ตอนที่แล้วเล่มที่ 1: บทที่ 8-1 (Alien)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเล่มที่ 1: บทที่ 8-3 (Alien)

เล่มที่ 1: บทที่ 8-2 (Alien)


เล่มที่ 1: บทที่ 8-2 แปลโดยกิลด์เทพอสูร

 

เมื่อเขาเห็นทุกคนในกลุ่มของเจิ้งทำท่าทางแปลกใจ เขาก็ยิ้มและพูดขึ้นว่า "นี่เป็นเพียงการทดสอบของผมเท่านั้น แต่ผมมั่นใจแล้วล่ะ  ว่าแต่นายสามารถอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ให้ผมฟังได้ไหม? ผมจินตนาการไม่ได้เลยว่ามาถึงที่นี่ได้ยังไง"

ก่อนที่เจี๋ย และ หลานจะพูดอะไรบางอย่าง เจิ้งยกก็มือขึ้นห้ามพวกเขาไว้ซะก่อน "นายดูหนังเรื่องนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?"

ซวนขยับแว่นตา "ประมาณเจ็ดปีที่แล้ว แต่ผมยังจดจำมันได้ทุกอย่าง เหมือนมันเพิ่งผ่านมาไม่นาน"

ทุกคนตกใจ จำทุกอย่างเมื่อเจ็ดปีที่แล้วได้ เหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นาน แล้วอย่างพวกเขาจะเรียกว่าอะไร? พวกคนไร้สมองเหรอ?

ซวนหันไปมองคนอื่นๆ "ทุกคนคงเคยเห็นข้อความว่า ‘อยากรู้ความหมายของชีวิตไหม? อยากมีชีวิต...ชีวิตที่แท้จริงรึเปล่า?’ จากอินเตอร์เน็ตถูกต้องไหม?”

ทุกคนเริ่มตอบคำถาม และ คำตอบของพวกเขาทั้งหมดก็คือใช่ แล้วทุกคนก็ยังเลือกคำว่า ‘ YES’

“ข้อความนี้มันเด้งขึ้นมาตอนที่ผมกำลังเขียนโค้ดอยู่ สิ่งที่สำคัญคือ ในเวลานั้นคอมพิวเตอร์ของผมไม่ได้เชื่อมต่อกับอิน เตอร์เน็ต ผมไม่คิดว่าจะมีไวรัสตัวไหนที่สามารถเจาะผ่านไฟร์ วอลล์ที่ผมเขียนมาได้ ดังนั้นผมจึงเริ่มถอดโปรแกรมเพื่อหาจุดเริ่มต้น และ รหัสต้นทางของข้อความนี้ ลองเดาดูสิว่าผมเจออะไร?”

ซวนขยับแว่นตา แล้วเดินไปมาอย่างสงบ "ข้อความนี้ไม่ได้เข้ารหัสโดยใช้ 0 หรือ 1 รหัสต้นทางไม่ใช่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันสร้างขึ้นด้วยตัวอักษร และ สัญลักษณ์ ถ้าระบบความจำของผมทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ชุดอักขระเหล่านี้เป็นต้นฉบับของออราเคิลโบน อักษรรูปลิ่ม(Cuneiform script)และอักษรอียิปต์โบราณ เป็นอักษรสามรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์มากมายที่ไม่อาจอธิบายได้"

"มันทำให้ผมยิ่งอยากรู้มากขึ้น นายรู้ไหม เมื่อคอมพิวเตอร์สามารถทะลวงผ่านขีดจำกัด 0 และ 1 ได้ ปัญญาประดิษฐ์จะพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อข้อความนี้ถูกเข้ารหัสด้วยอักขระมากมาย ดังนั้นผมจึงเลือกตัวเลือกที่มีอักขระ และ สัญลักษณ์มากที่สุดซึ่งก็คือ ‘YES’ ผลลัพธ์ของมันช่างน่าอัศจรรย์ ผมจบลงด้วยการมาอยู่ที่นี่ แม้ผมจะไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ไหน แต่มันคงน่าจะห่างไกลจากกรุงปักกิ่ง "

เจิ้งมองไปรอบๆ และเห็นทุกคนกำลังตกตะลึง ในความเป็นจริงเขาก็ตกตะลึงด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าจะมีมือใหม่ที่น่าประทับใจเกิดขึ้นแล้วในครั้งนี้ แล้วชายคนนี้เป็นใคร?

เจิ้งลังเลพร้อมกับถามขึ้นมาว่า "นายเป็นใคร? แล้วทำไมนายถึงคิดว่าที่นี่ อยู่ไกลจากกรุงปักกิ่ง?"

"ถ้าผมไม่สามารถสรุปเรื่องแค่นี้ได้ ด้วยไอคิวระดับ 220 ของผมๆ คงต้องไปเกิดใหม่แล้ว ผมขอแนะนำตัวเองอีกครั้ง ผมพันเอกซูซวน ผมอยู่ในฐานทัพลับที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นฐานลับอันดับสองของประเทศจีน ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครสามารถลักพาตัวผมออกจากที่แห่งนั้นได้ นอกจากนี้อุปกรณ์ตรวจจับของผมยังแสดงให้เห็นว่า ตัวผมยังไม่ได้ออกจากฐาน แต่ผมกลับมาอยู่ที่ไหนซักแห่ง"

ซวนชูนาฬิกาให้ดู ตามที่ซวนได้บอกไว้ว่า นาฬิกาข้อมือนี้ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักวิจัยชั้นนำ เพื่อป้องกันการถูกลักพาตัว มันยังคงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ในฐานทัพลับ และส่งสัญญาณบอกตำแหน่งที่อยู่รวมถึงระยะห่างจากฐาน

"คำอธิบายที่เป็นไปได้เพียหนึ่งเดียวคือ ผมถูกดึงออกจากมิติในทันที เนื่องจากว่าผมอยู่ในมิติอื่น นาฬิกาจึงไม่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ในฐานได้ และมันยังคงแสดงว่าผมยังอยู่ที่นั่น ดังนั้นจึงดูเหมือนคำอธิบายที่ไร้เหตุผลนี้เป็นความจริงและถูกต้อง"

เจิ้งมองไปที่เจี๋ย "หลานอธิบายให้พวกเขาฟังถึงสถานที่แห่งนี้และเหตุผลที่พวกเราต้องมาอยู่ที่นี่"

ตาของหลานเป็นประกาย พร้อมกับยิ้มออกมา "ขอบคุณทุกคน ฮิฮิ ฉันจะทำอาหารให้พวกนายกินถ้าเรากลับไป โดยธรรม ชาติผู้หญิงย่อมอ่อนแอกว่าผู้ชาย เพราะฉะนั้น100 คะแนนนี้ ฉันจะเอามาพัฒนาความสมบูรณ์ของเซลล์ แล้วก็เพิ่มความหนาแน่นกล้ามเนื้อ"

จากนั้นหลานจึงได้อธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ ของโลกนี้แก่มือใหม่แล้วบอกว่า พวกเขากำลังอยู่ในหนังเรื่องเอเลี่ยน นาฬิกาบนข้อมือของพวกเขาจะแสดงให้เห็นถึงภารกิจ ก็คือการ : ฆ่าเอเลี่ยน แน่นอนว่าเธอไม่ได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจพิเศษ ให้แก่พวกเขา นี่เป็นข้อมูลที่มีค่าระยะยาว ซึ่งเป็นของพวกเขาสี่คนเท่านั้น

คนส่วนใหญ่ถ้าไม่เชื่อก็จะตื่นตระหนก มีเพียงแค่ซวนที่กำลังมองไปรอบๆ อย่างใจเย็น และมีคนอีกสองคนกำลังมองมาที่กลุ่มของเจิ้ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจิ้งสังเกตเห็นชายชาวยุโรปผิวขาวที่มีโครงสร้างสูงใหญ่

เขาเดินไปหาสองคนนั้น พร้อมกับถามว่า "คุณชื่ออะไร? คุณเข้าใจภาษาจีนไหม?"

หนึ่งในนั้นมีร่างกายเพรียวบาง แต่เขากลับดูมีกล้ามเนื้อที่หนาแน่น เขาไม่ได้จับมือกับเจิ้ง และเลือกที่จะเดินถอยหลังไปแทน "คุณเรียกฉันว่า ซีโร่ ก็ได้ แล้วฉันไม่ต้องการตอบคำถามนอกเหนือจากนี้"

คนผิวขาวจับมือของเจิ้งอย่างผ่าเผย “ฉันแคมปา โลว์สกี้แน่นอนฉันเข้าใจภาษาจีน แต่ว่าฉันยังไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นัก มือของคุณ...แข็งแกร่ง”

เจิ้งหันมองคนอื่นๆ อันธพาลสามคนกองอยู่ทีพื้น มีชายวัยกลางคนสองคนที่ถือกระเป๋าเดินทางยืนอยู่ด้วยกันอย่างระมัดระวัง ทั้งสองคนอาจเป็นนักธุรกิจที่รู้จักกันในโลกแห่งความเป็นจริง ชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปีสองคน หนึ่งในนั้นฉลาดพอที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบๆ ส่วนอีกคนกำลังพยายามจีบผู้หญิงอยู่ ดูจากการแต่งกายของพวกเขา พวกเขาอาจจะเป็นพวกทำงานในออฟฟิศ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสงบสติลงได้แล้ว

เจิ้งผงกศีรษะแล้วตะโกนว่า "ขอให้พวกคุณทุกคนแนะนำตัวไม่ว่าจะเป็น อาชีพ หรือ อายุ แล้วสิ่งที่คุณถนัด เราจะได้มอบหมายหน้าที่ๆ เหมาะสมให้กับพวกคุณ"

พวกเขามีทีท่าลังเล แล้วซวนก็พูดขึ้นมาว่า "ถึงแม้ว่าสิ่งที่คุณพูดมันอาจจะถูกต้อง แต่ก็ไม่มีอะไรสามารถยืนยันได้ว่ามันเป็นความจริง คุณมีหลักฐานอะไรที่จะมาพิสูจน์ว่าสิ่งที่พวกคุณพูดไม่ใช่เรื่องโกหก? เช่นสิ่งของที่คุณแลกเปลี่ยนมา หรือความสามารถทางกายภาพของคุณ?"

เจี๋ยทำเสียงฮึดฮัดออกมา "นายคิดว่ามันง่ายนักเหรอ ที่จะมีชีวิตรอดอยู่ได้ในหนังสยองขวัญ? บางทีคนที่มีชิวิตรอดผ่านหนัง 20 เรื่อง อาจจะสนองคำขอของนายได้ พวกเขาสามารถเจาะทะลุเหล็กได้ด้วยการชกเพียงครั้งเดียว"

ซวนส่ายหัว "ไม่ใช่อย่างงั้น คุณเข้าใจผิด ผมไม่ได้ถากถางพวกคุณ แต่เพื่อความร่วมมือที่ราบรื่นของพวกเรา มันจะดีกว่าที่จะขจัดความระมัดระวังออกไป" จากนั้นเขาก็มองไปที่ ซีโร่ และ แคมปา

เขาพูดเสริมว่า "พวกเราขอดูสเปรย์ห้ามเลือด แล้วก็ผ้าพันแผลด้วย"

เจี๋ยหันไปหาเสี่ยวอี้ แล้วพยักหน้าเพื่อเป็นสัญญาณ เสี่ยวอี้โยนสเปรย์ห้ามเลือด พร้อมกับผ้าพันแผลให้ซวนๆ ถามอีกครั้งว่า "ใครมีมีดบ้าง? ยิ่งคมเท่าไหร่ยิ่งดี"

กลุ่มของเจิ้ง และ คนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน พวกเขาไม่มีอาวุธต่อสู้ระยะประชิด ในตอนนั้นเองแคมปาก็หยิบมีดสั้นออกจากกระเป๋าแล้วโยนไปให้กับซวน เจิ้งพึ่งตระหนักว่า ชาวยุโรปคนนี้ และ ซีโร กำลังมุ่งความสนใจไปที่ซวน

ซวนกรีดข้อมือของเขาอย่างเด็ดขาด ราวกับว่านั่นไม่ใช่มือของเขา เลือดไหลออกมาเหมือนกับน้ำ หลาน และ ผู้หญิงคนอื่น ๆเมื่อพวกเธอเห็นมันก็เริ่มส่วเสียงกรีดร้องออกมา พวกมือใหม่ที่เหลือก็สะดุ้งไปตามๆ กัน จากนั้นซวนก็ใช้สเปร์ฉีดห้ามเลือดที่ข้อมือของตัวเอง ประสิทธิภาพของสเปร์ก็เริ่มทำงาน ทันที เลือดที่ไหลออกมาก็หยุดลงอย่างน่าอัศจรรย์ แล้วบาด แผลก็เริ่มสมานในเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา หลังจากนั้นเขาก็ใช้ผ้าพันแผล เขาส่งมีดสั้น ,สเปรย์ ,ผ้าพันแผล คืนให้กับแคมปา

กลุ่มของเจิ้งมองพวกเขา และ สังเกตเห็นว่า แคมปากับซีโร่ ก็ทำเช่นเดียวกัน หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น แคมปาก็กล่าวว่า "ฉันเป็นสมาชิกของกลุ่มทหารรับจ้างระหว่างประเทศ เป็นมือปืนที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุด โค๊ดเนม (ชื่อรหัสหรือชื่อเล่น) ของฉันคือ โอเว่อร์ลอร์ด แต่ความจริงฉันอยากให้สิ่งที่พวกนายเล่าให้พวกเราฟังมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องโกหก ที่นี่มันน่ากลัวมาก "

ซีโร่ส่งสเปรย์ กับ ผ้าพันแผลคืนให้กับเซี่ยวอี้ แล้วเขาก็ขึ้นพูดอย่างเย็นชาว่า "ฉันไม่มีชื่อ เรียกฉันว่า ซีโร่ ฉันเป็นมือสังหารที่เชี่ยวชาญการลอบสังหารระยะไกล โชคร้ายที่ทักษะของฉันไม่จำเป็นสำหรับหนังเรื่องนี้ อีกอย่างที่นี่ก็ไม่มีสไนเปอร์ด้วย"

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารนิยายเรื่องนี้ได้ก่อนใครที่ FB: www.facebook.com/IDTR8  หรือพิมพ์ค้นหา นิยายแปล: เกมส์สยองต้องไม่ตาย

จากตอนปัจจุบันในเพจตอนนี้กลุ่มลับนำไปแล้ว 150+ ตอนน้ะค้า

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด