ตอนที่แล้วตอนที่ 2 เหมันต์นิรันดร์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 4 คนเปลี่ยน

ตอนที่ 3 สันดานโจร


 

 

 

3

 

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็นายน้อยตระกูลเกานี่เอง” มันทักอีกฝ่ายอย่างสุภาพ แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับเพียงหัวเราะในลำคอและไม่มีทีท่าว่าจะตอบรับอะไร

 

“นายน้อยของข้าต้องการให้การค้าสมุนไพรที่พวกเจ้ากำลังทำล้มเลิกไปซะ” หนึ่งในผู้ติดตามของเกาหงลี่ชี้นิ้วแล้วตวาดใส่ทั้งคู่

 

“ร้านของพวกเจ้ามันขัดขวางกิจการร้านของเรา ร้านเราอยู่มานานนับหลายร้อยปีแล้ว พวกเจ้าพึ่งก่อตั้งมากลับทำให้พวกเราขาดทุนไปหลายหมื่นตำลึงทอง” ผู้ติดตามอีกคนกล่าวสมทบ

 

จางหมิงเลิกคิ้ว ค่อนข้างแปลกใจในความใจกล้าของฝ่ายตรงข้าในการข่มขู่มัน อย่างน้อยตัวมันก็ยังคงเป็นนายน้อยตระกูลจาง เอาไปเทียบกับพวกมันได้หรือ แลดูว่าจางหมิงคนก่อนคงจะหัวอ่อนยอมให้พวกนี้กดขี่กระมัง

 

“ข้าไม่ต้องการคุยกับคนเช่นเจ้า  และไม่ต้องการเสวนากับคนใบ้!”

 

“เจ้า!” เกาหงลี่ชี้หน้ามันอย่างเดือดดาล

 

“เจ้าก็พูดได้นี่ อย่ามาทำตัวจองหองไม่รู้ผู้หลักผู้ใหญ่ ยืมปากคนอื่นพูดก็เหมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจ หากเจ้าเป็นลูกผู้ชายก็จงแสดงความกล้าที่จะทำจะพูดในสิ่งที่ต้องการด้วยตนเอง เด็กน้อยอย่างเจ้าใช่ควรสอดในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำกันหรืออย่างไร”

 

เกาหงลี่กระพริบตามองนิ่งๆอย่างตามไม่ทัน มันถูกคนอ่อนแอขี้ขลาดกลัวกล่าวตักเตือนอย่างชัดคำต่อหน้าผู้คนมากมายกลางตลาด ไม่รู้ว่าคนแบบนั้นไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน

 

“ว่ากล่าวข้าเช่นนั้นไม่ดูตัวเจ้าเอง เจ้าก็ยังคงเป็นเด็กเหมือนกันล่ะน่า อายุมากกว่าข้าไม่กี่เดือนอย่ามาทำเป็นสั่งสอนหน่อยเลย ตัวข้านั้นเพียงอยากช่วยกิจการของตระกูล ไม่เหมือนคนป่วยออดๆแอดๆที่ผลาญทรัพยากรตระกูลไปวันๆเช่นเจ้า!” เกาหลงลี่ว่ากลับ หากแต่รอยยิ้มเยาะของฝ่ายตรงข้ามทำให้มันไม่รู้สึกถึงชัยชนะ

 

“ช่วยกิจการครอบครัว? โดยการข่มขู่เด็กบ้านอื่นน่ะหรือ ฮ่าๆๆ ช่างเป็นความคิดที่หลักแหลมเสียจริงๆ”

 

“เจ้า!”

 

“จุ๊ๆ นายน้อยเกา ท่านควรเอาเวลาไปช่วยบริหารบัญชีทางร้านสมุนไพรของท่านให้ดีมากกว่าจะมาหาเรื่องปิดร้านที่กำลังรุ่งเรืองของคนอื่น แล้วก็หัดดูแลคนของท่านให้รู้จักสงบปากสงบคำบ้าง ชีวิตมันจะได้ยาวขึ้นมาอีกหน่อย” จางหลิงเหลือบตาไปจ้องสบกับคนข้างตัวเกาหงลี่ไปด้วย

 

คนรับใช้ตระกูลเกาทั้งสองรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง แรงกดดันที่ไม่อาจเข้าใจทำให้พวกมันตัวสั่นน้อยๆ พวกมันไม่เข้าใจจริงๆว่าเพราะอะไรนายน้อยจางคนนั้นถึงแปลกไปแบบนี้

 

ไม่ใช่แค่คนจากตระกูลเกาที่มองพวกเขาแปลกๆ จางซิ่งเองก็ดูจะสนเท่ห์กับนิสัยที่แปลกไปของนายน้อยตนเอง แม้จะยังคงดูสุภาพเรียบร้อยและน้ำเสียงอ่อนๆ แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับทำให้คิดไปถึงผู้นำคนปันจุบันที่เป็นบิดา วิธีพูดก็คล้ายอดีตผู้นำตระกูลคนก่อนซึ่งเป็นปู่ของจางหมิง

 

แปลกไปเพราะพิษ?

 

แต่นี่แหละถึงเหมาะสมกับการเป็นนายน้อยตระกูลจางของมัน

 

“เฮอะ! จะพูดอะไรก็พูดไป เพราะอีกไม่นานข้าจะได้เข้าร่วมกับสำนักอินทรีย์สวรรค์ เกียรติยศตระกูลข้าก็จะมากขึ้น แล้ววันหน้าพวกเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำตัวเป็นปรปักษ์กับข้า!” เกาหงลี่ถลึงตาใส่อย่างเดือดจัด และยิ่งโกรธขึงเมื่อฝ่ายตรงข้ามเอาแต่ยิ้มรับอย่างไม่ยี่หระ

 

ก็แน่ล่ะที่จางหมิงจะไม่หวั่นใจกับคำพูดของมัน ต้องถามก่อนว่าตัวมันรู้จักสำนักอินทรีย์สวรรค์หรือไม่ มันเองรู้จักที่แห่งนี้เพียงผิวเผิน จะให้ทำตัวเป็นนกหวาดเกาทัณฑ์ก็ใช่เรื่อง จะเถียงเด็กก็กลัวเสียผู้ใหญ่ จึงได้แต่ยิ้มรับไปแบบนั้น

ขณะนั้นมีเสียงเอะอะโวยวายมาแต่ไกลทำให้คนทั้งหมดยุติการสนทนาแล้วหันไปมอง

 

ม้าสีน้ำตาลแก่ตัวพ่วงพีกำลังพยศ เจ้าของดึงรั้งบังเหียนเพื่อกระชากกลับแต่ดูแล้วจะสู้แรงไม่ไหว ผู้คนบริเวณนั้นแตกกระเจิงเมื่อเจ้าของม้าล้มลงและสายบังเหียนหลุดออกจากมือ

 

จางหมิงเห็นแบบนั้นก็ขยับเข้าชิดริมทาง มันมองชามกระเบื้องที่ขายอยู่ร้านด้านข้างแทนสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แต่ก็มีบางคนที่ไม่สนใจสถานการณ์เช่นกัน อีกทั้งยังขวางทางม้าวิ่งอีกต่างหาก

 

“หยุดนะเจ้าม้าโง่!” เกาหงลี่ตะโกนใส่ม้าที่กำลังห้อตะบึงมา

 

ก็ไม่รู้ว่าม้าหรือคนกันแน่ที่โง่

 

สายตาจางหมิงละจากชามใบสวยแต่ก็ยังคงยืนแอบแผงข้างทางนั้นเงียบๆ มันกำลังรอดูคนโง่ที่หาเรื่องกับสัตว์หน้าขน ผู้ติดตามสองคนทำได้เพียงกระวนกระวายแต่ก็ไม่กล้าขัดขวางในสิ่งที่นายน้อยมันทำ และก็เป็นไปตามคาด ม้ามันก็แค่สัตว์ตัวหนึ่งที่ไม่เข้าใจความสูงต่ำที่มนุษย์แบ่งแยก มันก็แค่วิ่งไปตามทาง เมื่อมีสิ่งเล็กๆมาขวางทางมันก็แค่เขี่ยให้กระเด็น

 

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าทางที่นายน้อยตระกูลเกากระเด็นมาคือแผงลอยเครื่องเคลือบที่มันยืนอยู่ จางหมิงขยับหลบแทบไม่ทันแต่ก็พอจะพ้นวิถีเกาทัณฑ์มนุษย์ที่พุ่งมาได้

 

“นายน้อย!” คนรับใช้ตระกูลเการ้องตะโกนพร้อมกันแล้วรีบมาพยุงร่างนายตนเอง

 

“อึก! เจ้าม้านั่นบังอาจนัก! พวกเจ้ารออะไรล่ะ ไปจับมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” ผู้ติดตามทั้งสองไม่อาจขัดก็ทำได้เพียงวิ่งตามทางที่ม้าจากไปไกลลิบ

 

คนธรรมดาไหนเลยจะวิ่งตามม้าทัน คนสั่งก็ไม่รู้จักคิด!

 

เกาหงลี่ลุกขึ้นชมาปัดชายผ้าของตนเอง ร่างกายมันไม่ได้เป็นอะไรมากมายเนื่องจากฝึกฝนร่างกายมาบ้าง สำนักที่มันจะเข้าเข้มงวดอยู่พอสมควรเหมือนกัน หากอ่อนแอมีหรือจะได้รับเชิญเข้าร่วม

 

“จะไปไหนเล่านายน้อยเกา” จางหมิงทักมันไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะจากไป จางซิ่งที่รู้สถานการณ์ก็เข้าไปขวางหน้าอีกฝ่ายทันที

 

“มีปัญหาอะไรกับข้าอีก!” เกาหงลี่รู้สึกหงุดหงิดอยู่แล้วก็ยิ่งทวีความหงุดหงิดเข้าไปอีกเมื่อมีคนเข้ามาขัดขวางทางเดินของตนเอง

 

“เหมือนเจ้าจะลืมบางอย่างนะนายน้อยเกา” จางหมิงเอ่ยเตือนและยิ้มบางๆ

 

“ลืม? ข้ามีหรือจะหลงลืมอันใด”

 

“เจ้าลืมอย่างแน่นอน... ลืมว่าตนเองทำข้าวของของผู้อื่นเสียหายมากมาย แล้วท่านผู้เป็นถึงนายน้อยของตระกูลใหญ่จะจากไปง่ายๆเช่นนี้หรือ ออกจะไม่งามกระมัง” จางหมิงพยักพเยิดไปทางแผงขายของด้านหลัง

 

“ฮึ! แล้วยังไง ของก็ไม่ใช่ของข้า ทำไมข้าต้องสนใจ” คนพูดยิ้มเยาะ

 

“เจ้าไม่ต้องสนใจก็ได้ หากอยากให้ผู้คนตราหน้าว่าตระกูลเกาไม่มีปัญญาจ่ายค่าของไม่กี่ชิ้น” จางหมิงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ มันกำลังรออีกฝ่ายที่กำลังหันซ้ายขวาอย่างร้อนรนกับสายตาผู้คนรอบข้างออกปากยอมจ่ายเงิน

 

“มันจะเป็นเงินสักเท่าไหร่กันเชียว เจ้าน่ะ! เจ้าของร้านใช่ไหม เก็บของที่เสียหายของเจ้าไปขึ้นเงินที่ตระกูลข้าก็แล้วกัน ฮึ!” พอพูดจบก็จ้องจางหมิงอย่างมาดร้ายก่อนสะบัดหน้าจากไป

 

จางหมิงคำนับกลับเจ้าของร้านที่ก้มคำนับเขาเป็นพัลวัน จากนั้นมันกับจางซิ่งก็เดินสำรวจของในตลาดกันเสียจนเย็นค่ำ ก่อนที่จะกลับเพราะสาวใช้ในบ้านมาตามจากคำสั่งบิดา

 

ในระหว่างเดินทางมันได้ถามถึงสำนักอินทรีสวรรค์ที่เกาหงลี่พูดถึง ได้ความว่าที่นั่นเป็นหนึ่งในสำนักขนาดใหญ่หนึ่งในสี่แห่งของนครมังกรทะยานที่ซึ่งเป็นเมืองหลักที่ปกครองเมืองมังกรครามของมันอีกที พูดถึงสำนักสิ่งที่สอนก็ไม่พ้นวิชายุทธ์และกำลังภายในอย่างที่มันคิดไว้ ตัวเกาหงลี่เองได้ฝึกฝนกำลังภายในของตระกูลตนเองมาบ้างจึงได้แข็งแรงพอให้ม้าวิ่งชนไม่บาดเจ็บ มันก็มาคิดได้ว่าเด็กน้อยคนนั้นก็พอจะมีดีอยู่บ้าง

 

วิชากำลังภายในที่ตกทอดมาในตระกูลของมันก็มี หากแต่ตัวจางหมิงคนก่อนไม่เคยฝึกฝนเนื่องจากร่างกายอ่อนแอ จางซิ่งบอกไว้ว่าหากมันต้องการฝึกจริงๆจำต้องขออนุญาตจากนายใหญ่ซึ่งก็คือบิดาของมันเสียก่อน

 

พอกลับถึงบ้านมันก็ขอแยกตัวกลับเพื่อเปลี่ยนชุดที่เปื้อนฝุ่นออกก่อนแล้วค่อยไปพบบิดาที่ตึกใหญ่ จางซิ่งนั้นได้บอกทางไว้ให้แก่มันแล้วจึงไม่คิดว่าจะมีปัญหา

 

เมื่อประตูห้องปิดลงร่างของเด็กชายก็หัวเราะในลำคอ ความจริงแล้วที่มันรีบสอดปากเข้ายุ่งกับเรื่องข้าวของของคนอื่นนั้นเพราะไม่ต้องการให้เกาหงลี่สำรวจตัวเองก็เท่านั้น เพราะป้ายหยกที่ซ่อนในแขนเสื้อเขานี่เหมือนของร้อนเมื่อเจ้าของตัวจริงอยู่ใกล้ๆ

 

แผ่นหยกเรียบลื่นในมือช่างสวยสดสว่างไสวในสายตาคนมอง สิบห้าตำลึงทองแม้จะไม่มากนักแต่ก็ไม่ใช่ราคาน้อยๆสำหรับคนธรรมดา ถึงแม้ตอนนี้ตระกูลจางจะร่ำรวยด้วยทรัพย์มากมายแต่สำหรับมันนั่นไม่ใช่ของที่เป็นของมันเอง มันไม่ได้น่าภูมิใจเท่ากับของที่ได้มาด้วยฝีมือ

 

อา... มันกำลังขโมยของเหมือนตอนยังเล็ก

 

สันดานโจรเหมือนจะแก้ไม่หาย เป็นหมอก็ยังคงหยิบนั่นนี่ติดมือมาจากบ้านคนป่วยให้อาจารย์ได้ดุด่า เอาเถอะๆ

 

+++

แมว : โจรน้อยหมิง... สิ่งมีชีวิตมือไว แต่ก็ เอาเถอะๆ

 

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด