Age of adept – บทที่ 17

ขณะที่พวกเขามองไปเห็นฝูงปีศาจและเหล่าวิญญาณจำนวนมากล้อมรอบพวกเขา ในที่สุดนักเวทย์ทั้งสามคนก็เปิดผ้าคลุมออกและเข้าร่วมการต่อสู้ เผยให้เห็นใบหน้าของพวกเขา

หัวหน้าของหนึ่งในสามคนนั้นเป็นชายรูปร่างแข็งแรง เขามีผมสีทองยาวปะบ่า กลางหน้าผากของเขามีรัดเกล้าเวทมนตร์สวมอยู่ มันไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดา เขาสวมเสื้อหนังและแบกดาบไว้ที่ด้านหลัง ดูจากขนาดของดาบแล้ว คงจะมีน้ำหนักมากเกินไปสำหรับผู้ชายในเกณฑ์มาตราฐาน

ชายอีกคนหนึ่งสวมชุดเหมือนพวกชนชั้นสูง เสื้อผ้าที่ดูบอบบางและหรูหรา สิ่งที่น่าแปลกใจคือหัวของเขา เขามีผิวสีเขียว มีปากเรียวยื่นออกมาด้านหน้าและมีลิ้นเล็กๆแลบออกมาเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าหัวของเขานั้นเป็นงู

ในขณะเดียวกัน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนอยู่ระหว่างผู้ชายทั้งสองคน เธอมีหน้าตาเหมือนนางฟ้าและสวมชุดสีเหลืองอ่อน เธอมีความสูงเหมือนคนทั่วไปและถือกรงทองไว้ในมือ แปลกมากนอกจากเธอจะไม่ได้ท่าทีกลัวเมื่อเห็นฉากนองเลือดตรงหน้า แต่เธอกลับมองไปพร้อมกับรอยยิ้มที่น่ารักของเธอ ทำให้เธอดูเหมือนเด็กสาวที่อยากรู้อยากเห็นไปซ่ะทุกเรื่อง

ดวงตาของกริมเบิกกว้างขึ้นทันที

ด้วยทัศนวิสัยธาตุของชิพ เขามองเห็นธาตุและพลังเวทย์รอบตัวที่แผ่ออกมาเป้นคลื่นออกมาจากนักเวทย์ทั้ง 3 คน

ด้วยการประเมินของชิพ ทั้งสามคนเป็นนักเวทย์แฝงหรือไม่ก็เป็นนักเวทย์ขั้นสูง ไม่ว่าพวกเขาเป็นใคร ไม่ใช่สิ่งที่นักเวทย์ขั้นต้นอย่างกริมจะจัดการได้

ทำไมคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ถึงมาที่นี่? ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของจอมเวทย์เอนเดอร์สันและอยู่ในการปกครองของตระกูลสารูโบ นอกจากการจัดเก็บภาษีประจำปี สถานที่แห่งนี้จะไม่เปิดให้คนนอกเข้าเด็ดขาด

ทั้งหมดนี้ทำให้กริมอยากรู้เป็นอย่างมากเรื่องนักเวทย์จากที่อื่น

แต่หลังจากที่ได้เห็นความพลังของทั้งสาม ความอยากรู้ของกริมก็หยุดลง เมื่อเสียงเตือนดังขึ้นมาทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมา

ทหารรับจ้างที่สามารถรับมือกับสัตว์ร้ายได้ แต่เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับทารกปีศาจและเหล่าวิญญาณเร่ร่อนและปีศาจอื่นๆ พวกเขาเปรียบเสมือนแกะที่กำลังจะถูกเชือด เมื่อโล่ของพวกเขาแตกออก  เหล่าปีศาจเริ่มทำการสังหารเหล่าทหารรับจ้างทันที

ทารกปีศาจกระโดดไปทั่วและร้องตะโกนเพื่อปลดปล่อยคำสาปออกมาเพื่อลดความสามารถในการต่อสู้ของเหยื่อลง ฉากที่เกิดขึ้นนี้เต็มไปด้วยการตายของทหารรับจ้างอย่างทุกข์ทรมาน นอกจากนี้วิญญาณเร่ร่อนได้วนเวียนอยู่กลางอากาศเพื่อหาโอกาสดึงทหารรับจ้างขึ้นไปกลางอากาศ เมื่อใครก็ตามถูกดึงขึ้นไป พวกเขาจะถูกปีศาจรุมโจมตีและตายอย่างน่าอนาถ

หลังจากที่ฉากวุ่นวายตรงหน้าดำเนินต่อไป วิญญาณเร่ร่อนได้ลอยตัวลงมาและมองหาเป้าหมายถัดไป พวกมันมองไปที่นักเวทย์ทั้งสาม

ก่อนที่หัวหน้าและเด็กหญิงตัวเล็กๆจะได้ทำอะไร หัวงูก็สะบัดออกมา

เป็นการโจมตีที่ทรงพลังและเป็นพิษที่มีรูปร่างเหมือนลูกธนู ทันใดนั้นร่างของวิญญาณเร่ร่อนระเบิดออกทันที พิษได้ทำการกัดกร่อน ‘คอร์’ ของพวกมันที่ซ่อนอยู่ด้านใน ทำให้ร่างกายของพวกมันกลายเป็นผุยผงและเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง

กริมสังเกตไปที่ ‘ลูกธนู’ พิษที่ไม่ได้สร้างขึ้นจากการร่ายเวทย์ธรรมดา แต่กลับยิงออกมาจากปากของนักเวทย์หัวงู

และการโจมตีครั้งนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เขาไม่ได้หยุดแค่นั้นและอ้าปากพ่น ‘ลูกธนูพิษ’ ออกไปอย่างต่อเนื่อง ทุกการโจมตีเข้าเป้าไปที่วิญญาณเร่ร่อนทั้งหมด พลังการโจมตีระดับนี้จัดอยู่ในกลุ่มของนักเวทย์ขั้นกลาง

นักเวทย์สายโลหิต!

เขาเป็นหนึ่งในในบรรดานักเวทย์สายโลหิตที่หนังสือพื้นฐานได้กล่าวถึง

ในการจัดลำดับการพัฒนาที่กว้างใหญ่แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ นักเวทย์สายโลหิต นักเวทย์ปรับแต่งร่ายกาย นักเวทย์สายหลัก นักเวทย์เฉพาะทาง นักเวทย์ส่วนใหญ่จะเลือกพัฒนาให้ตรงกับสายทั้ง 4 สายนี้

นักเวทย์สายโลหิตเป็นพวกที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ พวกเขาจะใช้สายเลือดดังกล่าวในการพัฒนาความแข็งแกร่งของพวกเขา โดยปกติพวกเขาเลือกสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเป็นสายเลือดหลักและนำมาปรับปรุงสายเลือดตัวเอง และใช้วิธีดังกล่าวในการย้อนไปหาพลังของเหล่าบรรพบุรุษของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ หลังจากทำทั้งหมดนี้ พวกเขาจะได้รับความสามารถที่มหัศจรรย์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตโบราณ เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการคืนชีพให้กับสัตว์ดึกดำบรรพ์

สำหรับนักเวทย์สายปรับแต่งร่างกาย พวกเขาเป็นอีกกลุ่มที่จะเดินทางออกไปแสวงหาความแข็งแกร่งด้วยตัวของพวกเขาเอง ในสายตาของพวกเขาทรัพยากรทุกอย่างเป็นสิ่งที่มีค่าในการเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ กระตุ้นกล้ามเนื้อ พวกเขาแช่ตัวเองลงไปในบ่อที่เต็มไปด้วยพิษหรือไท้ก็ปลูกฝังอุกกาบาตที่มีสารกัมมันตรังสีร้ายแรงเข้าไปในร่างกาย พวกเขาจะออกไปเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย….และทำทุกอย่างเพื่อทำให้ร่ายกายของพวกเขาแข็งแรงดังนั้นจึงไม่มีอะไรทำอันตรายพวกเขาได้

ต่อมา นักเวทย์สายหลักเป็นสายที่พบได้มากที่สุดในโลกของนักเวทย์ ไม่ว่าจะเป็นนักเวทย์สายธาตุ นักเวทย์สายคำสาปซึ่งสามารถฆ่าคนได้โดยไม่ต้องมองหรือจะเป็นนักเวทย์มนต์ดำที่ชอบใช้ความสามารถในการฆ่าคน ทั้งหมดนี้เป็นสาขาที่อยู่ในสายของนักเวทย์สายหลัก แม้ว่าแต่ละสาขาจะดูแตกต่างกันมาก แต่เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการควบคุมพลังจักรวาลและกฎแห่งจักรวาลนั่นเอง

พวกเขาโตมากับการควบคุมธาตุและกฏแห่งธาตุ

สำหรับนักเวทย์เฉพาะทาง พวกเขาเป็นนักเวทย์บริสุทธิ์ พวกเขาจะไม่ ‘ปนเปื้อน’ สายเลือดเหมือนกับสายโลหิตที่แค่ต้องการพลัง และพวกเขาไม่ยอมรับกฎของธาตุ ที่จะทำให้พวกเขาเป็น ‘ทาสของธาตุ’ เหล่านั้น พวกเขาจะรวบรวมความรู้อยู่ในโลกแห่งความรู้ตลอดเวลาและใช้ความรู้เป็นอาวุธ ดังนั้นพวกเขาเป็นนักเวทย์ที่แปลกประหลาดในหมู่นักเวทย์ทั้งหมด พวกเขาเอาแต่เก็บรวบรวมข้อมูล โดยไม่สนใจการพัฒนาตัวเองเลย

สี่สายหลักที่เป็นเหมือนกระดูกสันหลังที่เป็นตัวกลางในการค้ำจุนความหลากหลายของนักเวทย์ที่มีอยู่บนโลกนี้ พวกเขาจะพิชิตโลกอื่น ขโมยทรัพยากรและความรู้และจับมาเป็นทาสทั้งหมด พวกเขาใช้พลังเป็นตัววัดความสามารถในการต่อสู้และพิชิตโลกอื่นๆ

นี่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการจัดลำดับนักเวทย์ที่กริมรับรู้หลังจากที่ชิพได้รวบรวมและจัดเรียงข้อมูลไว้ เป็นข้อมูลดิบที่เขาไปป้อนเข้าไป ข้อมูลที่เขารวบรวมไว้อาจจะไม่สมบูรณ์และแตกต่างกัน ถึงแม้เขาจะเป็นส่วนเล็กๆในข้อมูล แต่เขาวาดเส้นทางออกไว้ให้ห่างจากโลกที่โหดร้ายและป่าเถื่อนของโลกจอมเวทย์ที่เขาอยู่ในตอนนี้

ถ้าเขาไม่รู้จักสาขาพวกนี้ เขาคงไม่สามารถคาดเดารายละเอียดของนักเวทย์หัวงูนี้ได้

แต่ในขณะที่กริมกำลังเดาว่าเป็นงูขนิดไหนมาจากสายเลือดใด มีบางอย่างเกิดขึ้น

เด็กสาวตัวเล็กเช้าร่วมการต้อสู้ด้วย!

ทารกปีศาจที่เคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วบนพื้นได้จ้องมาที่คนทั้งสามและพุ่งตรงไปที่พวกเขาทันที ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงร้องดังออกมาจากปากของพวกมันปลดปล่อยคำสาปใส่คนทั้งสาม

ไม่ต้องสงสัยเลย การกระทำของมันไปกระตุ้นเด็กสาวตัวน้อยเข้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่เธอจะไม่แสดงอาการโกรธ เธอกลับยิ้มหวานแทน เธอยกกรงนกสีทองของเธอขึ้นมา มันดูเหมือนของเล่น หันไปทางทารกปีศาจและส่ายมัน2-3ที  เสียงร้องของทารกปีศาจตัวหนึ่งหายไปทันที รวมถึงทารกปีศาจที่หายไปอย่างฉับพลัน

ในเวลาเดียวกัน กริมที่ตาดี เขาสังเกตเห็นทารกปีศาจตัวเล็กปรากฏอยู่ในกรงสีทองที่เธอถืออยู่ ขนาดของมันประมาณ 1 ฝ่ามือ เป็นเวลาเดียวกันที่ทารกปีศาจตัวนั้นหายไป

เห็นได้ชัดว่าทารกปีศาจนั้นไม่ทันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน หลังจากที่มึนงงไป 2-3 วินาที มันร้องไห้ออกมาเสียงดังและเขย่ากรงเพื่อที่จะออกไปด้านนอก แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางออกจากกรงนั้นได้อย่างแน่นอน

เวทย์มิติเหรอ?!

กริมเอามือปิดปากไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเล็กลอดออกมา

มีนักเวทย์สายหลักมากมาย แม้ว่าจุดหมายเดียวของพวกเขาคือการไปแตะพลังขั้นสูงสุด ถ้ามีใครต้องการจัดลำดับในแต่ละสายละก็ เวทย์สายเวลาและมิติอยู่ในอันดับที่สูงมากๆ ตามความรู้ที่กริมรู้มา เวทย์ 2 สายนี้เป็นเวทย์ที่อ่อนที่สุดในบรรดาเวทย์ทั้งหมด นี่เป็นเพราะเวทย์ 2 สายนี้ความสามารถจะขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของแต่ละคน

แม้จอมเวทย์ที่มีพลังสามารถทำลายโลกได้ด้วยมือเดียวก็ยังไม่สามารถหยุดเวลาได้แม้แต่วินาทีเดียว อย่างไรก็ตามบางคนที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถนี้ แม้จะไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์เลย พวกเขาก็สามารถทำในสิ่งที่จอมเวทย์ไม่สามารถทำได้

และเวทมนตร์เหล่านี้เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์และไม่สามารถคาดเดาได้และยังต้องใช้พรสวรรค์ในการใช้งาน นักเวทย์บางคนไม่ได้มีพรสวรรค์ในด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะมาจากไหน ก็เป็นไปไม่ได้ในการที่จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีในการฝึกใช้มัน ดังนั้นหากปราศจากพื้นฐานที่มั่นคงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะมุ่งไปทางเวทย์สายเวลาและสายมิติเพื่อเป็นนักเวทย์ขั้นสูง

กริมเดาไม่ได้ว่านี่เป็นความสามารถของเด็กสาวตัวน้อยหรือเป็นเพราะอุปกรณ์เวทย์ที่ใช้ในการจับศัตรูโดยไม่คำนึงถึงระยะทาง

แม้ว่ากริมจะคิดว่าเขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับโลกเวทมนตร์ขั้นสูง แต่เขาต้องยอมรับว่าในโลกของเวทมนตร์แท้จริงแล้วยังมีความมหัศจรรย์และความน่ากลัวมากกว่าที่ฝันร้ายมากนัก สามคนที่เป็นคนนอกเขาอาจจะเป็นนักเวทย์แผงหรือไม่ก็หนึ่งในนักเวทย์ขั้นสูง ถ้ากริมถูกบังคับให้สู้กับพวกเขาและเขาใช้ได้เพียงเวทย์ระดับต่ำ 2 บท เขาอาจจะตายในทันที

ด้วยเหตุผลนี้ เขาไม่กล้าที่จะดูอีกต่อไป เขาหันหลังกลับเดินไปตามทางเดินกลับไปยังหอคอยเวทมนตร์

เมื่อเขามาถึงประตูหลักของหอคอย หัวหน้านักเวทย์คนใหม่ เอเลน พร้อมกับผู้แข็งแกร่งทั้งสามคน ฮ็อคอาย แมลงพิษและนารีคลั่ง

กริมมองอย่างงุนงงไปที่เอเลน แต่ไม่นานก็รู้เหตุผลที่พวกเขามาที่นี่

คำเตือนที่เขาได้แจ้งไปบนเครื่องรางเวทย์ได้ส่งไปที่อุปกรณ์พิเศษ เมื่อเอเลนได้ยินความแข็งแกร่งของนักเวทย์ทั้ง 3 ด้วยความสามารถของเขาแล้วไม่มีทางที่เขาจะเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก ดังนั้นก่อนที่กริมจะกลับ เอเลนจึงขอความช่วยเหลือไปยังคนที่แข็งแกร่งที่สุดทั้ง 3

ห็นได้ชัดว่าเขาได้ให้บางสิ่งตอบแทนไปยังผู้แข็งแกร่ง….และเขารู้ดีว่าสิ่งตอบแทนนั้นมีค่าแค่ไหน

สิ่งที่กริมคิดตอนนี้ เขาไม่ได้เชื่อมั่นใน ‘ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดทั้ง 3’ ไม่ว่าเขาจะเปรียบเทียบอย่างไร คนนอกทั้งสามก็แข็งแกร่งกว่าพวกเขาหรือเอเลนหวังว่าจะจับกุมผู้บุกรุกทั้งหมด

 

************************

แอดไม่สบายนะครับได้แค่ วันละตอน

วันไหนว่างเดี๋ยวจะแปลให้นะครับ

เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

One thought on “Age of adept – บทที่ 17

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น