ตอนที่แล้วตอนที่ 16 -- ทดลอง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 18 -- ราชาแห่งความตาย ตอนจบ

ตอนที่ 17 -- ราชาแห่งความตาย ตอนต้น


ตอนที่ 17 -- ราชาแห่งความตาย ตอนต้น

 

-วันต่อมา ที่โบสถ์แห่งความเสื่อม

 

มิลลี่และผมได้กลับมา

 

แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเราคือการล่าราชาแห่งความตาย

 

ขาของมิลลี่สั่นเล็กน้อย

 

มิลลี่ เรย์อาร์ด

 

เลเวล 27

 

เวทย์ [สีแดง] เลเวล : 23/94

 

เวทย์ [สีน้ำเงิน] เลเวล : 32/98

 

เวทย์ [สีเขียว] เลเวล : 19/92

 

เวทย์ [ท้องฟ้า] เลเวล : 12/96

 

เวทย์ [วิญญาณ] เลเวล : 17/85

 

พลังเวทย์ 985/985

 

ในเรื่องของพลังเวทย์ที่เธอแข็งแกร่งมากกว่าของผม แต่ทั้งพลังกายและสถานะทางจิตใจนั้นไม่ค่อยมั่นคง

 

แม้ว่ามันจะไม่ได้แสดงบน สเกาท์สโคป แต่มิลลี่เริ่มแสดงอาการหวาดกลัวและวิตกกังวลออกมา ซึ่งมีผลต่ออัตราการใช้พลังเวทย์

 

ด้วยใจที่ไม่มั่นคงจะมีผลรบกวนเส้นมนตราซึ่งกระจายอยู่ทั่วร่างกายของมนุษย์ ทำให้เกิดการยับยั้งการไหลของพลังเวทย์

 

มันเป็นไปไม่ได้ที่มิลลี่ในตอนนี้จะเป็นผู้ทำการโจมตี

 

“นี่คือแผน, ผมจะเป็นแนวหน้าให้เอง ส่วนเธอเป็นคนสนับสนุน”

 

“ขะ-เข้าใจแล้ว...!”

 

ผมตบหลังของมิลลี่เพราะเธอตอบกลับอย่างเหนียมอาย

 

“ฮิ้ววว!?”

 

“เธอดูซีดมากเลยรู้ตัวไหม นั่นไม่ใช่สิ่งที่หัวหน้ากิลด์ควรจะเป็นใช่ไหมล่ะ?”

 

สำหรับวัยหนุ่มสาวแล้ว มันเป็นเรื่องง่ายที่อารมณ์ของพวกเขาจะขึ้นๆลงๆ ระหว่างอารมณ์ดีกับไม่ดี

 

ในตอนนี้ งานของผมคือการสนับสนุนเธอ

 

“เอาล่ะมาดูกันสิ ผมเชื่อว่าชื่อกิลด์ของเราคือ…. 'เพกาซัสปีกสีชาต' ใช่ไหม?”

 

“....”

 

มีเพียงความเงียบที่ผ่านเข้ามา

 

เฮ้อ ผมทำเสียเรื่องงั้นหรอ?

 

ผมล่ะสงสัยจริงๆว่าเธอไม่เข้าใจมุขตลกของผมหรอไง

 

“เซฟ พวกเราคือ ‘นักล่าแห่งฟ้าคราม’ ดังนั้น….”

 

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเธอจริงจังเกี่ยวกับมัน

 

เธอมองเข้าในตาของผม

 

เฮ้ เฮ้, ไม่ต้องมาโกรธผมเลยนะ

 

มิลลี่ที่นั่งอยู่ข้างๆผมได้ตีหลังผม

 

“ไปกันเถอะ”

 

เธอเดินออกไปในขณะที่กำลังพูด, เฮ้เธอควรที่จะพูดก่อนที่จะลุกสิ, ผมเป็นผู้ชายดังนั้นผมควรจะเป็นคนนำ

 

“.....คุณ”

 

“เธอได้พูดอะไรหรือเปล่า?”

 

“...?! เปล่านี่!”

 

มิลลี่บินออกไปด้วยเทเลพอร์ตในขณะที่พูด

 

ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่

 

เรื่องล้อเล่นของผมอาจจะไม่เป็นไปตามสิ่งที่ผมคิด แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

 

“ผมไปด้วย…!”

 

หลังจากที่ผมตบหน้าตัวเองเบาๆ ผมก็เริ่มเทเลพอร์ตไปยังทิศทางตรงข้ามกับมิลลี่

 

ขั้นตอนแรก ปฏิบัติการค้นหา

 

มันก็มีโอกาสที่ราชาแห่งความตายจะถูกกำจัดโดยใครบางคน ในเมื่อเราอาจไม่ใช่คนแรกที่มาที่นี่

 

ด้วยการทำแบบนี้พวกเราก็เริ่มต้นได้อย่างมีชีวิตชีวา

 

เทเลพอร์ต, เทเลพอร์ต, เทเลพอร์ต….

 

หวาาา นี่มันที่กักตุนซอมบี้ชัดๆ

 

แหล่งซอมบี้ได้หายไปหลังจากที่ผมเริ่มร่ายบอลสีขาว

 

มันไม่มีราชาแห่งความตาย

 

มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

 

ผมได้มองหาต่อไปในระหว่างเทเลพอร์ต

 

เทเลพอร์ต, เทเลพอร์ต, เทเลพอร์ต….

 

(มันอยู่นี่!)

 

เสียงของมิลลี่ดังก้องอยู่ในหัวของผม

 

สมาชิกกิลด์ที่มีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและถูกเชื่อมต่อโดยพลังของแหวนคริสตัลกลม จะสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ผ่านเทเลพาธี (Telepathy - โทรจิต)

 

(ตำแหน่งในตอนนี้คือ พื้นที่ดันเจี้ยน ‘9’ ใจกลางสุสาน)

 

(เข้าใจแล้ว, ผมกำลังไปเดี๋ยวนี้)

 

ผมเทเลพอร์ตไปยังตำแหน่งที่บอกเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

 

“มิลลี่”

 

“ช้าจริง!”

 

ในใจกลางของที่ฝูงซอมบี้ มีสิ่งที่สวมมงกุฏและผ้าคลุมสีแดง นั่นคือราชาแห่งความตาย ซึ่งกำลังเดินอย่างใจเย็นราวกับกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะ

 

มันอยู่ห่างออกไปจนเราเกือบจะมองไม่เห็นมันจากจุดนี้

 

สิ่งแรกที่เรากังวลไม่ใช่ระยะทาง

 

มิลลี่ยังคงมีบาดแผลทางจิตใจอยู่

 

ซึ่งผมไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้

 

เพราะว่าพลังเวทย์ที่ใช้ไปก่อนหน้านี้และเพราะการเทเลพอร์ต ผมจึงเริ่มการเข้าฌาน

 

เมื่อผมเพ่งสมาธิไปจิตของผม พลังเวทย์เพิ่มขึ้นในทันที

 

กระแสของพลังเวทย์รอบตัวผมทำให้ผมดูแข็งแกร่งเหมือนผู้ทรงภูมิ

 

ด้วยความรู้สึกที่แหลมคมบมผิวหนังของเธอ มิลลี่จึงสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อทำให้ตัวเธอสงบลง

 

คุคุคุ เธอคงจะภูมิใจในตัวเอง

 

มันก็นานสักพักแล้วตั้งแต่เริ่มสู้กับบอส แต่ประสาทสัมผัสเรื่องอันตรายของเธอไม่เลวเลย

 

“ถ้าเราเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ ลุยกันเลย!”

 

“ขะ-เข้าใจแล้ว”

 

ผมร่าย ไทม์สแควร์(จตุรัศแห่งเวลา) ก่อน แล้วใช้ เมจิคแอมพลิฟายเออร์ สองครั้งในระหว่างที่เวลากำลังหยุดอยู่

 

และ….

 

“โอ้เทพแห่งเวทย์สีแดง ผู้รังสรรค์หลักการณ์ซึ่งได้แผ่กระจายความรู้และความจริงทั่วทั้งทวีปนี้ โปรดให้กำลังแก่ข้า! จงทำลายศัตรูของข้าด้วยคมดาบที่หมุนวน!”

 

“เรดซีโร่!”

 

มหาเวทย์สีแดงที่แข็งแกร่งที่สุดของผม ‘เรดซีโร่’

 

โดยการใช้พลังเวทย์ทั้งหมดของผม มันคือมหาเวทย์มอนต์สาย’สีแดง’ ซึ่งยิงไปในด้วยพลังสูงสุด

 

พลังของมันจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณพลังเวทย์สูงสุดที่ผู้ใช้มี ซึ่งอัตราการใช้พลังเวทย์นั้นเลวร้ายสุดๆ แต่มันก็เป็นเวทย์มนที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

เพื่อที่จะลบข้อเสียของ ‘การใช้พลังเวทย์ที่เพิ่มขึ้น’ ซึ่งเมจิคแอมพลิฟายเออร์จึงได้ถูกร่ายขึ้น เมื่อความเข้ากันได้ระหว่างมันและ ‘เรดซีโร่’ จำเป็นต้องดีที่สุด

 

ด้วยเมจิคแอมพลิฟายเออร์ทั้งสองอัน ดาบสีแดงที่ถูกขยายพลังขึ้น 4 เท่าจึงถูกยิงออกไปจากมือของผม

 

แทงเข้าไปยังราชาแห่งความตาย มันได้เผาผลาญร่างของราชาจน มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

 

ดูเหมือนว่ามหาเวทย์มนต์สายสีแดงอาจจะเป็นจุดอ่อนของมันอย่างแน่นอน

 

แต่-

 

ด้วยการหวดดาบแห่งเปลวเพลิง ราชาแห่งความตายได้พุ่งเข้ามาโจมตีผม

 

“มิลลี่!”

 

“รู้แล้ว!”

 

มิลลี่จับมือของผม และเทเลพอร์ตหนีจากราชาแห่งความตายในระยะสั้นๆ

 

การหายไปจากสายตาในเสี้ยววินาที ราชาแห่งความตายได้ตามหาเราเมื่อเราหลบออกมาด้วยเทเลพอร์ต

 

หลังจากที่ผมถูกดึงออกมา มิลลี่ก็เทเลพอร์ตต่อไปเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเรา

 

ในขณะนั้นผมก็ดื่มขวดยาฟื้นฟูพลังเวทย์ที่เอาออกมาจากกระเป๋าอย่างเสียงดัง แล้วนั่งเข้าฌาณ

 

…..ผมรู้สึกได้ว่าพลังเวทย์ของผมกำลังฟื้นคืนมา!

 

อัตราการฟื้นคืนของขวดยาฟื้นฟูพลังเวทย์ดูเหมือนจะอยู่ประมาณ 100 ซึ่งถูกยืนยันด้วย สเกาท์สโคป ก่อนการต่อสู้

 

ดังนั้นผมจึงเทน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ลงในขวดใหญ่ขวดเดียว ดังนั้นผมจึงสามารถฟื้นฟูได้เกือบสมบูรณ์ด้วยการดื่มเพียงครั้งเดียว

 

ผมเรียกมันว่า ขวดยาฟื้นฟูพลังเวทย์ (ขนาดใหญ่)

 

“เร็วเข้า..! เราลดได้ 15000 แล้ว”

 

ดูเหมือนว่ามิลลี่จะใช้ สเกาท์สโคปกับราชาแห่งความตาย

 

เราพยายามทดลองว่า ‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราใช้ สเกาท์สโคปกับมอนส์เตอร์’ และพลังเวทย์ของมันก็แสดงออกมาตามธรรมชาติ

 

พลังเวทย์ของพวกมันจะลดลงเมื่อเราโจมตีมัน และพวกมันจะสลายไปเมื่อค่ากลายเป็นศูนย์

 

“พลังเวทย์ของราชาแห่งความตายอยู่ที่ 78000… ดังนั้นเราต้องยิงอีกหกครั้ง, เซฟ!”

 

ราชาแห่งความตายมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง แต่มันจะไม่ฟื้นฟูเมื่อค่าพลังลดลงไปมากในทีเดียว

 

ตราบใดที่เรายังคงทำแบบนี้และไม่ปล่อยให้มันฟื้นฟูตัวเอง เราก็สามารถจัดการมันได้

 

พวกเรามีประสบการณ์จากการต่อสู้กับบอสในคราวที่แล้ว

 

ดังนั้นในขณะที่ฝากการเคลื่อนถอยให้กับมิลลี่ พวกเราก็หนีออกมาด้วยเทเลพอร์ตอีกครั้ง และถ้าเธอมีโอกาส เธอก็จะตรวจสอบสถานะของศัตรูผ่าน สเกาท์สโคป

 

นี่เรียกว่า ‘ยิงแล้วถอย’ จะใช้เมื่อต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีพลังโจมตีสูง ซึ่งพวกจอมเวทย์มักไม่ค่อยได้ใช้กัน

 

“....มันฟื้นพลัง เราควรจะสร้างระยะห่างแล้วยิงอีกครั้ง”

 

“เข้าใจแล้ว♪”

 

โทนเสียงของมิลลี่เปลี่ยนไป? มันก็ดีที่เธอกลับมาเป็นปกติได้

 

เมื่อไทม์สแควร์ทำงาน ก็ใช้เมจิคแอมพลิฟายเออร์สองครั้ง แล้วเริ่มกล่าวบทร่ายเรดซีโร่

 

“เรดซีโร่!”

 

นี่คือครั้งที่สองที่ผมร่ายเรดซีโร่

 

เปลวเพลิงพุ่งทะลุร่างของมัน แขนของมันตกลง ผ้าคลุมก็ถูกเผาจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่มันยังคงไล่ตามเราโดยที่ความเร็วไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย

 

มิลลี่มองอย่างตื่นกลัวไปยังนัยน์ตาสีแดงของมัน ดังนั้นผมจึงจับไหล่ของเธอไว้ และหันเธอมาหาผมแล้วพยักหน้า

 

“...ฉันไม่เป็นไร!”

 

มิลลี่พูดราวกับเตือนตัวเองเช็ดแก้มทั้งสองข้าง

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด