ตอนที่แล้วตอนที่ 3 -- เวทย์มนต์ที่ใช้ยาก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 5 -- มหาเวทย์

ตอนที่ 4 -- โจร


ตอนที่ 4 ------ โจร

 

เซฟ ไอน์สไตน์

 

เลเวล 1

 

เวทย์ [สีแดง] เลเวล : 2

 

เวทย์ [สีน้ำเงิน] เลเวล : 2

 

เวทย์ [สีเขียว] เลเวล : 5

 

เวทย์ [ท้องฟ้า] เลเวล : 4

 

เวทย์ [วิญญาณ] เลเวล : 0

 

หลังจากล่าบลูเซลรอบๆเมืองมาหนึ่งสัปดาห์ เลเวลของผมก็เพิ่มขึ้นอย่างที่เห็น

 

เหตุผลที่เวทย์ [วิญญาณ] เป็นสายเดียวที่ยังเป็นศูนย์นั่นเพราะ เวทย์นี้จำเป็นต้องใช้หินเวทย์มนต์เป็นสื่อกลางในการร่ายเวทย์นี้

 

นั่นคือสาเหตุที่มันยังไม่สามารถฝึกได้ในตอนนี้

 

บลูเซลนั้นปรากฎตัวรอบๆเมืองนานามิเท่านั้น

 

บลูเซลถือเป็นปีศาจที่อ่อนแอมาก

 

ตอนนี้ผมสามารถจัดการได้แค่ปีศาจตัวเล็กๆเท่านั้น ดังนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้จึงไม่ค่อยมากเท่าไหร่

 

มันเลยต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเพิ่มเลเวลได้

 

เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้ผมก็จะใช้พลองไม้ตี แต่เมื่อมันอยู่ไกล ก็จะถล่มมันด้วยกรีนบอล, นี่คือวิธีที่ผมใช้จัดการพวกมันในตอนนี้

 

ช่าย นี่คือหนทางที่มั่นคงในการแข็งแกร่งขึ้น

 

ก่อนที่ผมจะรู้ตัว บลูเซลอีกตัวหนึ่งก็เริ่มก่อร่างขึ้นใต้เท้าของผม

 

บลูเซลตัวนี้มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของปกติ

 

มันจับผมไว้ โดยผมพยายามสลัดตัวออก แต่ว่ามันแข็งแกร่งเกินไป

 

ขาของผมถูกระยางค์มัดไว้และผมถูกดึงห้อยหัวลง

 

ส่วนปลายยอดของมันเปิดออก และกำลังจะยัดผมลงไป

 

บลูเซลมันกำลังจะกินผม!

 

….อย่ามาสะเออะกับผม

 

ผมชี้มือไปที่ปากของบลูเซลแล้วรวบรวมพลังเวทย์

 

“เรดแครช!” (Red Crash)

 

ในตอนที่ผมปล่อยเวทย์ออกมา เปลวเพลิงระเบิดก็ถูกยิงออกมาจากมือของผมและเผาทำลายบลูเซล

 

ผมร่วงลงบนพื้นตรงใจกลางที่มีเศษชิ้นส่วนของบลูเซลหลงเหลืออยู่

 

เสื้อผ้าของผมมอมแมมจากกองโคลนกับน้ำ

 

“ให้ตายสิ แม่จะต้องโกรธผมแน่ๆ”

 

ผมใช้พลังเวทย์ทั้งหมดไปกับเวทย์นั้น

 

มันเป็นเวทย์ที่จะเผาทำลายในพื้นที่แคบๆด้วยเพลิงระเบิด มันกินพลังเวทย์เป็นจำนวนมากในการใช้ แต่ว่าพลังทำลายของมันก็สมเหตุสมผลดี

 

ทำให้มันมีประโยชน์มากเมื่อศัตรูเข้ามาใกล้

 

แต่เพราะมันใช้เวลาในการร่ายสักพัก ผมจึงตัดสินใจใช้เมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น, เหมือนกับตอนนี้ที่บลูเซลยักษ์ปรากฎตัว

 

ไม่นาน พวกบลูเซลปกติก็เริ่มปรากฎออกมาอีกครั้ง แต่ผมยังฟื้นฟูพลังเวทย์ไม่พอที่จะร่ายกรีนบอลเลย

 

ในขณะที่ถอยผมก็เพิ่งสมาธิ

 

-เข้าฌาณ

 

โคจรพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ไปทั่วร่างผ่านทางเส้นมนตรา คือเทคนิคที่ทำให้การฟื้นพลังเวทย์เร็วขึ้นกว่าปกติในช่วงเวลาสั้นๆ

 

การเข้าฌาณมักจะทำได้เมื่อนั่งกับที่ แต่ผมสามารถทำมันได้ในขณะที่ยืน, เดิน และเหนือไปกว่านั้นคือผมสามารถทำได้แม้ว่ากำลังต่อสู้อยู่

 

ร่ายกรีนบอล แล้วฟื้นฟู

 

ร่ายกรีนบอล แล้วฟื้นฟู

 

หลังจากทำซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ผมก็สามารถจัดการบลูเซลได้ทั้งสองตัว

 

“ว้าว”

 

หลังจากจัดการพวกบลูเซลจนผมด ผมก็เจอบลูเจม

 

“นี่มันบลูเจม….”

