ตอนที่ 347 ตะขาบแดนสวรรค์

อสูรปีศาจไม่ได้มาจากทวีปมังกรทะยาน พวกมันเป็นอสูรที่อยู่ในหอทงเทียนชั้นสูงๆ ขึ้นไป

อสูรปีศาจโดยทั่วไปจะอยู่ในดินแดนของเผ่าปีศาจบูรพาอาศัยดินแดนร่วมกัน

อสูรปีศาจจะมีสติปัญญาอาจพัฒนาเป็นมนุษย์เผ่าปีศาจบูรพาระดับต่ำได้หลังจากผ่านเวลาไปชั่วระยะหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ปีศาจเสือดาวและปีศาจหมีดำที่ต่อสู้กับเย่ว์หยางระหว่างการแข่งขันในตอนนั้น

พวกเขาวิวัฒนาการมาจากอสูรปีศาจ แน่นอนว่า ใช่ว่าอสูรปีศาจทั้งหมดจะมีโอกาสวิวัฒนาการไปเป็นเผ่าปีศาจบูรพา เพื่อให้เกิดวิวัฒนาการ อสูรปีศาจต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างต่อเนื่องเคร่งครัด ความยากลำบากในการวิวัฒนาการเป็นชาวอสูรเผ่าบูรพาก็เหมือนกับอสูรธรรมดาวิวัฒนาการเป็นจ้าวอสูรทอง

หลังจากได้รับสืบทอดความรู้ของมารดาสหายผู้น่าสงสาร เย่ว์หยางได้รู้ความลับอย่างหนึ่ง

อสูรปีศาจเหล่านั้นที่แม้แต่นักสู้ปราณก่อกำเนิดก็ยังกลัวไม่ใช่อสูรปีศาจธรรมดา แต่เป็นอสูรปีศาจที่มาจากดินแดนระดับสูง เช่นหอทงเทียนชั้นที่สิบหรือแดนสวรรค์ อสูรปีศาจจากแดนสวรรค์มีอยู่แต่ในตำนาน ตามความรู้สึกจากบันทึกของมารดาสหายผู้น่าสงสาร อสูรปีศาจเหล่านี้อาจไม่มีปัญญาเทียบเท่ามนุษย์

แต่อสูรปีศาจของแดนสวรรค์มีร่างกายที่ใหญ่โตและแข็งแกร่ง พวกมันไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาเปรียบเทียบกับอสูรปีศาจธรรมดาหรือปีศาจในระดับทั่วไป อาจกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะเป็นอสูรปีศาจแดนสวรรค์ตัวใดๆ ก็ตาม ก็มีความสามารถฆ่านักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับต่ำได้

อสูรปีศาจแดนสวรรค์คือฝันร้ายสำหรับนักสู้ปราณก่อกำเนิด

โชคดีที่พวกมันมีชีวิตอยู่ในหอทงเทียนระดับชั้นสูงๆ ดังนั้นพวกมันจึงไม่แสดงอาการคุกคามใดๆ ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์

ทันทีที่เขาได้ยินผู้เฒ่าเต่ามังกรพูดถึงอสูรปีศาจ เย่ว์หยางก็ตระหนักได้ทันทีว่าอสูรปีศาจเหล่านี้เทวทูตสายลมคงปล่อยออกมาขัดขวางเขา

“ทุกคน, อยู่ที่นี่ก่อน, ข้าจะออกไปดูข้างนอก”

เย่ว์หยางชักดาบวิเศษฮุยจินแล้วรีบเหินออกไปจากพื้นที่มิติผนึก

ที่ปลายทางมิติผนึกก็คือโถงวิหารที่สอง เมื่อเย่ว์หยางออกมา เขาถึงกับตะลึงอย่างหนัก เมื่อเห็นตะขาบยักษ์สองตัวมีความยาวมากกว่าร้อยเมตร พวกมันบุกจู่โจมใส่บริวารของหนีกั่วผู้มีพลังนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับ 6 และนักรบแดนสวรรค์อีกสองคนซึ่งเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับ 5 ที่ยังคงต่อสู้อย่างเต็มกลืน มีพวกของเขามากกว่าสิบคนถูกฆ่าทันทีไม่มีโอกาสหลบหนี

อสูรที่พวกเขาเรียกออกมาสู้กับตะขาบยักษ์ทั้งสองตัวถูกตายทันที

ไม่ว่าจะยาวขนาดไหนก็ตาม ขนาดตัวที่มโหฬารทำให้พวกมันน่ากลัว

มดมีขนาดเล็กและอ่อนแอ แต่เมื่อพวกมันกลายเป็นมดแดงไฟยักษ์ พวกมันกลายเป็นฝันร้ายของนักผจญภัย

ตะขาบโดยทั่วไปไม่มีอะไรน่ากลัวมาก พวกมันอาจถูกฆ่าตายง่ายๆ เมื่อคนธรรมดาเหยียบย่ำพวกมัน อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นสัตว์ประหลาดตะขาบยักษ์ พวกมันน่ากลัวกันทั้งหมด ตะขาบอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดบางทีอาจเป็นตัวที่มีหัวแดงเป็นราชาตะขาบก็ได้ มันเป็นราชาของตะขาบทั้งหมดและตัวมันยาวมากกว่าสามสิบเมตร

เปลือกภายนอกของมันแข็งเหมือนแผ่นเหล็ก มีดดาบไม่อาจสร้างความระคายเคืองให้มันได้ ขามากมายของมันเหมือนกับหอกแหลมคม และพิษที่อยู่ในเขี้ยวของพวกมันสามารถฆ่าศัตรูได้ทันที

ราชาตะขาบสามารถฆ่าราชสีห์เพลิง, โคโดศึก, แมมม็อธยักษ์และอสูรแข็งแกร่งอื่นๆ ได้

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้มีอยู่ในทวีปมังกรทะยาน

ผู้ที่จำเป็นต้องไปที่หอทงเทียนชั้นที่หก อย่างน้อยที่สุดก็ตั้งใจเพื่อไปหาดูพวกมัน

ราชันย์ตะขาบพออายุได้ที่จะกลายเป็นหนึ่งในห้าราชาอสูรสายแมลง, รวมทั้งตั๊กแตนมัจจุราช, แมงมุมปีศาจ, แมงป่องมหาสงครามและผึ้งพิษจ้าวเวหา ในห้าจ้าวอสูรสายแมลงนี้ราชันย์ตะขาบกับตั๊กแตนมัจจุราชจะแข็งแกร่งที่สุดในแง่การต่อสู้

ถ้าตั๊กแตนมัจจุราชไม่สามารถบินได้ ราชันย์ตะขาบอาจจะแข็งแกร่งกว่ามันมาก

ราชันย์ตะขาบยาวเพียงสามสิบเมตร มันยังสามารถเอาตัวรอดอยู่ได้ในหอทงเทียนชั้นที่หก ตอนนี้ ตะขาบยักษ์แดนสวรรค์จะน่ากลัวแค่ไหน ตัวมันยาวเกินกว่าร้อยเมตรใหญ่กว่าราชันย์ตะขาบสามถึงห้าเท่าเชียวหรือ? เย่ว์หยางตระหนักว่าเขาไม่สามารถเห็นพลังของตะขาบยักษ์ที่แท้จริงแม้จะด้วยสัมผัสที่แหลมคมของเขา แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับหมิงรี่ฮ่าวหรือหวงซา เทียบขนาดกับมนุษย์ ร่างของตะขาบยักษ์แดนสวรรค์พวกนี้ทรงพลังเกินไป..

ตะขาบจากแดนสวรรค์นี้ไม่เพียงแต่มีร่างกายมหึมาเท่านั้น พวกมันยังว่องไวคล่องแคล่วถึงขนาดไม่อาจอธิบายได้

ในโถงใหญ่ยังมีงูหลามป่าอีกตัวหนึ่ง

มันเพิ่งจะถูกเจ้านายเรียกออกมา น่าเสียดาย มันยังไม่ทันได้โจมตีก่อนที่ตะขาบแดนสวรรค์จะพุ่งเข้ามากัดหัวของงูอย่างรวดเร็ว

พอฉีดพิษลึกลงไปในหัวของศัตรูแล้ว มันใช้ขาที่คมและมีพิษแทงไปตามลำตัวของงูหลามป่าซึ่งมีความยาวมากกว่าสามสิบเมตร งูหลามป่ายักษ์เป็นอสูรทองระดับ 8 ถูกโจมตีทำร้ายเหมือนกับเป็นเหยื่อที่อ่อนแอ เลือดไหลออกมาตามรูนับสิบๆ รูที่ถูกเจาะอยู่บนร่างกายมัน

งูหลามป่าไม่มีโอกาสได้ดิ้นรน มันทรุดตัวลงกับพื้นทันที

ก่อน 10 วินาทีจะผ่านพ้นไป งูหลามป่าที่ยิ่งใหญ่สามารถฆ่าทุกอย่างที่ขวางทางมันได้กลับถูกฆ่าทันทีโดยไม่มีโอกาสดิ้นรน หางของมันกระดิกเล็กน้อยก่อนที่มันจะตาย

สำหรับตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ มันไม่สนใจว่ามีศัตรูรายล้อมพร้อมจะโจมตีมันอยู่ มันกินงูหลามยักษ์ทันที

เป็นกระบวนการที่โหดร้ายอำมหิต

เสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนติดตามเย่ว์หยางออกมาด้านนอก เมื่อพวกนางเห็นภาพที่น่ากลัวนั้นต่อหน้าต่อตา สีหน้าพวกนางขาวซีดทันที

พอเห็นตะขาบยักษ์ยาวเป็นร้อยเมตรกำลังกินงูหลามป่ายักษ์ไม่ห่างจากพวกเขา เป็นฉากภาพที่น่าสะพรึงกลัว ที่คนธรรมดาไม่สามารถรับมือได้

ที่ล้อมรอบตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ เป็นผนึกมิติ ขณะที่ตรงศูนย์กลางมีตาพายุจุดหนึ่ง, กระแสหมุนวนของสายลมวนเวียนอยู่รอบโถงวิหารที่สอง กำแพงวายุที่เย็นยิ่งกว่าพายุหมุนน้ำแข็งป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าออกได้ ทุกคนติดอยู่ภายในกระแสลมหมุนจนกว่าจะพบจุดจบกลายเป็นอาหารของตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ใช้กับเย่ว์หยางเท่านั้น แต่หนีกั่วและบริวารของเขาก็เช่นกัน

เพื่อป้องกันไม่ให้เย่ว์หยางหนีจากไป เทวทูตสายลมวางเครื่องมือขัดขวางไว้ในโถงวิหารที่สอง เขาเรียกใช้หนึ่งในคาถาที่มีชื่อเสียงที่สุดในแดนสวรรค์นามว่า “เวทพายุโหยหวน”

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างจะไม่สามารถบินผ่านเขตเวทพายุโหยหวนได้

ต่อให้พวกเขาสามารถเดินได้ แต่ความเร็วในการเคลื่อนไหวของพวกเขาจะลดลงอย่างมาก

เย่ว์หยางไม่คิดจะทดสอบพลังของเวทพายุโหยหวน ในเมื่อบริวารของหนีกั่วยังพบจุดจบที่น่าอนาถ

เวทพายุโหยหวนรวมกับอสูรปีศาจสองตัวผลก็คือจุดจบที่น่าอนาถ

ตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ที่กำลังหิวโหยจะฆ่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามที่เข้ามาปรากฏในสายตาพวกมัน

“ตะขาบกลัวอะไรมากที่สุด?”

เย่ว์หยางคิดว่าเป็นเรื่องยากแน่นอนหากจะใช้พลังโจมตีทางกายธรรมดาจะฆ่าพวกมัน พวกเขาต้องหาจุดอ่อนของตะขาบให้พบเสียก่อนและใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของมันสร้างบาดแผลหนักให้กับพวกมัน มิฉะนั้น แม้ว่าตะขาบยักษ์เหล่านั้นไม่ได้เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะสะดวกเข้าโจมตีพวกมันได้เท่าที่เขาต้องการ แต่บางทีต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงจะฆ่าได้หนึ่งตัว

“พวกตะขาบจะกลัวไก่…”

เสวี่ยอู๋เสียตอบได้ถูก

“อย่างนั้น เห็นทีว่าจะต้องหาไก่ที่สูงอย่างน้อยร้อยเมตร มิฉะนั้นมันคงไม่สามารถกินตะขาบแดนสวรรค์ได้”

เย่ว์หยางพูดไม่ออกอีกครั้ง ไก่กินตะขาบ เรื่องนี้เขาก็รู้เช่นกัน ปัญหาก็คือจะไปหาไก่ที่โตร้อยเมตรเพื่อให้มากินตะขาบจากที่ไหน ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นตะขาบแดนสวรรค์ เป็นอสูรปีศาจ มันอาจไม่กลัวไก่แม้แต่น้อยก็ได้ พวกเขาเลิกคิดใช้ไก่เป็นกลยุทธโต้ตอบตะขาบยักษ์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เย่ว์หยางลำบากกลับไม่ใช่ตะขาบแดนสวรรค์เหล่านี้ แม้ว่าพวกมันดูเหมือนกำลังหิวโซ แต่พวกมันก็ยังไม่มีท่าทีคุกคามเขา

ปัญหาที่แท้จริงก็คือ จะฝ่าออกจากเวทพายุโหยหวลได้อย่างไร

สองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์จะคืนชีพในอีกหนึ่งชั่วโมง

ถ้าพวกเขาไม่หยุดพิธีคืนชีพ ผลที่ตามมาจะต้องยุ่งยากแน่นอน

เขาจะหลบตะขาบแดนสวรรค์และผ่านกำแพงเวทพายุโหยหวนและหยุดเทวทูตสายลมจากการคืนชีพสองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ได้อย่างไร ?

ขณะที่เย่ว์หยางกำลังคิด นักรบแดนวรรค์ผู้มาถึงโถงวิหารที่สองและตายจากการต่อสู้

พวกเขากลายเป็นอาหาร

หนีกั่วและสหายผู้แข็งแกร่งทั้งสองหน้าซีดขาวเหมือนคนตาย พวกเขาใช้คาถาล่องหนโบราณและซ่อนตัวอยู่ที่มุมโถงวิหารที่สอง แม้ว่าสหายของพวกเขาจะถูกสังหารทีละคนๆ และมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าไปช่วยสหาย เพราะกลัวว่าตนเองจะพลอยติดร่างแหไปด้วย

นักรบแดนสวรรค์ที่รอดชีวิตอยู่เหลือเพียงไม่กี่คน

บางพวกผสานตัวเข้ากับอสูรของพวกเขาและกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์สูงยี่สิบเมตร

แน่นอนว่าร่างยักษ์ของพวกเขาไม่มีทางเทียบได้กับตะขาบยักษ์แดนสวรรค์

อยู่ต่อหน้าตะขาบยักษ์ยาวร้อยเมตร ร่างมหึมาของพวกเขาถือว่ายังเล็กมาก แม้ว่าตะขาบยักษ์แดนสวรรค์แค่กระแทกใส่พวกเขาเพียงเบาๆ แต่ก็มีแรงกระแทกจนพวกเขาล้มกลิ้งลงไปกับพื้น

ไม่มีใครกล้าสู้กับอสูรปีศาจที่น่ากลัวทั้งสองนี้ตรงๆ ได้ นักรบบางพวกยิงบอลแสงจากระยะห่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตะขาบยักษ์ ขณะที่บางพวกเรียกเปลวเพลิงออกมาป้องกันตนเอง

นอกจากนี้ยังมีบางคนควงมีดยักษ์เข้าโจมตีใส่ร่างของตะขาบยักษ์

อย่างไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้มีแต่จะแสดงให้เห็นว่าไร้ประโยชน์

ไม่ว่าจะใช้พลังโจมตีที่ร่างของตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ยังไง มันก็จะสร้างประกายไฟออกมาป้องกันได้ อย่าว่าแต่สับฟันให้เป็นแผลเลย เปลือกด้านนอกของตะขาบเหล่านั้นแข็งพอๆ กับแผ่นเหล็ก

แม้แต่จะฟันขาข้างหนึ่งของพวกมันให้ขาดยังเป็นเรื่องยาก การโจมตีด้วยไฟ, และน้ำแข็งและพลังเฉพาะธาตุอื่นๆ ไม่ได้มีผลพิเศษโดยตรงต่อตะขาบยักษ์แม้แต่น้อย เมื่อเย่ว์หยางเห็นเช่นนี้ เขาลอบตกใจ พลังป้องกันของตะขาบแดนสวรรค์นี้แข็งแกร่งมากจริงๆ

การโจมตีธรรมดาไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

การโจมตีทางกายภาพก็เท่ากับนักผจญภัยธรรมดาพยายามโจมตีใส่ด้วงจอมพลัง

ตะขาบแดนสวรรค์ทั้งสองตัวล้อมนักรบแดนสวรรค์เกินกว่าสิบคนไว้ภายใน

ถ้านักรบแดนสวรรค์ไม่หลบหนีโดยเร็ว พวกเขาจะถูกฆ่าตายทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่มีบางคนพยายามผ่านกำแพงลมพายุออกจากโถงวิหารที่สอง ตะขาบยักษ์ก็จะใช้ความเร็วสูงสุดไล่ตามและฆ่าผู้หลบหนีทันที มันกัดพวกเขาจนตาย ก่อนที่พวกเขาจะออกไปได้

แม้แต่นักสู้แดนสวรรค์ผู้สูงยี่สิบเมตรจากการหลอมรวมร่างกายกับอสูรที่เขาเรียกออกมาก็ยังต้านทานได้ไม่ถึงหนึ่งนาทีก่อนจะกลายเป็นอาหารของพวกมัน

นอกจากหนีกั่วและสหายทั้งสองคนที่มีความสามารถแข็งแกร่งแล้ว นักรบจากแดนสวรรค์คนอื่นๆหลบหนีจากการโจมตีของตะขาบยักษ์และเวทพายุโหยหวลไม่ได้

ตะขาบยักษ์ทั้งสองตัวเจ้าเล่ห์มาก พวกมันฆ่าและกินอสูรอัญเชิญของนักรบแดนสวรรค์จนเต็มท้องก่อน

นี่สร้างความหวังให้กับนักรบแดนสวรรค์เล็กน้อย พวกมันทำให้นักรบแดนสวรรค์รู้สึกเมื่อถึงจุดหนึ่งว่า อสูรปีศาจเหล่านี้อาจจะอิ่มแล้วและปล่อยพวกเขาไปก็ได้ อย่างไรก็ตามจากมุมมองของเย่ว์หยาง อย่าว่าแต่มนุษย์ไม่กี่คนและสัตว์อสูรที่อยู่ต่อหน้าตะขาบยักษ์เหล่านี้

ต่อให้มีนักรบแดนสวรรค์และอสูรอัญเชิญเป็นร้อย พวกมันจะไม่หยุดกินพวกเขาทุกคน ตะขาบยักษ์สองตัวที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่มีความฉลาดพอที่จะวางแผนเจ้าเล่ห์ได้ มันเป็นความสามารถแต่กำเนิดใช้กดดันศัตรูของพวกมัน พวกมันจะยอมให้ศัตรูมีชีวิตยืนยาวได้อีกเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆ ทรมานพวกเขาช้าๆ

ยิ่งกว่านั้น เหยื่อผู้หวาดกลัวจะไม่สามารถต่อสู้ด้วยพลังเต็มร้อยเช่นกัน

“ฉวยโอกาสก่อนที่ตะขาบเหล่านั้นจะจับเจ้านั่นกิน ข้าคิดว่าเราควรจะเคลื่อนไหวกันเอง มิฉะนั้นอาจจะสายเกินไป”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจับดาบเทพจักรพรรดิอวี้ในมือแน่น นางไม่แน่ใจว่านางจะทำร้ายตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ทั้งสองตัวได้สำเร็จหรือไม่

“อย่าเพิ่ง, รออีกสักครู่เถอะ”

เย่ว์หยางรู้ว่าถ้าพวกเขาร่วมมือกับนักสู้แดนสวรรค์ที่ถูกตรึงอยู่นั้น พลังต่อสู้ที่รวมกันนั้นจะยิ่งใหญ่มาก

อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถฆ่าตะขาบยักษ์ทั้งสองได้ราบรื่นด้วยการเพิ่มนักรบขึ้นมาอีกไม่กี่คน

ถ้าตะขาบยักษ์ถูกฆ่าได้ง่ายๆ เทวทูตสายลมคงไม่ปล่อยพวกมันมาง่ายๆ แน่

เย่ว์หยางคิดถึงจุดนี้และสั่นศีรษะคัดค้านความเห็นขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน เขาตอบนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พวกเจ้าอยู่ตรงนี้ อย่าก้าวออกไปข้างนอก ข้าจะไปขัดขวางการชุบชีวิตด้วยตัวข้าเอง”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนปฏิเสธทันที

“ไม่ได้, เจ้าจะทิ้งเราไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น เจ้ายิ่งไม่มีทางเอาชนะเทวทูตสายลมได้ตามลำพังแน่”

นางเข้าใจความหมายที่เย่ว์หยางพูด เขาไม่ต้องการให้คนอื่นต้องเสี่ยงชีวิต

จากทักษะหกรับรู้ของนาง นางรับรู้ได้ลางๆ ถึงเรื่องที่ไม่ดีได้ นางรู้สึกเหมือนเย่ว์หยางจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงถ้าเขาไป เพียงแต่นางไม่สามารถรู้ได้ชัดเจนว่าแหล่งอันตรายนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่

พวกเขาจะสามารถหยุดการปลุกสองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ได้หรือไม่

พวกเขาจะทำได้ทันเวลาไหม?

หัวใจขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนว้าวุ่น นางไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง

ดังนั้น นางยืนกรานปฏิเสธความคิดที่เย่ว์หยางจะบุกไปคนเดียว

แม้ว่าพวกนางไม่มีความสามารถช่วยเหลือเขาได้ แม้พวกนางจะช่วยเหลือเขาได้ไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขาไปที่นั่นคนเดียว

เสวี่ยอู๋เสียกับตรงกันข้าม มีปฏิกิริยาที่ตรงกันข้ามกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน โดยทั่วไป นางจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นของเย่ว์หยาง ทว่าในช่วงวิกฤติที่สำคัญนี้ นางให้การสนับสนุนเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข นางรู้ว่าเย่ว์หยางต้องมีเหตุผลของตนเองที่จะทำเช่นนั้น แม้ว่าเขาจะไม่บอกเหตุผลของเขา แต่นี่ต้องเป็นวิธีที่ดีที่สุดแน่นอน ถ้านี่ไม่ใช่วิธีเลือกที่ดีที่สุด เขาจะไม่เลือกทำเช่นนั้น

ดังนั้น เสวี่ยอู๋เสียตัดสินใจสนับสนุนเขาเต็มที่ ยิ่งกว่านั้นนางจะช่วยโน้มน้าวคนอื่นให้สนับสนุนความคิดของเขา

สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ก็คือ การสนับสนุนของทุกคน

ทันใดนั้นนางยื่นมือมาโอบกอดเย่ว์หยาง กระซิบบอกเขาแผ่วเบาว่า

“ข้าเข้าใจแล้ว เราจะรอเจ้าอยู่ที่นี่!”

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=368