ตอนที่แล้วWOC บทที่ 15 - เหยาน้อย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปWOC บทที่ 17 - อสูรผู่

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/WorldofCultivation/

บทที่ 16 – แก่นแท้กระบี่

“อย่าลืม!!”

……………

“แม้ตาย เจ้าก็ต้องห้ามลืม!!”

…………….

เสียงที่แปลกประหลาดและคุ้นเคยยังคงสะท้อนเปรียบเหมือนฝันร้าย

เช่นเดียวกับปกติ จั้วโมมักจะตกใจตื่นจากฝันของเขาเสมอ เขาแสร้งทำเป็นลุกขึ้นนั่ง โดยปกติถ้าหากเขาฝันเช่นเดียวกันหลายๆครั้งเขาควรจะชินชาไปกับมัน แต่ถ้าหากเป็นความฝันเช่นนี้และทุกๆครั้งที่เขาตื่นขึ้นมา เขาก็จะพบว่าร่างกายของเขาจะถูกกลืนกลืนไปด้วยหยดเหงื่อ

ดวงดาวบนท้องฟ้าเปล่งประกายสว่างไสว ดาวตกยังพอมีให้เห็นเป็นเรือนลาง หุบเขาอู้กงยังคงเต็มไปด้วยความเงียบและสงบ

ความอันตรายที่เกิดขึ้นในเมื่อคืนยังคงตราตรึงภายใต้ดวงตาของเขา เขาจำได้เพียงว่าเมล็ดดอกแดนดิไลสีดำยังคงอยู่ภายใต้ทะเลแห่งจิตใต้สำนึกของเขา เขาจึงรีบตรวจสอบใหม่อีกครั้ง และพบว่ามันยังคงลอยอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขาโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เขาค่อยๆถอนหายใจ ไม่ว่าเขาจะพยายามใช้วิธีการใดมันก็ไม่ส่งผลต่อดอกแดนดิไลสีดำนี้

เขายังคงตกอยู่ในในความกังวล จากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นบ่งบอกได้เลยว่าดอกแดนดิไลสีดำไม่ใช่สิ่งที่ดี ยิ่งในตอนนี้มันผสานเข้ากับจิตใต้สำนึกของเขา มันยิ่งไม่ใช่เรื่องดี

หรือว่าเขาควรจะไปหาหมอ?

เขายังคงวิตกกังวล และตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่มีแม้แต่อาการง่วงนอน หลังจากที่คิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เรื่องของดอกแดนดิไลสีดำก็ถูกโยนออกไป ในสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่อาจสามารถคิดแก้ไขปัญหาใดๆได้ ดังนั้นความกังวลที่มากเกินไปย่อมไม่เกิดผลดี

ด้วยเหตุผลข้อจำกัดในการบ่มเพาะฝึกตน ทำให้ทะเลแห่งจิตใต้สำนึกของเขานั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก นอกเหนือจากดอกแดนดิไลสีดำ มันก็เต็มไปด้วยความว่างเปล่า

เขายังคงนึกถึงภาพแก่นแท้กระบี่ที่ยิ่งใหญ่เหนือพลังสวรรค์ ภาพเหล่านั้นยังคงฝังลึกอยู่ในหัวของเขา

เขาไม่เคยเรียนคัมภีร์กระบี่ใดๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เข้าใจอะไรเลย ภายในเหล่าสาวกนิกายชั้นนอก  มีหลายคนที่กำลังฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ เพราะว่านิกายกระบี่อู้กงถือเป็นนิกายที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกระบี่ เช่นเดียวกับศิษย์พี่เว่ยเชิง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ทั้งหมดในการฝึกฝนกระบี่ และเคยเป็นข้ารับใช้กระบี่ของศิษย์พี่หลัวลี่

ที่เรียกว่าข้ารับใช้กระบี่ เพราะว่าพวกเขานั้นเป็นข้ารับใช้ของผู้ฝึกกระบี่ ภูเขามีส่วนรับผิดชอบในการทำความสะอาด และยังช่วยทำหน้าที่เสริมบางอย่างภายในศึกสงคราม

ศิษย์พี่เว่ยเซิงถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีพละกำลังในการรบสูงที่สุดภายในเหล่าสาวกนิกายชั้นนอก และเขายังเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้สูงมาก มีข่าวลือจากผู้คนมากมายที่กล่าวว่าเขานั้นเคยสังหารผู้ฝึกกระบี่ ที่อยู่ในระดับจูจิเริ่มต้น ซึ่งเขาเองก็เคยเห็นการฝึกซ้อมของศิษย์พี่เว่ยเซิง แสงไฟที่บินล่องลอยไปอย่างดงาม แต่ถ้าหากให้เปรียบเทียบกับแก่นแท้กระบี่ มันคงเปรียบเสมือนนกกระดาษหลากหลายสีสัน ที่กำลังบินจนใกล้ฉีกขาด

แต่ในค่ำคืนนั้น แก่นแท้กระบี่ที่เขาเจอ มันสามารถตัดผ่าผืนสวรรค์จึงแยกออกจากกันได้ เขาไม่เคยจินตนาการอะไรแบบนี้มาก่อน ภายใต้การโจมตีของคลื่นกระบี่ ทุกอย่างต้องยอมสยบ แม้กระทั่งตัวเขาเองก็เปรียบเสมือนมดตัวน้อยตัวนิด

และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!!

ภายในทะเลแห่งจิตใต้สำนึกของเขา พลันปรากฏเป็นแก่นแท้กระบี่สีขาวบริสุทธิ์ และเยือกเย็น โดยไม่มีคำเตือนใดๆ!!!

ร่างกายของจั้วโมค่อยๆหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ลมหายใจของเขาก็ค่อยๆหยุดลง

หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง ร่างกายที่หนาวเหน็บก็เริ่มอุ่นขึ้น จิตวิญญาณค่อยๆฟื้นคืนกลับ เขาหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความตกใจ

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?

จู่ๆ แก่นแท้กระบี่ก็ปรากฏขึ้น มันมีลักษณะเช่นเดียวกับกระบี่ที่โจมตีเมื่อคืน

เขาไม่อาจต่อต้านใดๆได้ กระบี่โจมตีทะเลแห่งจิตใต้สำนึกของเขาจนขาดครึ่ง เจตนาฆ่าฟันที่เย็นเยือกและบริสุทธิ์แขวงอยู่ภายในการโจมตีของกระบี่นั้น จนทำให้เขาเกือบหยุดหายใจ อวัยวะทั้งหมดในร่างกายของเขานั้นหยุดนิ่งไร้การเคลื่อนไหว!!

เขายังคงรู้สึกวิตกกังวลและไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

มันเป็นไปไม่ได้!!

เพียงแค่ดอกแดนดิไลที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา ก็มากเพียงพอที่ทำให้เขาตกใจกลัว แต่ในตอนนี้มันกลับปรากฏแก่นแท้ของกระบี่!!!

ไม่!!!!

เมื่อเขาที่เขาตรวจสอบก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่พบแก่นแท้กระบี่นี้เลย!

เมื่อเขาออกจากทะเลแห่งจิตใต้สำนึก เขายังจดจำรายละเอียดเมื่อครั้นที่แก่นแท้กระบี่ปรากฏขึ้น และเขาก็พบว่า “ในตอนที่แก่นแท้กระบี่ปรากฏขึ้น มันเหมือนกับตอนที่เขาเข้าไปในจิตใต้สำนึกและหันมองดูดอกแดนดิไลสีดำ และในตอนนั้นเขาก็นึกถึงแก่นแท้กระบี่

ความคิดที่ห้าวหาญก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา

แก่นแท้กระบี่ถูกปล่อยออกมาจากดอกแดนดิไลสีดำอย่างนั้นหรือ?

ความคิดที่แปลกประหลาด เมื่อคิดออกมาแล้ว มันก็ยากที่จะไม่สนใจ

จิตใต้สำนึกของเขานั้นกลับมาเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอีกครั้ง ดอกแดนดิไลสีดำยังคงรออยู่เหนือพื้นที่ว่างเปล่า จั้วโมรู้สึกลังเลใจ เพราะแก่นแท้กระบี่นั้นแข็งแกร่งเกินไป และตอนนี้เขาสูดลมหายใจเข้าสู่ร่างกายและรวบรวมจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง

และด้วยความปรารถนาที่อยากจะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้เขาก้มหน้ากัดฟัน

ลงมือเลย!!

เขาหันหน้าไปทางดอกแดนดิไลสีดำ และเขาก็เริ่มคิดย้อนกลับไปถึงแก่นแท้กระบี่!!

ฟู่ฟู่ฟู่ฟู่ฟู่ฟู่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

แก่นแท้กระบี่สีเงินกระบี่นออกมาในทันที!!

ฟิ้วว!

ร่างกายของจั้วโมถูกแช่แข็งอีกครั้ง และก็มีหยดเลือดปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

วินาทีต่อมา “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังขึ้นลงมาจากในลานเล็กๆ แม้ว่าปากของจั้วโมจักรกำลังเปื้อนเลือดที่แสนน่ากลัว แต่ใบหน้าของเขานั้นกับเริงร่า

การทดลองครั้งนี้ มันเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่นั้น เขายังพบว่าแก่นแท้กระบี่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่เขาเคยเห็น มันแม่นยำและก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น!! จิตวิญญาณที่แสนอ่อนแอของจั้วโมจะสามารถทนแก่นแท้กระบี่ที่แข็งแกร่งนี้ได้อย่างไร? ดังนั้นเขาจึงสมควรได้รับบาดเจ็บจนต้องถ่มหยาดเลือดออกมา

แม้จั้วโมจะได้รับบาดเจ็บแต่มันก็ไม่อาจหยุดเสียงหัวเราะของเขาได้

ถ้าหากเขาสามารถทำความเข้าใจแก่นแท้กระบี่นี้ได้……………….

เมื่อคืนก่อน เขายังไม่เคยสนใจในการเป็นผู้ฝึกกระบี่ แต่ด้วยพลังของกระบี่ที่เยือกเย็นและบริสุทธิ์ ได้ปลูกฝังรากเมล็ดเอาไว้ภายในจิตใจของเขา อีกทั้งเมล็ดพันธุ์นี้ยังเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง

แต่จั้วโมก็กักเก็บความสุขเอาไว้ได้ไม่นาน การโจมตีของกระบี่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งจนเกินกว่าที่เขาจะทนได้

เขาเริ่มปวดหัว หลังจากที่เขาได้รับการโจมตีถึง 2 ครั้ง จิตวิญญาณของเขาเริ่มบาดเจ็บและแล้วความคิดและความเจ็บปวดทางร่างกายของเขาก็ถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์ สติสัมปชัญญะของเขาถูกแบ่งออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดาย ใบหน้าของเขาเริ่มซีดเผือกลง

การที่ทำความเข้าใจในแก่นแท้ของกระบี่ มันจะยิ่งเสริมสร้างประโยชน์มากมาย แต่ในขณะเดียวกันมันก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายแห่งความเจ็บปวด บาดแผลภายนอกย่อมเป็นรักษาได้ง่ายกว่าบาดแผลภายใน การฝึกฝนนี้จะต้องแลกมาจบการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณซึ่งเป็นสิ่งที่รักษาได้ยาก

เขายังคงเจ็บปวดศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบกล่องเสียงที่อยู่ด้านข้างเขา ก่อนที่จะเริ่มถ่ายเทพลังปราณหลิงเข้าสู่มัน

“ความขัดแย้งที่รุนแรงยังคงระเบิดขึ้นอีกครั้งในมหานครโลหิตนภา………………..”

เสียงที่อยู่ภายใต้กล่องบันทึกเสียงค่อยๆกล่อมจั้วโม เสียงเหล่านั้นเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเขา เขามักที่จะฟังเสียงที่อยู่ในกล่องเสียงในทุกคืนเพื่อใช้ในการกล่อมนอน ในช่วงนี้ ข่าวการขัดแย้งที่รุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนภายในมหานครโลหิตนภา

หรือว่าพวกเหยาโมที่ไม่พอใจจากการถูกปราบปรามมานานกำลังจะเริ่มตอบโต้ด้วยกำลัง?

เขาคิดมันอย่างตลกขบขัน ก่อนที่จะโยนเรื่องราวนั้นทิ้งออกไปนอกความคิดของเขา ไม่ว่าจะเป็นมหานครโลหิตนภา หรือว่าเหยาโม พวกมันห่างจากตัวเขานับแสนลี้ และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เมื่อ 3000 ปีที่ผ่านมา สงครามระหว่างผู้ฝึกตนและเหยาโม จบลงด้วยชัยชนะที่สมบูรณ์ของเหล่าผู้ฝึกตน และถ้าหากไร้ซึ่งมหานครโลหิตนภาที่รวมเหล่าผู้ฝึกตนที่ก้าวหน้า พวกเหยาโมก็คงไม่อาจถูกกำจัดจนหมดสิ้นไปได้

ต่อไปเป็นข่าวเกี่ยวกับงานชุมนุมประลองกระบี่ ซึ่งตัวของจั้วโมเองไม่ค่อยสนใจ

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าศีรษะของเขากำลังจะระเบิดออก จั้วโมกุมศีรษะของเขา ในขณะที่จิตใต้สำนึกของเขาค่อยๆได้รับบาดเจ็บ

จั้วโมทำได้เพียงคร่ำครวญอยู่ภายในใจ การซ่อมแซ่มจิตใต้สำนึกคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เขาก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับต่ำที่มีระดับการบ่มเพาะอยู่เพียงแค่ระดับเหลียงฉีขั้นที่ 8 ดังนั้นการซ่อมแซมจิตใต้สำนึกจึงเป็นคำถามที่ห่างไกลจากความสามารถของเขา

เจ็บปวด!!!!!

มันเปรียบดังส่วนที่ลึกที่สุดของสมองกำลังถูกใครบางคนใช้มีดขนาดเล็กกรีดผ่า เพียงแค่ชั่วขณะ จั้วโมก็แสดงอาการจนเกือบเหมือนคนบ้า

เขายังคงบีบขมับของเขาเอง ในขณะที่เขานั่งอยู่บนหลังคา

จั้วโมต้องการร้องครวญครางและคลานไปที่ห้องทำสมาธิของเขา

ความหวังเดียวของเขาในตอนนี้คือการทำสมาธิเพื่อที่จะลดอาการเจ็บปวด ภายในเวลารวดเร็ว ความจริงอันโหดร้ายก็ทำลายความหวังสุดท้ายของเขา ไม่ว่าเขาจะใช้พลังหลิงมากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในจิตวิญญาณของเขาก็ไม่ได้ลดลงเลย

ภาพในนิมิตยังคงดูเหมือนมันถูกถ่ายแยกออกจากกันเป็น 2 ส่วน แม้ว่าร่างกายของเขาจะยังคงปกติ

เขายังคงกุมขมับแน่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น เสียงร่ำไห้ก็ค่อยๆลดลง

คนที่ไม่รู้จักความกลัว คือคนที่มีความเข้าใจอันลึกซึ้งทางด้านจิตวิญญาณ ถ้าหากเขามีความเข้าใจในการบ่มเพาะอย่างลึกซึ้ง เขาก็คงไม่กล้าที่จะยุ่งเกี่ยวกับการแก้ไขจิตใต้สำนึก แม้แต่ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับหนิงม่ายก็ยังไม่อาจแก้ไขใดๆ เว้นเสียแต่จะมีผู้ฝึกตนระดับจินตังยื่นมือเข้ามาช่วย มันจะสามารถทำให้การปรับแต่งแก้ไขนี้เป็นไปได้อย่างราบลื่น

แต่ ถ้าหากต้องการให้ผู้ฝึกตนระดับจินตังช่วย ราคาค่าตอบแทนคงจะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างแน่นอน

ผู้ฝึกสอนระดับต่ำไม่กล้ายุ่งเกี่ยวเรื่องของจิตวิญญาณ แม้กระทั่งผู้ฝึกตนวิถีเซน(พระ)ที่เชี่ยวชาญทางด้านจิตใต้สำนึก แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ระดับต่ำกว่าจินตัง พวกเขาก็ยังไม่กล้าแม้แต่น้อย

จั้วโมเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับต่ำที่พึ่งบรรลุระดับเหลียงฉีขั้นที่ 8 จิตใต้สำนึกของเขากำลังได้รับความทุกข์ทรมานอย่างต่อเนื่องและนี่จะเป็นครั้งที่สองที่เขาสามารถทนอยู่ได้ ความจริงที่ว่าเขายังไม่ตายจึงเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์

บาดแผลที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก ถ้าหากไร้ซึ่งพลังที่มากพอ มันจะไม่มีทางหายไป

จั้วโมนอนขดราวกับลูกบอล ลมหายใจของเขากำลังรวยริน สติของเขากำลังเลือนลาง

ดูเหมือนเขาจะได้ยินเสียงของคนกำลังพูด

“เจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่อีกหรือไม่?”

มันเป็นเสียงที่เรียบง่ายและไร้ความปราณี ทั้งตรงไปตรงมา แต่กลับแฝงไปด้วยความสง่างาม

“ช่วยข้าด้วย!!”จั้วโม ได้ยินคำพูดที่สามารถเติมเต็มความสุข เขาจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอและเต็มไปด้วยความอ้อนวอน

“ปฏิบัติตามวิธีของข้า ตอบรับความปรารถนาของข้า กล่าวสัตย์สาบานเพื่อข้า เจ้าจะยอมรับหรือไม่?”

” อุกอาจมาก!!”จั้วโมหายใจเฮือกสุดท้าย เขารู้สึกว่าตัวเขานั้นกำลังถูกหลอก

“เจ้าจะยอมรับหรือไม่?” เสียงที่สง่างามคล้ายกับเสียงฟ้าร้องที่เต็มไปด้วยการกดขี่

” ไปลงนรกซะ!!” ความคิดของจั้วโมกำลังโหมกระหน่ำ “อย่าคิดว่าข้าซื่อ จนไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดจะหลอกข้า……..” เขาต้องการที่จะกล่าวคำสาปแช่ง แต่ด้วยความเจ็บปวดทางจิตวิญญาณของเขาจึงทำให้เขาทำได้เพียงส่งเสียงกรีดร้อง

“เจ้าจะยอมรับหรือไม่?”

“ไปลงนรกซะ!!”จั้วโมสาบานในขณะที่ส่งเสียงกรีดร้องครวญคราง ในเวลาเดียวกันเขาก็ยกนิ้วกลางขึ้นมา(5555 ยุคนั้นด่ากันแบบนี้ด้วยหรอว่ะ)

……………………………………..

“เจ้าจะยอมรับหรือไม่?”

“ไปลงนรกซะ!!”จั้วโมไม่เหลือพลังมากพอที่จะกรีดร้องและยกนิ้วกลาง ร่างกายของเขาอ่อนแรงเต็มทนเสียงร้องที่ออกมานั้นเหลือเพียงเสียงสะอื้น

……………………………………..

“เจ้าจะยอมรับหรือไม่?”

“ไป ลง นรก………….”

สติของจั้วโมเริ่มหมุนวนคล้ายอาการวิงเวียนศีรษะในขณะที่เขาดิ้นทุรนทุราย

……………………………………..

เสียงที่สง่างามนักเผด็จการก็เงียบลง ในตอนนี้ สติของจั้วโมยุ่งเหยิงอย่างสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมทุกอย่างแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งไม่ชัดเจน

อาการวิงเวียนยังคงอยู่ เขาไม่รู้ว่านี่เป็นความผิดพลาดของเขาหรือไม่ เสียงนั้นเริ่มพูดอีกครั้งหนึ่ง ศักดิ์ศรีที่มีไม่เหลืออยู่แล้ว สิ่งที่เหลือก็เหลือเพียงความโดดเดี่ยวเท่านั้น

“พิธีกรรมสูญหาย ปรารถนาความตาย เพียงคำสาบานครั้งเดียว…………”

เสียงอยู่ห่างออกไปและห่างออกไปจากเขา ก่อนที่เขาจะเริ่มหมดสติ

ทะเลแห่งจิตใต้สำนึกของจั้วโมยังคงตกอยู่ในอาการย้ำแย่ ดอกแดนดิไลสีดำยังคงลอยอยู่นิ่งๆเหนือแผ่นดิน

แต่แล้วมันก็จมลงสู่พื้นดิน ค่อยๆแทรกซึมหยั่งรากลึกลงไปในทะเลแห่งจิตใต้สำนึก มันค่อยๆงอก ออกดอก ออกผล ดอกแดนดิไลสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็กระจายตัวออกอย่างต่อเนื่องและลอยไปทั่วทุกซอกทุกมุมในจิตใต้สำนึกของจั้วโม

ในชั่วพริบตาทะเลแห่งจิตใต้สำนึกก็แปรเปลี่ยนเป็นทะเลสีดำ หลังจากนั้นทะเลสีดำก็แตกออก เศษที่แตกออกจำนวนนับไม่ถ้วนคล้ายดอกไม้สีดำก็ล่องลอยขึ้นมาและแปรเปลี่ยนเป็นควันสีดำ

ควันสีดำค่อยๆจับกลุ่มก้อนจนกลายเป็นร่างของมนุษย์

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here