กษัตริย์มืด – บทที่ 43 มอนสเตอร์

กษัตริย์มืด – บทที่ 43

มอนสเตอร์

“เคยมีคนอยู่ที่นี้ใช่มั้ย?” เมสันและคนอื่นๆ มองรอบๆ พวกเขาสามารถเห็นซากปรักหักพังที่ปกคลุมด้วยพืชเขียวได้ รูปแบบสิ่งก่อสร้างที่แตกต่างไปจากสิ่งที่พวกเขาเคยเห็น แต่จากร่องรอยเหล่านี้ พวกเขาเข้าใจได้ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นอาคารที่อยู่อาศัยที่หลงเหลืออยู่

“ใช่” สกอตต์มองไปที่ซากปรักหักพังรอบๆ และกล่าวต่อไปว่า “บรรพบุรุษของเราเคยอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ จนกระทั่งเกิดภัยพิบัติและทำลายมัน นั้นทำให้มันเป็นอย่างที่เราเห็นในขณะนี้ เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของเรา หน้าที่ของเราคือการนำสิ่งเหล่านี้กลับไปยังที่ที่มันควรอยู่ “

“บรรพบุรุษของเราเคยอาศัยอยู่ที่นี้ … … ” เมสันกล่าวด้วยความตื่นเต้นขณะที่เขาได้ยินคำพูดของสก๊อตต์ คนอื่นๆต่างมองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ตูเตียน เห็นแผนที่ที่วาดบนหนังแกะในมือของสก๊อตต์ เขาจ้องมองที่มันและเห็นเส้นทางคดเคี้ยวที่ร่างไว้ในแผนที่นั้น ตรงกลางของแผนที่มีภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ ซึ่งมี ‘กำแพงยักษ์แห่งซิลเวีย’ ถูกเขียนไว้กับมัน ด้านนอกกำแพงยักษ์มีเส้นโค้งวงรีที่ไม่สม่ำเสมอมีเครื่องหมายตัวเลขเหนือพวกเขา

“ศูนย์, หนึ่ง … … ” ตาของตูเตียน กวาดมองตัวเลขต่างๆ  เขาเห็นว่าตัวเลขเหล่านี้ถูกทำเขียนซ้ำๆในบริเวณต่างๆของแผนที่ มีพื้นที่มีเลขศูนย์อยู่เพียงที่เดียว แต่ละพื้นที่ถูกย้อมด้วยสีที่ต่างกัน ทำให้แผนที่ดูคล้ายกับสายรุ้ง

สกอตต์เห็นว่าตูเตียน กำลังเฝ้าดูแผนที่ในมือของเขา: “นี่คือแผนที่ของกำแพงขนาดยักษ์ พื้นที่ด้านนอกแบ่งออกเป็นกลุ่มตามยากและทำเครื่องหมายเป็นตัวเลขและสี ตัวอย่างเช่นพื้นที่ของกลุ่ม เมลลอนของเรามีสีแดงเลือด สีเขียวและสีเหลืองที่เจ้าเห็นอยู่ใกล้กับพื้นที่ของเราเป็นของกลุ่มอื่น ๆ พื้นที่สีเขียวเป็นของทหาร ขณะที่สีเหลืองหมายถึงพื้นที่ของ สมาคมฮัวเซิน  แต่ละสมาคม            จะส่งนักล่าของตน เพื่อทำความสะอาดพื้นที่ก่อนที่จะส่งคนขยะมาเก็บส่วนที่เหลือ “

ตูเตียน พยักหน้าเล็กน้อยขณะที่เขาทำความเข้าใจความหมายของสีซึ่งอยู่ในวงกลม เลขศูนย์ถึงเจ็ดที่อ้างถึงทหารและเจ็ดสมาคม เขาถามต่อว่า “อะไรคือสีเทาอยู่นอกวงกลม?”

“นี่เป็นสถานที่ที่นักล่าไม่สามารถบุกเบิกได้” สก๊อย พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง: “เราไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่สีเทาเหล่านี้ได้ มันมีอันตรายมาก แม้นักล่ามักจะตายที่นั่นหากพวกเขาอยู่คนเดียว “

“อันตราย?” ตูเตียนอยากรู้สึกอยากรู้ เขาถามว่า “อะไรคืออันตรายที่ว่า?”

“มอนสเตอร์!” สก็อตต์กล่าวเสียงสั่น

หัวใจของตูเตียนสั่น มอนสเตอร์?…

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงสุดเขต มีไฟจราจรที่พังล้มลงอยู่บนถนน ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยพืชสีเขียว มันไม่ได้ถูกเก็บกู้โดยคนเก็บขยะ

“เขตNo.8 อยู่ข้างหน้าเราแล้ว” สก๊อตต์ มองไปที่ถนน ที่นี้มีพืชขึ้นมากกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นที่ผ่านมา เนื่องจากมันอยู่ใกล้กับใจกลางเมือง รอยแตกของถนนมันเกิดขึ้นเนื่องจากแผ่นดินไหว

“จากนี้ไปพวกเจ้าทุกคนจงจะระวังตัว! “สกอตต์กล่าวอย่างเข้งขรึม ขณะที่เขาดึงกริชออกมาจากเอวของเขา” นักล่าเพิ่งจะทำความสะอาดเขตNo.8 เราเป็นกลุ่มที่สองที่จะเข้าสู่เขตนี้ แม้ว่าโอกาศในการเก็บเกี่ยวจะดีมาก แต่ก็มีโอกาสที่เราจะเจอ มอนสเตอร์ที่ไม่ได้ถูกล่าโดยนักล่ามากเช่นกัน! ต้องระมัดระวังตัว และพยายามอย่าถูกโจมตีโดยมอนสเตอร์มิฉะนั้นพวกเจ้าอาจได้ติดเชื้อ!! “

ตูเตยน และคนอื่นๆ ที่ยังไม่คุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้ รู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย พวกเขาเอาอาวุธของพวกเขาที่สกอตต์ได้ให้กับพวกเขามาก่อน ทุกคนเริ่มระมัดระวัง และเริ่มสแกนสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ขณะที่สกอตต์เดินนำออกไป  ตูเตียนเห็นป้ายไม้ใหม่ข้างถนน มันถูกเขียนด้วยเลขแปดอักษรสีแดงเลือด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ภายใต้ สมาคมเมลลอน

ตูเตียน เห็นกลุ่มพืชสีเขียวขนาดใหญ่ที่ปกคลุมวัตถุบนอีกส่วนหนึ่งของถนนที่ห่างไกลจากพวกเขา จากรูปร่างของวัตถุเขาสามารถบอกได้ว่ามันเป็นรถที่ถูกทิ้งล้าง!!

 

เขาตื่นเต้นที่เขาได้เห็นรถ ถ้ามีรถแล้วเขาก็สมารถหาเครื่องปั่นไฟได้ด้วย ในช่วงสามร้อยปีเนื่องจากรังสี ฝนที่ตกและการสึกกร่อนส่วนใหญ่จะกลายเป็นเศษโลหะ แต่มีโอกาสที่เขาจะหาบางส่วนที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีได้ และเขาก็มีโอกาศเจอเครื่องผลิดไฟฟ้าที่เก็บรักษาไว้อย่างดีในที่พักพิงใต้ดินได้เช่นกัน!

สก๊อตต์ กล่าวเบาๆว่า “พืชสีเขียวเหล่านี้ปกคลุมวัสดุขนาดใหญ่บางอย่าง เมื่อเรากลับมาเราจะต้องคิดหาวิธีที่จะนำพวกมันกลับไป สำหรับตอนนี้ สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือหาที่ตั้งหลักที่จะใช้ชีวิตในอีกสิบวันข้างหน้า ดังนั้นเราควรจะแยกกันเพื่อค้นหาวัสดุต่างๆ “

 

พวกเขาเดินผ่านรถที่ปกคลุมไปด้วยพืช พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นมือที่ซีดและแห้ง ค่อยๆยื่นออกมาจากหน้าต่างของรถคันหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยพืชอย่างหนาแน่น มันค่อยๆดิ้นรนเพื่อไล่ล่าฝูงชนที่เดินผ่านไป…….

เมื่อถึงทางแยกบนถนน สก๊อตต์ เงยหน้าขึ้นและเลือกอาคารสามชั้นที่ค่อนข้างสมบูรณ์: “สถานที่แห่งนี้น่าจะดี ไปเก็บกวาดสถานที่ “เมื่อกล่าวจบเขาก็เดินตรงไปยังตึกดังกล่าว

“อา!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่ม เธอชี้ไปที่พื้นใกล้กับอาคารด้วยความกลัวว่า “เลือด! เลือด! “เธอสั่นด้วยความตกใจ

เมื่อพวกเขามองไปเห็นสระเลือดบนพื้นดิน แม้ว่ามันจะแห้งไป แต่สีก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ เนื่องจากฝนที่ตรงตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมาคงไม่หลงเหลือเลือดเอาไว้แน่

ตูเตียน จำได้ถึงมอนสเตอร์ที่สก๊อตต์กล่าวไว้  เขาใช้มือของเขาจับดินปืนที่เอวของเขา

คนอื่นๆ เริ่มสั่นขณะที่พวกเขาเห็นสระเลือดบนพื้น

สกอตต์ขมวดคิ้ว: “พวกเจ้าเอะอะอะไรกัน! ข้าเคยกล่าวไว้แล้วว่ามีมอนสเตอร์อยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่านักล่าได้ฆ่าพวกมันไปแล้ว! เจ้าคิดว่าพวกเขาจะต้องทำความสะอาดเลือดหลังจากนั้นอีกหรอ? อย่าแปลกใจเพราะเราอาจเห็นภาพแบบนี้อีกมาก อ๊า! ข้าละเกลียดการทำงานกับมือใหม่! “

เมียซึ่งอยู่ข้างๆเขาเปิดประตูของอาคาร ประตูนี้ถูกสร้างขึ้นจากระจง แต่มันแตกหัก ดูเหมือนมันจะเคยเป็นเป็นห้างสรรพสินค้ามาก่อน ภายในอาคารมีพืชปกคลุ่มรอบๆ

ตูเตียนเดินตามหลังของสก๊อตต์เข้าไป เขาเห็นกลุมของฝุ่นแต่เนื้องจากเวลาผ่านมานาน มันจึงเริ่มกลายเป็นชั้นของดิน 

สก็อตต์จับที่กริชขึ้นมา และตัดลงบนต้นไม้ที่ปกคลุมตู้กระจก ดวงตาของเขาสว่างขึ้น และในทันที เขาที่เขาใช้กริชในมือของเขาทำลายแก้วและคว้าเครื่องประดับที่อยู่ข้างใน เขาเช็ดฝุ่นด้านบนเครื่องประดับด้วยผ้าและสัมผัสความเป็นประกายสีทองของมัน มีความสุขที่เห็นได้ชัดบนใบหน้าของเขา

ตูเตียนมองดูสก๊อตต์อย่างเงียบๆ เขารู้ว่าสกอตต์จะได้รับค่าคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้นจากเครื่องประดับที่เขาหยิบขึ้นมาได้ หลังจากที่ขุนนางทุกคนรักทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องประดับเช่นนี้มันเป็นเรื่องยากที่จะหาได้

 

ติดตามได้ที่นี้

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น