การผันแปรของดวงดาว:3/20 ต่อสู้กับภัยพิบัติ [1] (ตอนที่ 66)

 

การผันแปรของดวงดาว เล่มที่ 3 บทที่ 20 ต่อสู้กับภัยพิบัติ [1]

(แปล: ตอนที่ 66)

 

ฉินเต๋อนั่งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของรูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับ ในขณะที่ฟงอวี๋ซีและคนอื่นๆนั่งอยู่โดยรอบ เมื่อทุกคนรู้ว่าภัยพิบัติกำลังจะมาถึง ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก

‘ท่านพ่อ’ ฉินยูจ้องมองไปยังฉินเต๋อที่นั่งสงบนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เพราะมันเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์ธรรมดาที่จะรับภัยพิบัติแห่งสวรรค์ แม้ว่าจะเป็นภัยพิบัติระดับต่ำที่สุด

“ข้าจะมิให้ผู้ใดรบกวนท่านไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นก็ตาม” ดวงตาของฉินยูเริ่มเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดุดัน

“ทุกคน ด่านทดสอบ 4 ใน 9 ภัยพิบัติแห่งสวรรค์ แม้จะเป็นภัยระดับต่ำสุด ผู้ฝึกตนที่เข้ารับการทดสอบยังคงต้องผ่านด่านสายฟ้า 4 สาย ในเวลานั้นห้ามมิให้ผู้ใดรบกวนท่านอิง และอย่าได้คิดที่จะช่วยเหลือท่านอิงในการต่อต้านสายฟ้า ด่านทดสอบมีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการผ่านมันเท่านั้น หากพวกเจ้าพยายามช่วย นอกจากจะไม่มีประโยชน์อันใดแล้ว ท่านอิงก็จะยิ่งได้รับภัยพิบัติที่รุนแรงมากขึ้นไปอีก” ฟงอวี๋ซีออกคำสั่ง

เนื่องจากฟงอวี๋ซีมีประสบการณ์ในการผ่านด่านทดสอบนี้ ดังนั้นทุกคนจึงจดจำถ้อยคำของเขาเอาไว้ภายในใจ

“พี่ฟงและพวกท่านทุกคนอย่าได้วิตกกังวลมากเกินไป มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าข้ามาเก็บตัวอยู่ที่นี่ บางทีอาจไม่มีผู้ใดมารบกวนข้า” ฉินเต๋อเปิดเปลือกตาขึ้นและกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม แม้ภัยพิบัติกำลังจะมาเยือนแต่เขายังสามารถกล่าวออกมาได้อย่างปลอดโปร่งสบายใจ

แต่ทันใดนั้น…

สายลมอันรุนแรงกลับกรรโชกเข้ามาอย่างกะทันหันและเป็นเหตุให้เมฆหมอกที่ปกคลุมแผ่นฟ้าทั้งหมดถูกพัดพากระจัดกระจายออกไปก่อนที่สีของท้องฟ้าจะกลับกลายเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดในพริบตา

“ภัยพิบัติมาถึงแล้ว!” ฟงอวี๋ซีตะโกนออกมาและทำให้ทุกคนรู้สึกกระวนกระวานใจในทันที ด้านฉินยู หัวใจของเขาแทบจะกระโดดออกมาจากหน้าอกอย่างมิอาจควบคุม

ท้องฟ้าสีแดงก่ำหมุนวนและสร้างระลอกคลื่นที่น่าหวาดกลัวออกมา ในขณะที่สายฟ้าสีม่วงกระพริบไหวและเวียนว่ายอยู่ท่ามกลางคลื่นยักษ์สีชาติ

วังน้ำวนบนท้องฟ้าทำให้พลังงานศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนั้นปั่นป่วนยุ่งเหยิงก่อนที่พวกมันจะถูกเหนี่ยวนำให้เข้ามาผสานรวมกับคลื่นยักษ์จนกลายร่างแปรลักษณ์ไปเป็นกลุ่มก้อนเมฆาทัณฑ์สวรรค์ม่วงที่ล่องลอยอยู่เหนือร่างของฉินเต๋อ

ท้องฟ้าสีแดงก่ำ เมฆาทัณฑ์สวรรค์ม่วง และอสนีวิบัติที่เลื้อยคลานอยู่ภายใน

ทุกคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้ารวมถึงฉินยู เห็นท้องฟ้าเกิดเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ ฉินยูรู้สึกราวกับมีภูเขากดทับอยู่ภายในอกทำให้เขาหายใจติดขัด เขากัดฟันก่อนจะมองไปยังผู้เป็นบิดา

“ท่านพ่อ ท่านต้องทำได้”

ฉินยูคาดหวังอยู่ภายในใจ

เปรี้ยง!

ทันใดนั้นเสียงฟ้าผ่าจึงได้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน มังกรอสนีบาตสีม่วงทะยานร่างลงมายังตำแหน่งที่ฉินเต๋อนั่งอยู่อย่างรวดเร็ว

“ฮ่า!”

ฉินเต๋อลุกขึ้นยืนในขณะเดียวกันพลังงานศักดิ์สิทธิ์จากรูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับวิ่งเข้ามาปกคลุมและป้องกันร่างกายของฉินเต่อเอาไว้ในทันที และแม้ว่ามันจะเป็นพลังงานที่สะสมไว้เพียงสามวัน แต่มันยังถือได้ว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

ตูม!

สายฟ้าสีม่วงปะทะเข้ากับเกราะพลังงานศักดิ์สิทธิ์สีเขียวบนร่างของฉินเต๋ออย่างรุนแรงและทำให้เกราะสีเขียวสั่นไหวอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนจะสงบลงอีกครั้ง เมื่อเห็นเช่นนี้ช่วยไม่ได้ที่ฉินยูจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกลงบ้างเล็กน้อย

“พลังงานจากรูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับค่อนข้างแข็งแกร่ง มันสามารถทนต่ออสนีแห่งสวรรค์ครั้งแรกได้โดยมิแตกสลาย” รอยยิ้มแห่งความปิติปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟงอวี๋ซี

 

วูเต๋อและวูชินกำลังยืนอยู่บนกระบี่บินของพวกเขาในขณะที่นำชายชราทั้งสี่ติดตามมาด้วย

“พี่ใหญ่ ฉินเต๋อผ่านอสนีแห่งสวรรค์ครั้งแรกไปได้อย่างง่ายดายด้วยความช่วยเหลือจากรูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับ” วูซิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงเย็น

วูเต๋อกล่าวต่ออย่างไม่แยแส “อย่าได้ใส่ใจ อสนีแห่งสวรรค์ครั้งแรกเป็นเพียงการเริ่มต้นเล็กๆน้อยๆเท่านั้น มันยากสำหรับเขาที่จะผ่านด่านทั้งสี่ไปได้ หรือแม้ว่าเขาจะผ่านได้จริงๆ เขาก็ยังต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส ในเวลานั้นมันก็ง่ายสำหรับพวกเราที่จะฆ่าเขา”

ปกติแล้วหลังจากผ่านด่านทดสอบ คนเหล่านั้นมักจะได้รับบาดเจ็บอย่างร้ายแรง และแม้ว่าเขาจะกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับจินตานขั้นต้น แต่เขาจะสามารถรับมือกับวูซิงที่เป็นผู้ฝึกตนระดับจินตานขั้นกลางและวูเต่อผู้ฝึกตนระดับจินตานขั้นสูงได้อย่างไร

“ท่านผู้สูงส่ง พวกเราควรลงมือเลยหรือไม่?” ผู้นำของชายชราทั้งสี่จากตระกูลเซียงเอ่ยถามด้วยความเคารพ

ชายชราทั้งสี่ถูกขนานนามว่า จตุรเทพแห่งความตาย และมีนามแฝงของแต่ละคนว่า บูรพา ทักษิณ ประจิม อุดร นอกจากนั้นพวกเขายังได้รับเกียรติให้ใช้สกุลเซียงอีกด้วย ทั้งหมดนี้มันเพียงพอแล้วที่จะบ่งบอกความแข็งแกร่งของพวกเขา

วูเต๋อพยักหน้าเบาๆ “น้องชาย อสนีแห่งสวรรค์ครั้งที่สองกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อมันฟาดลงมา พวกเราจะฉวยโอกาสโจมตีและทำลายล้างพวกมันทั้งหมดในทันที”

“ตกลง ท่านพี่” วูซิงเริ่มตื่นเต้นยินดีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

 

เมฆาทัณฑ์สวรรค์ม่วงยังคงหมุนวนและหมุนวนรวดเร็วยิ่งขึ้น ความน่าหวาดกลัวของมันทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่าสายฟ้าครั้งถัดไปจะต้องรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน

“ฮ่า!”

ฉินเต่อตะโกนเสียงดังพร้อมกับเส้นแสงลายมังกรที่ส่องสว่างขึ้นบนร่างกายของเขาและมันก็ช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้กับเขามากขึ้นไปอีก นี่เป็นทักษะลับมังกรบรรพกาลระดับเซียนเทียนขั้นสุดยอด

จากนั้นดาบเล่มยาวสีแดงเพลิงจึงได้ปรากฏขึ้นในมือของฉินเต๋อในทันที นี่เป็นดาบที่หลอมสร้างขึ้นมาจากแร่เหล็กเพลิงและมันก็เป็นอาวุธระดับสวรรค์ขั้นกลางที่เขาเตรียมพร้อมไว้สำหรับรับมือกับภัยพิบัติในครั้งนี้โดยเฉพาะ

ฉินยูและทุกคนต่างจ้องมองไปยังฉินเต๋ออย่างเคร่งเครียดและแทบจะไม่กล้าหายใจออกมา ทันใดนั้น…

เปรี้ยง!

สายฟ้าอีกสายหนึ่งจึงได้ทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็ว ชัดเจนว่ามันทรงพลังอำนาจมากกว่าก่อนหน้า และมันแทบจะทำให้ฉินเต๋อล้มลงในทันที ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของฉินยูและคนอื่นๆสะท้านไหว แต่อย่างไรก็ตามในจังหวะนี้…

“ศัตรูบุก!”

เสียงของฟงอวี๋ซีดังขึ้นภายในหูของทุกคนอย่างกะทันหันและทำให้พวกเขาถึงกับสะดุ้งตกใจ ฟงอวี๋ซีมิได้ตะโกนออกมาเพราะไม่ต้องการรบกวนฉินเต๋อดังนั้นเขาจึงใช้วิธีส่งกระแสเสียงไปยังคนอื่นๆโดยตรง ขณะเดียวกันเขาก็ทำสัญลักษณ์มือเพื่อเปิดใช้งานภาพลวงตาของรูปแบบอาคมแปดแผนภาพย้อนกลับในทันที

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฟงอวี๋ซี เจ้าคิดว่าค่ายกลเด็กๆเช่นนี้จะป้องกันพวกเราสองพี่น้องได้จริงๆหรือ? เจ้าใช่ฝันไปหรือไม่?” วูซิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดังเมื่อเขาบินลงมาจากบนท้องฟ้าด้วยกระบี่บินของเขาพร้อมกับชายชราสองคน ในทำนองเดียวกันวูเต๋อก็ร่อนลงมาพร้อมกับชายชราอีกสองคนเช่นกัน

“ผู้ฝึกตนแห่งสวรรค์สองคน?” ฉินยูตกใจ เขากัดฟันและจ้องมองไปยังผู้สูงส่งทั้งสองด้วยประกายไฟในดวงตาที่ลุกโชนขึ้น “ข้าขอเอาศีรษะของข้าเป็นประกันว่าจะมิให้ผู้ใดรบกวนท่านพ่อได้อย่างเด็ดขาด!”

 


ติดตามความเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าได้ที่ Facebook Fanpage >> คลิ๊กเลย

แปลโดย Blue and Rosso / ความโศกเศร้าที่เร่าร้อน


 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น