ตอนที่แล้วตอนที่ 42 รับผิดชอบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 44 ป่าอสูรคลั่ง

ตอนที่ 43 เบิกฟ้า


วิชามันอยู่ในศิลาทักษะ ขออภัยด้วยครับที่มาเปลี่ยนตอนนี้

เวลาได้เลยผ่านพ้นไปแล้ว หนึ่งวัน ทั้งสามได้นั่งอยู่บนหัวเฉินตี้มาตลอดเวลา จนตอนนี้ก็เดินมาถึงสำนักดาราพิชิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉางหยางก็ทำแบบเดิมโดยเก็บเฉินตี้เข้าไปก่อน แล้วเดินมาเรื่อยๆจนถึง ก็เพื่อป้องกันความลับของเขา เพราะอาจเป็นไปได้ว่า ข่าวสัตว์อสูรอาละวาดที่ป่านิรันดร์จะมาถึงสำนักดาราพิชิตในไม่ช้า

เมื่อเข้ามาในสำนักแล้ว พวกเขาทั้งสามคนก็เดินตรงไปที่หอภารกิจ เพื่อส่งภารกิจรับแต้มสะสมกัน แต่ฉางหยางนั้นเขาไม่สามารถส่งภารกิจได้ เพราะเขาขายหญ้าแห่งชีวิตไปแล้ว

ณ หอภารกิจ

ภายในหอภารกิจตอนนี้ก็มีศิษย์จำนวนไม่มากนักที่เข้ามาเลือกหาภารกิจที่จะไปทำ เพราะศิษย์หลายคนได้ออกเดินทางไปทำภารกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้ฉางหยางที่ยืนอยู่หน้าหอภารกิจ เขานั้นไม่สามารถส่งภารกิจแล้วจึงได้หันไปมองหญิงสาวทั้งสอง แล้วกล่าวออกไป “พวกเจ้าไปส่งภารกิจก่อนเลย เดียวข้ากลับที่พักก่อน แล้วค่อยมาส่งภารกิจทีหลัง”

“อ้าว ทำไมเจ้าไม่มาส่งพร้อมกับพวกเรา ในเมื่อก็เดินมาถึงหอภารกิจแล้ว แค่เดินเข้าไปและยื่นหญ้าแห่งชีวิตให้ผู้อาวุโสรั่วซีเท่านั้นก็เสร็จแล้ว” หลางหลู่เออร์ถามออกไปด้วยความส่งสัย

“ข้าเหนื่อยมากแล้วตอนนี้ แทบจะยื่นไม่ไหวแล้ว ข้าต้องการกลับพักก่อน ค่อยกลับมาทำทีหลังก็ได้” ฉางหยางอ้างเหตุผลออกไป

“ตามใจเจ้าแล้วกัน” หลางหลูเออร์กล่าวออกอย่างไม่เข้าใจ

หลังจากนั้นหญิงสาวทั้งสองก็เดินไปที่โต๊ะที่มีหญิงวัยกลางคนใส่ชุดจอมยุทธสีเขียวนั่งอยู่ หญิงทั้งสองเดินเข้ามา แล้วยื่นหญ้าแห่งชีวิตให้

“ผู้อาวุโส พวกข้ามาส่งภารกิจเก็บหญ้าแห่งชีวิต”

รั่วซีเห็น หลางหลู่เออร์และหลิ่งซูมาส่งภารกิจกันแค่สองคน ทั้งตอนที่ไปทำภารกิจก็ไปทำด้วยกันสามคน แล้วอีกคนหายไปไหน หรือจะตายไปแล้ว นางมองไปที่หลางหลู่เออร์และหลิ่งซูทั้งสอง แล้วถามออกไป

“แล้วอีกคนที่ไปกับพวกเจ้าทั้งละ ข้าไม่เห็นเขามากับพวกเจ้าเลย”

“เขาเหนื่อยมากผู้อาวุโส และบอกว่าจะไปพักก่อน เดียวเขาจะมาส่งภารกิจที่หลัง” หลิ่งซูรีบตอบออกไป

รั่วซีสังเกตหลางหลู่เออร์ และหลิ่งซู ก็แปลกใจทั้งที่ทั้งสองงดงามขนาดนี้ แถมในป่าก็มีการต่อสู้แย่งชิงหญ้านิรันดร์กันอีก เป็นไปได้ยากมากที่จะไม่มีการต่อสู่เกิดขึ้น นี้จึงทำให้นางถามออกไป

“ดูจากสภาพพวกเจ้าทั้งสอง คงไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นสินะ ดีแล้วที่พวกเจ้ากลับมาปลอดภัย”

“ขอบคุณ ผู้อาวุโสที่เป็นห่วงพวกข้า” หลางหลู่เออร์รีบตอบออกไป เพราะนางได้สัญญาไว้กับฉางหยางแล้วว่าจะไม่บอกความลับของเขา แถมเรื่องเปลวไฟสีทองก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ นี้ทำให้นางไม่กล้าที่จะบอกคนอื่น

“เช่นนั้นพวกข้าขอตัวไปพักก่อนผู้อาวุโสรั่ว” หลางหลู่เออร์กล่าวออกไป และทั้งสองก็เดินออกจากหอภารกิจทันที

ระหว่างที่หญิงสาวทั้งสองกำลังส่งภารกิจอยู่ ฉางหยางเขาก็เดินกลับถึงบ้านพักเรียบร้อยแล้ว ภายในบ้านพักของเขายังเป็นเช่นเดิม เขามองมันอยู่สักพัก ก็เดินตรงไปที่ซ่อนตำราโบราณ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นทำให้เขาตกตะลึง แล้วยื่นนิ่งค้างอยู่เป็นเวลานาน

ใช่แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขามันเป็นผลึกนภาก้อนหนึ่ง ส่องประกายแวววาว วางอยู่ที่พื้น เขารีบเดินไปหยิบมันขึ้นด้วยรวดเร็ว และเผลอพึมพำออกมา

“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผลึกนภาวางอยู่พื้นดินที่ซ่อนตำราโบราณได้ นี่หรือว่าตำราโบราณจะมีความลับซ่อนอยู่กันแน่”

ฉางหยางตอนนี้กำลังตรวจสอบผลึกนภาด้วยดีใจ ผลึกก้อนหนึ่งก็ได้มาจากการทดสอบ อีกก้อน....อีกก้อน ขณะที่กำลังคิดอยู่ก็เอะใจขึ้นมา หลังจากครุ่นคิดถี่ถ้วนแล้วก็สบถออกมา

“บ้าเอ้ย! นี่ข้าลืมผลึกนภาที่สำคัญขนาดนี้ ไว้ในห้องงั้นรึ เฮ้อ เกือบไปแล้ว หากมีคนเข้ามาแล้วมาเอาผลึกนภาของข้าไป ข้าคงต้องบ้าตายแน่แล้ว”

ใบหน้าของเขาต้อนนี้เริ่มมีจริงจังขึ้นมาแล้ว เขาล้วงเขาไปในอกเสื้อของตนและหยิบเอาศิลาทักษะขึ้นมา ลมปราณที่อยู่ในร่างของเขาก็โคจรไปรวมกันอยู่ที่นิ้วมือ นิ้วมือที่มีพลังลมปราณอัดแนนกันอยู่ก็กรีดลงที่นิ้วอีกข้างจนเป็นแผลขนาดเล็ก เลือดที่ไหลออกมาก็หยดลงบนศิลาทักษะ พร้อมกับพลังลมปราณที่อัดเข้าไปในศิลา

เคล็ดวิชา “ท่องนภา” ที่อยู่ในศิลาทักษะ ค่อยไหลเข้ามาในตัวเขา และไปรวบรวมปรากฏขึ้นภายในจิตใจ ฉางหยางก็รีบค้นเข้าไปภายในจิตของเขา เพื่อที่จะดูว่าเคล็ดวิชานี้ที่ขาดหายไปถึงเจ็ดส่วนด้วยกัน มันจะมีพลังเทียบเท่าระดับสวรรค์เหมือนที่ชายชรากล่าวออกมาหรือไม่

ภายในเคล็ดวิชา “ท่องนภา” ปรากฏออกมาแค่สองขั้นเท่านั้น นี้ทำให้เขาตกละลึงอย่างมาก “แค่สองขั้นก็สามารถเทียบเท่าเคล็ดวิชาระดับสวรรค์เลยรึ หากมีครบสิบส่วนมันอยู่ระดับอะไรกันแน่”

ที่ภายในเคล็ดวิชา “ท่องนภา” ขั้นแรกได้เขียนไว้ว่า “เบิกฟ้า” จากนั้นเขาก็ค่อยๆมองลึกลงไปในขั้นเบิกฟ้า เห็นคำใบ้ที่เขียนไว้ว่า “เคลื่อนที่พริบตา ธารามิหยุดยั้ง พลังแห่งสายลม”

นั้นก็คือในขั้นที่ เบิกฟ้านั้น จะต้องโคจรพลังลมปราณให้ไปรวบรวมอยู่ที่จุดชีพจรบริเวณเท้า หน่วงสะสมไปเรื่อยๆ และกลมกลืนกับธรรมชาติ ระเบิดออกมากระแทกเข้ากับอากาศบริเวณเท้า ส่งร่างทะยายข้ามสายน้ำ ด้วยพลังแห่งสายลม

ใช่แล้วหากผู้ฝึกวรยุทธคนใดสามารถฝึกสำเร็จในขึ้นที่หนึ่งได้ สามารถหายตัวไปในพริบตาถึงสามร้อยห้าสิบเมตร และผู้ฝึกวรยุทธผู้นั้นสามารถวิ่งได้แม้กระทั้งบนสายน้ำได้เลย

ตอนนี้บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มออก พร้อมกับพึมพำ “ข้าคงต้องปลีกตัวไปฝึกปรือเคล็ดวิชาท่องนภา หน่อยแล้ว หากข้าอยู่ภายในสำนัก หลางหลู่เออร์นางต้องมาก่อกวนข้าจนไม่ได้ฝึกปรือสำเร็จเป็นแน่”

หลังจากนั้นแล้วเขาก็รีบเดินออกจากบ้านพักทันที ต้องรีบไปก่อนที่หญิงสาวทั้งสองจะกลับมา

ผ่านไปสักพักหลังจากที่ฉางหยางได้ออกไปจากภูเขาแล้ว หลางหลู่เออร์และหลิ่งซูพวกนางก็เดินมาถึงพอดี ทั้งสองยืนมองหน้ากัน หลางหลู่เออร์กล่าวออกมา “ข้าว่าพวกเราควรไปพูดกับเขาให้รู้เรื่อง ข้านั้นไม่ต้องการหินจิตมารหนึ่งแสนก้อนของเขา ข้าก็มีมันอยู่แล้วตอนนี้ ที่ได้จากการทดสอบ”

“อืม ข้าด้วย” หลิ่งซูพยักหน้า

ทั้งสองคนทันได้กลับบ้านพักของตน ก็เดินไปที่บ้านพักของฉางหยาง ก็เคาะสองครั้ง “ป๊อกๆ” หลางหลู่เออร์และหลิ่งซูก็ยืนรอเขามาเปิดประตูอยู่ แต่ก็ไม่วี่แววว่าประตูจะเปิด

“หรือว่าเขากำลังนอนหลับอยู่” หลางหลู่เออร์ถามออกไปอย่างสงสัย

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน งั้นพวกเราลองเปิดดูก็น่าจะรู้แล้ว” หลิ่งซูแนะนำ

“อืม เอางั้นก็ได้”

ประตูของบ้านพักฉางหยางค่อยๆเปิดออกมาอย่างช้าๆ และเบาที่สุด แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในบ้าน นั้นว่างเปล่าไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว หลางหลู่เออร์และหลิ่งซู จ้องมองรอบแต่ก็ไม่พบฉางหยาง

หลิ่งซูเห็นเขาไม่อยู่ที่เตียงนอน นางหันหน้ามองไปที่ห้องน้ำและกล่าวออกมา

“หรือว่าเขาจะอยู่ในห้องน้ำ”

หลางหลู่เออร์หันหน้าไปมองที่ห้องน้ำเหมือนกัน และฟังเสียงของน้ำไหล แต่ก็พบว่าภายในห้องน้ำนั้นเงียบมากทำให้นางตัดสิ้นใจที่จะเดินไปดู เพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้อยู่ในห้องน้ำหรือไม่

“ข้า ว่าเราควรไปดูให้แน่ใจ หากเขาไม่อยู่ในห้องน้ำ ข้าว่าเขาอาจจะเดินสวนทางกับเราตอนไปส่งภารกิจก็ได้”

หญิงสาวทั้งสองเดินเข้าไปที่ห้องน้ำอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะพวกนางเคยได้รับประสบการณ์ที่ไม่มีทางลืมได้ลง ทำให้ตอนนี้ทั้งสอง มือและขาสั่นไปมา

พวกนางเดินเข้าไปใกล้แต่ไม่กล้าที่จะเป็ดประตู ทำได้แค่เงี่ยหูฟังเสียงน้ำไหล แต่ก็พบว่าภายห้องน้ำนั้นเงียบมาก ทำให้พวกนางแน่ใจแล้วว่าฉางหยางไม่ได้อยู่ที่บ้านพักของตน หญิงสาวทั้งสองก็รีบวิ่งออกมาจากบ้านพักเขาทันที เพราะพวกนางพึ่งเข้าไปในบ้านของบุรุษเป็นครั้งแรก ซึ่งหากใครมาเห็นเข้าจะทำให้พวกนางเสื่อมเสียได้

“ฉางหยางเขาไปไหนกันแน่ หรือว่าเขาจะไปที่บ้านของหลวนเฟย” หลางหลู่กล่าวออกมา

หญิงสาวทั้งสองได้เดินไปที่บ้านของหลวนเฟย ที่ห่างออกไปสี่ร้อยเมตร ผ่านไปสักพักทั้งสองก็เดินมาถึง แล้วหลางหลู่เออร์ก็ตะโกนเรียกหลวนเฟยออกมา

“หลวยเฟย เจ้าอยู่ข้างในรึไม่ออกมาพบข้าเดียวนี้”

หลวนเฟยที่กำลังนอนหลับฝันหวานอยู่ ได้ยินเสียงสาวสวยเรียกหาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณ และพุ่งตัวออกมาจากบ้านด้วยความรวดเร็ว

“ใคร! ใครกัน สาวสวยที่ไหนกำลังเรียกพี่หลวนสุดหล่อผู้นี้”

แต่เมื่อออกมาจากบ้านมาสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเขา เป็นหลางหลู่เออร์และหลิ่งซูที่กำลังยื่นอยู่

“โธ่เอ้ย! ข้านึกว่ามีสาวสวยที่ไหนมาเรียกข้าที่แท้เป็นพวกเจ้าเองรึ เฮ้อข้าอุสาดีใจ”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด