ตอนที่แล้วAST บทที่ 43 – การปะทะที่สมบูรณ์แบบของชิงสุ่ย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปAST บทที่ 45 – โอสถทลายอำนาจสวรรค์

AST บทที่ 44 การมาถึงของพิธีเฉลิมฉลองแห่งยุคสมัย


บทที่ 44 - การมาถึงของพิธีเฉลิมฉลองแห่งยุคสมัย

เมื่อทุกคนได้เป็นสักขีพยานที่ชิงสุ่ยกำชัยชนะเหนือซือตูปู้ฝาน ชิงหลัวที่กำลังพูดไม่ออกจากการพ่ายแพ้ของชิงหยู สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นดีขึ้นเลยๆ ส่วนซือตูหนานเทียนนั้นสีหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอึดอัน ชิงหลัวคิดถึงคำพูดของชิงสุ่ยก่อนที่ชิงสุ่ยจะก้าวลงจากลานประลอง เขาได้กล่าวอย่างประจบประแจงว่า

“ข้ามันก็แค่คนที่บรรลุเพียงพลังปราณนักรบขั้นที่ 3 ก็เท่านั้น เจ้าทุกคนต่างรู้ว่าข้านั้นเป็นเจ้าขยะที่พึ่งรู้จักกับการฝึกพลัง  เหตุใดข้ากลับชนะมันได้ง่ายๆ มันเป็นเพราะว่าข้านั้น แข็งแกร่งกว่าคนอื่นยังไงล่ะ”

คำพูดเหล่านั้นดูเหมือนคำพูดที่พุ่งตรงไปตบหน้าเหล่าผู้ลงแข่งขันหรือไม่ แต่ชิงหลัวกลับรู้สึกรักมัน เพราะความแข็งแกร่งตัดสินทุกอย่าง คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีสิทธิพูด

ซือตูหนานเทียนหลบซ่อนความรู้สึกบนใบหน้า ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามที่เขาคำนวณไว้ แต่มันกลับไม่เป็นตามนั้น เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะพลาดคิดว่าชิงสุ่ยที่เป็นเพียงขยะไร้ค่า แต่มันกลับเอาชนะซือตูปู้ฝานได้ ตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านได้รับรู้แล้วว่าชิงสุ่ยนั้นหาใช่ขยะอย่างที่คิด แต่เขากลับหลบซ่อนความเก่งกาจใต้หน้ากากนั้น ซือตูหนานเทียนสั่นหัวและถอนหายใจ “ชิงหลัว.....หือ เจ้าฉลาดนั้นนะไอ้จิ้งจอกเฒ่า”

ซือตูหนานเทียนนั้นหารู้ไม่ว่า ชิงหลัวเองก็ไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชิงสุ่ย

ตอนแรกแผนของซือตูหนานเทียนนั้น ต้องการพาซือตูปู้ฝานผู้ซึ่งบรรลุพลังปราณปราบฟ้าขั้นที่ 3 มาข่มเหงตระกูลชิง แต่ใครจะรู้ผลที่เกิดกลับตาลปัตร กลายเป็นตระกูลซือตูนั้นถูกล่อไปทั่วเมืองร้อยไมล์แทน

หลังจากการต่อสู้จบสิ้นลง ชิงสุ่ยกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เยาวชนตระกูลชิงเพราะเพียงแค่หมัดเดียวก็ล้มซือตูปู้ฝานผู้มีพลังปราณปราบฟ้าขั้นที่ 3 ถึงกับสลบไปทันที ความแข็งแกร่งที่เขามีนั้นต้องสูงกว่าซือตูปู้ฝานอย่างน้อย 2ขั้นเป็นแน่

ชิงสุ่ยรู้ว่าปัญหาจะต้องตามมาแน่ในเร็วๆนี้ อย่างแรก ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด เพียงแค่คำถามจากคนในครอบครัวเขา ก็ทำให้เขาปวดหัวแล้ว โชคดีที่ชิงสุ่ยได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าสักวันเหตุการณ์นี่จะต้องมาถึง นั้นคือคำโกหกเดียวกับที่เคยให้กับชิงอี้อย่างไม่เต็มใจเมื่อตอนต้นปี จึงทำให้เขาหลุดพ้นไปได้

หลังจากที่เขาลงจากลานประลอง เขาได้เห็นสีหน้าของเยาวชนตระกูลชิงนั้นมีทั้งสีหน้าหวาดกลัว เคารพหรือแม้กระทั่งบูชา ในอดีตพวกเขาได้ยกย่องชื่นชมชิงหยูในความแข็งแกร่งและมีอำนาจ แต่ผู้ที่ถูกเรียกว่า “ขยะไร้ค่า” กลับแข็งแกร่งกว่าจนคาดไม่ถึง พวกเขาได้แต่เงียบและข่มขื่นใจ ทั้งที่มีพลังมากมายขนาดนี้แต่กลับเลือกที่จะเก็บซ่อนมันเอาไว้ มันช่วยไม่ได้เลยที่จะทำให้พวกเขาชื่นชมชิงสุ่ย

หากเทียบกับสมาชิกรุ่นที่ 3 เหล่ารุ่นที่2 และชิงหลังต่างตะลึงในความกล้าที่ชิงสุ่ยได้ทำ คนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ เหตุใดถึงเต็มใจถูกเหยียบย้ำว่าเป็นดั่งขยะ เขาต้องฝึกฝนหลายปีโดยลำพังอีกทั้งต้องทนทุกข์จากคำติฉินนินทาต้องผู้อื่นอีกมากมาย เด็กอายุ 15 ปีต้องแบกรับความรู้สึกเหล่านี้จริงๆหรือ?

หลังจากชิงอีกเห็นชิงสุ่ยเธอวิ่งโผเข้ากอดชิงสุ่ย เธอคิดเสมอว่าลูกของเธอนั้นแข็งแกร่งและเลือกที่จะทน ลูกของเธอนั้นเติบโตแล้วจริง เธอรู้เหตุผลว่าทำไมชิงสุ่ยถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้บ่มเพาะพลัง เพราะว่าเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไหร่เขาก็ไม่อาจบ่มเพาะพลังได้ แต่ตอนนี้ฟ้าได้ให้โอกาสเขาแล้ว เขาต้อง คว้ามันไว้แน่นอน

สิ่งที่ชิงอี้ไม่ทราบคือ แท้จริงแล้วชิงสุ่ยต้องดิ้นรนอย่างหนักก็เพราะเพื่อที่จะให้เขาชดใช้ทุกอย่างสำหรับเธอ ชดใช้ในสิ่งที่เธอได้รับ คือการถูกขับไล่โดยพ่อของเขา ถ้าชิงอี้รู้ว่าชิงสุ่ยต้องการจะทำเช่นนั้น เธอจะต้องตกใจอย่างยิ่งเป็นแน่

“พี่ชายสุ่ย ท่านช่างแข็งแกร่งจริงๆ ข้าก็ด้วย ข้าเองก็ทนไม่ได้ในการกระทำของมัน ซือตูปู้ฝาน มันนั้นทั้งหยิ่งและหลงคิดตัวเองว่าแข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้ แต่ตอนนี้ พี่ชายชิงได้บดขยี้มันโดยหมัดเดียว จนมันถึงกับกระอักเลือด ต่อให้มันหายดี ใบหน้าที่ภาคภูมิใจของมันจะต้องสูญสลายอย่างแน่นอน” ชิงเป่ยพูดอย่างร่าเริ่ง ราวกับเธอก็เป็นคนนึงที่พ่ายแพ้ให้กับซือตูปุ้ฝาน

“ฮ่า หากพูดถึงเจ้าเอง เสียวเป่ย เจ้าก็ทำได้ดีมากนะสำหรับเหลียนเย่เออ เจ้าทำให้เธอได้รับความทรมานจากความอับอาย” ชิงสุ่ยหัวเราะ ในขณะที่เขาขัดจังหวะการพูดของชิงเป่ย

หลังจากนั้นไม่นาน ชิงหลัวก็ได้มาสอบถามชิงสุ่ยตามที่เขาคาดคิดไว้ ชิงสุ่ยโกหกเรื่องชายสูงอายุโบราณที่ภูเขา เหมือนที่เคยโกหกกับชิงอี้ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อ แต่การพิสูจน์ก่อนหน้านี้นั้น เป็นของจริง ไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ชิงสุ่ยก็ได้บอกเล่าถึงความพยายามของเขาไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น รุ่นที่ 2 ต่างพากันสงสัยว่าทำไมชิงสุ่ยถึงไม่อาจก้าวข้าม เคล็ดดอกบัวปราณฟ้าขั้นที่ 3 ได้ หลังจากที่พวกเขาได้คุยกัน พวกเขาก็ได้สรุปความคิดเห็นว่า ร่างกายของชิงสุ่ยไม่เหมาะต่อการฝึกฝนเคล็ดดอกบัวปราณฟ้าอย่างแน่นอน

หลังจากจบการแข่งขัน ชื่อของชิงสุ่ยโด่งดังไปทั้วหมู่บ้าน และกลายเป็นตัวอย่างของเด็กรุ่นใหม่ จากบุคคลไร้ค่า พัฒนาต้นจนมีชื่อเสียงโด่งดัง เขาพบว่ามีคนไม่คุ้นเคยจำนวนมากมายมาเพื่อสานสัมพันธ์ แม้แต่หญิงสาวทั่วหมู่บ้านต่างจับจ้องสายตามาที่เขา เรื่องนี้เขาควรจะดีใจหรือเสียใจกัน นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีเรื่องข้อเสนอการแต่งงานอีกมากมายซึ่งถูกชิงสุ่ยปฎิเสธไปทั้งหมด สิ่งที่ชิงสุ่ยปรารถนามีเพียงบรรลุพลังปราณเทวะเซียนเทียนเท่านั้น ซึ่งหญิงที่คู่ควรก็จะตามมาเอง

วันที่ 10 หลังจากปีใหม่จีน ชิงสุ่ยเตรียมตัวเข้าสู่พิธีเฉลิมฉลองยุคสมัย มันเป็นพิธีที่สำคัญมากในโลก  9 มหาทวีป หลังจากจบสิ้นพิธีนั้นหมายความว่าพวกเขาเหล่านั้นจะถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว สามารถแต่งงาน มีลูกน้อย เริ่มต้นครอบครัวและสร้างอาชีพเพื่อดำรงชีพ ทุกสิ่งจะเริ่มต้นหลังจากนั้น

พิธีการใช้งานเฉลิมฉลองยุคสมัยนั้นมีขั้นตอนง่ายๆเพียง เคารพฟ้าดิน เคารพบรรพบุรษ นอกเหนือจากชิงสุ่ยแล้วยังมีชิงฉานและชิงสือเข้ารวมพิธีด้วย

ชิงฉานนั้นไม่ชอบการฝึกฝนพลัง เขามักจะเดินทางไปเมืองร้อยไมล์เพื่อทำการค้าภายใต้ชื่อตระกูลชิง ส่วนชิงสือนั้นหลงใหลในการฝึกฝนแต่โชคร้ายความสามารถของเขานั้นถึงขีดจำกัดแล้ว นั้นคือได้แค่ขั้นที่ 4 ของเคล็ดดอกบัวปราณฟ้า

ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างมีความคิดว่าจะส่งทั้งสามคนออกจากหมู่บ้านเพื่อไปช่วยทำการค้าในเมืองร้อยไมล์ แต่กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด ใครจะเชื่อว่าชิงสุ่ยกลับเหมือนดั่งอัญมณีที่ตกจากฟ้า

โดยเฉพาะชิงหลัว ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากภาพตระกูลซือตูเหยียบย้ำตระกูลชิง จากการที่ล้มชิงหยูในหมัดเดียว แต่แล้วชิงสุ่ยผู้ไร้ค่า กลับหยัดยืนขึ้นสู้และล้มตระกูลซือตู ในตอนนี้เองชิงหลัวถึงกับตกใจและไม่เชื่อในสายตาตัวเอง

“ความสุขนั้นมักเกิดขึ้นในเวลาไม่คาดฝัน”

พิธีเฉลิฉลองยุคสมัยจบลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทุกคนรู้ในศักยภาพของชิงสุ่ย แต่ทำไมตระกูลชิงถึงยังส่งชิงสุ่ยออกไปทำการค้าในกับตระกูล?

ทุกอย่างคัดกับการคาดหวังของทุกคน จริงๆแล้วชิงสุ่ยอาสาที่จะไปยังเมืองร้อยไมล์เพื่อช่วยเหลือชิงอี้ แม้จะเต็มไปด้วยเสียงคัดค้านรวมทั้งจากชิงอี้ แต่ชิงสุ่ยก็ไม่ลดละ เมื่อเขาตัดสินใจอะไรไป ชิงสุ่ยไม่คิดจะเปลี่ยนความคิดนั้น สุดท้าย เขาก็ทั้งโกหกผสมกับความจริงบางส่วน และบอกกับชิงหลัวว่า การบ่มเพาะของเขามาถึงจะจุดเปลี่ยนแล้ว ถ้าเขาได้ออกไปพบสิ่งใหม่ๆมันก็คงช่วยเขาได้

0 0 โหวต
Article Rating
13 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด