ตอนที่แล้วบทที่ 9 : หว่านเมล็ดพันธ์แห่งความแตกแยก
ทั้งหมดรายชื่อตอน

บทที่ 10 : การเฉลิมฉลองยามค่ำคืน

“ฮ่า ๆ ไอ้หนู มึงมั่นใจได้เลยว่ามันไร้ประโยชน์ มึงยังต้องใช้เจ้าหมูน้อยนี้มาปกป้อง ช่างเป็นพี่ใหญ่ที่ไม่ได้ความจริงๆ” พวกเขา เย้ยหยัน

ใบหน้าของ ถังเจิ้ง ยังสงบนิ่ง เขาหันไปหา เฟิงหยาง และกล่าวว่า “นายออกไปก่อนและดูให้ดี ฉันไม่เป็นไรแน่นอน พวกมันไม่มีทางทำอะไรฉันได้”

เฟิงหยาง ช็อค เขาได้ตรวจสอบประวัติของ ถังเจิ้ง อย่างละเอียด และไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเขาจะต่อสู้เป็น ขณะที่ เฟิงหยาง กำลังจะเตือน แต่เมื่อเขาเห็นดวงตาที่ มั่นใจ ของ ถังเจิ้ง เขาได้กลืนสิ่งจะพูดลงไป

ถังเจิ้ง มองไปรอบๆตัวเขา และพบว่ามีผู้คนจำนวนมากที่กำลังตั้งใจดูเหตุการณ์นี้ เขาไม่ต้องการทำอะไร ขณะที่ยังมีคนดูเยอะอย่างนี้ เขายังต้องการเก็บความลับไว้

“เราย้ายที่กันดีกว่า ไปตรอกซอยเป็นไง ถ้าเราทำอะไรที่นี่มันจะเป็นปัญหาเอา” ถังเจิ้ง แนะนำ

พวกนักเลง ตกใจ แล้วก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย “ฮ่า ๆ ไอ้หนูนี่ มันอ่านหนังสือมากเกินไปจนปัญญาอ่อนแล้ว เอาสิ ตามที่มึงต้องการเลย แต่อย่าคิดที่จะหนีเด็ดขาด”

ความจริงแล้ว การทำอะไรต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ก็ทำให้พวกมันเกิดไม่มั่นใจขึ้นมา ถ้าเจ้าเด็กนี่ ตัดสินใจโทรหาตำรวจ เพื่อสอบสวนเรื่องนี้ มันก็จะมีพยานมากมายที่สามารถให้การตำรวจได้

ดังนั้น เมื่อพวกมันได้ยินคำพูดของ ถังเจิ้ง พวกเขาก็รู้สึกยินดีอย่างมาก พวกมันเชื่อว่าไอ้เด็กนี่กลัวจนบ้าไปแล้ว “พี่ใหญ่ ฉันจะไปกับพี่ด้วย” เฟิงหยาง รวบร่วมความกล้าและพูดเสียงดัง

“ไม่จำเป็น นายไปอยู่หน้าทางเข้าและเฝ้าไว้ อย่าให้ใครเดินเข้ามา” ถังเจิ้ง  กล่าว เฟิงหยาง ต้องการปฏิเสธ แต่ก็ถูกหยุดด้วยสายตาของ ถังเจิ้ง

ซอยไม่ลึก แต่มันไม่มีคน ตอนนี้ พวกมันทั้ง6คนกำลังเดินนำ ถังเจิ้ง มาที่กลางซอยด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

“ถ้าพวกนายบอกฉันว่าใครเป็นคนส่งมา ฉันจะให้พวกนายเจ็บน้อยลง” ถังเจิ้ง กล่าวด้วยใบหน้าเฉยเมย

“ฮ่าๆ ไอ้หนู ดูเหมือนว่ามึงจะกลัวมากจนโง่แล้ว พี่น้องเรา เอาเลย” เสียงสั่งซื้อและคนขี้เซายจำนวนมากถูกโจมตีด้วยมือและเท้าของพวกเขา

ถังเจิ้ง ยกยิ้มอย่างเย็นชา มือเขาขยับเร็วดุจสายฟ้าโดยใช้ หัตถ์ล้อมสวรรค์ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเงามือ ราวกับว่ามีตาข่ายคลุมท้องฟ้าไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ตามหนีไปได้

Peng Peng peng … (@เสียงนี่จินตนาการเอาเองนะไม่รู้จะแปลไทยว่าไง ตู้มๆ มั้ง?)

หลังจากเสียงนั่น คนทั้ง5ก็ถูกส่งบินไปชนกำแพง โดยร้องไห้หาพ่อหาแม่ เป็นอะไรที่น่าอนาถอย่างไม่นาเชื่อ

หัวหน้าพวกมัน จ้องมองด้วยความโง่เขลา ในขณะที่มันสั่งปุป ก็แพ้ทันที นี่ … ไอ้เด็กนรก..นี่ มันเป็นใครวะ f ** #%#@q$!

ถังเจิ้ง เดินไปทางมัน ใบหน้าของเขาเยือกเย็น ทำให้คนที่กำลังตกเป็นเหยื่อรีบก้าวถอยหลัง ในขณะที่ดึงมีดออกจากเอว เขาพยายามทำท่าทางให้ดูโหดๆเพื่อกลบความกลัวในหัวใจ ตะโกนว่า “อย่าเข้ามา ไม่งั้นกุจะแทงมึงตายแน่”

“ฮึ ช้าไป” ถังเจิ้ง ไปปรากฏตัวต่อหน้าเขา เขาจึงแทงไปข้างหน้า แต่รู้สึกว่ามือทะลุผ่านอากาศที่ว่างเปล่า มีดของเขาไปโผล่ในมือของถังเจิ้งโดยที่เขาไม่รู้ตัว

ถังเจิ้ง เอามีดแกว่งไปมาบนอากาศด้วยฝ่ายตรงข้ามของเขามองด้วยความงุนงง ทันใดนั้นเส้นแสงเย็นก็วูบขึ้นมาและมีดถูกกดลงกับลำคอขอมัน มันหน้าขาวซัดด้วยความกลัว ตะโกนว่า “มึงจะทำอะไร?”

ตอนนี้ เขารู้แล้วว่าเขาได้ยั่วยุผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งซะแล้ว และเห็นว่าเขาไม่สามารถทำร้ายคนๆนี่ได้ แต่เขาก็ไม่อยากร้องขอชีวิต เพราะนั่นน่าจะเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างไม่น่าเหลือเชื่อ

“พูด ใครส่งนายมา?” ถังเจิ้ง ถามอย่างเย็นชา

“ฆ่ากุเลยสิ ถ้ามึงกล้า!” คนขี้ขลาดรวบรวมความกล้าและพูดไป

บรรยากาศของ ถังเจิ้ง เริ่มหนาวเย็นลง มันรู้สึกว่าหัวใจของมันเย็นลง วันนี้ ถังเจิ้ง ด้วยการขยับมือหรือการขยับเท้าของเขาเปี่ยมไปด้วยพลังที่ถึงตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาโกรธ พลังที่เขาส่งออกมาจากภายในร่างกาย เป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถทนได้

“ถ้าจะเอาแบบนั่นก็จัดให้” ถังเจิ้ง แทงไปข้างหน้า  มีดเฉือนลงไปในผิวหนังบริเวณลำคอ

หน้ามันกลายเป็นขาวซีด รีบตะโกนด้วยความกลัวว่า “เป็นมัน เกาต้าจือ เกาต้าจือ!”

“เกาต้าจือ” มีดหยุดลงทันที ถังเจิ้ง ยกคิ้วขึ้น “เกาต้าจือ ระหว่างเราไม่มีความแค้นต่อกัน แต่ในเมื่อนายต้องการทำร้ายฉัน เฮอะ ดีมาก ฉันจะไม่ปล่อยนายไปแน่

ถังเจิ้ง ไม่เคยคิดที่จะหาปัญหา แต่ก็ไม่กลัวคนอื่นเหมือนกัน เมื่อมีคนมาเคาะประตูบ้านถึงที่ เขาก็ไม่สามารถซ่อนตัวได้ ไม่งั้นมันจะเหมือนเขาทำร้ายตัวเอง

มีดกระแทกใส่ลำคอมัน และมันทรุดลงพื้น

เฟิงหยาง กังวลเหมือนแมวตัวหนึ่งบนกระป๋องร้อน เดินไปมาข้างหน้าซอยเล็กๆ ตอนแรกเขาอยากจะเข้าไปตรวจสอบ แต่คิดถึงสายตาของถังเจิ้ง เขาก็ลังเล

ในเมื่อ ใหญ่ มั่นใจมากงั้นก็ไม่น่ามีอะไรผิดพลาด พระพุทธเจ้าช่วยปกป้องคุ้มครองพี่ใหญ่ด้วย พี่จะต้องไม่เป็นอะไร เฟิงหยางพูดปลอบตัวเอง และ จู่ๆก็มีคนคุ้นเคยเดินออกมา ดวงตาของเฟิงหยางจ้องมองและเดินไปหาเขา “พี่ใหญ่ พี่ปลอดภัยไหม?”

ถังเจิ้ง ยิ้มและกล่าวว่า “มองฉันสิ นายเห็นตรงไหนมีแผลป่ะละ?”

“พวกมันไม่ได้ทำอะไรพี่เหรอ?” เฟิงหยาง แทบจะไม่เชื่อ กลุ่มคนกลุ่มนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีเจตนาดี แล้วพวกมันจะปล่อยไปเฉยๆแบบนี้ได้ยังไง?

ถังเจิ้ง กล่าวอย่างลึกลับว่า “เราต้องเรียนรู้คน ถ้าเราสามารถใช้ปากแทนได้ละก็ เราก็ไม่จำเป็นต้องเปลื่องมือ พวกเขาฟังฉันและกลับไปปรับปรุงตัวเอง” (@ไอ้ตอแหลล)

“จริงเหรอ?” เฟิงหยาง ยังคงไม่เชื่อ

ถังเจิ้ง ไม่ได้ตอบ ตาของเขาทำกวาดมองไปที่คนๆเดียวเกาต้าจือ เกาต้าจือเองก็กำลังมองมาที่ถังเจิ้งด้วยความกลัว เขารีบหลบซ่อนจากสายตาของ ถังเจิ้ง

เกาต้าจือ  กำลังสับสนว่า ทำไม ถังเจิ้ง ปลอดภัยและไม่เป็นอะไรเลย ทำไมจมูกมันไม่มีเลือดไหลและทำไมหน้ามันไม่บวม? ไอ้เวรพวกนั่นมันเอาเงินไปแล่วไม่ทำอะไรเลย? บัดซบ ไอ้$&#$*%^!

แต่เขาไม่มีเวลาพอที่จะคิด ตอนนี้ ถังเจิ้ง กำลังเดินมาหาเขา

เกาต้าจือ รีบซ่อนตัวจาก ถังเจิ้ง ขณะที่คนอื่น ๆ กำลังมองมาอย่างหงุดหงิดที่ ถังเจิ้ง โดยเฉพาะ เฉี่ยวเฟ่ย ซึ่งตาของเขาว่างเปล่าและปากเปิดกว้างจนอาจจะพอดีกับไข่ไก่

“เกาต้าจือ นายจะรีบวิ่งหนีไปไหนเหรอ?”ถังเจิ้ง กล่าวเยาะเย้ย

เกาต้าจือ ช่วยไม่ได้ที่จะหยุดวิ่งและหันร่างไปหา ใบหน้าของเขาน่าเกลียด “อย่าพูดบ้าๆ ฉันจะวิ่งหนีเพราะอะไรกัน?”

“เพราะนายทำอะไรที่น่าสมเพจ นั่นคือเหตุผลที่นายวิ่งสินะ?”

“ใครทำอะไรน่าสมเพจ มึงอย่ามากล่าวหาลอยๆดีกว่า” เกาต้าจือ ปฏิเสธด้วยความโกรธ ใบหน้าแดงกร่ำ ก่อนหน้านี้ ถังเจิ้ง ไม่ได้อยู่ในสายตาเขา แต่ตอนนี้ในสายตาของเขา ถังเจิ้ง เต็มไปด้วยอากาศลับ มันทำให้เขากลัว

“พวกมันเป็นคนบอกเองว่า เป็นนายที่ส่งมา ทั้งๆอย่างนั่น นายก็ยังไม่ยอมรับอีกเหรอ?”

“ไร้สาระ ฉันไม่มีอะไรจะพูด และฉันจะกลับบ้านแล้ว” เกาต้าจือ กล่าวอย่างเร่งรีบ ราวกับว่าเขาพร้อมที่จะไปได้ทุกเมื่อ

ถังเจิ้ง จะปล่อยมันไปแบบนี้ได้ยังไง แต่ตอนนี้สายตาของทุกคนกำลังเฝ้าดูอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เขาจะปล่อยไปโดยไม่ทำอะไร เพราะถ้าเขาทำแบบนั่น เขาจะไม่สามารถปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นไว้ได้

ถังเจิ้ง ยื่นมืออกไป ทันใดนั่น เกาต้าจือ ก็ไม่สามารถขยับได้ ยังคงอยู่ท่าที่กำลังก้าวเดินไปเหมือนรูปปั้น “มึงทำอะไร?” หน้า เกาต้าจือ เปลี่ยนเป็นขาวซีด  ทั้งร่างเขาไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย

ถังเจิ้ง ยิ้มอย่างลึกลับ และเดินออกไป

เกาต้าจือ รู้สึกไม่ดีมาก เพราะเขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน และราวกับว่าเขาได้เห็นผี เขาร้องออกมาดัง ๆ ว่า “ถังเจิ้ง อย่าเพิ่งไป ได้โปรดปล่อยฉันก่อน!”

ถังเจิ้ง ทำเป็นหูตึงหูหนวกและก้าวยาวๆออกไป เฟิงหยางมองอย่างโง่งมไปที่ท่าทางตลกของ เกาต้าจือ ก่อนที่เขาจะไล่ตาม ถังเจิ้ง และถามว่า “พี่ใหญ่ เกิดอะไรเกิดขึ้นกับมัน ทำไมอยู่ดีๆเหมือนมันกลายเป็นหุ่นไป?”

ถังเจิ้ง  ยักไหล่ของเขาและกล่าวว่า “บางทีอาจเป็นเพราะ เขาทำเรื่องชั่วมากเกินไป พระเจ้าจึงลงโทษเขา”

“มันควรโดนแล้ว! พี่ไม่รู้หรอกว่า เกาต้าจือ หยิ่งขนาดไหน ปกติมันจะทำตัวยิ่งใหญ่ และแกล้งคนอ่อนแอ ทำให้นักเรียนหลายคนในห้องเรียนของเรา เกลียดมันเข้ากระดูกดำ โอ้ พี่ใหญ่ วันนี้เมื่อพี่เข้าห้องเรียนที่ถังน้ำถูกวางไว้ที่นั่นโดยมัน มันมักจะเล่นตลกกับคนอื่นๆ” เฟิงหยาง กล่าว ราวกับว่าปลดปล่อยความในใจ

ถังเจิ้ง เข้าใจทันทีว่า เฟิงหยาง ต้องทนทุกข์ทรมานภายใต้น้ำมือของ เกาต้าจือ ซึ่งทำให้ความโกรธของเฟิงหยางพุ่งพล่าน แต่ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน ดังนั้นคราวนี้เขาจะปล่อยไปพร้อมกับให้บทเรียนเล็กๆน้อยๆ โดยสกัดจุด เพื่อที่เขาจะได้รับความอับอายในอีกไม่กี่นาที

“ในอนาคต เขาจะไม่กล้าที่จะแกล้งคนอื่นๆ” ถังเจิ้ง  กล่าวเบาๆ

ตาของ เฟิงหยาง ลุกเป็นไฟ แม้ว่า ถังเจิ้ง ไม่ได้พูดอย่างชัดเจน แต่เขาก็รู้ว่า ที่ เกาต้าจือ เป็นแบบนั่น เป็นเพราะ ถังเจิ้ง การได้ติดตามคนแบบนี่ แม่งโครต#$%^เลยโว้ย!

“ถังเจิ้ง อย่าไป กลับมาปล่อยฉันก่อน ได้โปรด….”เกาต้าจือ ร้องอย่างน่าสงสาร ซึ่งดึงความสนใจของคนอื่น ทุกคนเห็นใบหน้าของเขาแดงกร่ำดุจตูดลิง ชี้ไม้ชี้มือและหัวเราะเยาะเย้ย ประชดและเสียดสี

เกาต้าจือ กำลังจะเป็นบ้า เขาไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน เพียงแค่คิดถึงสิ่งที่ f ** k ก็เกิดขึ้นความรู้สึกหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัวจากส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ

เฉี่ยวเฟ่ย จ้องมองอย่างเย็นชาจากอีกด้าน เขาไม่สามารถช่วยมันได้ เกาต้าจือ ไม่มีทางทำอะไรโง่ๆแบบนี้แน่ ดังนั้นต้องมีบางอย่างผิดปกติกับร่างของเขา สิ่งที่ทำให้เขาสับสนคือการที่เขาไม่เห็น ถังเจิ้ง จะทำอะไรเลย เฉี่ยวเฟ่ย กำลังยืนอยู่ที่นั่นเช่นรูปปั้นไม้?

หัวใจของ เฉี่ยวเฟ่ย พลุ่งพล่าน และเขารีบเดินไปที่ตรอกซอก และพบว่ามันว่างเปล่า ดูเหมือนพวกมันจะวิ่งหนีไปแล้ว ปล่อยให้เขามืดแปดด้าน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้

ความรู้สึกของ เฉี่ยวเฟ่ย มืดมนลง เมื่อเขาจ้องมองแผ่นหลังของ ถังเจิ้ง ที่ค่อยๆหายไป  เขากัดฟันอย่างแรง “เกิดอะไรขึ้นกับร่างของคนพิการ ที่ทำให้มันดูเหมือนจะเปลี่ยนไป เป็นคนละคนภายในชั่วข้ามคืน?”

Putong!

ทันใดนั้น เสียงก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องอันน่าสงสาร โดย เกาต้าจือ กระแทกพื้นอย่างรุนแรงเช่นสุนัขกินอึ

วิชา สกัดจุด สามารถใช้งานได้เพียง 5 นาที และหลังจากนั้น จุดชีพจรของ เกาต้าจือ จะปลดล็อกเอง เนื่องจากเขาอยู่ในท่าทางที่น่าอึดอัดใจและพยายามดิ้นรนด้วยพลังทั้งหมดของเขา เมื่อจุดคลายตัวแล้ว ทำให้มันไม่มั่นคงและล้มลงกับพื้น

“ฮ่า ๆ …”

ฝูงชนระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น ตอนนี้ เกาต้าจือ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การหารูและมุดเข้าไปในนั้น เขาลุกขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า และรีบออกจากโรงเรียนราวกับว่าเขากำลังหลบหนีอะไรบางอย่าง

เหตุการณ์นี้ได้ถูกโพสใน ฟอรั่ม ทันที และแม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เกาต้าจือ แต่พวกเขาก็มั่นใจว่า ถังเจิ้ง เป็นคนทำ อย่างไรก็ตาม เกาต้าจือ ได้สูญเสียใบหน้าของเขาโดยสิ้นเชิงไปแล้ว และระดับความสนใจของ ถังเจิ้ง ได้เพิ่มสูงขึ้น อันดับแรกและอันดับที่สองของรายการที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของโรงเรียนในปัจจุบันมีช่องว่างขนาดใหญ่

แต่แล้วอีกครั้ง เกาต้าจือ ก็ปรากฏตัวในรายการที่เป็นที่นิยมของโรงเรียนเพราะเรื่องนี้ เพราะทุกคนเห็นว่ามันน่าสนุก เกาต้าจือ ไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะเป็นที่นิยมในรายการของโรงเรียนด้วยเหตุนี้

หลังจาก ถังเจิ้ง แยกทางกับ เฟิงหยาง เขาก็วิ่งกลับบ้าน ทันใดนั้นเขาก็หยุด เพราะเขาเห็นว่าที่หน้าบ้านเล็กๆของเขาเป็นกองยุ่งๆ ในบรรดาของที่ถูกละทิ้งคือหนังสือเก่าของเขา ซึ่งปู่ของเขาได้ปฏิบัติมันเหมือนกับขุมทรัพย์ (@ปู่โครตเห่อหลาน)

หัวใจของเขาแข็งค้าง ใบหน้าของเขาซีด และเขารีบวิ่งไปที่บ้านของเขา ขณะตะโกนไปด้วยว่า “ปู่ ….”

@แจ้งข่าว ผมจะลงตอนใหม่ ก็อาจจะเป็นปลายเดือนหรือต้นเดือนหน้าเลย เพราะเตรียมตัวสัมภาษณ์ จองหอ และอะไรอีกหลายๆอย่าง ยุ่งมาก อย่างที่ผมบอกตอนก่อนว่า เพิ่งแอดติด แล้วเดียวก็กลับมาลงเหมือนเดิมละ และจะรีบแปลอู่เหยี่ยนให้ ไม่ใช้ไร มันสนุกมากอยากให้ลองอ่าน

1 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here