ตอนที่แล้วการผันแปรของดวงดาว:3/20 ต่อสู้กับภัยพิบัติ [1] (ตอนที่ 66)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปการผันแปรของดวงดาว:3/22 ต่อสู้กับภัยพิบัติ [3] (ตอนที่ 68)

 

การผันแปรของดวงดาว เล่มที่ 3 บทที่ 21 ต่อสู้กับภัยพิบัติ [2]

(แปล: ตอนที่ 67)

 

“ตูม”

อสนีสายที่สองปะทะกับเกราะพลังงานอย่างรุนแรงและทำให้เกราะค่อยๆปริแตกออกทีละเล็กทีละน้อย

“ไม่ดีแล้ว” ด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของฉินยูทำให้เขาตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ของผู้เป็นบิดาแม้ว่าจะมุ่งมั่นอยู่กับศัตรูตรงหน้าก็ตาม

เกราะอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในขณะที่สายฟ้าสีม่วงก็แตกสลายหายไปพร้อมกัน

“ฉินเต๋อ เจ้ายังโชคดีที่ได้รูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับช่วยเอาไว้ถึงสองครั้ง แต่ด่านทดสอบสายฟ้าจากสวรรค์ทั้งสี่ สองครั้งสุดท้ายกลับจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น แล้วมาดูกันว่าเจ้าจะทนได้อีกนานแค่ไหน” วูซิงกล่าว

“น้องชาย อย่าได้เสียเวลาอีกเลย ฆ่าพวกมันทั้งหมดให้สิ้นเรื่องไปซะ!” วูเต๋อกล่าว

“ตกลงท่านพี่ พวกเจ้าทั้งสี่จัดการผู้ฝึกตนเซี่ยนเทียนพวกนั้น ข้าจะรับมือฟงอวี๋ซีเอง” วูซิงออกคำสั่งพร้อมกับเผยแววตาที่ดุร้ายป่าเถื่อนออกมา ชายชราทั้งสี่พยักหน้าให้แก่กันก่อนจะทะยานร่างออกไปในทันที

“ระวังค่ายกลลวงตานี้ให้ดี ปิดตาเอาไว้” ชายชราบูรพาตะโกนบอกสหายของเขา

“ได้ พี่ใหญ่” ชายชราทั้งสามรับคำสั่งและปิดตาลงทันที ด้วยระดับพลังของพวกเขา มันไม่มีความแตกต่างว่าจะเปิดตาหรือปิดตาต่อสู้ เพราะพวกเขาสามารถใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบทุกสิ่งได้ราวกับตาเห็น นอกจากนี้พวกเขายังได้ฝึกฝนประสาทหูมาเป็นอย่างดีอีกด้วย

“สี่ผู้ฝึกตนระดับเซี่ยนเทียนขั้นสุดยอด นี่ค่อนข้างลำบาก” ฟงอวี๋ซีคิดและสั่งการอย่างรวดเร็ว “เก้อหมิ่นนำหน่วยศรลับไปจัดการวูซิง ข้าจะรับมือวูเต๋อ ส่วนคนที่เหลือกำจัดพวกมันสี่คน”

ในขณะเดียวกันเมฆาทัณฑ์สวรรค์ม่วงเบื้องบนก็เริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น สายฟ้าวับัติแห่งสวรรค์เริ่มรวมตัวกันอย่างหนาแน่น ด้านฉินเต๋อ เขาตั้งสมาธิและรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อเตรียมรับการทดสอบครั้งต่อไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าการต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

“ฮ่าฮ่าฮ่า” วูเต๋อหัวเราะเสียงดังและจ้องมองมายังฟงอวี๋ซี “ฮึม ฟงอวี๋ซี ผู้ฝึกตนจินตานขั้นกลางที่อ่อนแอเช่นเจ้าต้องการจะสู้กับข้าเช่นนั้นหรือ?” ถ้อยคำของฟงอวี๋ซีทำให้วูเต๋อรู้สึกโกรธราวกับโดยดูถูก เพราะอย่างไรก็ตามแม้ว่าจะต่างชั้นกันเพียงขั้นเดียว แต่มันยังมีช่องว่างระหว่างพวกเขาอยู่มากนัก

“ฟงอวี๋ซีคิดจะส่งผู้ฝึกตนเซียนเทียนมาต่อสู้กับข้างั้นหรือ? น่าขัน ฮ่าฮ่าฮ่า” วูซิงเองก็รู้สึกโกรธมากจนต้องหัวเราะออกมาเช่นเดียวกัน เพราะผู้ฝึกตนระดับเซี่ยนเทียนไม่แม้แต่จะสามารถทำลายเกราะพลังที่ป้องกันร่างกายของเขาได้เลย

ฟงอวี๋ซีหัวเราะเสียงเย็น แต่ไม่กล่าวสิ่งใด เพราะความจริงที่ว่าพวกเขาครอบครองอาวุธระดับสวรรค์ขั้นกลางถูกเก็บเป็นความลับ

อาวุธระดับสวรรค์ขั้นกลางมีอนุภาพที่ร้ายแรงกว่าอาวุธระดับสวรรค์ขั้นต้นเป็นอย่างมาก หากเปรียบเทียบมันก็เหมือนกับหอกในมือเด็กน้อยที่สามารถสังหารผู้ใหญ่ที่ถือมีดสั้นเอาไว้ได้โดยไม่ลำบาก นี่คือประโยชน์ของอาวุธที่เหนือชั้นกว่า

“ฆ่า!” วูเต๋อและวูซิงตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

วูเต๋อขี่กระบี่บินของเขาตรงไปยังฟงอวี๋ซี ในขณะที่วูซิงเองก็ขี่กระบี่บินเข้าไปหากลุ่มของเก้อหมิ่นโดยเพิกเฉยต่ออาคมลวงตาอย่างสิ้นเชิง

รูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับสามารถผสานรวมกับภาพลวงตาโดยธรรมชาติของพื้นที่บริเวณนี้ได้อย่างดี แต่น่าเสียดาย ด้วยระดับพลังของฟงอวี๋ซี ค่ายกลนี้ของเขา มันยังไม่สามารถส่งผลกระทบต่อสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของวูเต๋อและวูซิงได้

“อา…”

ด้วยการระเบิดหลายครั้ง เสียงโอดครวญจึงเริ่มดังขึ้นพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นขึ้นสู่ท้องฟ้า ชายผู้หนึ่งล้มลงกับพื้นและเสียชีวิตไปในทันที

เหตุการณ์ที่น่าตื่นตระหนกนี้ แม้แต่วูเต๋อและวูซิงยังต้องหันหน้ามาดูด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

ชายชราประจิม หนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งความตาย ผู้ฝึกตนระดับเซี่ยนเทียนขั้นสูงสุดจากตระกูลเซียงตกตายไปโดยมิคาดฝัน

“น้องสาม!”

“น้องสาม!”

เมื่อเห็นเช่นนี้ช่วยไม่ได้ที่ชายชราบูรพาและอีกสองคนจะโกรธแค้นเป็นอย่างมาก พวกเขาทั้งสี่อยู่ร่วมกันมานับร้อยปี ความรักความผูกพันของพวกเขาใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเลือด อย่างไรก็ตามคนทั้งสามยังคงได้รับผลกระทบจากภาพลวงตา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้แน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้ลงมือสังหารพี่น้องของพวกเขา

“ยอดเยี่ยมมาก ท่านหลิวซิง” ชายชราเสื้อฟ้าส่งกระแสเสียงไปเข้าหุฉินยูด้วยความตื่นเต้นยินดี

แต่ฉินยูเพียงยิ้มอย่างเย็นชาเท่านั้น

ด้วยทักษะท่าร่างของฉินยูที่ไม่แม้แต่จะก่อให้เกิดเสียงลมและการลบกลิ่นอายของตนเอง ทำให้แม้แต่สี่จตุรเทพแห่งความตายผู้ฝึกตนระดับเซี่ยนเทียนขั้นสุดยอดยังมิอาจล่วงรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเขาได้เลย

หากคนผู้หนึ่งต้องการจะลบกลิ่นอายของตน พวกเขาจะต้องปิดกั้นพลังปราณภายในร่างกายเอาไว้ทั้งหมด แต่ในการต่อสู้ ทุกคนจำเป็นต้องใช้พลังเซี่ยนเทียนของตนออกมา แล้วจะมีผู้ใดสามารถลบกลิ่นอายของตนได้ หากมิใช่ฉินยูที่ฝึกฝนทักษะกำลังภายนอก

ด้วยเหตุที่พวกเขาไม่สามารถตรวจพบการคงอยู่ของศัตรู มันจึงช่วยไม่ได้ที่ความหวาดกลัวจะเข้าเกาะกุมอยู่ภายในหัวใจของพวกเขา

“ผู้ใดกล้ารบกวนท่านพ่อของข้า พวกมันจะต้องตายทุกคน!” ฉินยูส่งกระแสเสียงตรงเข้ารูหูของชายชราทักษิณ

ชายชราตกใจกับถ้อยคำที่ได้ยิน “พ่อ?” แต่ก่อนที่ชายชราจะเข้าใจความหมาย หมัดอันหนักหน่วงยิ่งกว่าภูผาก็ได้ประทับลงบนหน้าอกข้างซ้ายของเขาพร้อมกับหัวใจที่ถูกบดขยี้ ร่างของชายชราล้มลงกับพื้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและตกตายในทันที

“น้องรอง” บูรพาหลั่งน้ำตาด้วยความโศกเศร้า

“พี่รอง” หยาดน้ำไหลรินออกมาจากดวงตาของชายชราอุดรอย่างมิอาจควบคุม “เป็นผู้ใด? แน่จริงก็เปิดเผยตัวออกมา” อุดรโกรธจัดที่พี่น้องสองคนของเขาถูกสังหารในเวลาเพียงสั้นๆ

“สารเลวนี่ช่างลำบากจริงๆ การเคลื่อนไหวของเขาไร้เสียงและยังลบกลิ่นอายของตนได้อย่างสมบูรณ์” สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของวูซิงมุ่งตรงไปยังฉินยูก่อนที่จะตะโกนออกมาว่า “สารเลว เตรียมตัวตาย!”

ฉินยูจ้องมองไปยังวูซิงพร้อมกับหัวใจที่สั่นสะเทือนเล็กน้อย

“ข้าควรใช้ดาบเหล็กเพลิงหรือถุงมือเหล็กเพลิงหรือไม่?” ฉินยูไตร่ตรองอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้กับผู้ฝึกตนแห่งสวรรค์ที่แข็งแกร่ง เขาจำเป็นต้องใช้อาวุธระดับสวรรค์ขั้นกลางของเขา ดาบเหล็กเพลิง หรือ ถุงมือเหล็กเพลิง แต่หากเขาใช้ออก ตัวตนที่แท้จริงของเขาก็จะถูกเปิดเผยในทันที

“นักรบห้าธาตุ สร้างรูปแบบค่ายกล” อย่างไรก็ตามในเวลานี้เสียงของเก้อหมิ่นกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน

นักรบห้าธาตุจากหน่วยศรลับพุ่งเข้ามายืนอยู่ด้านหน้าฉินยูในทันที หากวูซิงต้องการโจมตีฉินยู เขาจะต้องผ่านนักรบทั้งห้าคนนี้เสียก่อน

“มีแมลงบางตัวต้องการตายงั้นหรือ? เช่นนั้นก็อย่างตำหนิว่าข้าไร้เมตตาก็แล้วกัน” วูซิงเย้ยหยัน หลังกล่าวจบคำกระบี่เล่มหนึ่งจึงได้พุ่งออกจากมือของเขาตรงไปยังหนึ่งในห้านักรบอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันผู้ฝึกตนระดับจินตานขั้นสูง วูเต๋อ และ ผู้ฝึกตนระดับจินตานขั้นกลาง ฟงอวี๋ซี ก็กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

ตูม!

เสียงระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น ดาบสองเล่ม หนึ่งสีแดงเพลิงและอีกหนึ่งสีทองปะทะกันด้วยพลังอันมหาศาล มีรอยยิ้มบนใบหน้าของวูเต๋อ ด้วยพลังที่แข็งแกร่งกว่าของเขา เขาจึงพึงพอใจเมื่อได้ต่อสู้กันด้วยพลังโดยตรง

แต่รอยยิ้มของเขากลับอันตธานหายไปในทันที เมื่อเลือดสายหนึ่งไหลออกมาจากมุมปากของเขา เขาขมวดคิ้วและจ้องมองไปยังฟงอวี๋ซี “กระบี่ของเจ้า…”

ใบหน้าของฟงอวี๋ซีซีดขาวแต่ดวงตาของเขายังคงแจ่มใส “วูเต๋อ วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าอาวุธระดับสวรรค์ขั้นต่ำแตกต่างกับอาวุธระดับสวรรค์ขั้นกลางเช่นไร?”

ด้วยอาวุธระดับสวรรค์ในมือ ฟงอวี๋ซีและวูเต๋อต่อสู้โรมรันกันอย่างดุดันอยู่บนกระบี่บินของพวกเขา

ปัง!

มีดสั้นสีแดงในมือของนักรบห้าธาตุปัดป้องกระบี่ของวูซิงที่พุ่งตรงเข้ามาหาเขาออกไปได้ จากนั้นคนทั้งห้าจึงได้พุ่งเข้าไปล้อมกรอบวูซิงเอาไว้ในพริบตา

เมื่อเห็นอาวุธระดับสวรรค์ขั้นกลางห้าชิน ช่วยไม่ได้ที่วูซิงจะตกใจ “อาวุธระดับสวรรค์ขั้นกลาง? โอ้ สวรรค์ พวกเจ้ามีอาวุธระดับนี้จำนวนมากได้อย่างไร?” แม้แต่เกราะพลังของเขาก็ไม่สามารถต้านทานอาวุธระดับนี้ได้ นอกจากนั้นพวกเขายังมีถึงห้าชิ้น แต่ตัวเขากลับมาสามารถรับมือได้เพียงทีละชิ้นเท่านั้น แล้วจะไม่ให้เขากระวนกระวายใจได้อย่างไร

ฟิ้ว!

วูซิงบินขึ้นไปบนท้องฟ้าในทันที เขาสามารถเอาชนะคนทั้งห้าด้วยการบินอยู่บนอากาศเท่านั้น

อย่างไรก็ตามในเวลานี้ดวงตาของวูเต๋อและวูซิงกลับส่องประกายขึ้น เพราะแม้แต่เกาะอมตะอันไกลโพ้น ก็ยังไม่สามารถหาสมบัติระดับนี้ได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้พวกมันกลับปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก มันจึงช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้สึกตื่นเต้น

“น้องชาย”

“พี่ใหญ่”

วูเต๋อและวูซิงเข้าใจความคิดของกันและกันเป็นอย่างดี แม้จะไม่ต้องกล่าวคำ พวกเขาก็รู้ว่าจะต้องเสี่ยงชีวิตและนำสมบัติล้ำค่าเหล่านี้มาให้ได้

ด้วยความคิดเช่นนี้การโจมตีของพวกเขาจึงกลางเป็นยิ่งเกรี้ยวกราวมากขึ้นและต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต

ปัง!

เมื่อวูเต๋อชี้นิ้วออกไป กระบี่บินของเขาพลันขยายใหญ่ขึ้นก่อนจะฟาดฟันลงในยังหุบเขาและผ่าทำลายกำแพงหินเบื้องหน้าให้พังทลายลงพร้อมกับรูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับที่แตกสลายไปในทันที

ภาพลวงตาทั้งหมดหายไปอย่างสมบูรณ์

“ภาพลวงตาหายไปแล้ว ไปแก้แค้นให้พี่น้องของพวกเจ้าซะ” วูเต๋อตะโกนออกคำสั่ง

บูรพาและอุดรเปิดเปลือกตาของพวกเขาขึ้นมาและจ้องมองไปยังฉินยู

เปรี้ยง!

มังกรอสนีบาตสีม่วงม้วนตัวลงมาปะทะเข้ากับร่างของฉินเต๋อที่อยู่กลางหุบเขาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า นี่คืออสนีวับัติแห่งสวรรค์ครั้งที่สามที่รุนแรงกว่าก่อนหน้า และที่แย่กว่านั้นก็คือ ฉินเต๋อไม่มีเกราะพลังช่วยป้องกันร่างกายของเขาเอาไว้อีกต่อไป

“ท่านพ่อ!” ฉินยูหันไปมองฉินเต๋อด้วยความหวั่นวิตก

“ตาย!” บูรพาและอุดรปลดปล่อยพลังเซี่ยนเทียนขั้นสุดยอดออกมากับดวงตาอันแดงก่ำก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีฉินยูด้วยพลังทั้งหมดของพวกเขาในทันที

 


ติดตามความเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าได้ที่ Facebook Fanpage >> คลิ๊กเลย

แปลโดย Blue and Rosso / ความโศกเศร้าที่เร่าร้อน


 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here