ตอนที่แล้วตอนที่ 7 หนังสือมีรสชาติอะไร 3
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 9 การซื้อขายกับพ่อค้าตลาดมืด 1

ตอนที่ 8 หนังสือมีรสชาติอะไร 4


เขาสัมผัสกับหลังศีรษะของเขาเป็นอย่างแรกก่อนที่จะสำรวจฝ่ามือของเขาทีหลัง ซึ่งมันไม่หยาบกร้านแตกต่างกับฝ่ามือของอัลเฟรด เขานั้นนั่งนิ่งๆเป็นระยะเวลา20นาที แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับร่างนี้ นั่นมายความว่าความทรงจำของอัลเฟรดนั้นได้ฝังแน่นอยู่ในหัวของเขา

แม้แต่ตอนนี้เขานั้นรู้สึกเหมือนมีแสงสีฟ้าจางๆที่ปลายนิ้วเขา

‘ไม่ มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม?’

ธีโอนั้นยกมือชี้ในทันที นี่คือความลับของวีรบุรุษสงครามอัลเฟรด เบลลอนเทส แสงแห่งความตายที่สามารถฆ่าอัศวินชั้นสูงได้ในพริบตา

พลังเวทย์นั้นจะถูกดึงออกมาจากวงจรเวทย์ที่ไหลอยู่ในกระแสเลือด ต่อจากนั้นพลังเวทย์ก็จะไหลออกมานอกร่างกาย

อึก

“อ้าก!”

มันเป็นเสียงอะไรบางอย่าง ผิวของเขานั้นราวกับถูกไฟเผาไหม้จากข้างใน

แขนของเขานั้นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอัลเฟรด มันอ่อนแอกว่ามาก การก่อตัวของเวทย์Magic Missile ภายในร่างนั้นทำให้เส้นเลือดของธีโอนั้นแตกออก ถ้าธีโอนั้นฝืนที่จะเอาเวทย์ออกมาข้างนอกร่างกายแขนของเขาคงจะหักไปแล้ว

และเขาก็ถามกับตัวเองว่า มันเป็นไปได้ไหมสำหรับเขาในตอนนี้  และความทรงจำของอัลเฟรดก็พยักหน้าให้เขา ขณะเดียวกันหลอดเลือดของธีโอก็แตกออก มีแสงสีฟ้าพุ่งออกมา

ฉึก!

แสงสีฟ้าซึ่งบางและจางมากเมื่อเทียบกับของอัลเฟรด ได้พุ่งผ่านหน้าต่างของห้องสมุดและหายยไป อย่างไรก็ตามพลังของมันในตอนนี้มากกว่าสองหรือสามเท่าของเวทย์Magic Missile แบบปกติเลยทีเดียว และถึงแม้มันจะรุนแรงกว่าแต่ทว่าพลังเวทย์ที่ใช้นั้นไม่แตกต่างกันเลย นี่คือแก่นแท้ของ{Ballistics Magic]และทักษะของอัลเฟรด

“จริงๆแล้ว มันประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง”

ธีโอมองไปที่นิ้วชี้ของเขาด้วยสายตาที่สั่นไหวหลังจากที่เขาทำมันสำเร็จ แขนของเขาสั่นจากผลของการใช้เวทย์ เกิดรอยแผลขึ้นและเลือดได้ไหลออกมาเต็มแขนของเขา

อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถที่จะสนใจในเรื่องนี้มากนั้น เขาเป็นนักศึกษาที่เรียนนานที่สุดของสถาบันและได้รับจดหมายถึงสามครั้ง

ไม่มีใครคาดหวังอะไรกับเขา แม้แต่ศาสตราจารย์วินซ์ซึ่งเป็นคนเดียวที่ร้ถึงพรสวรค์ของเขาก็ได้หันหลังให้กับเขา เวทย์มนต์ที่ไม่ว่าใครก็ตามสามารถทำได้ทุกคนแต่ธีโอนั้นไม่สามารถทำได้

ตอนนี้เขามีความสุขมาก เป็นความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตนี้ของเข เขาสามารถที่จะควบคุมเวทย์ที่ไม่มีใครควบคุมได้

‘ฉันทำได้ ฉันทำมันได้!’

ธีโอนั้นถูกทรยศจากพรสวรรค์ของเขา มันผ่านมาห้าปีแล้วแต่ไม่มีใครคิดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาเลย ทุกคนในสถาบันนั้นต่างเรียกเขาว่าไอขี้แพ้และเขาก็ไม่สามารถที่จะโต้แย้งอะไรได้เลย

อย่างไรก็ตามตอนนี้มันอาจจะเปลี่ยนไป ไม่มันจะต้องเปลี่ยนไป

“…เยี่ยม?

ธีโอถอนหายใขณะที่เขาระงับอารมณ์อันพุ่งพล่านของเขา เขามองไปที่มือซ้ายของเขา วันนี้มันได้กินหนังสือไปสองเล่มแล้ว

Ignite และ Alfred-style Magic Missile

เขาขอบคุณความสำเร็จในตอนนี้ มันเกิดความคาดหมายของเขไปมาก ตอนนี้แม้กระทั่งลิ้นของความตะกละได้ดูน่ารักสำหรับเขาเสียแล้ว

“ความตะกละ”

ลิ้นนั้นขยับตอบรับคำเรียก

-มีคำถามอะไร?

ธีโอรีบพยักหน้าโดยไม่ลังเล เวทย์สองบทที่เขาเรียนปั้นเพียงพอแล้วสำหรับวันนี้ เวทย์ที่เขาได้รับมาจากอัลเฟรด เบลลอนเทสนั้นมีค่ามากกว่าทั้งสัปดาห์ที่เขาให้ความตะกละกินไปเสียอีก

 

‘ตอนนี้ฉันมีเวทย์ขั้น2มากพอแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องให้อาหารมันอีก ตอนนี้ที่ฉันต้องการคือการเพิ่มพลังเวทย์ให้เขาเลื่อนเป็นผู้เวทย์ขั้นที่3ให้ได้’

 

ถ้าเวทมนต์นั้นคือเปลวไฟ พลังเวทย์ก็คือเชื้อเพลิง เขาไม่สามารถที่จะร่ายเวทย์ได้หากเขาปราศจากพลังเวทย์ และตรงกันข้ามถ้าเขามีพลังเวทย์สูง แต่เขาควบคุมไม่ได้ มันจะเป็นอะไรที่ร้ายแรงมาก

การที่มีพลังเวทย์ที่เกือบจะไร้ขีดจำกัดนั้นแหละที่ทำให้มังกรเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด

ถ้าธีโอนั้นเกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่งแล้วละก็เขาคงไม่ต้องกังวลถึงเรื่องนี้ เขาสามารถเพิ่มพลังเวทย์ได้โดยการหายาเพิ่มพลังเวทย์มากิน แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือเขาไม่มีเงินที่จะใช้ซื้อมัน แม้จะขายบ้านเขาก็ไม่สามารถที่จะซื้อมันได้

ดังนั้นเขาจึงถามความตะกละว่า “ฉันอยากจะรู้วิธีเพิ่มพลังเวทย์”

เวทย์โบราณ ที่ถูกสืบทอดมาตั้งแต่อดีตโดยไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ มีความรู้จำนวนมากที่ความตะกละได้กินไป ธีโอนั้นเชื่อว่ามันต้องมีวิธีเพิ่มพลังเวทย์โดยไม่ต้องใช้ยา

.......

ความตะกละเงียบไปชั่วครู่

“อะไรกัน แกไม่รู้งั้นหรอ?”ธีโอถามด้วยความกังวล

ความตะกละตอบกลับด้วยความไม่พอใจ

 

-เจ้าโง่ คำถามมันช่างกว้างเหลือเกิน พลังเวทย์นั้นมีเป็นร้อยวิธีในการเพิ่มมันและข้าสามารถบอกเจ้าได้เพียงอย่างเดียว

“มีเป็นร้อยวิธีเลยงั้นหรอ?”

 

ปากของธีโอดอร์ค่อยๆอ้าด้วยความประหลาดใจ ทางสภาเวทมนต์นั้นได้ประกาศออกมาว่ามีเพียงแค่สามวิธีในการเพิ่มพลังเวทย์เท่านั้น 1.การกินพืชหรือสัตว์ที่มีพลังเวทย์ 2.การกินยาที่ถูกปรุงโดยนักปรุงยา 3.การได้รับพลังเวทย์จากจอมเวทย์คนอื่น

วิธีการเหล่านี้นั้นล้วนแพงแสนแพง แต่ความตะกละบอกกับเขาว่ามันมีมากกว่าร้อยวิธี แต่ ความตะกละสามารถบอกเขาได้เพียงแค่1

 

“ละ-แล้วฉันควรทำอย่างไร?”

 

หากมันมีถึงร้อยวิธี แล้ววิธีไหนละที่เหมาะสมกับเขา ความตะกละตอบด้วยเสียงสั่นจากความง่วง

-เงื่อนไข ทำให้มันแคบลง

“เป็นเงื่อนไข...เช่น?”

-มีประสิทธิภาพมากที่สุด

“เข้าใจแล้ว”

 

ถ้าใส่คำว่ามากที่สุดเข้าไปแล้วละก็ ก็จะมีแค่คำตอบเดียวเท่านั้น ธีโอนั้นเข้าใจคำอธิบายของความตะกละในทันที เขาลังเลชั่วขณะก่อนที่จะตัดสินใจถาม

“สอนฉันวิธีการเพิ่มพลังเวทย์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ฉันสามารถที่จะทำมันได้ในตอนนี้”

ไม่ว่าวิธีการมันจะยอดเยี่ยมขนาดไหนมันก็ไร้ประโยชน์ถ้าเขาไม่สามารถทำได้ดังนั้นเขาจึงพูดไปเช่นนี้

ตัวอย่างเช่นมันจะไร้ประโยชน์ถ้าเขาได้รับคำแนะนำที่ต้องใช้หัวใจมังกรในการช่วยเป็นต้น

ดังนั้นเขาจึงบอกความตะกละให้บอกวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่เขาสามารถที่จะทำมันได้

-เข้าใจแล้ว

[คุณสมบัติของความตะกละได้รับการปลดล็อค!ในฐานะที่เป็นเวทย์แห่งความโลภ ความตะกละสามารถกินอะไรก็ที่มีพลังเวทย์ ตอนนี้มันสามารถดูดซับความสามารถของ สิ่งของได้บางส่วน]

[ความตะกละสามารถกินอุปกรณ์เวทมนต์ได้และมันจะเพิ่มพลังเวทย์ให้กับเจ้าของ ความตะละกินได้แม้กระทั่งของต้องสาป]

[แตกต่างจากการกิน การสกัดสามารถทำได้ตอนที่ความตะกละนอนหลับอยู่]

ข้อมูลที่เสียงนั้นพูดมาทำให้เขารุ้สึกทึ่ง

ธีโอรู้สึกประหลาดใจที่ความตะกละมีคุณสมบัติซ่อนอยู่ และคำถามนี้ได้ปลดล็อคมัน ดูเหมือนว่าการถาม ความตะกละนั้นไม่ใช่แค่ได้รับความรู้เท่านั้น ถ้าธีโอใช้มันได้ดี มันสามารถปลดล็อคความสามารถของมันได้อีกด้วย

‘สิ่งของที่มีพลังเวทย์ นั้นอาจจะดูง่าย แต่อาจจะยากกว่าที่ฉันคิด’

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะหาของที่มีพลังเวทย์ในสถาบันเวทมนต์แต่การกินสิ่งของเหล่านี้นั้นแตกต่างจากการกินหนังสือทในห้องสมุด

ห้องสมุดนั้นไม่ได้รับการสนใจมากนัก ใครจะไปรู้กันละว่ามีหนังสือหายไปจากห้องสมุด?แม้ว่าชั้นหนังสือจะหายไปก็คงจะไม่มีใครรู้เลย

แต่อย่างไรก็ตามห้องเรียนนั้นไม่ได้ถูกละเลยเช่นห้องสมุด มันมักจะมีคนคอยดูแลเฝ้ายามอยู่สามถึงสี่คน ถ้าขวดน้ำยาหายไปแม้แต่ขวดเดียว พวกเขานั้นเพียงแค่เช็คบันทึกเข้าออกก็จะรู้ทันทีว่าธีโอนั้นเอาไป

‘ฉันไม่สามารถทำมันได้ในสถาบัน มันเสียงเกินไป’

ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาต้องทำมันนอกสถาบัน ในขณะที่เขารู้สึกท้อแท้ ในที่สุดเขาก็นึกได้ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคน เขาก็นึกได้คนนึง

“...ฉันต้องไปปรึกษาอาจารย์”

ศาสตราจารย์วินซ์...

วินซ์ที่รู้สึกเสียใจเกี่ยวกับพรสวรรค์ของเขา คงจะไม่ปฏิเสธคำขอของเขาง่ายๆ

0 0 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด