ตอนที่แล้วบทที่ 1 - นายน้อยผู้ไร้ค่ากับสาวใช้ผู้แสนดี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 4 - เคล็ดวิชาอสูรลึกลับ

บทที่ 3 - การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง


บทที่ 3 - การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง

ซูกุ้ยม่อยังคงอ้าปากค้างต่อความเจนจัดของซูหยุนในการเจรจาต่อรอง

แม้ว่าครอบครัวของซูกุ้ยม่อจะมีอิทธิพลมากมายแต่พวกเขายังคงมีศัตรูอีกมาก หากคำพูดนี้ได้เลทลอดออกไปสู่ศัตรูมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะนำพาครอบครัวของเขาหลุดออกจากตำแหน่งได้ง่ายๆ

ซูกุ้ยม่อไม่ต้องการที่จะเสี่ยง แต่ตอนนี้บ่อนไม่มีแผนครอบคลุมขึ้นสำหรับเรื่องนี้

ซูหยุนมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะเริ่มต้นการบ่มเพาะโดยใช้วัสดุที่เขาซื้อ แม้ว่าการบ่มเพาะของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นนานมาแล้วนับหลายปีแต่เขามีประสบการณ์ในอดีตทำให้เป็นประโยชน์ต่อเขามาก

เขามีความรู้ความเข้าใจในวิธีการบ่มเพาะในขณะนี้เป็นอย่างดี สำหรับการซ่อมแซมเส้นชีพจรเขาทดลองมาแล้วทุกวิธี

ความเข้าใจในร่างกายของเขาไปไกลเกินกว่าผู้เชี่ยวชาญการบ่มเพาะคนอื่นๆอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยา ซูหยุนอาจจะพูดได้ว่าเป็นปรมจารย์ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เกือบจะ ในหลายต่อหลายปีที่ผ่านมาในอดีตเขาเดินทางไปทั่วยุทธภพเขามีประสบการณ์กับการบ่มเพาะที่มีชื่อเสียงจำนวนมากและด้านการแพทย์เพื่อรักษาเส้นชีพจรของตนเอง

หลังจากหลายปีของความทุกข์ยากและความเหน็ดเหนื่อยเขาประสบความสำเร็จทำให้ร่างกายตัวเองไม่โดนใครดูถูก

แม้ไม่อาจบ่มเพาะแต่ซูหยุนยังมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีด้วยความจำเป็นเลิสและความสามารถในการเข้าใจ

อย่างไรก็ตามความเร็วการบ่มเพาะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ ร่างกายของเขายังคงได้รับความเสียหาย

แต่นั่นไม่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปีต่อมาของเขา ตอนนี้เขารู้วิธีการรักษาอาการป่วยของเขาแล้ว

เขาจะใช้สมุนไพรเพื่อรักษาตัวเองโดยเร็วในที่สุดเขาก็สามารถเริ่มต้นการบ่มเพาะได้

หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการรักษาอาการของเขาความสามารถของเขาจะกลับคืนมา สิ่งเหล่านี้เป็นความคิดอยู่ในใจซูหยุน

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาใกล้กระท่อมมีเสียงคำรามชั่วร้ายลอยเข้ามาในหูของเขา

ซูหยุนเหลือบมองไปที่ต้นเสียง เขาเห็นรถที่หรูหรามีสัตว์อสูรลากที่มีร่างกายสีม่วงขนาดใหญ่เท่าวัวและมีสองเขาขนาดใหญ่

สัตว์อสูรสีม่วงที่ปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา ร่างกายของมันดูเหมือนจะมีพละกำลังเทียบเท่ากับสัตว์อสูรวิญญาณในตำนานแห่งความป่าเถื่อน

สัตว์อสูรนี้ยังเชื่องมากและได้รับการยอมรับว่าเป็นเจ้าชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวล สัตว์อสูรสีม่วงที่มีเขา กล่าวกันว่ามันสามารถลากรถที่หนัก 400 กก.ได้อย่างสบาย ๆ มันสามารถทำหน้าที่เป็นม้าลากรถ และยังสามารถเป็นเกราะป้องกันได้อีกด้วยเมื่อมีความจำเป็น

ดังนั้นสัตว์อสูรนี้มีราคาแพงมากซึ่งคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถจับจ่ายได้ ซูหยุนชำเลืองมองขึ้นไปสัญลักณ์สีเหลืองบนรถแล้วรู้ทันทีว่าใครคือคนที่มา

ในขณะที่เขาหอบหิ้วสัมภาระของเขาแล้วค่อย ๆ เดินไปกระท่อมของเขาต่อ

แอ้ดดด...... ประตูกระท่อมถูกผลักเปิดออกช้าๆ

ก่อนหน้านี้ที่โต๊ะภายนอกที่ผ่านการใช้มายาวนานจนเก่ามีชายแก่ผมขาวกำลังนั่งจิบชาจากถ้วยที่บิ่น ซูหยุนจ้องมองผมที่ขาวของผู้เฒ่า ในเวลานั้นรถลากที่หรูหราจอดอยู่ข้างนอก ตาเขาสั่นเล็กน้อย และปิดประตูอย่างรวดเร็ว

"ท่านซูกงไจ๋!ไม้ได้พบกันเสียนานท่านสบายดีรึ?"(น่าจะเป็นชื่อเรียกอีกแบบของซูหยุน)

ผู้เฒ่าขาวลุกขึ้นและเผชิญหน้ากับซูหยุนด้วยความนอบน้อม

"พ่อเฒ่าขาวท่านเห็นภาพที่ไม่น่าดูของข้าแล้วต้องขออภัย..ว่าแต่ท่านมีธุระอันใดที่ต้องการคุย? การที่ท่านมาด้วยตัวเองต้องเปฺนเรื่องที่สำคัญไม่น้อย? "

ซูหยุนวางสัมภาระของเขากับพื้นขณะที่เขาพูด นัยน์ตาพ่อเฒ่าขาวเป็นประกายมีความสงสัยในขณะที่เขากวาดสายตาอยู่ที่สัมภาระ แต่ไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับข้าวของที่นำมา กลับเดินไปตรงนั้นแทน

"สำหรับวันนี้นั้น ข้ามีเรื่องที่จะพูดเพียงเรื่องเดียว...เกี่ยวกับตัวท่าน! "

"เชิญ" ซูหยุนยิ้มอย่างจริงใจรอคำตอบ พ่อเฒ่าขาวค่อย ๆ หยิบซองกระดาษสีขาวออกจากกระเป๋าเสื้อของเขาและวางไว้บนโต๊ะ

"นี่คือตั๋วแลกเงินที่มีมูลค่าสามหมื่นเหรียญจิตวิญญาณซึ่งธนาคารจะจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินของที่ทำการแลกเงินใดๆก็ได้ " พ่อเฒ่าขาวพูดต่อ

"วันนี้ข้ามาตามภารกิจที่ข้าได้มอบมาถึงท่านจากคุณหนูโดยมีข้อความที่จะถ่ายทอดให้กับท่าน คุณหนูได้รับความเห็นชอบแล้วโดยสำนักเซียนกระบี่และได้รับการประกาศให้เป็นผู้สืบทอด ข้ากลัวว่าพันธมิตรฝ่ายจิตวิญญาณในอนาคตจะเลือกผู้อื่น สำหรับผู้ปราถนาการแต่งงานดังนั้นข้าต้องการให้ท่านยกเลิกการแต่งงาน ซองกระดาษนี้น่าจะ ...... เอ่อ...น่าจะชดเชยท่านได้ "

ซูหยุนนิ่งเงียบ

ดูเหมือนว่าตระกูลขาวได้มา

"ตระกูลซูและตระกูลขาวซึ่งพอเทียบเคียงกันและกันได้แต่ทว่าสำนักกระบี่เซียนมีพลังอำนาจมากกว่ามีหลายร้อยหลายพันสำนักที่มีอิทธิพลกว้างขวางกว่าสองตระกูลเรา คุณหนูแห่งคฤหาสห์ขาวมีพรสวรรค์มากซึ่งเหมาะสมกับพรสวรรค์ของท่านก่อนหน้านี้ แต่ท่านได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและคุณหนูของคฤหาสห์ขาวยังคงมีพรสวรรค์ของนางดังนั้นผลเพียงอย่างเดียวคือเพิกถอนการแต่งงานระหว่างท่านทั้งสอง ตอนนี้ท่านซู ท่านไม่มีพรสวรรค์ไม่มีฐานะเสื้อผ้าแม้กระทั่งอาหาร แล้วแบบนี้คุณหนูของคฤหาสห์ขาวจะแต่งกับท่านได้อย่างไร!? "

ในขณะที่ซูหยุนเปิดกระเป๋าสัมภาระที่เขาซื้อวันนี้เขากล่าวว่า

"นำเงินของท่านกลับไป!"

ใบหน้าของพ่อเฒ่าขาวเปลี่ยนเป็นเย็นชา

"ท่านไม่ยอมรับ?"

"ข้ายอมรับ"

ซูหยุนกล่าวในลักษณะที่ไม่ไหวติงและยังคงสงบนิ่ง

" ว่าแต่ว่า ข้าอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงมาพบข้าเป็นการส่วนตัว"

หลังจากพ่อเฒ่าขาวได้ยินคำเหล่านี้รูปลักษณ์ของความประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา

เขาคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าและเดินตรงไปที่ประตูของกระท่อม เขารีบเดินออกไปข้างนอกที่รถลากและเดินไปทางริมหน้าต่าง แล้วพ่อเฒ่าขาวคำนับที่ริมหน้าต่าง หลังจากนั้นไม่นานม่านของผ้าไหมลายปักก็ถูกยกขึ้นและสตรีนางหนึ่งสวมชุดสีเหลืองอ่อนเดินลงบันไดของรถ

สตรีคนนั้นนางงดงามมาก นางมีใบหน้าที่สมบูรณ์แบบไหล่และเอวที่กระชับสัดส่วนผิวสีกล้วยไม้สีขาวและดวงตาเหมือนอัญมณี นางเปล่งประกายออร่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ นางเป็นผู้หญิงที่จะทำให้ผู้ชายรอบตัวตามเอาอกเอาใจนาง

ขณะที่นางเดินเข้าหากระท่อมช้า ๆ หากมองดีๆก็จะเห็นกระบี่เพรียวยาวภายใต้แขนเสื้อชุดลายปักของนาง

เอี๊ยด...... ประตูถูกผลักเปิด

ภายในกระท่อมซูหยุนยังคงเรียงสัมภาระที่เขาซื้อสำหรับการบ่มเพาะ เขาไม่ได้แม้แต่จะมองนางในขณะที่นางเดินเข้าไปในกระท่อม

ไป๋เอี้ยน

นางไม่ได้โกรธเขา ในความคิดของนางบางทีซูหยุนอาจจะปิดบังความรู้สึกของเขาอยู่

เด็กหนุ่มด้านหน้าของนางมีชิ้นเนื้อหัวใจเสือบนโต๊ะและเริ่มที่จะใช้มีดจิ้มเป็นรูเล็ก ๆ จากนั้นเขาก็เอาเลือดหมาป่าออกมาแล้วเทลงในรูที่มีขนาดเล็กและยังทำอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ

เขากำลังทำอะไร? นางไม่เข้าใจ แต่จริง ๆ แล้วนางไม่ได้สนใจ

"ข้าอยากจะยกเลิกการแต่งงานของเรา"

คำพูดที่ชัดเจนและสวยงามแขวนอยู่ในอากาศ เหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน หลังจากที่นางกล่าวว่าคำพูดเหล่านั้นนางจ้องมองมาที่ซูหยุนรอการตอบสนอง

แต่การเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของซูหยุนไม่มีเขาไม่แม้กระทั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด

"ได้!"

หนึ่งคำที่ออกมา มันเป็นคำธรรมดาๆและไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่นใด ๆ ไป๋เอี้ยนตกตะลึง นางไม่เข้าใจว่าทำไมซูหยุนดูราวกับมีความสุข

"……ท่านสัญญา?"

นางไม่มั่นใจในขณะที่นางถามคำถามเหล่านี้ การแสดงออกของซูหยุนยังคงห่างเหิน คิ้วของไป๋เอี้ยนย่นเป็นรอยพับ นางไม่รู้ว่าทำไม แต่นางรู้สึกว่าคน ๆ นี้ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ตามข่าวลือ

เขาไม่ได้ดูเหมือนนักพนันและพวกติดเหล้าตามข่าวที่ลือ ทำไมตัวจริงกับข่าวลือถึงได้ว่าแตกต่างกันอย่างมาก?

"งั้นลืมมันไปซะ!"

จากนั้นนางก็วางซองกระดาษสีขาวลงบนโต๊ะเบาๆ

"เอาเงินของท่านกลับไปด้วย!"

ซูหยุนตะโกน

"ท่านจำเป็นต้องใช้มันไม่ใช่หรือ"

ไป๋เอี้ยนถาม

" ใช่!"

ซูหยุนตอบ

"แล้วทำไม?ท่านต้องการรักษามารยาทต่อหน้าข้า? ฮ่า ๆ ๆ ๆ"

ช่วยไม่ได้ที่ไป๋เอี้ยนได้แต่หัวเราะเยาะ

"ข้ารู้มาว่าท่านเป็นหนี้ซูกุ้ยม่อเป็นเงินไม่น้อย เงินจำนวนนี้อาจช่วยท่านได้มาก มันน่าจะพอสำหรับการใช้หนี้ของท่าน สามพันเหรียญสำหระบจ่ายคืนซูกุ้ยม่อท่านตกลงมั้ย? "

"ไม่ใช่ว่าข้าเย่อหยิ่งหรืออวดดีแต่ว่าข้ามีเส้นทางชีวิตของตนเอง ข้าได้หยุดทุกสิ่งทุกอย่างแล้วและจะไม่ละเมิดหลักการชีวิตของตัวเองดังนั้นข้าจึงไม่สามารถรับได้ "

ซูหยุนกล่าว

"ดีหากท่านยืนยันเช่นนั้นข้าหวังว่าท่านจะไม่เสียใจ!" ไป๋เอี้ยนหยิบตั๋วเงินแล้วหันหลังจากไป

"ช้าก่อน! "

จู่ ๆ ซูหยุนก็พูดขึ้น ข้าแค่อยากจะพูดกับท่านอีกเรื่องนึง

"ได้!ว่ามา"

"ข้าก็หวังว่าท่านจะไม่เสียใจเช่นกัน"

ซูหยุนพูดจบ แต่สิ่งที่ไป๋เอี้ยนได้ยินนางไม่ประทับใจเลย นางไม่ได้พูดอะไรและหันออกจากกระท่อม

นางไม่ได้เก็บคำพูดสุดท้ายของเขามาใส่ใจ

โฮก....!

หลังจากนั้นสักพักสัตว์อสูรสีม่วงก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วรถลากก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้น หัวใจของซูหยุนยังสงบอยู่มากเพราะนี่เป็นเพียงช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตของเขาเท่านั้น

มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขามากนัก แม้แต่ในชีวิตก่อนหน้านี้เขาก็ลืมเรื่องราวเกี่ยวกับคฤหาสห์ขาว เขาไม่ได้ดูแลผู้หญิงของเขาเอง ทำไมเขาต้องสนใจไป๋เอี้ยน ? ซูหยุนส่ายหัวและยังคงจัดการกับเนื้อหัวใจเสือบนโต๊ะต่อ

เขาทำอยู่อย่างนั้นจนเลือดหมาป่าสีดำแทรกซึมเข้าไปในเนื้ออย่างทั่วถึง เขาทำซ้ำๆเช่นเครื่องเจาะรู ฉีดเลือด กระหน่ำและทำซ้ำ ๆ...

หลังจากทำมาทั้งวันเขาก็หยุดและไปนอน ถ้าเขาไม่สามารถรักษาอาการเขาได้การบ่มเพาะก็ไร้ประโยชน์ วิธีเดียวของเขาคือหาวิธีรักษาสภาพของเขาให้เร็วที่สุด

"ออกมา! ออกมา! ไอ้ลูกหมา!!แกกล้ามากที่บังอาจมาหลอกข้า ! อีกเดี๋ยวพวกพวกเราจะสั่งสอนมัน!ข้าจะกระทืบมันให้จมตีนเลย! "

ขณะที่ซูหยุนกำลังจะหลับมีเสียงแอะอะโวยวายออกมาจากข้างนอก จากนั้นเขาได้ยินเสียงคนเดินมาทางกระท่อมของเขา ซูหยุนตาเบิกกว้าง อยู่ๆก็กระโดดออกจากเตียงและมองออกไปข้างนอก

############################

ซูหยุน:ใครมาวะคนจะนอน ยิ่งอารมณ์บ่จอยอยู่สงสัยวอนโดนตรีนนน?

กุ้ยม่อ:ตูเองมีอะไรอ๊ะเป่า......

ซูหยุน:โอวตี๋!....มรึงเจอกูแน่!

กุ้ยม่อ:ใครวะ!โอวตี๋ผิดเรื่องแล้วม้างงง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด