ตอนที่แล้วChepter 005 หมั้นหมายบุตรสาว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChepter 007 พันลี้ที่ขมขื่น

Chepter 006 อาจารย์ ข้าลาก่อน

 

ปัจจุบัน ตงฟางเนี่ยเมี่ยดูเหมือนจะแก่ลงไป20 ปี ริ้วรอยอันเหี่ยวย่นปรากฏขึ้นให้เห็นความเปล่งปลั่งสดใสบนใบหน้าของเขาเหือดหายไป ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ชุดปักอัคคีที่เขาสวมใส่ก็ได้สูญเสียความมันวาวจนหมดสิ้น มันกลับเปลี่ยนไปเป็นชุดผ้าลินินหยาบๆ เหมือนดังเดิม

 

“น่าแปลก มันน่าแปลกมาก! เมื่อครั้งตอนที่ข้าชำระไขกระดูกในขั้นที่สองนี้ ข้าต้องใช้เวลาถึงสี่วันสี่คืนเต็มๆ แต่เจ้าหนูนี่กลับใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นและปริมาณการใช้พลังลมปรานของข้า ก็เพียงแค่หนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น มันน่าอัศจรรย์นัก! “

 

“เจ้าหนู!  นี่เจ้าทำให้ข้ากำลังต้องเผชิญหน้ากับทางเลือก ข้าควรจะชำระไขกระดูกและเส้นลมปรานต่อให้เจ้าหรือข้าควรจะหยุดดี? “

 

“ข้าควรจะดำเนินการชำระไขกระดูกและเส้นลมปรานต่อให้เจ้าหรือไม่? มัน เป็นไปได้มาก ว่าพลังลมปรานของข้าอาจไม่เพียงพอ แล้วถ้าหากว่าเกิดพลังลมปรานไม่เพียงพอระหว่างการชำระไขกระดูกและเส้นลมปรานให้เจ้านั้นมันก็อาจจะมีผลกระทบร้ายแรงได้ นอกจากนี้ร่างกายของเจ้าก็ดูเหมือนจะมาถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ถ้าข้าไม่ทำ มันก็เหมือนข้าทิ้งโอกาศที่จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้ไป  ซึ่งข้าก็ไม่เต็มใจยอมรับ!  ถ้าหากชำระไขกระดูกและเส้นลมปรานของเจ้าในขั้นที่สามสำเร็จแล้วละก็ มันก็เหมือนกับการก้าวขึ้นไปเป็นผู้นะแห่งนิกายหยินหยางมันก็จะเป็นไปได้ภายในไม่กี่ปี

 

“ข้าควรจะทำต่อ? หรือข้าควรจะหยุด? “

 

แน่นอนว่าหยางติงเทียนไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากเขาไม่สามารถแม้จะขยับนิ้วได้ ความเจ็บปวดทรมาณมันมากซ๊ะจนเขาไม่สามารถแสดงมันออกมาทางแววตาของเขาได้

 

“เมื่อสวรรค์ส่งเจ้ามาให้ข้า เมื่อสวรรค์ยอมให้โอกาสข้าได้สานต่อสิ่งที่ข้าคั่งค้าง ได้! ข้าจะลองพนันดูซักครั้ง ข้าจะเดิมพันด้วยทุกอย่างทั้งหมดที่ข้ามี! ถึงแม้ว่าข้าจะพ่ายแพ้และสูญเสียทุกอย่าง ข้าก็จะไม่เสียใจ …… “

 

ในที่สุด ด้วยน้ำเสียงและความหวังที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของตงฟางเนี่ยเมี่ย เขาก็เริ่มทำการชำระล้างไขกระดูกและเส้นลมปรานขั้นที่สามของหยางติงเทียน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของการชำระไขกระดูกและเส้นลมปรานขั้นที่สองความเจ็บปวดทรมารของหยางติงเทียนได้มาถึงขีดจำกัดแล้วและตงฟางเนี่ยเมี่ยก็ มีอายุเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบปี แต่เขาก็ยังคงตัดสินใจดำเนินการต่อไปอีกครั้งในระดับขั้นที่สาม

 

ครั้งที่สามหยางติงเทียนไม่สามารถรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของร่างกายเขาอย่างสมบูรณ์ นี่เป็นสัญญาณที่อันตรายมากเพราะเขาไม่สามารถรู้สึกถึงมือหรือเท้าของเขาได้ มันมากซะจนเขาไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสรู้สึกถึงใบหน้าของตัวเอง มันไม่มีแม้ความสามารถที่จะมองเห็นและการได้ยิน เขารู้สึกราวกับว่าเขามีเพียงจิตสำนึกที่ลอยอยู่ใจกลางนรกอันแสนโหดร้ายที่ไร้ซึ่งความปราณี

 

ตงฟางเนี่ยเมี่ย เริ่มแก่ขึ้นจนเห็นได้ชัด ชั้นผิวของเขาเหี่ยวย่นร่างกายของเขาผอมแห้งจนเป็นเหมือนซากศพที่มีเพียงหนังหุ้มกระดูก ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เส้นผมของเขาได้เปลี่ยนไปเป็นสีขาวแล้ว แต่มันก็ยังคงความเงางามอยู่ แต่ในเวลานี้มันดูราวกับว่าเส้นผมของเขาแห้งจนกลายเป็นเศยฟางเหมือนครั้งที่หยางติงเทียนเพิ่งได้พบกับเขาในครั้งแรก

 

หนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง ……

 

ท้องฟ้ามืดแล้วก็สว่างขึ้นอีกครั้ง!

 

20 ชั่วโมงต่อมาขั้นที่ 3 ของการชำระไขกระดูกและเส้นลมปรานยังคงดำเนินต่อไป เมื่อมองไปที่ตงฟางเนี่ยเมี่ย เขาก็กลายไปเป็นเหมือนศพที่เหลือแค่หนังหุ้มกระดูก เมื่อเทียบกันแล้วเขาก็ดูเหมือนโคมไฟที่น้ำมันเหือดแห้งไป เมื่อหยางติงเทียนได้พบเขาครั้งแรกเส้นผมของเขาเหมือนเศษหญ้าฟางแห้งๆ แต่ในตอนนั้นมันก็ยังคงยุ่งเหยิงและมีอยู่เต็มศรีษะ แต่ตอนนี้เส้นผมของเข้าหลุดร่วงลงบนพื้นและบนศีรษะก็เหลือมันอยู่เพียงแค่ไม่กี่เส้นเท่านั้น

 

ชุดเสื้อผ้าที่อยู่บนร่างของเขาก็ได้กลายเป็นเศษเส้นด้ายไปแล้ว

 

ส่วนทางของหยางติงเทียนร่างกายของเขาเริ่มแรกมันถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งสกปรกสีดำที่ถูกขับออกมา แต่หลังจากนั้นสิ่งที่ไหลซึมซับออกมาเป็นเลือด ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าทุกๆเม็ดเลือดที่ไหลออกมาจากผิวหนัง มันมีลักษณะคล้ายกับตาข่ายเลือดมันทำให้ร่างกายของหยางติงเทียนดูราวกับว่า เขานั้นถูกทำลายลง

 

เมื่อถึงจุดนี้ พลังลมปรานของตงฟางเนี่ยเมี่ยที่ถูกถ่ายส่งไปที่หยางติงเทียนเพื่อชำระไขกระดูกและเส้นลมปรานในระดับที่ 3 นั้นมันเสร็จสิ้นไปแล้ว 99% แต่อย่างไรก็ตามชีวิตของ หยางติงเทียนก็ใกล้ความตายเข้าไปทุกที มันเหมือนมีแรงกดดันมากกว่าหนึ่งหรือสองจุด ที่เข้ามากระทำต่อเขาโดยตรง

 

แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือว่าพลังงภายในทะเลลมปรานของตงฟางเนี่ยเมี่ย เหือดแห้งจนหมดแล้ว มันไม่มีแม้ร่องรอยของพลังลมปราน ภายในร่างกายของเขาอีก

 

“อย่าบอกนะว่าข้าจะล้มเหลว ในเมื่อจุดหมายนั้นอยู่เพียงแค่เอื้อม?”  ตงฟางเนี่ยเมี่ย สุดเศร้าแหงนหน้าถามฟ้า ตอนแรกเขายังคงมีการกักเก็บพลังไว้เพื่อปกป้องชีวิตของหยางติงเทียนเมื่อสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อพลังลมปรานของเขาไม่เพียงพอเขาก็คงต้องใช้เอือกสุดท้ายของลมปรานนี้ แต่ถึงกระนั้นหากเขาก็ไม่สามารถทำในขั้นตอนสุดท้ายของการชำระล้างไขกระดูกและเส้นลมปรานที่เหลือเพียงแค่ 1% และถ้าเขาต้องหยุดลงตรงนี้ หยางติงเทียนก็คงจะตายโดยไม่ต้องสงสัย

 

“ตอนแรกข้าอยากจเอ่ยอำลาสุดท้ายกับเจ้า แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่มีโอกาศแล้ว” ตงฟางเนี่ยเมี่ย เอ่ยอย่างช้าๆ

 

“จงจำไว้ว่า เจ้าต้องสืบทอดเสื้อคลุมของข้า เจ้าต้องเป็นผู้นำพาแห่งนิกายหยินหยาง”

 

“จดจำไว้ว่าเมื่อพลังลมปรานของเจ้าสูงพอ เจ้าจะสามารถมองเห็นความลับทั้งหมดของข้า ที่อยู่ในแหวนเปลวเพลิงบนนิ้วมือของเจ้าและเจ้าจะรู้ว่าทำไมข้าถึงถูกแช่แข็งอยู่ในถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้”

 

“เมื่อเจ้าแข็งแกร่งพอ เจ้าจงไปในที่ ที่ข้าไม่สามารถไปถึงและทำสิ่งที่ท้าทายแม้กระทั่งสวรรค์”

 

“จำไว้ว่าเจ้าต้องดูแลอาจารย์หญิงของเจ้า ดูแลคู่หมั้นของเจ้า บุตรสาวของข้าให้ดี … “

 

“จำไว้ว่าห้ามไม่ใครรู้ว่าเจ้ามีเส้นลมปรานชีพจรเก้าหยางเด็ดขาด ไม่ได้แม้แต่คนเดียว …… “

 

“ลาก่อนนนน ……”

 

ตงฟางเนี่ยเมี่ย  ปลดปล่อยเสียงคำราม!

 

“ย๊ากกกกกกกกกกกก …… ” เปลวไฟลุกลุกโชนออกมาจากภายในร่างกาย มันทำให้ร่างกายของเขาลุกเป็นไฟ

 

“ตึ๊งงงงงง …… “ภายใต้ถ้ำน้ำแข็งที่ลึก เกิดการระเบิดออกของพลังเปลวเพลิงสีฟ้า แสงของการระเบิดออกมามันราวกับว่ามีขีปนาวุธขนาดมหึมาระเบิดขึ้นภายในถ้ำ

 

เปลวเพลิงสีฟ้ากวาดสาดส่องไปทั่วถ้ำ มันทำให้เกิดเป็นช่องว่างน้ำแข็งและมันเริ่มโปร่งแสงละลายแตกกระจาย บันไดขั้นบันไดมากกว่าพันขั้นที่หยางติงเทียนทำขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาได้พังทลายลงในทันที

 

“บู๊มมมมมมม ……”

 

ตงฟางเนี่ยเมี่ย แตกสลายหายไปอย่างสมบูรณ์

 

ด้วยความรุนแรงของการระเบิดที่น่ากลัวนี้ มันบังคับส่งให้ตัวของหยางติงเทียนลอยพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้า มันโยนหยางติงเทียนขึ้นบนฟ้าสูงขึ้นไปหลายกิโลเมตร เขาไม่เพียงแต่ลอยออกจากมาปากถ้ำได้ แต่เขายังถูกโยนสูงขึ้นไปในอากาศอีก ไม่กี่นาทีจากนั้นเขาก็ต้องพบกับความโหดร้ายอีกครั้งเมื่อเขาต้องตกลงมาสู่พื้น

 

ในเวลาเดียวกันนั้น ถ้ำน้ำแข็งที่ลึกลับเริ่มถล่มและเริ่มยุบตัวลงทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำขึ้น

 

“เร็วเข้า! ไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ศัตรูของข้ามันคงจะรู้แล้ว แล้วมันก็คงมาหาข้าโดยเร็ว ๆ”

 

“เด็กดี.. ลาก่อน สานต่อความหวังความฝันและเจตนารมของข้าให้มันเป็นจริงด้วย…..

 

” มันคือคำพูดสุดท้ายของตงฟางเนี่ยเมี่ยที่ได้พาดผ่านหูของหยางติงเทียน! เขาได้เผาผลาญแก่นแห่งทะเลลมปรานของตัวเองทั้งหมดเพื่อที่จะช่วยให้หยางติงเทียนนั้นสามารถชำระล้างไขกระดูกและเส้นลมปรานที่เหลืออีกเพียง 1% จากนั้นเขาก็ระเบิดทำลายถ้ำน้ำแข็งทิ้งพร้อมกับผลักดันหยางติงเทียนออกจากถ้ำ

 

“หม้ายยยยยยย……. นะ อาจารย์…… ” ไม่กี่นาทีหลังจากที่เขาตงลงบนพื้นดินหยางติงเทียน ฟื้นคืนสติสามารถพูดได้อีกครั้ง แต่เขาก็ยังคงไม่สามารถที่จะลุกขึ้นเคลื่อนที่ได้ เขาทำได้เพียงแค่คลานไปยังถ้ำที่พังทลายลง

ในขณะนี้ถ้ำได้พังทลายลงแล้วแล้วมันถูกฝังกลบอย่างสมบูรณ์โดยหิมะ สภาพแวดล้อมที่มองเห็นคือทะเลหิมะอันไม่มีที่สิ้นสุด

 

ตงฟางเนี่ยเมี่ย ไม่เคยมีความคิดที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ตลอดชีวิตและเขาก็ไม่เคยสนใจเกี่ยวกับบันไดน้ำแข็งที่หยางติงเทียนสร้างขึ้นแม้แต่น้อย เขาได้คิดคำนวณวางแผนทุกอย่างในเวลาก่อนหน้านี้แล้ว เขาตั้งจะที่ใช้พลังทั้งหมดของเขาเพื่อช่วยให้หยางติงเทียนประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นถึงแม้ว่าเขาจะต้องเผาผลาญแก่นทะเลลมปราน ของตัวเองก็ตามทีและเพื่อผลักดันศิษย์ของเขาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการลบร่องรอยต่างๆของหยางติงเทียนที่อยู่ในที่แห่งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงศัตรูที่ทรงพลังของเขาที่จะพบหยางติงเทียน

 

“หม้ายยยยย …… ” หยางติงเทียนร้องตะโกนออกด้วยเสียงดังอันสั่นเครือ ในความทรงจำของเขานั้น เขาจดจำฉากที่ตงฟางเนี่ยเมี่ยถูกกลืนหายไปกับการระเบิดอันรุนแรง เขาจดจำได้ถึงเสียงที่ภาคภูมิและอ่อนโยนของตงฟางเนี่ยเมี่ย มันยังก้องติดตรึงอยู่ในหูของเขาซ้ำไปซ้ำมา

 

เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีที่ หนึ่งปีที่พวกเขาต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ชายชราคนนี้เป็นคนที่เขาสนิทสนมมากที่สุดในโลกแห่งนี้และเป็นเหมือนญาติเพียงคนเดียวของเขา ในหัวใจของหยางติงเทียน เขาไม่ได้เป็นแค่อาจารย์ที่เข้มงวด แต่เขาเป็นเหมือนกับพ่อที่ดีคนนึ่ง ความตั้งใจเดิมของหยางติงเทียนนั้นคือการสร้างบันไดน้ำแข็งที่มีจำนวนกว่า 10,000ขั้น เพื่อออกไปจากถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ ด้วยมีชายชราคนหนึ่งที่ผูกติดไปบนหลังของเขาได้ในซักวัน

 

แต่ตอนนี้……

 

ญาติสนิทเพียงคนเดียวคนนี้เสียสละทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งชีวิตของเขาเพื่อช่วยหยางติงเทียน เขาได้มอบความหวังความไว้วางใจไว้ทั้งหมดชีวิตของเขา ทั้งคู่ความเป็นคู่ครองกับบุตรสาวที่เขารักมากที่สุดของให้กับตัวเขาด้วย

 

มันคือความเมตตาอันยิ่งใหญ่เหลือคนานับ!

 

เพียงแค่นึก ความโศกเศร้าที่ท่วมท้นก็เข้ารุมล้อมเขาทันที แต่มันก็จบผ่านไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาจารย์ของเขาได้กล่าวว่าศัตรูของเขาจะมาที่นี่อย่างรวดเร็ว เพื่อให้บรรลุในคำสัญญาภายใน 10 ปี แม้ว่าหยางติงเทียนต้องการจะรู้ว่าใครคือศัตรู ของอาจารย์ของเขา เมื่อชั่งใจแล้วว่า เขารู้ว่าเขาควรจะออกไปจากที่นี่และหลบซ่อนจากศัตรูทั้งหลายก่อนที่พวกมันจะมาถึง

 

หยางติงเทียนปาดน้ำตา เขาคุกเข่าลงไปในทิศทางของถ้ำน้ำแข็ง แล้วโขกหัวสามครั้ง

“อาจารย์ท่านหลับสบายเถิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านสั่งและตั้งใจไว้ ข้าจะทำมันให้สำเร็จ! “

 

“ข้าจะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ข้าจะทำหน้าที่ประมุขของนิกายหยินหยาง ข้าจะทำในสิ่งที่ท่านยั่งคั่งค้างถึงแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าควรทำมันอย่างไร ข้าจะสังหารศัตรูของท่าน ถึงแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม “

 

“ข้าจะทำให้ตัวเองน่ากลัวพอที่จะท้าทายทั่วหล้า เพื่อให้รู้ว่าสิ่งทีเรียกว่าเทพเจ้านั้นเป็นเช่นไร แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านี้ก็ตาม”

 

“ข้าจะดูแลอาจารย์หญิง ข้าจะปกป้องภรรยาในอนาคต บุตรสาวของของท่าน!”

 

“ข้าจะใช้ชีวิตของข้าสานต่อความปรารถนาและเจตนารมของท่าน!”

 

“อาจารย์, ข้าลาก่อน, ท่านพักผ่อนให้สบายเถอะ!”

 

******

 

มองไปทั่วระยะทางกว่าพันลี้ของทุ่งหิมะและก้อนน้ำแข็ง ภูมิทัศน์ที่มีสีขาวเรียบเนียนราวกับว่าโลกนี้มีเพียงสีเดียว มันทำให้เขาไม่สามารถบอกทิศทางใดได้

 

หยางติงเทียนเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าเพื่อตรวจสอบว่าเขากำลังเดินไปทางทิศตะวันออกมั้ย จริงๆแล้วเขาไม่รู้เลยว่า นิกายหยินหยางนั้นอยู่ที่ไหนเพราะการอำลาครั้งสุดท้ายได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเกินไปดังนั้นมันจึงไม่มีเวลาพอที่จะพูดถึงเรื่องนี้ หยางติงเทียนได้ตัดสินใจที่จะค้นหาผู้คนก่อนจากนั้นจึงค่อยถามหาถึงที่อยู่ของนิกายหยินหยาง

 

เหตุผลที่หยางติงเทียนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกนั้นเป็นเพราะทิศทางนี้น่าจะอยู่ใกล้หมู่บ้านของผู้คนมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นระยะทางที่ยาวไกลมากกว่า 5,000 ลี้

 

ปัจจุบัน หยางติงเทียนอยู่ในถานที่ ที่ถูกเรียกว่า ทุ่งธารน้ำแข็งหมื่นลี้ และนี่ก็ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะมองไปยังทิศทางใด มันก็จะมีระยะทางมากกว่าหนึ่งพันลี้ โลกแห่งนี้มันยิ่งใหญ่กว่าโลกเก่าของเขามากและไม่มีใครรู้ว่าโลกใบนี้มันสิ้นสุดลงที่ใด

 

แล้วตงฟางเนี่ยเมี่ยมา ถูกขังอยู่ในถ้ำน้ำแข็งที่ห่างไกลนับพันลี้ ซึ่งติดอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของสายธารน้ำแข็งหมื่นลี้แห่งนี้ได้อย่างไร ระยะห่างจากแหล่งที่อยู่ของผู้คนในทางทิศตะวันออกนั้นประมาณ 5,700 ลี้ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 7,000 ลี้

 

ในตอนนี้หยางติงเทียนมีเพียงยาอัคคีคำราเพียงที่บรรจุอยู่ภายในขวดเท่านั้น เขาแหนบมันไว้ที่ข้างหูด้านขวาของเขา ตัวของเขานั้นเปลือยเปล่าล่อนจ้อนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่แหนบมันไว้ที่ข้างหูเท่านั้น ยาอัคคีคำรามนี้สามารถรักษาชีวิตของเขาไว้ได้เพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้นดังนั้นเขาจึงต้องเดินทางให้ได้ 5,700 ลี้ภายในช่วงเวลาแค่ครึ่งเดือน

 

“อาจารย์ ข้าลาก่อน …… “

2 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here