Dragon Marked War God ตอนที่ 137 ปีศาจโลหิต

แปลไทยโดย  Takumi Kun


ตรวจทาน        Takumi Kun

 

**************************************************************************


” ท่านพี่เจียงเฉิน ผู้ใดคือปีศาจโลหิตอย่างนั้นหรือ? “


หยานเฉินหยู่เดินไปหาเจียงเฉินด้วยท่าทีเป็นกังวล เมื่อผู้นำนิกายบอกว่านี่เป็นการลงทัณฑ์ของเจียงเฉิน นั่นหมายความว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย     ปีศาจโลหิต…. เพียงแค่ชื่อของมันมันสามารถบอกได้ว่าไม่ใช่สิ่งที่สามารถที่จะรับมือได้โดยง่าย


เจียงเฉินส่ายหัว เขาไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด


ฟุ่บ!


ในตอนนั้นเอง มีคนร่อนลงมาเหนือเรือนที่พักของเจียงเฉิน   เขาคือกั๋วฉานที่มาด้วยท่าทางตื่นตระหนก


” น้องเจียง เจ้าอย่าทำภารกิจนี้นะ! ข้าจะไปหาท่านผู้นำนิกายเพื่อขอให้เขายกเลิกการมอบหมายงาน!  หากไม่ล่ะก็ ข้าก็จะไปกับเจ้าด้วย “


กั๋วฉานกล่าว จากคำพูดของเขา เจียงเฉินสามารถบอกได้ว่าเขาค่อนข้างกลัวปีศาจโลหิตอยู่พอสมควร


” พี่กั๋ว ปีศาจโลหิตมันคือสิ่งใดหรือ? เผ่าปีศาจมีตัวตนอยู่ที่แคว้นฉี? “


เจียงเฉินถาม มีปีศาจของจริงที่มีตัวตนอยู่ที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ ในชีวิตที่แล้วของเขาเจียงเฉินได้สู้กับราชันย์ปีศาจที่ทรงพลังมากมาย ดังนั้นเขารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเผ่าพันธุ์ปีศาจดี

 

” ไม่ ปีศาจโลหิตมันไม่ใช่ปีศาจจริงๆหรอก อย่างไรก็ตามพวกมันเหี้ยมโหดและโหดร้ายยิ่งกว่าปีศาจตัวจริงเสียอีก ปีศาจโลหิตนี้จริงๆแล้วก็เป็นมนุษย์ แต่พวกเขาทำการบ่มเพาะทักษะปีศาจโลหิตทำให้พวกมันโหดร้ายและเหี้ยมโหด พวกมันล้วนสูญเสียความเป็นมนุษย์ทั้งหมดไป และความคิดของมันรู้เพียงอย่างเดียวคือสังหารอย่างไร้ความปราณี นั่นเป็นเหตุที่เรียกพวกมันว่าปีศาจโลหิต”

 

กั๋วฉานกล่าว 

 

” ดูเหมือนว่าพี่กั๋วจะรู้เรื่องปีศาจโลหิตนี่เป็นอย่างดี “

 

เจียงเฉินขมวดคิ้ว

 

” ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ปีศาจโลหิตผู้เรียกตนเองว่าหมอผีจันทราโลหิตได้แสดงตัวมันเป็นครั้งแรกในแคว้นฉี ชายผู้นี้โหดเหี้ยมมาก และไม่เพียงแค่ดื่มเลือดของผู้บริสุทธิ์ มันยังก่อตั้งนิกายเรียกว่า นิกายจันทราโลหิตขึ้นมา มันสอนและสร้างปีศาจโลหิตตนใหม่ขึ้น ก่อให้เกิดความหวาดกลัวขึ้นทั่วแคว้นฉี   ในตอนท้ายมันได้ถูกเหล่าผู้นำนิกายใหญ่ทั้งสี่ร่วมมือกันสังหาร และที่เหนือความคาดหมายคือ ปีศาจโลหิตรุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่าราชันย์จันทราโลหิตได้ปรากฎตัวขึ้น! “

 

กั๋วฉานกล่าว


หลังจากที่ได้ฟังการอธืบายของกั๋วฉาน เจียงเฉินผงกหัวด้วยท่าทางเคร่งเครียด เขาพูดว่า ” พวกมันไม่เป็นประโยชน์อันใด การกระทำของพวกมันไม่ได้ประโยชน์แม้แต่น้อย มีแต่ภัยคุกคาม พวกมันไม่สมควรที่จะมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ข้าจะรับภารกิจนี้ ข้าต้องการที่จะเห็นราชันย์ปีศาจโลหิตด้วยตาตนเอง “


” น้องชาย ศิลาเหลืองอยู่ภายในอาณาเขตนิกายทมิฬ นั่นเป็นเหตุว่าการสังหารปีศาจโลหิตไม่ใช่ความรับผิดชอบของเจ้าเพียงผู้เดียว ศิษย์ทั้งหมดในนิกายทมิฬต่างต้องรับผิดชอบร่วมกัน หากเจ้าไปผู้เดียว ข้าเกรงว่าเจ้าไม่อาจรับมือได้ด้วยตวเจ้าเอง นอกจากนี้จ้าวจันทราโลหิตส่งผลให้เกิดความไม่สงบครั้งใหญ่ขึ้น ข้าแน่ใจว่ามันจะต้องเป็นผู้ที่ทรงพลังเป็นแน่ และมันไม่ใช่ผู้ที่จะรับมือได้ง่ายๆ “


กั๋วฉานยังคงคัดค้านที่จะให้เจียงเฉินรับภารกิจนี้


” ไม่ว่าอย่างไรก็ตามข้าจะรับภารกิจนี้ไว้   นี่เป็นการทดสอบและโอกาสที่ท่านผู้นำนิกายมอบให้แก่ข้าด้วยตนเอง มีเวลาเพียงหนึ่งปีที่เหลืออยู่ก่อนที่จะต้องสู้กันระหว่างข้ากับหนานเป่ยเฉา และท่านได้บอกข้าก่อนหน้านี้ ท่านผู้นำนิกายได้หวังไว้กับข้า นั่นเป็นเหตุที่เขาไม่มอบภารกิจที่จะทำให้ข้าสามารถถูกสังหารได้ แต่ในเวลาเดียวกันเขาปรารถนาให้ข้าได้แข็งแกร่งขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ภารกิจที่ในเรื่องที่ข้าจะสังหารปีศาจโลหิตนี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ฝึกฝนอย่างแท้จริง “


เจียงเฉินกล่าว เขาเข้าใจในสิ่งที่นักพรตทมิฬคิดอยู่ ด้วยศักยภาพและพรสวรรค์ของเจียงเฉิน ไม่มีทางที่นักพรตทมิฬจะผลักเขาตกนรกหมกไหม้ ภารกิจนี้เกือบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้สำเร็จ แต่มันช่วยให้เจียงเฉินเติบโตอย่างแท้จริง เมื่อเจียงเฉินแข็งแกร่งขึ้นในระหว่างภารกิจ เขาสามารถที่จะบรรลุภารกิจนี้ได้


อย่างที่สอง นักพรตทมิฬใช้สิ่งนี้แทนการไถ่โทษของเจียงเฉิน นอกจากนั้นเจียงเฉินได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อวาน และหากไม่ใช่เพราะท่านผู้นำนิกาย นิกายทมิฬจะกลายเป็นสถานที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์


” มันก็ดีที่เจ้าเจ้าใจถึงเจตนาของท่านผู้นำนิกายเบื้องหลังภารกิจนี้ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นภารกิจที่อันตรายอย่างแท้จริง เจ้าแน่ใจรึว่าเจ้าต้องการที่จะไปคนเดียว เจ้าน้องชาย? “


กั๋วฉานแสดงท่าทียินดีต่อเจียงเฉิน เพราะเจียงเฉินสามารถมองได้ทะลุปรุโปร่งเหนือผู้อื่นเสมอ


” ใช่แล้ว ข้าได้ตัดสินใจว่าจะรับภารกิจนี้ “


เจียงเฉินผงกศีรษะ   ในความจริง ภารกิจนี้มาได้จังหวะเหมาะพอดี เขาเพิ่งจะดูดซับยาเบญจธาตุไปและสิ่งที่สำคัญสำหรับเขาคือการทะลวงไปสู่แก่นแท้สวรรค์และมันไม่มีทางที่เขาจะทำได้ในนิกายทมิฬ เจียงเฉินเตรียมตัวที่จะไปทะลวงที่เขาหมื่นอสูร แต่ก่อนที่เขาจะไป นักพรตทมิฬได้มอบหมายภารกิจแก่เขา แม้ว่าปีศาจโลหิตทั้งโหดร้ายและโหดเหี้ยม ความเสี่ยงของที่นั่นจะต่ำกว่าความเสี่ยงที่เข้าไปส่วนลึกของเขาหมื่นอสูรเสียอีก


ครั้งหนึ่งเจียงเฉินเคยเป็นเซียนผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เขาจะมากลัวพวกปีศาจโลหิตได้อย่างไร?


” เข้าใจแล้ว เมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว ข้าจะไม่ห้ามเจ้าอีก ด้วยความสามารถและทักษะของเจ้า ข้าเชื่อว่าปีศาจดูดเลือดทั่วๆไปคงไม่คณามือเจ้าเป็นแน่ เจ้าต้องระวังตัวให้มากกับจ้าวจันทราโลหิต เจ้านั่นฉลาดแกมโกงเหมือนหมอผีจันทราโลหิต และมันไม่ง่ายที่จะจัดการมัน “


กั๋วฉานเอามือวางบนไหล่ของเจียงเฉิน


” พี่กั๋ว ก่อนที่ข้าจะไปมีบางสิ่งที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน “


เจียงเฉินพูดออกมา


” บอกข้ามาเถอะ เจ้าน้องชาย ตราบที่พี่ชายผู้นี้สามารถทำได้ ข้าจะทำไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม “


ท่าทีของกั๋วฉานจริงจังขึ้นมา


” หวงต้าและข้าจะเริ่มออกเดินทางไปยังเมืองศิลาเหลืองคืนนี้ และหยู่น้อยจะอยู่ที่นี่ พี่กั๋วข้าขอให้ท่านช่วยดูแลนางให้ดี ข้าเกรงว่าเฟินคุนจะมาคุกคามนาง “


เมื่อเจียงเฉินตัดสินใจที่จะไป สิ่งเดียวที่เขากังวลมากที่สุดคือหยานเฉินหยู่ แม้ว่าชีพจรเก้าหยินของนางทรงพลังอย่างมาก พลังของศัตรูนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่า หากเฟินคุนต้องการหาเรื่องนาง หยานเฉินหยู่ไม่สามารถที่จะปกป้องตัวเองได้เป็นแน่ 


” ท่านพี่เจียงเฉิน ข้าขอไปกับท่านด้วย! “


หยานเฉินหยู่พูดออกมาทันที


” หยู่น้อย ตอนนี้ข้ายังไม่มีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับภารกิจนี้ หากเจ้าตามพวกข้ามา ข้าอาจไม่สามารถมีสมาธิในการทำภารกิจได้ เจ้าอยู่ที่นี่และใช้เวลาในการบ่มเพาะของเจ้าเสีย เมื่อข้าสังหารเจ้าปีศาจโลหิตเสร็จเมื่อใด ข้าจะกลับมาทันที “


เจียงเฉินโอบหยานเฉินหยู่และพูดอย่างอ่อนโยน


” เข้าใจแล้ว แต่ท่านพี่เจียงเฉิน ท่านต้องสัญญานะว่าจะดูแลตัวเองให้ดีด้วย! “


หยานเฉินหยู่ผงกศีรษะ แม้ว่านางไม่อยากที่จะแยกจากเจียงเฉิน นางก็เข้าใจในการตัดสินใจของเขา ไม่เพียงแค่นางไม่สามารถที่จะช่วยเหลือพวกเขาได้มาก นางอาจจะเป็นตัวถ่วงอีก


” สบายใจได้เลยน้องชาย ไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่องภายในนิกายทมิฬหรอก หากเฟินคุนต้องการที่จะคุกคามหยู่น้อย ไม่เพียงแค่ข้ากระทั่งท่านผู้นำนิกายเองก็จะไม่ให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น “


กั๋วฉานรับปากเจียงเฉิน


” ประเสริฐ ถ้าเช่นนั้น พวกข้าขอตัวก่อน “


เจียงเฉินกางปีกโลหิตออกมาและบินขึ้นบนฟ้า และไม่นานนักเขาก็หายจากนิกายทมิฬ หวงต้าเองก็กระพือปีกแสงของมันบินตามไปเคียงข้างเจียงเฉิน เมื่อเหล่าศิษย์ได้เห็นเจียงเฉินผ่านไป พวกเขาแปลกใจในการตัดสินใจของเจียงเฉิน


” เจียงเฉินรับภารกิจนี้จริงๆงั้นรึ? และตอนนี้ได้ออกไปยังศิลาเหลือง? เขาไม่รู้งั้นรึเกี่ยวกับความเสี่ยงเบื้องหลังภารกิจนี้? “


” ภารกิจนี้ท่านผู้นำนิกายมอบให้เขาด้วยตัวเอง ไม่มีทางที่เขาจะปฎิเสธได้หรอก ข้าล่ะสงสัยว่าอาจเป็นเพราะเฟินคุนและปู่ของเขาได้ทำบางสิ่งเบื้องหลังฉากนี้ส่งผลให้เจียงเฉินต้องได้รับบทลงโทษ “


” ภารกิจนี้มันเป็นภารกิจฆ่าตัวตายชัดๆ ข้าสงสัยว่าเจียงเฉินจะสามารถรอดกลับมาได้รึเปล่า “


………………………………………………………………………..


ศิษย์จำนวนมากถอนหายใจ โดยเฉพาะเหล่าศิษย์นอกผู้ติดตามเจียงเฉิน พวกเขามีท่าทีเป็นกังวล


ในบริเวณส่วนลึกของภูเขาทมิฬ เฟินจงถังและเฟินคุนต่างอยู่ด้วยกันที่ห้องลับ  พวกเขาทั้งคู่ดูมีความสุข


” ฮ่าฮ่า ข้าไม่เคยคาดว่าท่านผู้นำนิกายจะมอบหมายภารกิจเช่นนี้แก่เจียงเฉิน! มันจักต้องตายเป็นแน่ “

 

เฟินคุนหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

” ฮึ่ม! ผู้นำนิกายไม่ได้คิดจะลงทัณฑ์ แต่มอบโอกาสให้เจียงเฉินฝึกฝนตัวเอง เขากำลังจะปั้นให้เจียงเฉินเป็นคุ๋แข่งที่ร้ายกาจที่สุดของหนานเป่ยเฉา “

 

เฟินจงถังแค่นเสียงเย็นชา

 

” ท่านปู่ ข้าได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับภารกิจนี้มาแล้ว ราชันย์จันทราโลหิตมีระดับบ่มเพาะอยู่ที่อาณาจักรแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงสุด เมื่อรวมกับความน่ากลัวของทักษะปีศาจโลหิต แม้แต่ข้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน! หากเจียงเฉินพบกับจ้าวจันทราโลหิต มีแต่จุดจบอย่างเดียวสำหรับเขานั่นคือความตาย “

 

เฟินคุนแสยะยิ้มขึ้น

 

” พวกเราไม่อาจที่จะดูถูกเจียงเฉินได้ เขาจักต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้เป็นแน่ เมื่อพวกเราได้ทำงานให้กับหนานเป่ยเฉา พวกเราจะช่วยเขาสังหารเจียงเฉิน และนี่เป็นโอกาสอันดี “

 

แววตาดุร้ายปรากฎขึ้นที่ดวงตาเฟินจงถัง แม้กระทั่งระดับการบ่มเพาะอาณาจักรแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลางยังต้องทำงานภายใต้หนานเป่ยเฉา ไม่มีผู้ใดเชื่อเป็นแน่ หนานเป่ยเฉานั้นโดดเด่นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

” ท่านปู่ ท่านหมายความว่าจะลอบสังหารเจียงเฉินงั้นรึ? “

 

เฟินคุนถาม

 

” ไม่ เจ้าจะต้องไม่ไปไหนทั้งสิ้นในตอนนี้ ผู้นำนิกายเป็นคนหลักแหลม และเจ้าออกไปเมื่อใด แม้แต่คนปัญญาอ่อนยังรู้ว่าเจ้าไปสังหารเจียงเฉิน “

 

เฟินจงถังพูด

 

” มันก็จริงอยู่ แต่ข้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องกังวลมากมาย เจียงเฉินมักคิดว่าตัวเองสูงส่ง และมันไม่เคยเอาจริงกับคนอื่นๆ เวลานี้ที่มันถูกส่งให้ไปจัดการปีศาจโลหิต นี่มันเป็นภารกิจฆ่าตัวตายโดยแท้ “

 

เฟินคุนมีท่าทีปิติยินดี

 

” ส่งคนไปจับตามองที่เขตศิลาเหลือง หากปีศาจโลหิตไม่สามารถที่จะสังหารเจียงเฉินได้ ขอให้คนไปแจ้งไปยังนิกายกระบี่สวรรค์ถึงแหล่งกบดานของมัน “


เฟินจงถึงพูดพร้อมยิ้มแสยะบนใบหน้ามัน


” ใช่แล้ว เหลียงเซียวความตั้งใจที่จะสังหารเจียงเฉินแรงกล้ายิ่งกว่าพวกเราเสียอีก “


เฟินคุนพูดพร้อมหัวเราะดังลั่น


…………………………………………………………………….


เจียงเฉินและหวงต้าบินได้ไวมาก ช่วงเวลาเที่ยงคืนพวกเขาได้มาถึงเขตศิลาเหลือง 


” ภารกิจสังหารปีศาจโลหิตเป็นหนทางการฝึกฝนที่ดีอย่างแท้จริง นี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่เช่นกัน “


หวงต้ากล่าว


” ใช่แล้ว ข้าได้ทำการบ่มเพาะทักษะเฉพาะและมันช่วยให้ข้ามีโลหิตและปราณที่แข็งแกร่ง ทั้งสองอย่างเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการต่อกรปีศาจทั้งหลาย แม้ว่าเจ้าจะสืบสายโลหิตของกิเลนบรรพกาล เหล่าปีศาจหวาดกลัวเจ้าเช่นกัน แม้ว่าปีศาจโลหิตจะเป็นมนุษย์ พวกมันไม่ต่างอันใดกับปีศาจ และจะมีแก่นแท้ปีศาจสร้างอยู่ในตัวพวกมัน ผลประโยชน์ที่ได้จากการดูดซับแก่นแท้ปีศาจดีเยี่ยมยิ่งกว่าดูดซับวิญญาณอสูร จากสัตว์อสูร หลังจากที่ข้าได้ดูดซับยาเบญจธาตุเพื่อเสริมสร้างรากฐานของข้า ข้าจะใช้โอกาสนี้ในการทะลวงเข้าสู่แก่นแท้สวรรค์ “


เจียงเฉินกล่าว


เขตศิลาเหลืองมีพื้นที่ระยะโดยรอบมากกว่าหมื่นไมล์ ตอนนี้ที่จุดศูนย์กลางของศิลาเหลือง ศิลาเหลืองนั้นมีพื้นที่ติดกับอีกสองเมืองในบริเวณนี้ อย่างไรก็ตาม เพราะว่าศิลาเหลืองไม่ได้ตั้งอยู่ที่ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์  ที่นี่ไม่มีตระกูลที่ทรงพลังอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ แน่นอนว่าตระกูลที่อ่อนแอที่สุดของแคว้นฉีย่อมแข็งแกร่งกว่าเมืองสีชาดมาก


ตอนนี้ที่ตรงหน้าพวกเขาเป็นเทือกเขารกร้าง แม้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาเที่ยงคืน พวกเขาสามารถที่จะเห็นหมอกจางๆปกคลุมภูเขา เจียงเฉินได้กลิ่นเลือดจากภายในเทือกเขา


” ที่นี่คือเทือกเขาปีศาจโลหิตสินะ “


เจียงเฉินตาส่องประกาย


” เจ้ารู้ได้อย่างไร? “


หวงต้ามองไปยังเจียงเฉินและถามออกมา


” มีบางสิ่งที่เรียกมันว่า ‘ญาณ’ หวงต้า ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เจ้าต้องเรียนรู้ “


เจียงเฉินระเบิดหัวเราะออกมา


” เจ้าหนู ญาณของบิดาผู้นีี้ที่มีต่อสมบัติเป็นสิ่งที่เจ้าไม่มีทางมีได้ “


หวงต้าแค่นเสียงต่อคำพูดของเจียงเฉิน และทำให้เขาพูดไม่ออก หากผู้ใดจะมาเทียบความสามารถในการหาสมบัติ มันไม่มีผู้ใดในโลกที่จะเทียบเท่าหวงต้าได้


อ๊าาาาาาา…..


ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องอย่างน่ากลัวได้ออกมาจากภายในหุบเขาและได้เงียบลงท่ามกลางคืนมืด เสียงร้องนั่นส่งผลให้ผู้ที่ได้ยินต้องสั่นสะท้านถึงไขสันหลัง มันเหมือนกับว่าคนที่ร้องออกมาพบนบางสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวจนถึงขีดสุด


” เจ้าหนู เจ้าพูดถูก! ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปีศาจที่รุนแรงด้านหน้านี้ “


ท่าทางของหวงต้าเคร่งเครียด


” ไปกันเถอะ “


เจียงเฉินกระพือปีกโลหิตของเขาและบินไปยังหุบเขาด้วยความเร็วสูงมาก ปีศาจโลหิตได้ปรากฎตัวอย่างน้อยสองวันก่อน แต่ว่าพวกมันได้กระจายตัวทั่วทุกที่ในเขตศิลาเหลือง นี่หมายความว่ามีปีศาจโลหิตอยู่จำนวนมาก

**************************************************************************

จบจ้า ไม่ค้างกันนะครับ อิอิอิ 

 



2 thoughts on “Dragon Marked War God ตอนที่ 137 ปีศาจโลหิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น