงข้าวของที่กระจัดกระจายภายในห้องเท่านั้น

 

……………………………..

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 

เปิดกลุ่มลับแล้วนะครับ ดูรายละเอียดได้ที่ปักมุดในเพจ >>> GSI <<<