บทที่ 450 弑神器 ทำลายผนึกอาคมเทพ

ลมปราณอันแข็งแกร่ง เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนี่ยลี่รับรู้ได้ถึงลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย และโคจรไปตามจุดชีพจรทั่วร่าง

ยามเมื่อเนี่ยลี่ทำการบ่มเพาะพลังในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังลึกลับที่ประทุออกมา ทำให้เนี่ยลี่ประหลาดใจยิ่งนัก เขารีบกวาดสายตามองภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำทันที และมองเห็นเปลวไฟที่ลุกโชติช่วง กำลังลุกไหม้อยู่ภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ เรากับว่าเป็นการแผดเผาจากดวงอาทิตย์

มันเป็นพลังงานอันไร้ที่สิ้นสุด ที่เอ่อล้นอยู่ภายในภาพจิตรกรรมหมื่นขุนเขาและสายน้ำ

และนั่นคือ เทพธิดายู่หยาน

เนี่ยลี่จับจ้องไปยังเทพธิดายู่หยาน เขามองเห็นเพียงร่างกายเล็ก ๆของนาง ราวกับว่านางกำลังอาบน้ำอยู่ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่นั้น เสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลี ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายของนางสามารถมองเห็นได้จากในเปลวเพลิงนั้น

เทพธิดายู่หยานงดงามอย่างไร้ข้อตำหนิ หากผู้ใดได้มองเห็น หัวใจคงสั่นระรัวด้วยความตื่นเต้นเป็นแน่

“เนี่ยลี่!” เทพธิดายู่หยานค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาของนางเป็นประกายสีเพลิง แม้ว่าจะดูสงบ แต่ก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายสายลมแห่งความไม่พอใจ

“พี่สาวยู่หยาน ท่านกำลังทำอันใดกัน?” เนี่ยลี่ถามออกไป การที่พลังของนางเอ่อล้นขึ้นมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ

“ข้าคิดว่า สาเหตุคงมาจาก ผลกระทบจากหลายสิ่งหลายอย่าง” เทพธิดายู่หยานพูดพร้อมกับจ้องมองขึ้นไปบนฟ้า

“ท่านคิดว่าเป็นเพราะเหตุอันใด?” เนี่ยลี่ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

เทพธิดายู่หยานเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็จับจ้องไปยังเนี่ยลี่ และตอบกลับไป

“ข้าเคยคิดว่า ทุกชาติภพที่ผ่านมา ข้าได้ลืมเลือนไปจนสิ้นแล้ว แต่ทุกชาติภพเหล่านั้น ยังคงสถิตอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำของข้า เจ้ายินดีที่จะตามข้ากลับไปที่โลกใบเล็กหรือไม่?”

“โลกใบเล็ก? แต่ประตูสู่โลกใบเล็กยังมิได้เปิดออก แล้วพวกเราจะกลับไปกันด้วยวิธีใดกัน?” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับจ้องไปยังเทพธิดายู่หยาน เขากวาดสายตาไปทั่วร่างกายอันว่างเปล่าของเทพธิดายู่หยาน เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เขาจึงได้แต่หลบสายตาไปทางอื่นอย่างช้า ๆ

เทพธิดายู่หยานมองไปที่เนี่ยลี่และพูดขึ้นมาว่า

“ข้าสามารถทำลายผนึก เพื่อเปิดประตูสู่โลกใบเล็กได้ แต่จะเป็นการเปิดประตู่สู่โลกใบเล็กอย่างสมบูรณ์ ข้าเองก็ไม่รู้ว่านี่คือเรื่องที่ดีหรือว่าเป็นภัยพิบัติ”

เนี่ยลี่นั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เทพธิดายู่หยานบอกว่าสามารถทำลายผนึกของประตูสู่โลกใบเล็กได้

หรือว่าในโลกใบเล็ก จะมีสิ่งใดที่ซุกซ่อนอยู่

มีโลกย่อย อยู่ราวสามพันแห่ง แต่มีเพียงโลกใบเล็กเท่านั้นที่ถูกผนึกอยู่ ดังนั้นโลกใบเล็กจะต้องเก็บซ่อนความลับที่ไม่ธรรมดาซ่อนเร้นเอาไว้เป็นแน่

“แม้ว่าข้าจะไม่ทราบ ว่าพี่สาวยู่หยานต้องการจะกลับไปทำสิ่งใดที่โลกใบเล็ก แต่หากพี่สาวยู่หยานตัดสินใจเช่นนั้น ข้าก็ยินดีที่จะไปกับท่าน” เนี่ยลี่ตอบกลับไปโดยไม่ลังเล

เทพธิดายู่หยานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถอนหายใจและพูดอย่างสบายใจว่า

“เนี่ยลี่ ขอบใจเจ้ามาก เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ข้าสามารถไว้ใจได้”

เทพธิดายู่หยานแสดงให้เห็นถึงความอ้างว้างและโดดเดี่ยวของนาง เนี่ยลี่สัมผัสได้เป็นอย่างดี ในชาติภพที่แล้วของเขา ก็ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวที่ต้องอยู่เพียงลำพัง มันคือความเหงา ความอ้างว้างจนไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใด ไม่มีผู้ใดที่จะเข้าใจความรู้สึกนี้ได้เกินไปกว่าเขา แต่เขานั้นโชคดีที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และได้แก้ไขเรื่องราวทั้งหมดอีกรอบ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีสหายมากมาย และคนในครอบครัวอีกเป็นจำนวนมาก

ในชาติภพนี้ ทุกคนล้วนได้รับการปกป้องจากเขา

เนี่ยลี่มองดูเทพธิดายู่หยาน เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ในใจของเทพธิดายู่หยานนั้น มีความโศกเศร้าที่จมลึกอยู่ในหัวใจของนาง

จากนั้นเปลวไฟที่ห่อหุ้มร่างกายของเทพธิดายู่หยาน ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นชุดที่งดงาม ค่อย ๆ ห่อหุ้มร่างกายอันงดงามของนางอย่างช้า ๆ นางเงยหน้าขึ้นมามองเนี่ยลี่และพูดออกไปว่า

“ข้าคิดว่าจะกลับไปยังโลกใบเล็ก เมื่อประตูสู่โลกใบเล็กเปิดขึ้นในครั้งต่อไป โดยที่ไม่ต้องทำลายผนึกของโลกใบเล็ก แต่มันอาจจะสายเกินไป ข้าจะต้องหาสิ่งหนึ่งให้พบโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้”

สุดท้ายแล้ว เนี่ยลี่ก็ไม่ทราบเลยว่า สิ่งที่เทพธิดายู่หยานกล่าวถึงนั้นคือสิ่งใด

“ถ้าเช่นนั้น วิธีการทำลายผนึกประตูสู่โลกใบเล็กต้องทำเช่นใดกัน” เนี่ยลี่ถามออกไป

“เนี่ยลี่ เจ้าเคยได้ยินการทำลายผนึกอาคมเทพหรือไม่?” เทพธิดายู่หยานถามขณะที่จ้องมองใบหน้าเนี่ยลี่

“ทำลายผนึกอาคมเทพ” เนี่ยลี่พูดด้วยความตกใจ

“ถูกต้องแล้ว บนโลกนี้ มีสองสิ่งที่สามารถใช้ทำลายผนึกอาคมเทพได้ ของวิเศษที่ใช้ทำลายผนึกอาคมเทพทั้งสองชิ้น อยู่บนโลกนี้มานับตั้งแต่สมัยบรรพกาล มันเป็นของที่มีอำนาจยิ่งนัก ของทั้งสองชิ้นที่สามารถใช้ทำลายผนึกอาคมเทพได้คือ กระบี่หมื่นบรรพชน และคมมีดของเทพอสูร ” เทพธิดายู่หยานพูด

“กระบี่หมื่นบรรพชน และคมมีดของเทพอสูร? ดูเหมือนว่าข้าจะเคยได้ยินมาบ้าง” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย

“กระบี่หมื่นบรรพชน และคมมีดของเทพอสูร ครั้งหนึ่งเคยถูกครอบครองโดยนิกายเทพอสูรและผู้ครอบครองอาณาจักรบรรพชนแห่งเทพ ของวิเศษทั้งสองสามารถทำลายผนึกอาคมเทพที่แข็งแกร่งได้ นั่นทำให้นิกายเทพอสูรและอาณาจักรบรรพชนแห่งเทพ กลายเป็นสองกำลังที่มีอำนาจมากที่สุด และพวกเขากลายผู้ที่ดำรงอยู่เหนือธรรมชาติ” เทพธิดายู่หยานพูดพร้อมกับถอนหายใจและพูดต่อไปอีกว่า

“แต่ว่ากระบี่หมื่นบรรพชนนั้น ไม่มีผู้ใดที่สามารถมากพอที่จะใช้งานมันได้ ในสงครามครั้งหนึ่ง มันเปลี่ยนสภาพเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนเจ็ดชิ้น และทั้งเจ็ดชิ้นและถูกครอบครองโดยผู้สืบทอดของอาณาจักรบรรพชนแห่งเทพ นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์และนิกายอื่น ๆ รวมหกแห่ง”

“เจ็ดชิ้น?” เนี่ยลี่พูดขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องนี้ เขาไม่รู้เลยว่ากระบี่หมื่นบรรพชนนั้นมีพลังถึงเพียงนั้น

“หมายความว่า ที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ มีชิ้นส่วนของกระบี่หมื่นบรรพชนอยู่ใช่หรือไม่?”

เทพธิดายู่หยานพยักหน้าและตอบกลับไปทันทีว่า “ถูกต้องแล้ว”

“แล้วเหตุใด ข้าจึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้จากเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์?” เนี่ยลี่เอ่ยถาม

“นี่คือสมบัติล้ำค่าของนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์ จึงถูกปกปิดเป็นความลับขั้นสูงสุด ที่ถูกดูแลโดยยอดฝีมือระดับเทพสงครามที่แข็งแกร่งที่สุด และจะถูกส่งมอบต่อหลังจากที่เขาเสียชีวิตเท่านั้น” เทพธิดายู่หยานอธิบาย

“ถ้าเช่นนั้น ดูเหมือนว่าสมบัติชิ้นนี้จะอยู่ในการดูแลของปรมาจารย์เทียนอู่” เนี่ยลี่พูดพร้อมกับพยักหน้า

“แต่ว่า สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับผนึกของโลกใบเล็กเช่นนั้นหรือ?”

“มีเพียงกระบี่หมื่นบรรพชนเท่านั้น ที่จะสามารถทำลายผนึกประตูสู่โลกใบเล็กได้” เทพธิดายู่หยานตอบกลับไป

“โลกใบเล็กมีสมบัติล้ำค่าอันใด ที่ถึงกับต้องทำลายผนึกให้เปิดออกโดยสมบูรณ์?” เนี่ยลี่อดที่จะถามออกไปด้วยความสงสัยไม่ได้

“โลกใบเล็ก ผนึกบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งนักเอาไว้ และเป็นสมบัติล้ำค่าเสียยิ่งกว่าสิ่งที่ใช้ทำลายผนึกอาคมเทพนี้ ของสิ่งนั้นคือตำราจิตอสูรท่องเวลา มีเพียงตำราจิตอสูรท่องเวลาเท่านั้น ที่จะทำให้เราสามารถเอาชนะอสูรที่ครอบครองอาณาจักรบรรพชนแห่งเทพได้ หากไม่มีสิ่งนี้แล้วแล้ว ก็คงจะเป็นไปไม่ได้” เทพธิดายู่หยานพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องเดินทางไปยังโลกใบเล็ก”

เนี่ยลี่รู้สึกตกใจยิ่งนัก จริงอยู่ ที่ว่าตำราจิตอสูรท่องเวลานั้นมีอำนาจยิ่งนัก แต่เนี่ยลี่ไม่ทราบว่าตำราจิตอสูรท่องเวลานั้นหายไปที่ใด หากการทำลายผนึกประตู่สู่โลกใบเล็ก จะค้นหามันเจอเช่นนั้นหรือ

“แล้วเราจะไปหามันได้จากที่ใดกัน?” เนี่ยลี่ถามออกไป

“ตำราจิตอสูรท่องเวลา เป็นตำราศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด และทรงอำนาจเสียยิ่งกว่าของวิเศษที่ใช้ทำลายผนึกอาคมเทพสองเสียอีก แต่เป็นเพราะผนึกของโลกใบเล็ก ทำให้ตำราจิตอสูรท่องเวลานั้นหายไป ไม่ว่าจะค้นหาจากที่ใดก็ไม่อาจพบได้ และเมื่อเราทำลายผนึกของประตู่โลกใบเล็ก จะมีชั่วขณะหนึ่งที่เราสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายและที่อยู่ของตำราจิตอสูรท่องเวลา” เทพธิดายู่หยานตอบกลับไป

เนี่ยลี่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง การที่ตำราจิตอสูรท่องเวลานั้นหายไปทำให้เนี่ยลี่เป็นกังวลไม่น้อย เขาจะต้องค้นหาตำราจิตอสูรท่องเวลา เพื่อใช้เผชิญหน้ากับจักรพรรรดิปราชญ์

จักรพรรรดิปราชญ์นั้นมีความแข็งแกร่งมากเกินไป เขาสามารถปิดกั้นพื้นที่ชายแดนทั้งหมดของอาณาจักรซากมังกร และยังมีลูกสมุนที่แข็งแกร่ง หากเขาไม่มีความเชื่อมั่นมากพอ เขาจะไม่สามารถเผชิญหน้ากับจักรพรรรดิปราชญ์โดยตรงได้

“ถ้าหากเราทำลายผนึกของประตู่สู่โลกใบเล็ก และจักรพรรรดิปราชญ์ค้นหาตำราจิตอสูรท่องเวลาเจอก่อนพวกเราเล่า?” เนี่ยลี่ถามออกไป นี่คือสิ่งที่เขากังวลมากที่สุด…………จบตอน

แปลโดย นายมะพร้าว

ที่มา : http://readtdg2.blogspot.com/2017/02/tales-of-demons-gods-450.html