ตอนที่แล้วตอนที่ 19 -- กลับบ้าน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 21 -- น้ำตาแห่งโพไซดอน

ตอนที่ 20 -- ไลเดีย


ตอนที่ 20 -- ไลเดีย

 

-หนึ่งสัปดาห์หลังจากการต่อสู้กับราชาแห่งความตาย

 

กิจวัตรประจำวันของมิลลี่และผมคือการล่าในโบสถ์แห่งความเสื่อมอย่างต่อเนื่อง

 

พวกเราผ่านพื้นที่ล่า โดยมุ่งมั่นที่จะยิงเวทย์บอลสีขาว

 

บอสนั้นแข็งแกร่งมาก ดังนั้นมันจึงใช้เวลาเป็นเดือนในการคืนชีพ

 

ดังนั้นตอนนี้เราจึงสามารถล่าได้โดยไม่ต้องกลัวสิ่งรบกวน

 

…..อย่างไรก็ตาม

 

“นี่เซฟ~ ชั้นเหนื่อยแล้วอ่า~”

 

ดูเหมือนมิลลี่จะคิดว่าการล่าของพวกเราน่าเบื่อ

 

มันอาจเป็นเพราะพวกเราเอาแต่ยิงบอลสีขาวในขณะที่ยืนอยู่รอบๆ

 

“ชั้นไม่อยากเก็บเลเวลที่นี่แล้ว ดังนั้นเราไปหาพื้นที่ล่าที่อื่นกันเอาไหม?”

 

แน่นอนว่าพื้นที่ล่าอื่นๆน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่นี่ แต่ว่าพวกเราสามารถล่าซอมบี้ได้โดยไม่ต้องกลัวราชาแห่งความตาย และการขาดความตรึงเครียดไปทำให้เรารู้สึกง่วงได้ง่าย

 

บางทีมิลลี่น่าจะหลับไปในทันทีถ้าผมปล่อยให้เธออยู่คนเดียว และนั่นจะกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ

 

หลังจากที่ผมมีเลเวลถึงยี่สิบห้า เลเวลของผมก็ไม่ขึ้นอีกเลย

 

“เอาสิ แต่เราจะไปหาพื้นที่ล่าตรงไหนล่ะ?”

 

“ชั้นคงรู้ล่ะมั้ง~? ชั้นสงสัยว่าที่ไหนจะดีกันน้า”

 

มิลลี่ขี้บ่นเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

 

เอาเถอะ ยังไงซะราชาแห่งความตายก็กำลังจะคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง

 

มันก็ฟังดูไม่แย่เท่าไหร่ที่จะหาพื้นที่ล่าอันอื่น

 

“เอาล่ะเราแยกกันสักพักล่ะกัน มิลลี่เธอไปหาพื้นที่ล่าอันอื่น ระหว่างนั้นผมจะหาเงินรอ”

 

“หือ..?”

 

“ผมจะปิดประกาศแผงลอยและขายสินค้าของเรา มันน่าจะดีกว่าถ้าให้คนเพียงคนเดียวออกไปขายของจิปาถะและซื้ออุปกรณ์กลับมา ในขณะที่อีกคนไปหาพื้นที่ล่าใช่ไหมล่ะ?”

 

“นะ-นั่นมันก็จริงนะ……. แต่…...อืม”

 

“ผมจะรู้สึกสบายใจกว่านี้ถ้าเธอจับคทาคริสตัลไว้แน่นๆตอนนี้”

 

“นั่น…..ไม่ ชั้นไม่เป็นไร! เข้าใจแล้วน่า! ชั้นจะออกไปหาพื้นที่ล่าอันใหม่ด้วยตัวเอง โดยไม่มีนาย”

 

มิลลี่พูดแล้วก็เทเลพอร์ตไป

 

เฮ้อ

 

ผมคงต้องพูดว่า เมื่อไม่มีมิลลี่อยู่ด้วยทำให้ผมรู้สึกเหงาเล็กน้อย

 

เธอจำเป็นจะต้องเรียนรู้การทำงานคนเดียวในอนาคต ดังนั้นมันจึงเป็นโอกาสดีที่จะเพิ่มความเชื่อมั่นของเธอในตอนนี้

 

แม้ว่าผมจะรู้พื้นที่ล่ารอบๆนี้อย่างคร่าวๆแล้วก็ตาม แต่การหาพื้นที่ล่าอันใหม่คนเดียวก็น่าจะเป็นการฝึกอย่างดีแม้แต่กับคนอย่างมิลลี่

 

-หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็ก้าวเท้าเข้าไปในเมื่องแห่งการค้าเบริต้าอีกครั้ง

 

ผมมาที่นี่เพื่อขายไอเทมที่แผงลอยของผมและเพิ่มจำนวนเงินทุน

 

หลังจากที่เงินของเราเพิ่มขึ้น ผมก็จะมองหาไอเทมที่สามารถซื้อได้ในราคาถูก

 

แล้วก็จะไปเยื่ยมร้านค้าของไลเดียถ้าผมมีเวลาพอ

 

ซึ่งผมเองก็มีเหตุผลที่จะไป

 

ผมก้าวเท้าเข้ามาในจัตุรัสของถนนแรก

 

ผมไม่อยากเข้าไปยุ่งถ้าพวกเขาไม่ได้เสนอทองมา

 

จัตุรัสแผงลอยไม่ได้เปิดในวันหยุด

TL เหมือนตลาดนัดบ้านเราล่ะมั้ง

เมื่อผมหาพื้นที่ว่างสำหรับแผงลอยของผมได้ในที่สุด ในขณะที่ผมกำลังวางของและถือหิ้วกระเป่าบนไหล่ เมื่อผมเดินผ่านทางแยก…….

 

“หว๋าาาาาาา~?

 

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้วิ่งชนผมจากด้านข้าง จนผมทำกระเป๋าหลุดมือไป

 

ผมรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อ่อนนุ่ม และกระเป๋าของผมก็ปลิวผ่านอากาศไป

 

อย่างไรก็ตามผมสามารถทรงตัวอยู่ได้ แต่เด็กสาวไม่สามารถทรงตัวได้และล้มลง

 

“อูยย~”

 

‘เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?’ เมื่อผมกำลังจะพูดตอนที่ผมกำลังก้มลงไปยังเด็กสาว ผมก็สังเกตุเห็นบางอย่าง

 

หืมม….? ผมเคยเห็นที่ไหนนะ……...

 

เด็กผู้หญิงผมสีฟ้า มีหางม้าซึ่งใส่เสื้อสีขาวรัดรูปที่เกือบจะปิดหน้าอกอันใหญ่โตเอาไว้ไม่อยู่

 

ตั้งแต่ที่เธอล้มอยู่บนพื้น เพียงแค่คุณชำเลืองมองก็สามารถเห็นผ้าสีขาวบางอย่างตรงช่องว่างของกางเกงสั้นจิ๋วของเธอ

 

“.....ไลเดีย!”

 

“เดี่ยวนะ, ถ้าความจำชั้นถูกต้อง นายคือ… เอ่อ….. นายชื่อว่าไรนะ?”

 

เมื่อลองมาคิดอีกที ผมยังไม่เคยแนะนำตัวกับเธอเลยสินะ?”

 

“ผมชื่อเซฟ เซฟ ไอน์สไตน์ ผมคงกำลังเดินโดยไม่ใส่ใจสิ่งรอบค้าง ดังนั้นขอโทษด้วย”

 

“อ้า~ ใช่แล้ว คงเป็นแบบนั้นล่ะ เพราะชั้นไม่เคยลืมชื่อกับหน้าเลยสักครั้ง”

 

*คึกคึก* ไลเดียหยิบแว่นก๊อกเกิล (แว่นกันลม) ของเธอขึ้นมาและเริ่มหัวเราะ *อ่ะฮ่ะฮ่า*

 

เมื่อเธอรู้สึกตัวว่าเธออยู่ในตำแหน่งอะไร เธอก็รีบหุบขาในทันที

 

“.....เห็นไหม?”

 

“นิดนึง”

 

“หวาาาาาา อย่างบอกนะว่านายเห็น? ในกางเกงสั้นจิ๋วของฉัน? เซฟคุง นายคงจะมองเห็นวิวดีๆสินะ หือ”

 

ไม่นะ มันก็ดูน่ารักตามปกติ…..เอ่อมันก็ดูดี

 

“ว้าว~ เดี๋ยวก่อน ของที่อยู่ในกระเป๋าของนายมันกระจายไปทั่วเลย! บ้าจริง เร็วเข้า! ฉันจะช่วยนายเก็บ”

 

ไลเดียพูดแล้วก็รวบรวมกระเป๋าของผมที่กระจายอยู่บนพื้น *โฮ่ยโฮ่ย*

 

เธอเก็บทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว

 

สมกับที่เป็นแม่ค้า

 

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ไลเดียจะต้องเป็นเจ้าของรถเข็นจำนวนมาก

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะชนกัน ไลเดียผลักรถเข็นของเธอออกไปในทันทีเพื่อที่จะปกป้องผม

 

นอกจากกระเป๋าที่กระเด็นไปทั่วแล้วล่ะก็ ตัวผมไม่เป็นอะไรเลย

 

ในขณะที่ตัวเธอเองล้มลง สัมภาระของไลเดียเองก็ปลอดภัย

 

นี่คือสิ่งที่สามารถเรียกได้ว่าความเป็นมืออาชีพของแม่ค้านั้นเป็นสิ่งจำเป็น

 

*เฮ้ออ* หลังจากที่พวกเราเก็บกระเป๋าเวทย์มนต์ทั้งหมดแล้ว พวกเราตัดสินใจที่จะหยุดพัก

 

หืม…. ว้าวไลเดียตัวสูงจริงๆ

 

ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอตอนไหน ผมก็ต้องแหงนหน้าขึ้นมอง ไม่งั้นเธอก็ไม่ได้ยินสิ่งที่ผมพูด

 

อืม~ ไม่เป็นไร ผมไม่ใส่ใจหรอก

 

“ขอโทษนะไลเดีย ดูเหมือนเธอกำลังรีบอยู่ด้วย เธอแน่ใจนะว่ามันไม่เป็นไรที่ช่วยผม?”

 

“โอ้ เอ่อร้านค้าที่อยู่ตรงนั้นขายขวดยาฟื้นฟูกำลัง และมันถูกผลิตขึ้นจากร้านแผงลอยที่มีชื่อเสียงที่เปิดใหม่ พวกเขาน่าจะขายหมดในทันทีเนื่องจากมันกำลังเป็นที่นิยม ยังไงฉันก็อดซื้อมันอยู่ดี ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องกังวลไปหรอก”

 

“งั้นหรอ โอ้แล้วมันก็ไม่ใช่ว่าผมไม่ดีใจในสิ่งที่เธอทำ ขอบคุณนะ”

 

เธอมองไปทางนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า แล้วก็หัวเราะออกมา *อ่ะฮ่าฮ่า*

 

“เอาล่ะ~ ฉันเองก็ไม่ได้เกลียดคนซื่อๆบื้อๆอย่างเซฟคุง ผู้ที่กำลังเสาะหาว่าพ่อค้าคืออะไรหรอกน่ะ”

 

ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมไม่ได้ถูกชมเลย

 

ไลเดียพูดต่อแม้ว่าจะเห็นสีหน้าที่ซับซ้อนของผมแล้วก็ตาม

 

“เซฟคุงไม่ได้อาศัยอยู่ในเบริต้าใช่ไหม แล้ววันนี้เธอมาที่นี่ทำไม? อย่าบอกนะว่าเธอมาที่นี่เพื่อมาหาฉัน?”

 

ประโยคที่สามที่เธอพูดออกมานั้นตรงเป้าหมายจริงๆ

 

สิ่งที่ผมจะพูดตอนนี้ไม่จำเป็นจะต้องปฏิเสธ

 

“อืมเธอช่วยผมก่อนหน้านี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นผมจึงหวังว่าเธอจะช่วยผมอีกครั้ง”

 

มันค่อนข้างน่าอายเล็กน้อย แต่ผมก็ควรตอบตามความจริงในเวลาแบบนี้

 

เพื่อให้ได้เงินมา มันน่าจะเป็นการดีที่ได้เป็นเพื่อนกับไลเดียที่เป็นแม่ค้า

 

“จริงหรอ? ยินดีที่ได้รับใช้ แล้วเซฟคุงมาที่นี่พื่อที่จะเปิดแผงลอยหรอ?”

 

“อา ใช่แล้ว ผมต้องการทำเงินตอนนี้ แต่ว่าบ้านเกิดของผมในนานามิไม่มีจตุรัศแผงลอย”

 

“โฮะโฮะ นายต้องการเงินใช่ไหม? ….. แล้วทำไมไม่ถามโอเน่ซัง (พี่สาว) คนนี้ว่าเธอสามารถช่วยนายได้ไหมล่ะ?”

 

“ไลเดีย?”

 

“ถ้านายต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเงิน ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันคือคนที่ดีที่สุดที่นายรู้จัก”

 

เธอพูดออกมาในขณะที่กำลังกอดอกทำให้โนตมของเธอดูใหญ่ขึ้นไปอีก ในขณะเดียวกันก็ยิ้มออกมาอย่างหน้าหลงใหล

 

“แค่บอกทุกอย่างให้โอเน่ซังก็พอ~♪”

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด