GDK ตอนที่ 70 ช่วยข้าสังหารลูกสมุนสองคนนั่นที

หานซั่วเดินทางผ่านมิติเวทมนตร์  กลับมาปรากฏตัวขึ้นในมุมอับสายตาของสุสานอันโดดเดี่ยวที่ตั้งอยู่บนภูเขาด้านหลังวิทยาลัยอีกครั้ง 

เขาเก็บแท่งเงินวิเศษกลับไป  และเลื่อนก้อนหินที่ขวางทางเข้าไว้เพื่อเดินออกจากสุสาน  ตอนนั้นฟ้าเพิ่งเริ่มจะสว่าง  และหานซั่วก็ไม่ได้เดินกลับไปยังวิทยาลัยทันที  แต่เขากลับมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้แล้ว  คือบริเวณถนนทางตอนเหนือ  ซึ่งระบุอยู่บนกระดาษที่เฟเบียนจดให้

บริเวณถนนทางตอนเหนือของเมืองออสเซ็นนั้น  เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ทั้งสูงตระหง่านและหรูหราอันเป็นแหล่งที่พักอาศัยของเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงของจักรวรรดิ  โดยเฉพาะทหารรักษาการณ์ของเมืองที่มีจำนวนมากเป็นพิเศษ  จึงไม่แปลกที่มีทหารในชุดเกราะเต็มยศพร้อมอาวุธนานาชนิดออกเดินลาดตระเวนไปมาในเมืองตั้งแต่เช้าตรู่  หานซั่วทำความสะอาดเสื้อผ้าและปัดฝุ่นที่เพิ่งเปื้อนมาให้หลุดออกไป  และเดินมุ่งหน้าไปยังถนนทางตอนเหนือ  ตามที่เฟเบียนบอกไว้

 

 

ไม่นานนัก  หานซั่วก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง  ไม่มีทหารยาม  เฝ้าอยู่หน้าประตู  ไม่มีแม้แต่ใครสักคนที่อยู่ในบริเวณนั้น  หานซั่วเดินไปที่ประตูทางเข้า  รวบรวมสมาธิ  และมองไปรอบ  ๆ  อีกครั้ง  ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครกำลังมองเขาอยู่

ครั้งสุดท้ายที่สมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์  ฟีบี้ได้สังหารนักฆ่า  “ปีศาจเงา”  ไปหลายคน  และส่งต่อข้อครหานั้นให้หานซั่ว  ตอนที่โกรเวอร์ออกจากห้องไป  ความคับแค้นใจปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในท่าที…  เท่าที่ฟีบี้อธิบายให้ฟัง  ไม่ว่าจะเป็น  “โกรเวอร์”  หรือ  “ปีศาจเงา”  ล้วนเป็นผู้เกี่ยวข้องที่ต้องการฆ่าเธอให้ได้ทุกเมื่อ  เช่นนั้นแล้ว  การกลับมายังจักรวรรดิในครั้งนี้  หานซั่วจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด  เพราะเกรงว่าจะทำให้  “ปีศาจเงา”  หรือโกรเวอร์รู้ตัวเข้า

ไม่นานนัก  พ่อบ้านท่าทางอบอุ่นคนหนึ่งก็มาเปิดประตู  ก่อนจะมองหานซั่วพร้อมกับยิ้มและโค้งคำนับ

“อรุณสวัสดิ์  ไม่ทราบว่าท่านมาพบใครรึขอรับ?”

“ข้าชื่อไบรอัน  ข้ามาเจรจาธุรกิจกับท่านเฟเบียนครับ”

หานซั่วตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน

“ท่านไบรอันนี่เอง!  ข้าเคยได้ยินท่านเฟเบียนพูดถึงท่าน  กรุณาตามข้าเข้ามาได้เลยขอรับ”

พ่อบ้านรีบเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างหลังจากได้ยินชื่อของหานซั่ว  และเชิญให้เขาเข้ามา

เมื่อหานซั่วเดินเข้ามาแล้ว  พ่อบ้านคนนั้นก็ยื่นศีรษะออกไปดูลาดเลาหน้าประตูทางเข้าด้านนอกเล็กน้อย  ก่อนจะปิดประตูอย่างแน่นหนาตามหลังด้วยความรอบคอบและระแวดระวัง  ขณะนำหานซั่วเข้าไปด้านใน

การตกแต่งภายในบ้านหลังนั้นค่อนข้างธรรมดา  และดูออกจะมืดมนอยู่ซักหน่อยเมือเทียบกับสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์ที่หรูหรา  และความกว้างขวางโอ่โถงของพื้นที่ก็ห่างไกลกันอย่างเทียบชั้นไม่ติด

หลังจากเดินเข้ามาประมาณได้ซักครู่  พ่อบ้านก็นำหานซั่วมาถึงห้องรับแขก  และสาวใช้หน้าตาธรรมดาคนหนึ่งก็นำน้ำชาและขนมมาเสิร์ฟ

“กรุณารอสักครู่นะคะ  ท่านไบรอัน  ข้าจะไปตามท่านเฟเบียนให้ค่ะ”

เมื่อพ่อบ้านออกจากห้องรับแขกไปแล้ว  และสาวใช้ที่รินน้ำชาจนเต็มถ้วยให้หานซั่วก็ตามออกไปเช่นกัน  หลังจากนั้นไม่นานนัก  เฟเบียนก็เดินอ้วนเข้ามา  พร้อมเสียงหัวเราะร่วนที่ทั้งชัดเจนและสดใส  แต่ทว่า  ใบหน้าและสภาพของเขากลับดูไม่ค่อยมีความสุขดีนัก  ราวกับว่าผ่านเรื่องราวยากลำบากมามากมายทีเดียว

“ไบรอัน!  ดีใจจริง  ๆ  ที่เจ้าปลอดภัย”

เฟเบียนดึงเก้าอี้ให้ตัวเองนั่งทันที  หลังจากเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น

“ข้าเองก็ดีใจที่เห็นว่าท่านไม่ได้รับอันตรายใด  ๆ  ครับ  หลังจากออกจากสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์ไปเมื่อคราวนั้น  ข้าก็ไปหลบซ่อนตัวอยู่พักหนึ่ง  เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น  “ปีศาจเงา”  หรือคนของโกรเวอร์ก็ไม่มีใครหาข้าพบเลย  ไม่ต้องห่วงข้าหรอกครับ  แต่ท่านเองต่างหาก  ท่านดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ”

หานซั่วพิจารณาดูเฟเบียนก่อนจะตอบเขาไปด้วยเสียงแผ่วเบา

“อย่าพูดถึงมันเลย  ช่วงนี้ดูเหมือนโกรเวอร์จะพยายามคุกคามพวกเรามากขึ้นเรื่อย  ๆ  ชีวิตความเป็นอยู่ก็เลยออกจะลำบากอยู่สักหน่อย  จริงสิ  คราวนี้ท่านมีธุระอะไรจะคุยกับข้าล่ะ?”

เฟเบียนถอนหายใจ  พลางพูดด้วยน้ำเสียงยอมจำนน

หานซั่วไม่ได้สนใจเรื่องราวระหว่างโกรเวอร์และพวกเขาอยู่แล้ว  ซึ่งเฟเบียนเองก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้  เขาจึงคิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกไป

“ข้าไม่ได้มาหาท่านเพื่อขายอะไรหรอก  แต่คราวนี้ข้ามาหาซื้อวัตถุดิบหายากบางอย่างจากท่านน่ะครับ”

“โอ้  วัตถุดิบอะไรรึ?”

“ลองดูในนี้เลยครับ  ข้าต้องการวัตถุดิบทั้งหมดนี่เลย  ไม่ทราบว่าราคากี่เหรียญทองเหรอครับ?”

หานซั่วยื่นกระดาษรายการวัตถุดิบที่หัวหน้าเผ่าคาลวินแห่งหมู่บ้านคนแคระจดไว้ให้เฟเบียน

เฟเบียนรับกระดาษไปจากมือของหานซั่วและเพ่งอ่านอย่างพิจารณา  หลังใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ถามหานซั่ว

“ไบรอัน  แม้จะมีบางรายการในนี้ที่ข้าไม่รู้จัก  แต่ข้าเกรงว่าข้าคงตัดสินใจเองไม่ได้  ถ้าท่านไม่รังเกียจ  ข้าจะไปขอให้ท่านฟีบี้มาเจรจาเรื่องนี้กับท่านจะได้มั้ย?”

หานซั่วสะดุ้งทันที  พลางคิดว่าคาลวินร้องขอวัตถุดิบที่มีค่ามากขนาดนั้นเชียวหรือ?  เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบรับ

“ตกลงครับ  ถ้าคุยกับท่านฟีบี้ก็คงเหมือนเดิม  ข้าจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบนี้ด่วนพอสมควร  ข้าจะพบท่านได้เมื่อไหร่เหรอครับ?”

“นายหญิงน้อยเองก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน  ข้าจะไปขอคำแนะนำจากท่านก่อน  รอตรงนี้สักครู่นะ”

เฟเบียนลุกขึ้นยืน  และพูดทิ้งท้ายก่อนจะปล่อยให้หานซั่วรออยู่ในห้องรับแขก

เมื่อฟีบี้เข้ามาในห้อง  เธอมองหานซั่วด้วยสายตาเฉยเมยไร้เยื่อใย  ทำให้เขารู้สึกงุนงงกับท่าทีของเธอเล็กน้อย  แล้วฟีบี้ก็นั่งลงและหยิบรายการของหานซั่วขึ้นมาดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน  คิ้วของเธอขมวดเล็กน้อย  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหานซั่ว

“วัตถุดิบพวกนี้เอาไว้ใช้สำหรับสร้างอาวุธสินะ  บางอย่างก็หายากมากจริง  ๆ  แต่เจ้าก็มาถูกที่แล้วล่ะ”

หัวใจของหานซั่วเอ่อล้นไปด้วยความปิติทันที  แต่ยังคงสีหน้าสงบนิ่งเอาไว้  พลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ  ก่อนจะถามขึ้นอย่างแผ่วเบา

“ท่านให้ราคาเท่าไหร่เหรอครับ?”

ฟีบี้พยักหน้า  สายตาปราดเปรื่องของเธอเป็นประกายขึ้นทันทีขณะที่ริมฝีปากที่ปิดสนิทแน่นเริ่มแย้มยิ้มออกมาเป็นเส้นโค้งดูน่ารัก

“นอกจากเหล็กไหลแล้ว  เราขายวัตถุดิบให้ท่านได้ครบหมดทุกอย่างค่ะ  และเพราะท่านช่วยพวกเราไว้เมื่อคราวก่อน  ข้าจะคิดส่วนลดให้  เท่ากับว่าขายท่านในราคา  3,500  เหรียญทอง  ราคานี้ยุติธรรมที่สุดแล้วค่ะ”

3,500  เหรียญทอง!    หัวใจหานซั่วถึงกับหล่นวูบด้วยความช็อค  เขาไม่คิดมาก่อนว่าวัตถุดิบที่ขาดเพียงสิบกว่าอย่างตามที่คาลวินจดรายการมาให้จะมีราคาสูงถึงเพียงนี้    แม้คำพูดของฟีบี้จะบอกเป็นนัยอยู่แล้วว่าราคานี้ถือว่าต่ำมากแล้ว  และเหล็กไหลก็ดูจะยากลำบากในการหาพอสมควร 

หานซั่วนิ่วหน้าเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด

“3,500  เหรียญทอง  ไม่มีปัญหาครับ  แต่สมาคมของท่านหาเหล็กไหลไม่ได้เลยเหรอ?”

“เหล็กไหลก็เหมือนเหล็กสีนิลนั่นแหละค่ะ  ทั้งสองอย่างเป็นวัตถุดิบคุณภาพระดับสูงสุดสำหรับการสร้างอาวุธ  และมีราคาค่างวดที่สูงเหนือจินตนาการของท่านมากมายเลยทีเดียว  เหล็กไหลที่มีขนาดเพียงเล็บนิ้วมืออาจมีราคาตามท้องตลาดถึง  5,000  เหรียญทอง  แต่ตามปกติแล้ว  ก็ไม่มีใครขายเหล็กสีนิลและเหล็กไหลกันหรอกค่ะ

“ขนาดข้าเองยังเป็นเจ้าของเหล็กไหลที่มีขนาดเท่านิ้วหัวแม่โป้งเท่านั้นเอง  ซึ่งกว่าจะได้มาก็ต้องใช้ความพยายามแทบเลือดตากระเด็นเช่นกัน  ข้าตั้งใจว่าจะนำไปตีดาบที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้อาจารย์ของข้าทันทีที่รวบรวมวัตถุได้มากพอ  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าจะเก็บมันเอาไว้เองค่ะ  และถึงแม้ว่าท่านจะพึงใจในเหล็กไหลชิ้นนี้  ข้าก็คงขายให้ท่านไม่ได้  ไม่ว่าท่านจะเสนอราคาสูงแค่ไหนก็ตาม”

ฟีบี้มีสีหน้าจริงจังและพูดกับหานซั่วด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

ฟีบี้เป็นนักดาบ  และหานซั่วเองก็พอจะนึกภาพออก  หากศิษย์ที่ว่าแข็งแกร่งมากแล้ว    อาจารย์ของเธอจะเป็นระดับที่สูงกว่าถึงเพียงไหน  และดาบที่จะใช้โดยคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นย่อมต้องไม่ใช่ดาบที่คมในระดับธรรมดา  ๆ  ในเมื่อฟีบี้เป็นถึงจอมดาบทั้ง  ๆ  ที่อายุยังน้อย  เธอจะต้องไม่ได้รับการฝึกสอนจากสถาบันเวทมนตร์หรือศาสตร์แห่งพลังธรรมดา  ๆ  แน่นอน  จะว่าไปแล้ว  ตัวตนของฟีบี้ก็ลึกลับน่าดูชมเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม  หานซั่วเองก็จำเป็นต้องใช้แร่เหล็กไหลจริง  ๆ  เช่นกัน  เพราะต้องการสร้างคมมีดพิชิตมารที่สมบูรณ์แบบไปเลยในคราเดียว  วัตถุดิบที่หายากยิ่งเช่นนี้จึงขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด  เพราะอาจทำให้คมมีดพิชิตมารด้อยคุณภาพลงอย่างมหาศาล  ซึ่งเป็นสิ่งที่หานซั่วไม่ต้องการให้เกิดขึ้นมากที่สุด

หานซั่วนิ่วหน้าอย่างเคร่งเครียด  หลังจากใคร่ครวญอย่างหนัก  ในที่สุดเขาก็ถามฟีบี้

“นอกจากท่านแล้ว  ยังมีใครที่ครอบครองเหล็กไหลอยู่อีกมั้ยครับ?”

“อย่าพยายามทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยค่ะ  ข้าคิดว่า  ต่อให้มีใครบางคนถือครองไว้  พวกนั้นก็ต้องถนอมรักษามันราวสมบัติล้ำค่า  และคงไม่ยอมขายให้ท่านอยู่ดี”

ฟีบี้มองหานซั่วด้วยท่าทีสนใจและเป็นกังวล  รอยยิ้มน้อย  ๆ  ปรากฏเป็นนัยอยู่ตรงมุมปากของเธอ  ขณะพูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจ

หานซั่วรู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด  แต่ทันใดนั้นเอง  เขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในรอยยิ้มที่ไม่ได้ตั้งใจของเธอขณะที่เขาส่ายหัวและถอนหายใจ  ความคิดของเขาโลดแล่นอย่างบ้าคลั่งอยู่เงียบ  ๆ  ในที่สุด  สายตาของเขาก็มองตรงไปยังฟีบี้และถามด้วยเสียงแผ่วเบา

“ท่านฟีบี้ครับ  ถ้าท่านยินดีที่จะมอบเหล็กไหลของท่านชิ้นนั้นให้ข้าได้ล่ะก็  บอกเงื่อนไขที่ท่านปรารถนามาได้ทุกอย่างครับ”

ฟีบี้สะดุ้งและมองหานซั่วด้วยความประหลาดใจทันที  เธอนิ่วหน้าและแสร้งทำเป็นคิดเรื่องอื่นอยู่ในใจ  แต่ในที่สุด  เธอก็ตอบเขาด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจนัก

“เพราะท่านช่วยพวกเราไว้คราวที่แล้ว  ข้าสามารถทนรับความเจ็บปวดจากการล้มเลิกความตั้งใจในบางสิ่งบางอย่างที่ข้ามอบคุณค่าให้มันเป็นอย่างมากได้ค่ะ  แต่ท่านต้องช่วยข้าในเรื่องหนึ่ง…”

“ช่วยเรื่องอะไรเหรอครับ?”

หานซั่วแอบคิดว่า  ก่อนหน้านี้  ที่ฟีบี้พูดมาทั้งหมด  เป็นแผนลวงให้เขาตายใจจริง  ๆ  แม้จะรู้สึกโกรธ  แต่เขาก็ไม่แสดงออกทางสีหน้าแต่อย่างใด  นอกจากความเคร่งขรึม

“ร่วมต่อสู้เคียงข้างข้า  และช่วยข้าสังหารลูกน้องคนสนิทของโกรเวอร์ให้ได้  —  ดาร์เนลและยูนา  เจ้าวายร้ายสองคนนั่นสมควรถูกหั่นเป็นพัน  ๆ  ชิ้นจนกว่าจะตายเลยได้ยิ่งดี!”

ใบหน้างดงามของฟีบี้เย็นชาขึ้นมาทันที  เธอขบฟันด้วยโทสะขณะพูดทุกอย่างออกมา

“พวกนั้นแข็งแกร่งยังไงเหรอครับ?”

หานซั่วถามด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“ดาร์เนลเป็นนักดาบระดับสูง  และความแข็งแกร่งของเขาก็ใกล้จะบรรลุถึงระดับจอมดาบเต็มที  ส่วนยูนาก็เป็นนักเวทย์ธาตุไฟระดับสูง  พลังของหล่อนน่ากลัวมาก  ทั้งสองคนทั้งชั่วช้าสามานย์  ไร้ยางอายอย่างที่สุด  และแทบจะไม่ห่างจากกันเลย  ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ในสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์  ถ้าท่านเต็มใจช่วย  ข้าก็จะมีโอกาสในการลอบสังหารพวกนั้นได้มากทีเดียวค่ะ”

ฟีบี้นั่งตัวตรงขึ้นมาทันที  จนยกเอาหน้าอกกลมกลึงเต็มไม้เต็มมือของเธอให้ตั้งขึ้นจนเห็นเด่นชัดยิ่งกว่าเดิม  ขณะที่เธอเล่าด้วยความตื่นเต้น

“ข้าสัญญาว่าจะช่วยท่านครับ”

หานซั่วตอบอย่างไม่ลังเลด้วยเสียงแผ่วเบา

 


ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย

 

#อัพเดท12สค2560    #หน้าเพจถึงตอนที่ 72    #กลุ่มลับ1ถึงตอนที่110

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น