ตอนที่แล้วWorld Destroying Demonic Emperor 6
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปWorld Destroying Demonic Emperor 8

ตอนที่ 7 : หัวใจที่เต้นรัวของหลานหลิง

“ขณะที่เรากำลังพาศพเข้าตัวเมืองหลวงทางตะวันออกเฉียงใต้ ข้าได้พบกับคนประหลาดผู้หนึ่ง เขามีหน้าตาคล้ายกับนายน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า รูปร่าง หรือน้ำเสียง ทุกอย่างช่างคล้ายคลึงกับนายน้อยเสีย ข้าเลยตัดสินใจให้เขามาสืบทอดตำแหน่งนี้ “ เย่จิงยื่อกล่าวต่ออีกว่า “ตอนแรกเขาปฏิเสธที่จะรับเป็นนายน้อย แต่ข้าได้บังคับให้เขาทำ เพราะข้าได้ช่วยชีวิตเขาจากอาการบาดเจ็บสาหัส ข้าบอกให้เขารับตำแหน่งนี้และแกล้งทำเป็นนายน้อยซั่วหลุน 3 ปี”

เย่จิงยื่อเป็นคนที่กล้ามาก ๆ ขนาดเรื่องที่สำคัญต่อตระกูล นางยังตัดสินใจไปก่อน และเก็บเป็นความลับอย่างดี

“เหตุใด? มันเป็นเช่นนั้นได้ด้วยหรือ?” เสียงของซั่วหนิงปิงสั่น “ไม่ว่าพวกเขาจะมีหน้าตาเหมือนกันเช่นไร ทว่ายังมีบางจุดที่ไม่เหมือนกันอยู่”

เย่จิงยื่อพูดต่อไปว่า “ขอให้วางใจได้ ข้าได้เตรียมการให้นักเล่นแร่แปรธาตุเก้าดาราเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขา ตอนนี้ทั้งร่างของเขาเหมือนกับนายน้อยไม่ผิดเพี้ยน ร่างกายของนายน้อยเองข้าได้ทำการเผาและเก็บขี้เถ้ากับกระดูกเรียบร้อย”

“จะ…เจ้า…!!” ซั่วหนิงปิงหมดคำพูดใด ๆ นางมิอาจพูดโต้แย้งกับจิงยื่อได้ เมื่อได้ยินคำจากปากของจิงยื่อว่าร่างกายถูกเผาไปแล้วนั้น นางเสียใจมากเพราะนางมิอาจเห็นน้องชายของนางเป็นครั้งสุดท้าย นี่เป็นเรื่องที่เจ็บปวดมากนักสำหรับตัวนาง เย่จิงยื่อย่อมรู้ดี การที่นางทำโดยไม่ปรึกษาก่อนแบบนี้ นางสมควรถูกลงโทษอย่างหนัก

เย่จิงยื่อก้มหัวกราบลงกับพื้น “ข้าได้ทำบางอย่างโดยที่มิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้าขออภัย ข้าเพียงแค่ต้องการให้ตระกูลยังคงอยู่ต่อไป ข้าขอรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง”

หลังจากที่นางพูดเสร็จ นางก้มหมอบกราบไปที่พื้นดิน

“เจ้า…เจ้ามิควรทำเช่นนั้นเลย”

ซั่วหนิงปิงวิ่งไปช่วยพยุงให้จิงยื่อลุก ทว่าจิงยื่อดื้อด้านไม่ยอมลุกขึ้นมาโดยกล่าวกับนายหญิงน้อยของนางว่า “นายหญิงน้อย ข้าจะไม่ลุกขึ้น ตราบใดที่ท่านไม่ตัดสินใจลงโทษข้า”

ซั่วหนิงปิงมองไปที่เย่จิงยื่อ ช่วงขณะนั้น นางพลันคิดได้ว่า ปกติเย่จิงยื่อมักมากับฝาแฝดของนางด้วยกันตลอด นางจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าน้องสาวของนางไปไหน? “เย่จิงเฟิงเล่า?”

เย่จิงยื่อเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เพราะการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์นั้น ต้องใช้เหรียญทองพันเหรียญ ทว่าข้านั้นมิได้เอาเหรียญไปเพียงพอ จอมเวทย์ผู้นั้นจึงต้องการให้เย่จิงเฟิงอยู่กับเขาเป็นเวลาสามปี เพื่อใช้ในการตกลงแทน”

“เหตุใดเจ้าจึงตัดสินใจทำเช่นนี้ หืม?” ซั่วหนิงปิงได้ฟังพลันรู้สึกลำบากใจมาก “ตั้งแต่ที่เรายังเด็ก เราเห็นเย่จิงเฟิงไม่เคยห่างจากตัวเจ้ามาก่อน ทว่าตอนนี้กลับมีเจ้าจอมเวทย์ที่ขอให้เย่จิงเฟิงอยู่กับมันเป็นเวลาสามปี เป็นข้า ข้าทนมิได้แน่ ข้าคงต้องรีบนำเงินไปให้เจ้าจอมเวทย์นั่นเพื่อนำนางกลับคืนมา”

“ข้ามิอาจทำเช่นได้ หากนายหญิงน้อยได้พบกับจอมเวทย์คนนั้น นายหญิงน้อยจะเข้าใจถึงจุดประสงค์ของมัน คำสัญญาที่มันเกริ่นไว้ย่อมเป็นจริงเสมอ มันไม่มีวันยอมให้มีการผ่อนปรนเด็ดขาด ทว่ามันรักษาสัญญากับข้าไว้แล้ว ว่ามันจะมิทำให้เย่จิงเฟิงอึดอัดใจหรือทำอะไรนาง นอกจากนี้ เย่จิงเฟิงเองก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือตระกูลของเราด้วยตัวของนางเอง” เย่จิงยื่อพูด

ซั่วหนิงปิงได้ฟังดังนั้นพลันเกิดโทสะขึ้นมาเล็กน้อยและพูดกับจิงยื่อ “เหตุใดเจ้าจึงมิยอมกลับมาแล้วปรึกษาข้าก่อนกันเล่า?เหตุใดจึงได้ด่วนตัดสินใจเช่นนั้น”

เย่จิงยื่อจึงตอบกลับนางด้วยคำพูด “มันอาจจะสายเกินไป เมืองหลวงนั้นเป็นที่ที่มีสายตาจับตามองอยู่หลากหลาย”

ที่สำคัญกว่านั้น อาจเป็นไปได้ว่านายหญิงน้อยของนางอาจปฏิเสธความคิดนี้ เย่จิงยื่อจึงได้ด่วนตัดสินใจ

เย่จิงยื่อจึงพูดต่ออีกว่า “ทว่าหากนายหญิงต้องการให้นายน้อยซั่วหลุนยังอยู่ นายหญิงน้อยต้องตัดสินใจแล้วว่าจะทำเช่นไร”

ทันทีที่ได้ฟังประโยคนี้ ซั่วหนิงปิงแอบตกใจเล็กน้อย “เจ้านำเขามาด้วยงั้นหรือ?”

“ใช่ ข้าพาเขามา ตอนนี้เขาอยู่นอกเรือนเจ้าค่ะ”

“ถ้าเช่นนั้น จงพาเขาเข้ามา ข้าอยากพบเขา” ซั่วหนิงปิงพูด

“เจ้าค่ะ” เย่จิงยื่อ ขานรับแล้วค่อย ๆ เดินออกไป หลังจากที่ออกไป นางก็ค่อย ๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที

…………………………………

หลานหลิงเดินตามเย่จิงยื่อต้อย ๆ นางกำลังพาเขาเข้าบ้านใหญ่ เมื่อถึงตัวบ้าน หัวใจของหลานหลิงเต้นเร็วยิ่งขึ้น

ด้วยขนาดตัวบ้านนั้นค่อนข้างใหญ่ มันดูเก่าไปบ้าง ด้วยความที่ไม่ค่อยมีแม่บ้านหรือพ่อบ้านอยู่สักเท่าไหร่นัก เขาเลยรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มันใหญ่เกินที่จะอยู่เพียงไม่กี่คนจริง ๆ

พวกเขาเดินผ่านสวนที่สงบในบ้าน เดินผ่านประตูแล้วประตูเล่า เดินผ่านศาลาที่ตกแต่งสดใสราวกับหิมะขาว แถมยังมีเครื่องประดับอย่างดอกไม้ล้อมรอบตัวเรือนอีกด้วย

เย่จิงยื่อและหลานหลิงเดินตรงเข้าไปที่ศาลาแล้วบอกกับนางว่า “นายหญิงน้อย ข้าพานายน้อยมาแล้วเจ้าค่ะ”

“ให้เขาเข้ามาได้” เสียงข้างในบอกออกมา ทว่าเสียงของนางยังแหบแห้ง เห็นได้ชัดว่าเสียงที่เจ้าของพูดมาต้องสง่างามเป็นแน่แท้

ร่างของหลานหลิงสั่นแปลก ๆ เสียงของนางได้เข้ามากระทบกับหูของเขา มันชวนรู้สึกหนึกอึ้งอย่างไรไม่รู้ หลานหลิงคิด

“ดันประตูเข้าไปสิ” เย่จิงยื่อกล่าวกับหลานหลิง และเฝ้าหน้าประตูไม่ให้ใครเข้ามาใกล้

หลานหลิงตกใจมาก หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้นเรื่อย ๆ เขาตื่นเต้นกับการที่ต้องมาเป็นนายน้อยตระกูลซั่วแบบนี้

เขาหายใจลึก ๆ สักรอบ ก่อนที่จะผลักเข้าไปที่ประตู

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เขาเห็นเพียงหลังของนาง ซึ่งบ่งบอกได้ถูกรูปร่างที่สง่างามได้รูป เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใจของผู้คนสั่นไหวได้

ทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอม ทว่ามันมิได้มาจากดอกไม้ มันมาจากกลิ่นร่างกายของผู้หญิงผู้นั้น

หลานหลิงไม่เคยเห็นภาพที่งดงามเช่นนี้มาก่อน มันช่างชวนให้เขารู้สึกแปลก ๆ ที่อกข้างซ้าย แปลกจริง ๆ

หัวใจของเขากระตุกสั่นแรงขึ้น นี่ไม่ใช่สั่นเพราะความตื่นเต้นแต่อย่างใด เขามั่นใจ

ซั่วหนิงปิงหายใจลึก ๆ นางกลัวว่าการที่มองดูคนที่คล้ายกับน้องชายของนางที่เสียชีวิตไป อาจทำให้จิตใจของนางสั่นไหวและเศร้าได้ นางจึงเตรียมใจชั่วครู่ก่อนที่จะหันไปมอง

ชั่วขณะที่จ้องมอง สายตาสบกับสายตา หัวใจของหลานหลิงแทบหยุดเต้นทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ทั่วทั้งร่างราวกับถูกฟ้าผ่า เขานิ่งไม่แสดงอาการใด ๆ จนเกือบลืมหายใจไปแล้วด้วยซ้ำ

สตรีที่เขามองอยู่นั้นช่างงดงามมาก ราวกับนางฟ้าลงมาจุติ นางทำให้ใครก็ตามที่พบเห็นแทบหยุดหายใจ ทว่าด้วยเสื้อผ้าและการแต่งตัว ก็พอดูออกว่านางนั้นแต่งงานแล้ว ทว่านางยังดูบริสุทธ์ไร้ที่ติจริง ๆ งดงามยิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม การตอบสนองของหลานหลิงนั้น ไม่ใช่เพราะความงามของนางไปเสียทั้งหมด

ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างกายของหลานหลิงก็ขยับได้ ทั่วทั้งร่างของเขามิอาจหยุดสั่นได้จริง ๆ มือทั้งสองและปากของเขากำลังสั่น

หลานหลิงขยับเข้ามากอดนางทันที กอดอย่างแน่นแล้วพูดว่า “พี่สาว..พี่สาว ในที่สุดข้าก็เจอท่านเสียที นี่ข้ามิได้ฝันไปใช่หรือไม่?”

“สวรรค์เมตตา สวรรค์ทรงเมตตายิ่งนัก…ท่านหน้าเหมือนกันยิ่งนัก”

“ข้าจะไม่ปล่อยท่านไปอีกแล้ว ข้าจะอยู่ใกล้ ๆ ท่านตลอดเวลา” หลานหลิงกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความปีติยินดี นี่มันช่างน่ายินดีเหลือเกิน

เหตุที่ทำให้หลานหลิงหลั่งน้ำตานั้น เป็นเพราะซั่วหนิงปิงมีหน้าตาคล้ายกับพี่สาวของเขาในโลกเดิมที่เลี้ยงดูเขามาสิบกว่าปี เป็นคนที่เขารักและพร้อมจะปกป้องตลอดเวลา

หลังจากที่เขาข้ามโลกมา ราวกับทั้งชีวิตของเขาจบลง เขาสาบานกับท้องฟ้าและพระจันทร์ว่า เขาต้องกลับไปให้ได้ กลับไปหาพี่สาว ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เขาจะกลับไป แต่นี่มันช่างเหนือความคาดหมายยิ่งนัก เพราะพี่สาวเขามาปรากฏตัวต่อหน้าเขา

หรือนี่คือการแทรกแซงของสวรรค์? หรืออาจเป็นการประทานพรของสวรรค์กันแน่?

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลานหลิงรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก ในเวลานี้เขารู้สึกว่าเขาดีใจมาก ๆ ที่ได้พบกับอะไรแบบนี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here