 

หลังจากเอาชนะมอนส์เตอร์ได้ พลังเวทย์ที่อยู่ในร่างของมันกับพลังเวทย์จากพื้นโลกจะหลอมรวมกันแล้วสร้างเป็นไอเท็มขึ้นมา

 

แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นไอเท็มขยะก็ตาม

 

ผมคงไม่ได้เงินมากเท่าไหร่จากการขายมันในร้าน

 

ผมเก็บบลูเจมไใส่กระเป๋าเสื้อแล้วตัดสินใจยุติการล่าในวันนี้ หลังจากเข้าฌาณ

 

“....ผมต้องรีบกลับบ้าน”

 

การต่อสู้ในตอนค่ำนั้นเสี่ยงเกินไป

 

อีกอย่างผมต้องเตรียมตัวสำหรับอย่างอื่นอีก

 

“แม่กำลังโกรธผมอยู่แน่ๆ”

 

ในระหว่างทางกลับบ้าน ตอนที่ผมกำลังเข้าฌาณ ก็มีรถม้ารีบวิ่งไปที่เมือง

 

มันคือกองคาราวานขนาดกลาง

 

ถ้ามันเป็นของพ่อค้าเร่ ผมก็อยากจะดูว่าพวกเขามีไอเท็มเวทย์มนต์หายากหรือเปล่า แต่ว่าผมไม่มีเงินเลย

 

ตอนนี้กลับบ้านก่อนดีกว่า

 

เมื่อผมมองไม่เห็นกองคาราวาน ผมกลับได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากที่ไกลๆ

 

เมื่อผมหันไปยังทางที่ได้ยินเสียงเด็กสาวกรีดร้อง ผมก็เห็นควันไฟกำลังลุกจากรถม้า

 

ผมมองเห็นไม่ถนัดเพราะว่าอยู่ห่างเกินไป แต่ดูเหมือนจะมีการต่อสู้หรืออะไรสักอย่าง

 

ปีศาจรอบๆนี่คงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่

 

นั่นหมายความว่า…

 

“นักผจญภัยที่พวกนั้นจ้างหักหลังสินะ”

 

บางทีพวกนั้นอาจเป็นโจรในคราบนักผจญภัยตั้งแต่ต้นก็ได้

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าเป็นโชคร้ายสำหรับคนในกองคาราวาน แต่ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผม

 

ถ้าผมช่วยพวกนั้นในตอนนี้ พวกนั้นน่าจะให้ไอเท็มแพงๆกับผมเป็นรางวัลก็ได้

 

แต่ด้วยพลังเวทย์ของผมในตอนนี้ ผมก็ยังอ่อนเกินไป

 

เหมือนอย่างการแบ่งเกรดของนักผจญภัยยังไงยังงั้น

 

แต่ผมก็ไม่อาจทนโดยไม่ทำอะไรเลยได้

 

ในตอนที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ขี่ม้าตรงมาทางผม

 

ดูเหมือนเธอจะหนีมาจากการต่อสู้

 

เธอหยุดลงตรงหน้าผมด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

 

“นี่เธอ! หนีเร็ว! ฉันจะรีบไปแจ้งในเมือง ดังนั้นไปซ่อนตัวเร็ว!”

 

หลังจากพูดออกมา ทันใดนั้นลูกธนูก็พุ่งออกมาจากอกของเธอ

 

เด็กสาวก้มลงมองหัวธนูที่เปราะไปด้วยเลือด แล้วไอเป็นเลือดออกมา

 

ในขณะที่แววตาของเธอกำลังมืดลง เธอกลับพูดมาที่ผมสองคำ

 

“หนี….ไป….”

 

ผมสงสัยว่าทำไม

 

ผมเดินไปยังเด็กสาวที่แม้แต่ลมหายใจสุดท้ายก็ยังกังวลเรื่องผม แล้วปิดตาเธอลงเบาๆ

 

ในขณะที่ผมเลื่อนสายตาจากเด็กสาวไปยังกองคาราวาน โจรในคราบนักผจญภัยสองคนก็ี่ม้า...ตรงมาทางนี้

 

พวกมันคนหนึ่งลดธนูลงแล้วยิ้ม จากนั้นก็เริ่มหัวเราะมาทางผม

 

มันค่อยๆหยิบลูกธนูออกมาจากกระบอกลูกธนูแล้วค่อยๆขึ้นสาย

 

มันตั้งใจทำแบบนั้นให้ช้าที่สุด เพราะว่ามันอยากจะเห็นสีหน้ากลัวตายของผม

 

เมื่อรู้แบบนี้ ผมคงต้องขอบคุณไอ้โจรมันจริงๆ

 

เมื่อโจรคนนั้นค่อยๆง้างสายธนูจนสุด ผมก็ร่ายแบล็คช็อต(Black Shot)

 

ด้วยพลังที่ไม่ด้อยกว่าลูกธนู กระสุนเวทย์มนต์แห่งลม ก็เจาะทะลุหัวของโจรทั้งสองในครั้งเดียว

 

เมื่อโจรทั้งสองตกลงจากม้า พวกโจรคนอื่นๆก็สังเกตเห็นผม

 

พวกมันดูไม่ค่อยสบอารมณ์ที่เห็นพรรคพวกสองคนถูกฆ่าโดยนักเวทย์เด็ก

 

แต่ผมกลับใจเย็นอยู่

 

ผมมีอารมณ์เล็กน้อยก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ผมสงบใจได้แล้ว

 

คนจำพวกนี้ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

 

ผมจำไม่ได้แล้วว่าชีวิตก่อนฆ่าไอ้พวกเลวแบบนี้ไปเท่าไหร่

 

ฉลาดและมีประสิทธิภาพ นั่นคือคติประจำใจของผม

 

ดังนั้น….

 

“ผมจะล่าไฮยีน่าอย่างพวกแกเอง!”

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด