WOC บทที่ 15 – เหยาน้อย

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/WorldofCultivation/

บทที่ 15 – เหยาน้อย

เมื่อยามราตรีมาถึง เทือกเขาอู้กงตัวแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงัด

เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ห่างไกลจากเมืองต้งฟู มันจึงทำให้ทุกชีวิตในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความน่าเบื่อ เมื่อยามราตรีมาถึง เหล่าสาวกนิกายภายนอกต่างกับสู่ครอบครัวของตนเองเพื่อสังสรรค์และอยู่ร่วมกัน ส่วนเหล่าสาวกนิกายภายในส่วนใหญ่จะใช้เวลาทั้งหมดในการฝึกฝนบ่มเพาะพลัง มันเป็นเพราะว่า แรงกดดันที่สาวกนิกายภายนอกมีนั้นน้อยกว่าในกายภายใน ซึ่งสาวกนิกายภายในนั้นต้องหมั่นฝึกฝนพลังเพื่อที่จะได้รับคุณสมบัติที่เพียงพอต่อการเข้ากลุ่มนักล่าเหยา

ในทุกๆ 10 ปี ถ้าหากนิกายกระบี่ไม่มีคนที่สามารถเพียงพอจะเข้าร่วมกลุ่มนักล่าเหยา นิกายเหล่านั้นจะถูกลืมไปอย่างรวดเร็ว  นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจ

นิกายกระบี่เหล่านั้นที่ได้เข้าร่วมจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและในขณะเดียวกันถ้าหากถูกปฏิเสธหรือไม่มีคุณสมบัติเพียงพอพวกเขาก็จะตกอันดับอย่างรวดเร็ว มันถึงทำให้ณิกากระบี่ที่มีประวัติยาวนานนั้นสามารถรับได้เพียงสิบนิ้วมือ ซึ่งมีกายทั้งหมดเหล่านั้นเรียกได้ว่าเป็นนิกายขนาดใหญ่

แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจั้วโม เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆที่เขาจะต้องใฝ่ถึงกลุ่มนักล่าเหยา

ในยามราตรี เขายังคงเดินไปตามเส้นทางแห่งขุนเขา สัตว์อันตรายบนหุบเขาแห่งนี้ ใกล้ที่จะสูญพัญหมดแล้วดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของเขา

ตั้งแต่ที่เขาลืมตาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ดวงตาของเขาก็เริ่มตัดสินใจทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ

ถึงแม้ว่านิกายจะไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามการที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แม้จะใช้ชีวิตค่อนข้างยากแต่มันก็ถือได้ว่ามีความปลอดภัยที่สุด

ปมเดียวในหัวใจของเขาคือต้นกำเนิดของเขา ความฝันที่มันจะปรากฏขึ้นเสมอ ใบหน้าที่ไม่อาจแสดงออกได้ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนต้องการจะบอกบางสิ่งบางอย่างกับเขาแต่จนกระทั่งตอนนี้ เขาเองก็ไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย

นอกเหนือจากข้อสงสัยเหล่านี้ เขาค่อนข้างจะพอใจกับชีวิตในปัจจุบันของเขา แต่ถึงกระนั้นตอนนี้เขากลับต้องเผชิญชะตากรรมที่ต้องถูกเนรเทศออกจากนิกาย

มันอาจมีสักวันหนึ่งที่เขาจะต้องออกจากที่แห่งนี้ไป แต่ยังไงซะมันต้องไม่ใช่ตอนนี้

และยังมีเหตุผลหนึ่งที่เป็นตัวช่วยตัดสินใจของเขา มันเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้จิตใจของเขากระวนกระวาย เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแล้วตั้งแต่การเผชิญหน้ากับการต่อสู้ทั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ มันกระตุ้นความปรารถนาในการต่อสู้ของเขาเหล้ากับมันฝังลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระดูก

จั้วโมเอ็งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมหัวใจของเขาถึงเรียกร้องการต่อสู้ การต่อสู้ที่เขาได้เผชิญแทนที่มันจะทำให้เขากลัวแต่มันกลับทำให้หัวใจของเขาเรียกร้องถึงมัน

ด้วยพลังระดับเหลียงฉีขั้นที่แปดเวลาค่ำคืนก็เปรียบเสมือนเวลากลางวัน เขาไม่จำเป็นต้องรับผลกระทบใดๆเรื่องเวลา

ในเวลาเพียงรวดเร็ว เขาได้สำรวจพื้นที่ผลธัญพืชหลิงทั้ง 50 มูของเขา

ธัญพืชหลิงแห้งเหี่ยวด้วยความเร็วอันน่ากลัว มันร้ายแรงเสียยิ่งกว่าในตอนบ่าย พื้นที่ส่วนใหญ่ของธัญพืชลิงเริ่มแสดงอาการเหี่ยวเฉาออกมา

เขาเดินเข้าหาก้านของธัญพืชหลิงที่ใกล้ที่สุด กลิ่นคาวที่คละคลุ้งรอยกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ อยู่ๆ เขาก็ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ศิษย์พี่กั่วหลู่อาเจียนออกมาเป็นเลือดจนกระทั่งเป็นลมและแทรกไปด้วยความลังเล แต่แล้วความลังเลนี้ก็หายไปก่อนที่ดวงตาของเขาจะเริ่มแทนที่ด้วยแสงสว่าง

พลังสัปยุทธ์ยุคทองเริ่มกระจายตัวเป็นสีทองไปอยู่ในความมืด มันเปรียบดังแสงของภูตินางฟ้าตัวน้อย

จั้วโมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในขณะที่มือด้านขวาของเขานั้นกำลังควบคุมพลังสัปยุทธ์ยุคทอง และค่อยๆวางมือของเขาลงไปบนลำต้นของธัญพืชลิงที่อยู่เบื้องหน้า

ตูม!!!!

ภาพที่ปรากฏราวกับว่าเขากำลังถูกดึงเข้าไปอีกโลกหนึ่ง

มันเป็นภาพของเมล็ดสีดำนับไม่ถ้วนลักษณะของวันนั้นคล้ายกับดอกแดนดิไลขาวปุ๋ยแต่ในตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ฟุ้งกระจายอยู่ในทุกอณูช่องวางจนทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นทะเลสีดำในทันที เขาจะต้องสูญเสียพลังงานจำนวนมาก ในทุกย่างก้าว และในทุกเวลา

แม้แต่ละเมล็ดจะมีขนาดเล็กและดูอ่อนแอ และพลังงานที่อัดแน่นจนกลายเป็นทะเลสีดำ มันแผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจของจั้วโมจนเขาไม่อาจขัดขืนได้

เขาต้องเผชิญหน้ากับทะเลสีดำขนาดใหญ่นี้โดยไม่รู้ตัวของเขาเองนั้นจะต้องทำสิ่งใด พลังสัปยุทธ์ยุคทองที่โดยปกติแล้วจะรุนแรงและหมุนราวกับพายุ แต่ในครั้งนี้มันกลับถอยหลังไปอยู่ด้านหลังของเขาเป็นครั้งแรก

ในเวลาเดียวกันในเขตทุ่งธัญพืชหลิงของเฒ่าดำก็มีคน 3 คนยืนอยู่ ณ ที่แห่งนั้น

ในบรรดาทั้งสามคน ชายคนแรกมีใบหน้าที่กว้างและมีหนวดเครายาว การแสดงออกของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งและมีอำนาจ ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นเป็นชายชราผอมบางดุจเหล็กกล้า ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกจากดวงตาเขา กลิ่นอายของเรานั้นสัมผัสได้ถึงแก่นแท้แห่งกระบี่ที่ดูมโหฬาร ส่วนอีกคนนึงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มซึ่งมันเป็นสิ่งที่สามารถช่วยปลุกใจได้อย่างดี

ถ้าหากบรรดาสาวกนิกายยังอยู่ที่นี่ พวกเขาจะต้องตกใจกลัวในทันที

จอมเผด็จการหนึ่งในนั้นคือผู้นำนิกาย เผยหยวนหยาน ในขณะที่ชายที่ท่าทางด่วนเหล็กกล้านั้นก็คือ ปรมาจารย์ซินเยียน และชายอ้วนที่กำลังเผยรอยยิ้มก็คือ หยานเลอ บุคคลรุ่นแรกของนิกายกระบี่อู้กง ซึ่ง 3 คนนี้ มักจะถูกส่งออกมา ถ้าหากมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นภายในนิกาย

“ศิษย์น้องทั้งสอง พวกเจ้าคิดว่าสิ่งนี้คืออะไร?” เผยหยวนหยาน กล่าวด้วยน้ำเสียงอันลุ่มลึก แต่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันเกือบครึ่งหนึ่งของทุ่งหญ้าลิงก็ถูกทำลายจนได้รับความเสียหาย

ซึ่งมันก็หมายความว่าฤดูกาลเก็บเกี่ยวธัญพืชหลิงภายในปีนี้จะต้องได้รับความเสียหายต้นอาจสูญเสียมากกว่าครึ่ง สำหรับนิกายใดๆอย่างนิกายกระบี่อู้กง การสูญเสียเช่นนี้ก็มากพอที่จะส่งผลโดยตรงกับพวกเขา

ดังนั้นเมื่อข่าวเดินทางไปถึงหูของพวกเขา ผู้นำและผู้อาวุโสคนอื่นๆก็ไม่ถามอะไรมาก พวกเขารีบตรงมายังทุ่งหญ้าหลิงเพื่อมาดูในทันที

ถึงกระนั้นสถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายกว่าสิ่งที่พวกเขาคาดคิดไว้มันจึงทำให้ทั้งสามคนตกอยู่ในเกิดอารมณ์ที่ไม่ดี

ซินเยียนส่ายหน้าพร้อมตอบกลับ “ข้าไม่เคยเห็น แต่ถ้าหากมันเป็นตัวที่ชอบกินพืชหลิง ถ้าคิดว่ามันควรจะเป็น ฆาตกรเหยา!!!” คำสุดท้ายแฟนไปด้วยเจตนาฆ่าฟันที่แสนหนาวเหน็บ!!

” ที่ศิษย์พี่สองกล่าว อาจเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”แม้แต่หยานเลอ เองก็กล่าวเห็นด้วยก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เข้ม “แต่เหยา ก็มิเคยปรากฎบนเทือกเขาอู้กงแห่งนี้ เหตุใดเหยาตัวน้อยนี้ถึงมาปรากฏที่หุบเขาของเราได้?”

“กลิ่นมันช่างคาวเหลือเกิน” เผยหยวนหยานกล่าวด้วยความรำคาญ พร้อมทั้งแสดงออกทางสีหน้า “หลังจาก 3000 ปีที่ผ่านมา ศัตรูของเหล่าผู้ฝึกตนชาวมนุษย์ทั้งสองเผ่าพันธุ์ของเหยาโมได้ล่าถอย ในช่วงพันปี ข้าก็ไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเหยาโมบนดินแดนของกระบี่ธาราแห่งนี้อีกเลย แต่เหตุใดเหยาจึงได้มาปรากฏที่นิกายของเรา มันช่างเป็นปริศนาจริงๆ”

“ศิษย์พี่อย่าได้กังวล พวกเราก็แค่สังหารมันซะ”ซินเยียนกล่าวตอบอย่างฉับพลัน “พวกมันไม่ใช่เหยาน้อย แต่ก็ไม่ใช่วัยเจริญพันธุ์ หึ ดูเหมือนว่ามันจะต้องตายภายใต้กระบี่ของข้าเสียแล้ว!!”

หยานเลอหวนนึกถึงความทรงจำก่อนๆ ก่อนที่ยิ้มและกล่าวเพิ่ม ” ข้าคิดถึงเรื่องเมื่อในปีนั้นตอนที่พวกเราสามคนออกล่าสังหารพวกเหยา ศิษย์พี่สองฟาดฟันกระบี่มังกรเยือกแข็งข่มขู่เหล่าเหยาทั้งหมดจนพวกมันต้องล่าถอยและสั่นกลัว!!”

ทั้งสองคนที่เหลือก็ได้แสดงความรู้สึกเช่นกัน

“พวกเราจัดการเหยาน้อยพวกนี้ก่อนดีกว่า พวกเราจะส่งมันไปสู่ดวงจันทร์ หรือจะเอามันกลับไปต้มเป็นน้ำชา ข้าว่ามันคงจะได้ประสบการณ์ดี”เผยหยวนหยานยิ้ม

หยานเลอยิ้มแล้วตบมือ “แสดงฝีมือให้เต็มที่  ศิษย์พี่สอง เดี๋ยวพวกเราจะคอยสนับสนุนท่าน”

ซินเยียนไม่ได้ปฏิเสธ ดวงตาที่เยือกเย็นทอแสงเป็นประกาย จากนั้นเขาก็อัญเชิญกระบี่บินออกมา

กระบี่ผนึกหิมะขาวปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าความสว่างของมันนั้นทำให้เงาจันทร์ดูหมองคล้ำ เหมือนนภาในยามราตรี วันประกาศศักดาในตัวเองให้ทุกคนรู้ว่านี่คือกระบี่มังกรเยือกแข็งที่แสนโด่งดังของซินเยียน

“ไป!!”

เสียงตะโกนที่ชัดเจนสะท้อนไปอาณาบริเวณโดยรอบ

โครงสร้างของกระบี่มังกรเยือกแข็งสั่นสะเทือนเล็กน้อยก่อนที่มันจะกลายร่างเป็นมังกรเยือกแข็ง ดวงตาทั้งสองข้างของมันทอแสงจ้า และแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีขาววิ่งกระจายไปทั่วทุ่งหญ้าหลิง

เมื่อแสงสีขาวพุ่งเข้าโจมตีทุ่งหญ้าหลิง บางสิ่งบางอย่างที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ลมกรรโชกพัดพาควันดำพวยพุ่งออกมาจากก้านธัญพืชหลิงที่แห้งเหี่ยว ในไม่กี่พริบตา ทุ่งหญ้าหลิงกดถูกปกคลุมไปด้วยชั้นของควันดำ แม้แต่นิ้วมือก็ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา

ทั้งสามคนรวมทั้งเผยหยวนหยานถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันแต่พวกเขาก็ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย

แต่พวกเขาเองก็ไม่ทราบถึงอาณาเขตของมัน เพราะว่าตอนนี้มันขยายวงกว้างจนปกคลุมไปทั่วพื้นที่ที่อยู่อาศัยของเหล่าสาวกในกายชั้นนอก

จั้วโมตื่นตระหนกกับเสียงหัวเราะของซินเยียน แต่ในเวลานี้เขาเองก็ไม่อาจฟื้นคืนสติของเขาออกมาได้

สิ่งที่เขามองเห็นในตอนนี้คือจำนวนเมล็ดดอกแดนดิไลสีดำลอยปกคลุมทั่วทุกที่!!

เสียงตะโกนที่ดังขึ้นอย่างชัดเจนจากพื้นที่บางแห่ง มันคล้ายกับคลื่นสะท้อนของสิ่งของที่ตกลงสู่ห้วงทะเลลึก เมล็ดดอกแดนดิไลสีดำเริ่มกระจายออกเป็นวงกว้างราวกับมหาสมุทรขนาดใหญ่ที่กำลังถาโถมด้วยคลื่นลมพายุ

ความโกรธเกรี้ยว ความดูถูก ไร้อำนาจ และความโศกเศร้า………

อารมณ์ที่แตกต่างปรากฎขึ้นภายในจิตใจของจั้วโม เขาเปรียบดังหุ่นเชิด ที่รองรับอารมณ์มากมายทั้งทั้งที่มันไม่ใช่อารมณ์ของตัวเขา อารมณ์เหล่านี้ไร้จุดสิ้นสุดและเต็มไปด้วยความกะสับกะส่าย ความรู้สึกบ้าคลั่งพยายามครอบงำจิตใต้สำนึกของจั้วโม

แต่จิตใต้สำนึกของจั้วโมกลับยิ่งชัดเจนกว่าเดิม

ความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นภายใต้จิตใต้สำนึกของเขาถูกควบคุมได้อย่างไร?

มันดูเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างสัมผัสเข้ากับหัวใจของเขา ความเกลียดชังและความชิงชังก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!!!

ให้ตายเถอะ!!!

ร่างกายของจั้วโมสั่นสะท้านไปในทุกๆข้อทุกๆส่วนของร่างกาย การสั่นไหวยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น มันก็ยิ่งทำให้เขาไม่สงบมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

ภายในทะเลจิตใต้สำนึกของเขา เขาทั้งต่อสู้ดิ้นรน อีกทั้งตะโกนออกมาด้วยความโกรธ!!!

“ออกไป!!!”

เสียงตะโกนที่ออกมาพร้อมกับความโกรธ เปรียบดังเสียงคำรามของฟ้าร้องที่สะท้อนอยู่ภายใต้ทะเลสีดำไร้ขอบเขต

อารมณ์ความโกรธที่ฝังลึกในหัวใจของเขาก็อันตรธานหายไปพร้อมกับเสียงตะโกน เขายังคงรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากทะเลสีดำ แต่อารมณ์เหล่านั้นก็ไม่อาจเข้าถึงจิตใต้สำนึกของเขาได้

ทันใดนั้น เขาก็มองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เขาจะไม่อาจลืมเลือนได้

กระบี่สีขาวบริสุทธิ์ระเบิดออก พร้อมทั้งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า!!!

เพียงแค่คลื่นกระบี่เล่มเดียว!!

ทะเลสีดำที่เขาคิดว่ากว้างใหญ่และไร้ขอบเขตพลันถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วน!!! เขาไม่สามารถเข้าใจความยิ่งใหญ่และความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนี้ได้  จั้วโมเต็มไปด้วยความตื่นตะหนก  ในตอนนี้ภายใต้ทะเลแห่งจิตใต้สำนึกของเขา ทุกอย่างกำลังถูกตรึงด้วยกระบี่เล่มนี้

ความหวาดกลัวและสัญชาตญาณในการทำลายล้างครอบงำทุกข์อาณาบริเวณภายใต้จิตสำนึกของเขา

ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะชะลอตัวลง หลังจากที่ถูกกระบี่โจมตีอนุภาพการทำลายเปรียบดังการล่มสลายของผืนสวรรค์ แก่นสารขนาดเล็กของกระบี่พรั่งพรูออกมานับไม่ถ้วน มันเปรียบดังฉลามที่ตามหาเหยื่อ มันพุ่งเข้าขับไล่เมล็ดดอกแดนดิไลสีดำ ที่ผ่านมาจนไม่เหลือสิ่งใด

ในตอนนี้ทะเลสีดำเต็มไปด้วยความรู้สึกวิตก และหวาดกลัว……….

จั้วโมก็เริ่มยิ้มได้ เพราะในตอนที่ทะเลสีดำควบคุมอารมณ์ของเขา มันทำให้เขารู้สึกโกรธอย่างมาก

การต่อสู้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว การระเบิดเพียงครั้งแรกครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะลบทะเลดำออกไป ธัญพืชหลิงก็กลับมาเป็นปกติ ยกเว้นในส่วนที่เสียหายหนักมันจำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู เมื่อเขาสามารถควบคุมสติสัมปชัญญะของเขาเองได้เขาก็ได้จากเหล่าธัญพืชหลิงไป บนหน้าผากของเขานั้นเต็มไปด้วยหยดเหงื่อมากมาย

ความอันตรายในค่ำคืนนี้เหนือจินตนาการของเขาไปมาก ในทุกครั้งที่เขาคิดถึงมัน เขาจะรู้สึกกลัวอย่างช่วยไม่ได้

เขาทิ้งตัวลงบนพื้นดิน ร่างกายของเขานั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ลมหนาวคอยพัทยาเซ็นร่างกายของเขา

เขาพยายามเดินกลับไปยังลานเล็กๆของเขาเอง

เมล็ดดอกแดนดิไลสีดำที่อยู่ในธัญพืชหลิงคือสิ่งใด? แล้วการโจมตีด้วยกระบี่ที่ปรากฏขึ้นเป็นของใคร?

เพียงแค่หนึ่งคลื่นกระบี่ มันกลับแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งจนกัดกินเข้าถึงกระดูก เจตนาฆ่าฟันที่ล้นเหลือ ยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขา ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจว่าทำไมคนจำนวนมากถึงเลือกที่จะฝึกฝนกระบี่ ก็เพราะเพื่อที่จะสามารถไล่ตามพลังอำนาจได้ทัน คนหนึ่งจะสามารถเหนือกว่าธรรมชาติได้จริงๆหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งคือพลังอันน่ากลัว

ในที่สุดพื้นที่ทุ่งธัญพืชหลิงทั้ง 50 มู ก็ได้ถูกช่วยเหลือไว้ แม้ว่าการเก็บเกี่ยวในปีนี้จะลดลงเป็นอย่างมาก แต่มันก็มากเพียงพอที่จะให้เขาจ่ายค่าเช่าสำหรับปีนี้ได้

ณ จุดๆนี้ เขาถอนหายใจ นั่งลง และเริ่มเที่ยวตรวจสอบสติสัมปชัญญะของตัวเอง เขาไม่เคยผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เขาจึงกังวลว่ามันจะต้องส่งผลเชิงลบต่อตัวเขาอย่างแน่นอน

ขณะที่เขากำลังตรวจสอบ ใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไป!!

ภายใต้ทะเลแห่งจิตใต้สำนึกของเขา ยังคงมีเมล็ดดอกแดนดิไลสีดำ  1 ดอกล่องลอยอยู่ภายใน!!!

*****นี้คือดอกแดนดิไล หรือ ดอกแดนดิไลออนนะครับ*******

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น