บทที่ 630 – แกเป็นใครกันแน่

ในเวลาเดียวกัน ณ ใจกลางพระราชวัง รูปแบบฯที่จับชูเฟิงไว้ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่มันกับไร้ร่องรอยของเขา

แม้ว่า ชูเฟิง จะหายไป แต่ก็มีบางอย่าง ที่เหลือไว้ ณ ใจกลางของพระราชวัง มันเป็นตัวอักษรที่ถูกสร้างขึ้นโดยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่เป็นข้อความ . . . . .

” ข้าต้องขอขอบคุณแม่นางผู้แสนงดงาม หย่า เฟย สำหรับของขวัญจำนวนมากมายมหาศาล ข้าหวู่ฉิงขอรับพวกมันไว้ด้วยความเต็มใจ วันหน้า หวู่ฉิง จะกลับมาตอบแทน ให้ท่านอย่างแน่นอน ”

” บัดซบ . . .เป็นมันนี่เอง!!! ” หย่า เฟย นางเข้าใจได้ทันที ว่าคนที่ปล้นคลังสมบัติไม่ใช่ฝีมือของคนหมู่เกาะประหาร แต่เป็นคนที่นางจับขังไว้ที่นี่

นางคิดว่าสถานที่นี้ชูเฟิงคงไม่มีทางออกไปได้ ดังนั้นนางจึงเลือกที่นี่เป็นที่ขังชูเฟิง และรอทำให้เขากลายเป็นหุ่นเชิด ซึ่งที่นี่นับเป็นที่ที่ดีที่สุด ซึ่งนางไม่เคยคิดเลยว่า ชูเฟิง จะรู้วิธีหลบหนี แถมยังปล้นทุกอย่างออกไปได้ มันจึงทำให้นางโกรธแค้นเป็นอย่างมาก

ในขณะนั้น หย่า เฟย นางกัดฟันด้วยความโกรธ จนมันแทบจะระเบิดออกมา นางรีบเดินออกมายังทางเข้าพร้อมกับความพิโรธ ขณะที่กำหมัดแน่นจนร่างกายสั่นสะท้านและกล่าว ” ไอ้หวู่ฉิง ไอ้หวู่ฉิง ไอ้สารเลวหวู่ฉิง!!! ”

” คนที่ช่วยอสูรตนนั้นกับเสี่ยวยู่ คงเป็นเจ้าอีกสินะ ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมีความสามารถมากขนาดนี้ ไม่เพียงแต่เจ้าจะหนีรอดจากท้องพระคลัง เจ้ายังขโมยค่าผ่านทางของหมู่เกาะประหารที่สะสมมาไปได้อีก ”

” ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เคยปล่อยให้ใครรอดไปได้หลังจากที่ก่อเรื่องขนาดนี้ อย่าแม้แต่จะคิดว่าข้าจะยอมอยู่เฉย ”

” เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถหนีพ้นจากเงื่อมมือข้าไปได้งั้นหรอ ข้าจะแสดงให้เห็นว่าข้านั้นสามารถทำอะไรเจ้าได้บ้าง มันคือสิ่งที่เจ้าไม่สามารถจินตนาการได้ นั้นคือ ความตายที่แสนทรมานที่ข้าจะมอบให้ ”

หลังจากพูดจบ หย่า เฟย ก็สงบสติอารมณ์ พร้อมระเบิดออร่าแผ่กระจายเข้าไปทั่วทุกที่ ดังปั้ง ทันใดนั้นรูปแบบฯของชูเฟิงที่วาดไว้แตกละเอียด พร้อมกับล่วงหล่นสู่พื้น ราวกับเศษกระจกที่เป็นละอองแวววาว กระจายไปทั่วทั้งพระราชวัง

ขณะที่ หย่า เฟย กำลังจมอยู่กับความพิโรธ ชูเฟิงและเสี่ยวยู่ก็เดินทางออกจากทะเลโลหิตนิรันดร์ไปไกลแล้ว เหตุผลที่เขาเดินทางออกไปได้อย่างรวดเร็ว นั้นก็เพราะความเร็วของเสี่ยวยู่

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะออกมาจากอาณาเขตทะเลโลหิตฯ แต่เพื่อความปลอดภัย พวกเขาจึงไม่คิดจะบินขึ้นไปเหนือผิวน้ำ พวกเขายังคงแหวกว่ายอยู่ในทะเลพร้อมกับปกปิดออร่า

” เจ้าเป็นใครกันแน่ ? ! ”

ปัจจุบัน ชูเฟิง กำลังตรวจสอบ อสูรตนนั้นอย่างละเอียด จากนั้นเขาก็ค้นพบวิธีบางอย่างที่อาจจะพอเป็นไปได้ ถ้าหากเขาคิดจะนำหญ้าที่ปกคลุมร่างกายของอสูรออก หรือ ใช้อำนาจพลังฯของเขาตรวจสอบ เขาก็คงจะไม่พบอะไรเลย แต่เขายังมี เนตรสวรรค์ ที่สามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง

หากดูจากลักษณะของมัน มันคงดูเหมือนอสูรอย่างแท้จริง เป็นแค่สัตว์ประหลาดที่มีลักษณะพิเศษ แต่แล้วทำไมเขาจึงรู้สึกคุ้นเคยกับมัน ? เพราะเขาไม่เคยพบเจอมันมาก่อน อีกอย่างทำไมมันถึงไม่ฆ่าเขา ?

* พรึบ * .

ขณะที่ ชูเฟิง กำลังคาดเดาไปต่างๆนาๆ อสูรก็ลืมตาขึ้น ทันทีที่ดวงตาสีแดงปรากฏ ชูเฟิง ก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร

แต่จิตสังหารนั้นก็อยู่แค่เพียงแว๊บเดียว จากนั้นก็หายไปในความว่างเปล่า ขณะที่อสูรตนนั้นเห็น ชูเฟิง ดวงตาสีแดงของมันถึงกับพลันสว่าง เห็นได้ชัดว่ามันรู้จักเขาและจำเขาได้

” เจ้าจำข้าได้ใช่หรือเปล่า ? แล้วเจ้าเป็นใคร มาจากที่ไหน ? ” เห็นปฏิกิริยานั้น ชูเฟิง ก็รีบยิงคำถามใส่มันทันที เขาอยากรู้จริงๆว่าทำไมอสูรตนนี้ถึงไม่ฆ่าเขา หรือว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับเขา ไม่แน่ว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับครอบครัวที่แท้จริงของเขา

* โฮกกกกก * ในตอนนั้น อสูรคุกเข่าลงบนผิวน้ำขณะที่ใช้มือสองข้างกอดหัวเอาไว้ พร้อมกับร้องออกมาอย่างทรมาน เสียงที่ดังของมัน ทำให้จิตใจของผู้คนที่ได้ยินต่างก็เกิดความหวาดหวั่น

ตอนแรก ชูเฟิง รู้สึกตกใจอยู่บ้างเมื่อเห็นแบบนั้น เพราะอสูรนั้นมีการเปลี่ยนแปลงท่าที ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าอสูรตนนี้ คิดจะทำร้ายเขาหรือไม่ และด้วยความแข็งแกร่งของมัน หากมันสูญเสียการควบคุมและต้องการทำร้ายชูเฟิง เขาจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย

แต่ ชูเฟิงก็พบว่าเสียงของอสูรที่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นเช่นกัน จากเสียงร้องคำรามกู่ก้องของอสูรร้าย ค่อยๆกลับกลายมาเป็นเสียงที่เหมือนกับของมนุษย์

ในเวลาเดียวกัน ลักษณะภายนอกของอสูรตนนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป หญ้าวารีที่ปกคลุมตามตัวของมันก็เริ่มค่อยๆหดลง จนในที่สุดก็ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ของมนุษย์

มันคือผู้หญิง ที่ร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีฟ้า แต่ดวงตาของนางยังคงเป็นสีแดง และใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาณ ขณะที่ร้องออกมา

” นี่เจ้า!!!! ” เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้น สีหน้าของ ชูเฟิงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขารู้สึกตกตะลึงอย่างหาใดเปรียบ เพราะเขานั้นรู้จักกับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า

นางคือศิษย์อันดับหนึ่ง ของสำนักสตรีหยก ภายใน เก้าอาณาจักร และนางก็เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ชูเฟิง ซึ่งนางก็คือ หยวนรู่ว

แต่นางดูไม่เหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากนางเคยมีผิวพรรณที่งดงาม แต่ชูเฟิงก็มั่นใจเพราะเขาสามารถยืนยันได้ว่า นางคือ หยวนรู่ว

ชูเฟิง รู้สึกสับสนอยู่ ณ ตอนนั้น ซึ่งเขาเคยคาดเดาไปต่างๆนาๆเกียวกับตัวตนของอสูร ซึ่งเขาไม่เคยคิดว่าอสูรจะเป็น หยวนรู่ว นั้นต่างกับที่ใจเขาหวังไว้ริบรับ

เพราะอสูรตนนี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ซึ่งหยวนรู่วที่เขาเคยรู้จัก ไม่ได้แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แม้ว่านางจะฝึกทักษะลับต้องห้าม มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่นางจะมีความแข็งแกร่งเหมือนกับดั่งในปัจจุบัน

” ออกไป!!! หนีไปเร็วเข้า!!! ไม่งั้น ข้าจะฆ่าเจ้า!!! ”

ชั้วขณะนั้น อสูรก็ตะโกนออกมาอย่างร้อนรนขณะที่มอง ชูเฟิง แม้ว่าน้ำเสียงของมันจะเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่นั้นก็เป็นน้ำเสียงของหยวนรู่ว อย่างไม่ต้องสงสัย

” โอ้โห เรื่องนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก ชูเฟิงอสูรตนนี้คืออดีตคู่หมั้นของเจ้า! นึกไม่ถึงว่านางจะไม่อยากฆ่าเจ้า ฮ่าฮ่าฮ่า ”

หลังจากที่พบว่าอสูร คือหยวนรู่ว แม้แต่ต้านต้านเองก็ยังแปลกใจ แต่นางแตกต่างจาก ชูเฟิง เพราะจุดยืนของนางคือผู้ที่เฝ้าคอยสังเกตุการณ์ นางจึงทำเหมือนมันเป็นเรื่องเล่นๆราวกับกำลังดูการแสดง โดยที่ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ หลังจากที่เผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้

” มันเกิดขึ้นได้ยังไง ? ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นแบบนี้ ?!!! ” เมื่อเห็น หยวนรู่ว ชูเฟิง ดวงตาของเขาก็ระส่ำระสาย หัวใจของเขาเกิดความหวั้นไหว

จากมุมมองอีกด้านหนึ่ง เหตุผลที่หยวนรู่วตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เป็นเพราะ ชูเฟิง ถ้าชูเฟิงไม่ “ข่มขืน” นางในวันนั้น หยวนรู่ว ที่ฝึกทักษะลับต้องห้ามคงไม่ถูกอสูรเข้าแทรกจนกลายมาเป็นแบบนี้

ถึงแม้ว่า หยวนรู่ว จะเป็นฝ้ายกระทำเขาก่อน แต่ชูเฟิงก็ไม่น่าจะทำรุนแรงกับนางถึงขนาดนี้ ตอนนั้นเขาทำเพียงเพื่อระบายความโกรธออกมา จึงคิดจะทำให่่นางกลายเป็นผู้หญิงของเขา หากเขาไม่ทำร้ายนาง นางคงมีต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นางในตอนนี้มีสภาพไม่รู้ว่าคนหรือผี มันจึงทำให้ส่วนลึกภายในใจของ ชูเฟิง เกิดความรู้สึก เสียใจ

” ฮ่า!! ฮ่า!! ฮ่า!! ฮ่า!! ฮ๋า!! ”

” นี้ไม่ใช่เจ้า!!! ”

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ชูเฟิงกำลังสำนึกเสียใจ เขาก็เกิดความรู้สึกที่สับสน เพราะจู่ๆก็เกิดเรื่องบางอย่างที่ยากจะยอมรับที่ปรากฏขึ้นมา อยู่ดีๆหยวนรู่ว ก็หัวเราะขึ้นมา และท่าทางของนางยังดูผิดปกติ แม้แต่เสียงของนางก็ฟังดูผิดปกติราวกับเป็นคนละคน

เมื่อมองกลับไปที่ หยวนรู่ว ชูเฟิงก็พบว่า เกล็ดตามร่างกายของนางนั้นเลือนหายไป กลับกลายเป็น หญิงงามที่มีเสน่ห์ ดั่งเช่นในอดีต

สัดส่วนที่โค้งเว้า ผิวที่ขาวเนียน หน้าตาสะสวย ร่างกายที่แสนจะดึงดูด ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแต่ไม่มีข้อตำหนิ ขณะนั้นนางเปลือยกลายปรากฏร่างที่สมบูรณ์ ต่อหน้าของ ชูเฟิง

แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของ หยวนรู่ว ทำให้ชูเฟิงขมวดคิ้วลง ราวกับว่าเขาเหมือนจะรับรุ้อะไรบางอย่าง จากนั้นเขาก็กล่าวออกไปว่า ” แกเป็นใครกันแน่ ?!!! ”

ที่มา : http://readmga.blogspot.com/2017/01/630.html