บทที่ 1 – พลังที่ตื่นขึ้นมาของเด็กหนุ่ม! จอมเวทย์ และพลังสายเลือด!

บทที่ 1 – พลังที่ตื่นขึ้นมาของเด็กหนุ่ม! จอมเวทย์ และพลังสายเลือด!

ทางทิศใต้ของอาณาจักรไอเชอร์ เมืองโคโรริน ณ เหมืองแร่ เหมืองทองแดงหมายเลข 3

“บ้าเอ้ย..มันน่าจะพอแล้วสำหรับครั้งนี้”

ไอรินกำลังจับสว่านเหล็กที่อยู่ภายในมืออย่างแน่นหนาอยู่ในส่วนลึกของเหมือง ร่ายกายของเขาตลอดหัวจรดเท้าเต็มไปด้วยเหงื่อเปียกชุ่มไปทั้งตัว เขาถอนหายใจออกมาและค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา

ร่างกายที่อ่อนแอและผอมบางและเศษสิ่งสกปรกที่ติดบนใบหน้าของเขา แต่ดวงตาของเขากลับปรากฏแววตาที่สดใสอยู่ภายใต้คิ้วหนา หากมองในแง่ดีเขาดูโชคร้ายที่ต้องมาอยู่ที่นี่ เมื่อเขากัดฟันและมองไปแร่ที่อยู่ตรงหน้าของเขา

“เวรเอ้ย! ไม่มีทางอื่นเลยหรือไง ต้องทำแบบนี้เท่านั้นเรอะ!”

ท่าทางที่เด็ดเดี่ยวที่เกิดขึ้นมานั้น ทำให้เกิดประกายแสงขึ้นมาในดวงตา

“ฮ้า!”

เขามุ่งความสนใจไปที่มือของเขาพร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง เขาหยิบยืมพลังที่มองไม่เห็นในอากาศและรวบรวมพวกมันไว้ในมือของเขา เขาเหน็ดเหนื่อยอย่างมากจากการเจาะที่ผ่านมา ทันใดนั้นสว่านเหล็กเจาะเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง!

“ปัง!”

เกิดประกายแสงสว่างวาบขึ้นมา

แรงกระเด็นหลุดออกมาจากผนังและร่วงลงมา

“ดูเหมือนว่าพลังของผมจะตื่นขึ้นมาแล้วสินะ ในที่สุดแร่ก็มากพอแล้วสินะ ฮ่า ๆ ….”

เสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของไอรินได้ทำลายความเงียบลงอยู่ในภายอุโมงค์ขุดเหมืองสีดำ

หลังจากนั้นเสียงร้องโวยวายที่ดูน่าสังเวชได้ตามหลังขึ้นมา

“อ้าก! เท้าของชั้น! เจ็บโว้ย!”

เสียงหัวเราะจางๆที่ดังออกมาจากอุโมงค์อื่นๆดังออกมาว่า
“นั่นเด็กน้อยไอริน เขาไม่ระวังตัวอีกแล้ว เขาโดนแร่ที่ขุดออกมากระแทกไปที่เท้าของตัวเอง”

“ฮ่า ๆ มันเป็นครั้งที่สามของเดือนแล้วใช่มั้ย? อีกแค่สองครั้งเขาจะทำลายสถิติของเดือนที่แล้วแล้วนะ”

“เขาไม่ระวังตัวเอง เขาเลยโดนกระแทกเท้าอีกแล้ว”

 

***

 

รูปร่างที่ผอมบางและอ่อนแอปรากฏขึ้นที่ทางออกของเหมืองในเวลาค่ำ เขาเต็มไปด้วยเหงื่อที่เหม็นและหมดแรงจนแทบจะไม่สามารถยืนให้ตรงได้ ไอรินเดินโซเซออกจากเหมือง แขนของเขาห้อยแกว่งไปแกว่งมาเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว เขากลับมาที่เมืองโคโรรินที่ดูเก่าและทรุดโทรมและเดินตรงที่ๆหนึ่งและเป็นคลินิกแห่งเดียวในเมือง คลินอกของป้าเอมม่า

“ป้าเอมม่า ผมเข้าไปนะ”

“เด็กน้อยไอริน ยังเป็นเด็กที่โกหกตัวเองอยู่ใช่มั้ย? เขาไม่เตะโดนถังก็ดีเท่าไหร่แล้ว” ผู้คนในเมืองมักจะพูดแบบนั้นเมื่อพวกนั้นพบเขาและป้าเอมม่ายังทักทายเหมือนเดิมทุกวัน

“ข้าอยากให้มันตาย แต่มันยังรอดอยู่ได้และยังเดินเตะทุกอย่าง”

“เขาควรจะตายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ้าคุณไม่ซื้อยาและอาหารไปให้”

“แต่คุณบอกว่าไม่อยากเห็นเขาตายนี่ ใช่มั้ย?”

“ทำไมคุณถึงบอกว่าอยากให้เขาตายละ….เอ่อ…เกิดอะไรขึ้นกับเท้าเธออีกเนี่ย พวกเขาเพิ่งรักษาให้คุณไปเมื่อวานนี้นี่หรือฉันจำผิด? อย่าบอกนะว่าเธอโดนกระแทกอีกแล้วน่ะ?”

“แค่ก..แค่ก..ไม่ใช่ แผลเก่ามันเปิด-….แผลเก่ามันเปิด….”

ไอรินเดินคอตกออกมาจากคลินิกที่ถือถุงที่เต็มไปด้วยยาออกมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอับอาย เขาเดินกลับบ้านท่ามกลางเสียงที่น่าเป็นห่วง

“ยังคงเป็นเด็กที่โกหกตัวเองเหมือนเดิม? ไอรินเธอควรระมัดระวังเท้าของเธอด้วยนะ จำเอาไว้ตลอดเวลา”

บ้านของเขาอยู่ทางทิศใต้ของเมืองเล็กๆ อยู่บนเนินลาดชันล้อมรอบไปด้วยไม้ไผ่

ไอรินผลักประตูเสียงดังเอี๊ยด ชายชราที่หัวเต็มไปด้วยเส้นผมสีขาวนั่งอยู่ข้างๆโต๊ะหินหยาบๆภายในลาน

ชายชรามีรูปร่างสูง แต่เขาดูป่วย ผิวของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยมากมายนับไม่ถ้วนหลังจากที่ใช้เวลามาหลายปี เขาดูอ่อนล้า เสื้อผ้าของเขาเหมือนของไอริน เสื้อผ้าทั้งคู่ถูกซ่อมด้วยเศษผ้าจากชุดขุดแร่ที่ไม่รู้สีดั้งเดิมของมัน แต่ต่างกันที่ชายชราดูค่อนข้างสะอาด
“ฮ่า ๆ” ชายชรามองมา เมื่อเขาเห็นไอรินเข้ามาด้านใน เขาหัวเราะออกมาทันที เขาหัวเราะจนตัวงอเป็นกุ้ง

“ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซ่ะแล้ว….”

“คุณจะไปไหน ถึงเวลายาของคุณแล้ว”

ไอรินโยนถุงยาไปในแขนของชายชราทันที เขานั่งลง เขาไม่สนใจว่ามือจะสกปรกขนาดไหน เขาหยิบขนมปังขึ้นมาและเริ่มแทะมัน เขาคอตกและพึมพำออกมาในเวลาเดียวกัน “ในเหมืองมีแร่น้อยลงทุกวัน ดังนั้นจะให้ขุดเยอะขึ้นมันแทบเป็นไปไม่ได้”

“พลังของผมตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเราทั้งคู่ แม้ว่าจะขุดแร่เพิ่มขึ้นอีก” ใบหน้าของไอรินสดใสขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่กินขนมปังไปสองชิ้น มันเต็มไปด้วยความรู้สึกภูมิใจ

“มหัศจรรย์จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่ฉันได้พบกับเด็กคนนี้หลังจากที่ใช้เวลาหลายปี เขามีความสุขและโชคดีที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้”

ชายชราหลับตาและยิ้มออกมา เขาชำเลืองมองไปที่มือที่ห่อเหี่ยวของไอริน เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้และพูดว่า

“ดูเหมือนว่าเธอไม่สามารถต่อต้านการใช้เวทมนตร์อีกแล้วสินะ แต่ฉันจำได้ว่าบอกเธอหลายครั้งแล้วนะว่าการฝืนใช้เวทมนตร์เมื่อพลังและเรี่ยวแรงของเธอหมดลงมันจะทำให้ร่ายกายของเธอรับภาระหนักขึ้น ถ้าร้ายแรงมากๆ เธออาจจะตายได้นะ”

“ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งหมดเป็นประโยชน์กับชั้นและคนแก่ขี้โกหกแบบคุณ….” ไอรินยกข้ออ้างขึ้นมาและพูดต่อว่า

“ถึงอย่างไรชั้นก็ใช้มันเท่าที่จำเป็นเท่านั้นแหละ”

“ดีแล้ว ความมุทะลุและความพิเศษของเด็กหนุ่ม ตั้งแต่ที่พลังเธอตื่นขึ้นมา เธอไปได้ไกลมาก” ชายชรายิ้มออกมา “ถึงเวลาที่ฉันจะบอกความจริงกับเธอแล้ว”

ไอรินมองไปที่ชายชรา “ความจริงอะไร? คุณพูดเพ้อเจ้ออะไร?”

“โง่เอ้ย…เธอกำลังอธิฐานอย่างหนักเพื่อให้ฉันตายใช่มั้ย?”

“ไม่แน่นอน ผมกังวลว่าเงินที่จะใช้ฝังศพคุณมันไม่พอ”

“ปัญญาอ่อนเอ้ย ฟังฉันให้ดีนะ การทดสอบและการทดลองที่ฉันตั้งไว้สิ้นสุดแล้ว เธอพร้อมสำหรับการไปเรียนที่ ‘โฮลี่ดานอคาเดมี่’ แล้ว”

“การทดสอบและการทดลอง? แค่ก แค่ก….” ไอรินสำลักขนมปังและพ่นออกมา “ไอ้แก่ขี้โกหก พูดอะไรไร้สาระออกมา”

ชายชรามองไปที่ไอริน “ตั้งแต่แรกแล้วนะ เธอบอกฉันหน่อย ทำไมถึงเรียกฉันว่าไอ้แก่ขี้โกหก”

“เพราะว่าตั้งแต่วันที่ผมช่วยคุณไว้ก็ 7 ปีแล้วสินะ คุณก็บอกว่าคุณจะทำให้ผมเป็นจอมเวทย์ที่ทรงพลัง แต่เป็นเวลา 7 ปีเต็มที่คุณกินอาหารของผมอย่างมีความสุข แต่ไม่ทำอะไรเลย คุณไม่สอนวิธีการฝึกให้เลย นั่นเป็นเหตุผลที่ทุกคนเรียกคุณว่าไอ้แก่ขี้โกหก” ไอรินจ้องไปที่ชายชราและพูดอย่างเศร้าว่า “ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับสมองของคุณนะ วันนี้คุณถามคำถามชั้นด้วย”

ชายชรายิ้มจางๆ “ตั้งแต่ที่เธอบอกว่าฉันเป็นคนโกหกที่กินอาหารของเธออย่างมีความสุขและยังไม่ทำอะไรอีกด้วย ทำไมเธอไม่โยนฉันออกไปเลยล่ะ?”

“ไม่มีใครเลี้ยงคุณน่ะสิ ถ้าผมโยนคุณออกไป ถ้าคุณเลี้ยงสุนัขหรือแมวไว้ซักตัว คุณก็ไม่โยนมันทิ้งออกไปหรอกและไม่ปล่อยให้พวกมันตายหรอกใช่มั้ย?”

“ไอ้ปัญญาอ่อน เธอเอาฉันไปเปรียบเทียบกับหมาแมว” ชายชราส่ายหัว “เธอเคยคิดเกี่ยวกับชื่อเล่นของเมืองโคโรรินในดินแดนทางใต้มั้ย? เมืองร้าง! มีแร่ทองแดงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยในโคโรริน นับตั้งแต่ที่สิ้นสุดการทำเหมืองแร่ เป็นดินแดนที่ไม่ค่อยมีลอร์ดคนไหนเลือกมาอยู่หรอกถ้าพวกเขามีทางเลือกอื่นน่ะ มีเพียงคนงานเก่าและชาวเมืองเก่าแก่บางคน ที่ไม่สามารถหาเลี้ยงชีพอย่างอื่นได้ พวกเขาจึงเลือกอยู่ที่นี่ แม้แต่พวกเร่รอน หรือขอทานยังไม่ผ่านมาทางนี้เลย เธอไม่คิดอย่างนั้นหรือ? โดยเฉพาะฤดูหนาวที่อากาศหนาวที่สุดและเลวร้ายที่สุดอีกด้วย”

 

***

 

แสงดาวส่องสว่างในยามค่ำคืน

ครึ่งหนึ่งของขนมปังอยู่ในปากของไอริน

“อือ คุณดูพูดมีเหตุผล” ไอรินมองไปที่หน้าของชายชรา เขาดูไม่เหมือนปกติ “ตาแก่จิน คุณพูดจริงหรือ?”

“เธอก็รู้ว่าฉันจริงจัง ไม่อย่างนั้นเธอไม่เรียกฉันว่า ‘ตาแก่จิน’ หรอก ปกติเธอเรียกฉัน ตาแก่ขี้โกหก”

“คุณเป็นจอมเวทย์จริงๆหรือ?” ไอรินพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นเขาก็ส่ายศีรษะ “เป็นไปไม่ได้ สมรู้ร่วมคิด มันต้องเป็นการหลอกลวงแน่นอน ถ้าคุณเป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งจริง ทำไมคุณไม่สอนฉันพวกการฝึกฝนร่างกายหรือทักษะการต่อสู้เลยตลอด 7 ปี ที่ผ่านมา”

“เพราะว่าตั้งแต่แรก มีบางสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่เป็นตัวกำหนดพลังของจอมเวทย์”

“พื้นฐานที่สำคัญที่สุด มันก็คือ พลังสายเลือด!”

ความภาคภูมิใจลอยอยู่เต็มหน้าของตาแก่ที่ชื่อจิน น้ำสียงของเขาเปลี่ยนไปเขาพูดออกมาอย่างตื่นเต้นว่า “สายเลือดยักษ์บริสุทธิ์จะมีพลังกายภาพสูงและความแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ สายเลือดอสูรบริสุทธิ์ เมื่อเกิดมาจะมีพลังแห่งสัตว์ป่าที่ไม่อาจรู้ได้ สายเลือดภูติบริสุทธิ์จะมีความว่องไวสูงและการเคลื่อนไหวดุจลม ยังสามารถควบคุมพลังในระดับสูงได้ตั้งแต่เกิดและสามารถควบคุมพลังได้ไกลว่าคนธรรมดาอีกด้วย ส่วนสายเลือดมังกรต่างๆนั้น ความแข็งแกร่งของร่างกายและพลังนั้น พวกเขามีมากกว่าทุกสายเลือด!”

“คุณเคยบอกกับผมแบบนี้มา 20 ครั้งได้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา” ไอรินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงท้อแท้ “อีกอย่างผมก็เป็นแค่สายเลือดมนุษย์ธรรมดา ดูเหมือนคุณจะไม่สบายแล้วเริ่มสับสนแล้วใช่มั้ย ได้เวลากินยาแล้วล่ะ”

“ไอ้เด็กปัญญานิ่ม”

จินเข้าใจเป็นอย่างดีว่าไอรินเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยสามัญสำนึก แต่เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้ เขากระอักเลือดออกมาหลังจากนั้นก็พูดต่อ “ฉันบอกเธอไปหลายครั้งแล้ว ทุกสายเลือดมีพรสวรรค์เฉพาะตัว สายเลือดมนุษย์บริสุทธิ์ไม่มีพลังพิเศษอะไร แต่พวกเขาสามารถผสานกับสายเลือดอื่นได้และทำซ้ำๆ แม้ว่าระดับพลังของสายเลือดนั้นจะไม่โดดเด่น พวกเราตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ของจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งไม่ได้มีสายเลือดที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจอมเวทย์ที่มีสายเลือดที่แข็งแกร่งจะขึ้นมาโดดเด่นได้ง่ายในยุคนี้!”

ไอรินพูดขัดออกมาอย่างเหนื่อยใจอีกครั้ง “แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลย…”

ตาแก่จินไม่สามารถควบคุมความโกรธได้อีกต่อไป เขาพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “เธอไม่ใช้สมองอันนิดเดียวของเธอคิดล่ะ? ลองคิดดูสิ! เธอไม่ได้เข้าใจสิ่งที่ฉันจะบอกเลย เป็นเวลา 7 ปี เวลา 7 ปีที่ผ่านมาฉันไม่สามารถบอกเรื่องราวทั้งหมดได้ ทั้งประสบการณ์ ความรู้ ทั้งหมดที่ฉันบอกเป็นการฝึกให้เธอ ทุกๆนาทีที่ร่างกายของเธอหิวมากๆ ทุกๆนาทีที่ร่างกายของเธอขาดน้ำ ที่ทำแบบนั้นเพื่อยืดเวลาในการฝึกเพราะเธอจะไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ นั่นเป็นเหตุผลที่เธอผอมและอ่อนแอกว่าคนที่มีอายุเท่ากันและยังเป็นเหตุผลที่เธอดูอ่อนเยาว์กว่าพวกนั้นซ่ะอีก เพราะพลังนี้จะตื่นขึ้นมาช้า ด้วยเหตุนั้นเมื่อดูดซับพลังของสายเลือดอื่นมันจะทำให้เธอแข็งแกร่งกว่าทุกคน!”

ไอรินที่เหมือนตรัสรู้ “ผมเข้าใจแล้ว”

ชายชราจินถอนหายใจและคิดว่ากว่าจะพูดให้ไอรินเข้าใจได้เล่นเอาเขาซ่ะเหนื่อยเลย

“ผมเข้าใจแล้ว!” โชคร้าย คำพูดต่อมาของไอรินเกือบทำให้เขาตกใจตาย “ตาแก่จินคุณโกหก! ไม่เพียงแต่คุณเล่นกับความรู้สึกของเด็กอย่างผม คุณยังใช้เวลาถึงเจ็ดปีทรมานร่างกายของผมอีก!”

 

*******************************************

ไอรินเวลาพูดคนเดียวหรือคิดในใจจะใช้ ‘ชั้น’

เวลาพูดออกมาจะใช้ ‘ผม’

 

เพิ่งหัดแปลนะครับ

เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

เด็กชายไอรินกำลังมาแล้วววววววว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น