ตอนที่แล้วตอนที่ 092 – ความพยายามที่อันตราย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 094 – ตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์

ตอนที่ 093 – ปณิธานของซางกวนเชียนฮุ่ย


ตอนที่ 093 – ปณิธานของซางกวนเชียนฮุ่ย

 

จิ่งเหาล้มลงบนพื้นราวกับกองดินโคลน ดวงตาทั้งสองของเขาคล้ายกับปลาที่หอบหายใจเอาอากาศที่ทุกข์ทรมานจากการขาดอากาศหายใจ เขามิคาดคิดว่าเขาจะมีวันเช่นนี้ ล้มลงบนพื้นอย่างน่าอับอาย

อย่างไรก็ตามในที่สุดรอดพ้นแล้ว...

สายตาของจิ่งเหาฝ้ามัว เขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกจากก้นบึ้งหัวใจของเขา ยี่สิบสี่ชั่วโมง ประลองตลอดเวลาทั้งยี่สิบสี่ชั่วโมง!

แม้ว่าจิ่งเหาจะเป็นบุคคลที่มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก ยามเมื่อเผชิญหน้ากับคนเสียสติ บ้าการประลอง เขาถูกทรมานอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นอาเจียน ไม่ใช่ว่าเขามิเคยประลองกับผู้อื่น แต่เขามิเคยประลองอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้มาก่อน นอกเหนือจากการฝึกบ่มเพาะแล้ว มันมิมีเวลาสำหรับการพักผ่อน ถังเทียนคล้ายเป็นแมลงสาบบัดซบ เมื่อใดก็ตามที่เขาผ่อนคลาย ถังเทียนจะกระโดดขึ้นมาและตะโกนขอประลองอีกครา

นี่มันมิใช่เรื่องน่าขบขัน...

ในตอนนี้จิ่งเหาเสียใจในการตัดสินใจของเขาอย่างสุดซึ้ง เหตุใดเขาถึงยอมรับอย่างง่ายดายเพื่อตอบสนองความต้องการของสหายผู้นี้?

ถังเทียนนั่งอยู่ด้านข้างจิ่งเหา ท่าทางกล่าวโทษตำหนิและกล่าวเรื่อยเปื่อย “ข้ากล่าวได้เลยว่าพี่ใหญ่จิ่งเหา มิใช่ว่าความอดทนของท่านจะต่ำต้อยเกินไปหรือ? พวกเราเพียงเริ่มประลองกัน ข้ามิแม้กระทั่งชนะซักรอบ แล้วเหตุใดท่านถึงหยุดกัน? หรือว่ามันเป็นความตั้งใจ? ท่านหวาดกลัวที่จะแพ้ข้างั้นหรือ? ไอหย๋า ท่านอย่าได้กระทำเช่นนี้ พวกเราเป็นคนตรงไปตรงมา ท่านจะกระทำเช่นนี้ได้เยี่ยงไร?”

ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ...

จิ่งเหาแทบจะร้องไห้ออกมา

ถังเทียนดูแคลนไปยังจิ่งเหา แต่จิ่งเหามิมีทีท่าว่าจะตอบโต้ ดังนั้นเขาทำได้เพียงลุกขึ้นและจากไปอย่างขัดเคือง ด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจนัก

เนื่องเพราะการฝึกซ้อมประลองกับพี่ใหญ่จิ่งเหามีผลที่เด่นชัด มันน่าทึ่งมากกว่าการฝึกหนักด้วยตัวเขาเอง มิว่าจะเป็นวิชาการต่อสู้อันหลากหลายหรือการพัฒนาของสัญชาตญาณ ผลที่ได้มันอัศจรรย์ใจนัก แต่สิ่งที่ทำให้ถังเทียนรู้สึกเสียใจคือปราณมังกรสวรรค์ เขาเพียงเข้าใจปราณมังกรสวรรค์ซึ่งมันยังคงห่างไกลจากความสำเร็จนัก และมันก็เป็นจุดสูงสุดของความตื่นเต้น แต่พี่ใหญ่จิ่งเหาพลันล้มเลิกการประลอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้ยินเสียงกรนของพี่ใหญ่จิ่งเหา เขาสามารถเพียงอดกลั้นที่จะปลุกเขาขึ้นมา

เขาเพียงอยากรู้ เป็นไปได้เยี่ยงไรที่ความอดทนของพี่ใหญ่จิ่งเหาถึงต่ำต้อยนัก?

เบื้องหลังถังเทียน ทหารสนใจไปยังการนอนหลับนิ่งของจิ่งเหา

ถังเทียนมิคิดเลยว่าหลังจากใช้เวลาแห่งความเพียรเป็นเวลานาน เขาก็คุ้นเคยกับการฝึกระดับสูงแล้ว แต่ละวัฏจักรแห่งความเพียรยาวนานถึงสิบวัน ภายในเหล่าสิบวันนี้ ได้รักษาความเข้มข้นระดับสูงขณะที่เขาฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากเขา มิมีผู้ใดที่ทำเช่นนั้น

มันเป็นเพียงยี่สิบสี่ชั่วโมง...

ถังเทียนมิได้มีข้อยกเว้นอันใด ขณะที่เขาเพียงใช้ตัวเองเป็นการอ้างอิง เขามิได้รู้เลยว่าสิ่งใดหรือเยี่ยงไรที่ผู้อื่นได้ฝึกฝน

เมื่อมิมีผู้ใดประลองด้วย ถังเทียนกลับไปยังตำแหน่งของเขาและเริ่มฝึกฝนตัวเอง

เขาวางแผนไว้จะกลับไปในอีกสองสามวัน

ถ้าจิ่งเหาภายในนิทรารู้สิ่งที่ถังเทียนคิด เขาคงจะกระโดดตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ แต่สำหรับตอนนี้ เขากำลังมีความสุขกับฝันหวานที่เขามิเคยได้มีมันมาก่อน

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

เด็กสาวนางหนึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะ และง่วนอยู่กับตำราเล่มสีเหลืองดูเก่าแก่ ด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม

ผมสีดำมันวาวประบ่า ใบหน้าอันงดงามประณีตราวกับมิใช่ความจริง ดวงตาสีดำอันเงางามของนางดูนิ่งสงบ แต่ชวนมอง นางสวมใส่เครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มแบบดั้งเดิมของตระกูลซางกวน รองเท้าหนังสีดำ ริบบิ้นสีเหลือง ถุงมือขาวหิมะ ท่าทางดูเฉลียวฉลาดด้วยไหวพริบและความนิ่งสงบ

ตระกูลซางกวนมีประวัติอันยาวนาน การคงอยู่ของมันอยู่ย้อนรอยไปยังยุคสมัยบุกเบิกภูเขากลุ่มดาราอมตะ ในอดีต ตระกูลซางกวนเกี่ยวข้องกับภูเขากลุ่มดาราอมตะ และบรรพบุรุษของนางก็ทุ่มเทพยายามกับพวกมันอย่างมากมาย

แต่มันก็เป็นตระกูลที่มั่งคั่งเช่นเดียวกับที่มีประวัติอันยาวนานภายในภูเขากลุ่มดาราอมตะ แต่มันก็เกือบที่จะถูกกวาดล้างออกไปทั้งหมดเมื่อปีก่อนๆ แม้กระทั่งซางกวนเชียนฮุ่ยก็ถูกบังคับส่งไปยังดาราอู่อันอันห่างไกลเพื่อให้นางปลอดภัย เมื่อฟื้นฟูความสงบในช่วงเวลานั้นแล้ว อันตรายที่ตระกูลซางกวนต้องเผชิญหน้าก็เงียบหายไปเช่นเดียวกัน แต่ความเสียหายของตระกูลซางกวนก็เผชิญหน้ากับตกต่ำแล้วในสายตาของผู้คนอื่น

มิมีใครคาดคิดว่าเมื่อห้าปีที่แล้ว การมาถึงของเด็กสาวก็ได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง

นางคือซางกวนเชียนฮุ่ย พรสวรรค์ของสตรีผู้นี้เปล่งประกายจนสะดุดตาผู้คน ผู้ที่มีอำนาจแท้จริงภายในตระกูลซางกวนในตอนนี้!

นางแอบกลับไปยังตระกูลซางกวน และในช่วงเวลาสั้นของห้าปี ตระกูลซางกวนเติบโตและรุ่งเรืองได้อย่างน่าทึ่ง มิมีผู้ใดพบเห็นนางเป็นเด็กสาวอีกต่อไป นางได้รับความเคารพจากทุกผู้คน ความเสียหายของตระกูลซางกวนก็เติบโตขึ้นอย่างอัศจรรย์ภายในน้ำมือของนาง ขณะที่นางกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลชั้นสูงของผู้บุกเบิกภายในภูเขากลุ่มดาราอมตะ ที่ความรุ่งเรืองได้หายไปหลายปี

เกี่ยวกับศัตรู นางมีความสงบและเด็ดขาดเมื่อยามที่จัดการกับเรื่องนี้ นางมิยอมให้ผู้ใดเหยียบย่ำนางได้ แต่ต่อหน้ากับผู้ยากไร้ นางมีชื่อเสียงอย่างมากในความเมตตาของนาง

นางเป็นสตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั่วทั้งภูเขากลุ่มดาราอมตะ

“ลุงเฉียน มิมีอันใดเกิดขึ้นที่บ้านเมื่อเร็วนี้ๆใช่หรือไม่?” เชียนฮุ่ยพลันเงยหน้าและกล่าวถาม

“ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วขอรับ” ซางกวนเฉียนรีบเร่งตอบ เขาเป็นพ่อบ้านที่เชียนฮุ่ยไว้ใจมากที่สุดราวกับเป็นลุงของนาง เขาเฝ้ามองเชียนฮุ่ยเติบโตขึ้นมา และยามเมื่อเชียนฮุ่ยหลีกหนีวิกฤติไปเมืองเมฆาดาราในอดีต เขาก็ติดตามนางไปอย่างจงรักภักดีอยู่เสมอ

“ท่านได้ข่าวคราวของพี่ใหญ่เทียนหรือไม่?” เชียนฮุ่ยถาม เมื่อพูดถึงถังเทียน ใบหน้าอันเย็นชาของนางดูคล้ายจะละลายกลายเป็นใบหน้าอ่อนโยนน่าชวนมอง

“ข้าได้ตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วขอรับ นายน้อยเทียนถูกนำมายังภูเขากลุ่มดาราอมตะโดยสมาคมนักสู้แห่งแสงจากเมืองเมฆาดารา” ซางกวนเฉียนติดสอยห้อยตามเชียนฮุ่ยเป็นเวลาห้าปีภายในเมืองเมฆาดารา ยามเมื่อพูดถึงถังเทียน เขาก็มีรอยยิ้มเช่นเดียวกัน “เขาถูกคัดเลือกโดยข่งโหยวหลินแห่งสมาคมนักสู้แห่งแสงดูเหมือนเขาจะให้ความสำคัญกับนายน้อยเทียน ยามเมื่อนายน้อยเทียนต้องการมายังภูเขากลุ่มดาราอมตะ ผู้อื่นก็ติดตามมาด้วยเช่นกัน ในฐานะที่น้องสาวของข่งโหยวหลินเป็นหัวหน้าสาขาภูเขากลุ่มดาราอมตะของสมาคมนักสู้แห่งแสง เขาได้ติดตามมาทั้งหมด นายน้อยเทียนจะต้องวางแผนมาเพื่อจะสร้างความตกใจให้คุณหนูเป็นแน่ขอรับ”

เชียนฮุ่ยยิ้มจากหางตาของนางและด้วยรอยยิ้มหวาน “เขาชื่นชอบการหยอกล้อเช่นนี้”

อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มของเชียนฮุ่ยค่อยๆหายไป นางยืนขึ้นและขบคิด “นี่หมายความว่า พี่ใหญ่เทียนจะมาในไม่ช้า ดูราวกับว่าเรื่องนี้จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดมาก่อน นอกจากนี้ ด้วยลักษณะของพี่ใหญ่เทียนแล้ว เขาจะต้องมิยอมแพ้เป็นแน่”

ซางกวนเฉียนตกใจ “คุณหนูขอรับ ท่านจะต้องมิทำเช่นนั้น! เรื่องแผ่นป้ายทองสัมฤทธิ์มันมีความเกี่ยวข้องหลากหลาย มันสามารถที่จะย้อนไปยังยุคสมัยสามกองทัพยิ่งใหญ่ นี่มันจะต้องมิใช่เรื่องเล็กแล้ว บิดาของนายน้อยเทียน ข้ากลัวว่า…”

“ข้ารู้” เชียนฮุ่ยพยักหน้าของนาง “แต่พี่ใหญ่เทียน เขาจะต้องสืบสวนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องแม้จะต้องแลกชีวิตของเขาก็ตาม ข้ารู้จักเขาดี”

“แต่คุณหนูขอรับ! เรื่องของนายน้อยเทียน พวกเราสามารถที่จะลองคิดหาวิธีอื่นดู!” ซางกวนเฉียนตื่นตระหนก “ถ้าคุณหนู…. ตระกูลซางกวน…”

เชียนฮุ่ยปราศจากความลังเล ผมอันดำเงาปลิวไสว เปิดเผยใบหน้าสวยงามที่น่าหลงใหล ดวงตาสีดำอันนิ่งสงบของนางเต็มไปด้วยมุ่งมั่น เสียงของนางดังกังวาน “เกี่ยวกับตระกูลซางกวน ข้าได้ทำหน้าที่ของข้าแล้ว ในตอนนี้ตระกูลมั่นคงแล้ว มันสามารถที่จะอยู่รอดได้แม้ไม่มีข้าก็ตาม”

“แต่...” ซางกวนเฉียนเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม

“แม้ว่ายามปกติ พี่ใหญ่เทียนจะมีท่าทางราวกับเขามิได้ใส่ใจ ข้ารู้ว่าแท้จริงแล้ว จิตใจของเขาขบคิดมันอย่างมาก ในอดีต ยามเมื่อคลุกคลีกับเขา ข้าได้สาบานภายในหัวใจของข้าว่าข้าจะสู้อยู่เคียงข้างเขาต่อโลก แม้ว่าข้าจะต้องกลายเป็นศัตรูกับทุกผู้คน” น้ำเสียงของเชียนฮุ่ยบางเบาเต็มไปด้วยความทรงจำ แต่แน่วแน่ “ข้ารู้หน้าที่ของข้า ข้ามิเคยคิดจะหลบหนี ห้าปีที่แล้ว ข้าจากพี่ใหญ่เทียนไป หลังจากที่ใช้เวลาห้าปีเพื่อฟื้นฟูความสูญเสียของตระกูลซางกวน ข้าก็ได้ทำหน้าที่ทั้งหมดของตระกูลแล้ว พลังและฐานะมิมีความหมายต่อข้า ถ้ามิใช่ว่าสายเลือดของตระกูลซางกวนไหลเวียนอยู่ในตัวข้า ข้าคงจะไม่จากพี่ใหญ่เทียนมา ในตอนนี้ ข้าได้เสร็จสิ้นหน้าที่แล้ว และทั้งหมดที่ข้ามองเห็นภายในสายตาของข้าในตอนนี้ มันมีเพียงพี่ใหญ่เทียน”

“แต่ท่านมิจำเป็นต้องทำเช่นนั้น…” ซางกวนเฉียนกล่าวอย่างตะกุกตะกัก

เชียนฮุ่ยยิ้มบางเบา ดวงตาอันนิ่งสงบของนางเต็มไปด้วยความเห็นใจ “ท่านมิเข้าใจเลย สำหรับเด็กสาวอายุเจ็ดปีที่จะต้องจากบ้านของนางเพื่อความปลอดภัย สิ้นหวัง หมองมนและหนาวเย็นในตอนนั้น ข้ากลัวมากจนข้ามิกล้าจะนอนหลับในตอนกลางคืน การรังแกกันภายในสถาบันทำให้ข้ารู้สึกโลกใบนี้มันเป็นสถานที่น่ากลัวเกินกว่าที่จะอยู่ได้ ท่านคงจะไม่เข้าใจ ยามเมื่อเขาพลันปรากฏตัวและจัดการพวกอันธพาลพวกนั้น เขาเปล่งประกายและอบอุ่นราวกับดวงตะวัน อยู่ข้างเขา ข้าสามารถรู้สึกถึงความปลอดภัยและผ่อนคลายอย่างมาก หลายปีที่แล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตข้า!”

ซางกวนเฉียนถอนหายใจ เขาก็เช่นเดียวกันเมื่อนึกถึงไปยังปีเหล่านั้นกับการอยู่ด้วยความหวาดกลัว และเมื่อคิดว่าคุณหนูจะหวาดกลัวเพียงใดในอดีต เขาพลันรู้สึกได้ มันอาจจะดีสำหรับนางที่จะทำตามความหวังในตอนนี้

“เขาโง่งมเป็นอย่างยิ่ง ท่านก็รู้อยู่แล้วขอรับ ยามเมื่อกระทำสิ่งที่โง่เขลากับเขา มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของชีวิตท่าน”

เมื่อระลึกถึงสิ่งโง่เขลาที่นางได้กระทำร่วมกับถังเทียน เชียนฮุ่ยพลันระเบิดด้วยเสียงหัวร่อ และทั่วทั้งห้องแปรเปลี่ยนเป็นสดใสโดยพลัน

“ข้ามิเคยสงสัยเลยว่าพี่ใหญ่เทียนจะกลายเป็นคนที่น่าเกรงขาม เขาแน่นอนว่าจะต้องน่าเกรงขาม เนื่องเพราะเขามีหัวใจที่กล้าหาญอย่างแท้จริง” ดวงตาของเชียนฮุ่ยคืนสู่ความนิ่งสงบ “เขาเพียงต้องใช้เวลา และก่อนอื่น ให้ข้าตรวจสอบที่เป็นประโยชน์ต่อเขา”

นางพลันหัวร่ออย่างซุกซน “ข้าตั้งใจจะตรวจสอบเบาะแสทั้งหมดเหล่านี้อย่างถูกต้อง ก่อนที่พี่ใหญ่เทียนจะมาถึง ถ้าหากไม่ยามเมื่อข้าพบเขา ข้ามิสามารถโกหกเขาได้ แต่ถ้าข้าบอกกล่าวเขาถึงความจริง เขาต้องการที่จะไปอย่างแน่นอน เขายังคงมีพลังไม่มากพอ! ดังนั้นในตอนนี้ มันช่วงเวลาที่เชียนฮุ่ยจะต้องออกโรงเอง ฮี่ฮี่ ศัตรูทั้งหมดของพี่ใหญ่เทียนจะต้องถูกจัดการโดยเชียนฮุ่ย!”

ซางกวนเฉียนรู้ว่าโชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้ว คุณหนูมีมุมมองของนางเอง ยามเมื่อนางตัดสินใจในบางอย่างแล้ว มิมีผู้ใดหยุดยั้งนางได้

“ถ้างั้นก็นำอาเวยและต้าจู้ไปด้วยเถอะขอรับ คุณหนู”

อาเวยและต้าจู้ทั้งสองต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ระดับต่ำกว่าเชียนฮุ่ยภายในตระกูลซางกวน

“พวกเขาช่วยอันใดมิได้หรอก” เชียนฮุ่ยส่ายหัวของนาง “ข้าจะไปด้วยตัวเอง ลุงเฉียน อย่าได้กังวล ข้าจะไม่เป็นอันใดหรอก”

“ถ้างั้นนายน้อยเทียนมาหาคุณหนู ข้าควรจะบอกเขาเช่นไรขอรับ?” ลุงเฉียนกล่าวถาม

“ในครานี้ อย่างมากสุดสามเดือน” เชียนฮุ่ยขบคิด “ให้พี่ใหญ่เทียนรอข้าที่นี้ ถ้าหลังสามเดือน ข้ายังไม่กลับมา ก็พาเขาไปยังห้องของข้า”

“ห้องของคุณหนู?” ซางกวนเฉียนตกตะลึง

“ใช่แล้ว” เชียนฮุ่ยพยักหน้า

“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” ซางกวนเฉียนกล่าวต่อ “ข้าจะไปเตรียมสัมภาระของคุณหนู”

“ไปเถอะ”

ภายในห้อง เชียนฮุ่ยอยู่เพียงลำพัง ดวงตาของนางคลอด้วยน้ำตาและสั่นคลอน

นางยังมีคำที่ไม่ได้กล่าวไป สาเหตุที่นางรีบเร่งเช่นนี้ เนื่องเพราะร่องรอยของกลุ่มดารากางเขนใต้ได้เปิดเผยออกมา...

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

0 0 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด