ตอนที่แล้วตอนที่ 242 คนต่อไป องค์ชายสือจิน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 244 โล่อัคคีกับยาเม็ดกระหายเลือด

ตอนที่ 243 หยุดกระบวนท่าสุดยอดด้วยนิ้วเดียว


องค์ชายสือจินระเบิดพลังปราณของเขาออกมา และมันเหมือนกับพายุหมุนที่กวาดเอาทุกอย่างในสนามแข่งขันออกไป

แม้ว่าเขาจะไม่รู้วิธีเสริมพลังทวีคูณ แต่ทักษะเสริมพลังของเขาก็อยู่ในระดับสูง ทักษะเสริมพลังของเขาผสานเข้ากับอสูรสายเสริมพลังระดับทองถึงสองตน จ้าวหมาป่าทองไม่ใช่อสูรธรรมดาที่จะผสานใช้งานทั้งสองได้

การผสานอสูรชั้นทองที่เหมือนกันสองตัวไม่ใช่แค่ได้พลังอสูรแต่ละตัวรวมกันเท่านั้น แต่กลับได้พลังเพิ่มเป็นทวีคูณ ดังนั้นองค์ชายสือจินไม่ได้มีพลังเพิ่มขึ้นเพียงสองเท่า แต่เขามีพลังเพิ่มเป็นสี่เท่าหรือมากกว่า อาจกล่าวได้ว่า องค์ชายสือจินเชี่ยวชาญในเรื่องเสริมพลังมากกว่าเย่คงและเจ้าอ้วนไห่ที่เย่ว์หยางฝึกให้เสียอีก

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจเย่คงและเจ้าอ้วนไห่ก็คือองค์ชายสือจินยังติดตั้งเกราะอสูรสายฟ้าเพิ่มเข้าไปอีก โดยไม่มีผลกระทบกับการเสริมพลังก่อนนั้น

องค์ชายสือจินใช้ความพยายามอย่างมากในการค้นคว้าเรื่องอสูรสายเสริมพลังมาแน่นอน

แน่นอนว่า อาณาจักรสือจินแต่เดิมพวกเขาก็มีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องอสูรสายเสริมพลังเป็นพิเศษอยู่ก่อนแล้ว

มีคำกล่าวกันในทวีปมังกรทะยาน นั่นก็คือ

“สายเสริมพลังต้องสือจิน สายธาตุจำเพาะต้องเทียนหลัว”

คำพูดนี้อธิบายถึงความพิเศษของอสูรในสองอาณาจักร นักรบอาณาจักเทียนหลัวเชี่ยวชาญอสูรสายธาตุจำเพาะ สำหรับต้าเซี่ย เนื่องจากจักรพรรดิหลายรุ่นอย่างจุนอู๋โหย่วให้ความสำคัญวิทยายุทธมากกว่า นักสู้ภายในอาณาจักรจึงค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ โชคดีที่ยังคงมีการสนับสนุนจากสี่ตระกูลใหญ่ มิฉะนั้นอาณาจักรต้าเซี่ยคงหลุดออกจากตำแหน่งสามอาณาจักรใหญ่ในทวีปมังกรทะยานแน่

อย่างไรก็ตาม ในแง่พลังของนักรบแต่ละอาณาจักร อาณาจักรต้าเซี่ยอ่อนด้อยที่สุด

ขณะเดียวกัน อาณาจักรต้าเซี่ยก็ยังมีจำนวนโจรและโจรป่ามากที่สุด

“นั่นทำได้ดีจริงๆ!”

เฟิงชิซายกย่ององค์ชายสือจินหลังจากเห็นผลของอสูรเสริมพลังของเขา

“น่าเสียดายที่เจ้าไม่สามารถอยู่รอดได้โดยแค่อบรมฝึกฝนอสูรสายเสริมพลังเพียงอย่างเดียว”

เหยียนพั่วจวินยอมรับว่าเขาไม่สามารถเทียบได้กับองค์ชายสือจิน เหยียนพั่วจวินและองค์ชายสือจินทั้งสองคนเป็นศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของนิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตก แต่เหยียนพั่วจวินเป็นหนึ่งในศิษย์นิกายสาขา

ขณะที่องค์ชายสือจินเป็นศิษย์ที่ประมุขนิกายรับมาด้วยตนเอง ดังนั้นตำแหน่งและสถานะของพวกเขาต่างกันราวฟ้ากับดิน อย่างไรก็ตาม เหยียนพั่วจวินยังสามารถมองเห็นจุดอ่อนขององค์ชายสือจินจนได้ เขาเอาแต่มุ่งเน้นฝึกฝนแต่ทักษะเพียงอย่างเดียว

นักสู้จะต้องไม่ฝึกฝนอสูรแต่เพียงรูปแบบเดียว บางทีพวกเขาอาจจะก้าวหน้าได้เร็วในตอนเริ่มต้น แต่พวกเขาจะไม่สามารถเพิ่มพลังความแข็งแกร่งของตนได้ ถ้าพวกเขาไปถึงขีดคั่นคอขวดในอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้น องค์ชายสือจินไม่ได้มุ่งเน้นฝึกฝนกับอสูรพิทักษ์ของตนเอง นี่ถือเป็นความผิดพลาดใหญ่ของเขา

บางทีอสูรพิทักษ์ขององค์ชายสือจินคงไม่ใช่อสูรรูปแบบนักสู้ หรือบางทีอาจไม่ใช่อสูรชนิดดีที่สุด แต่เมื่อเขาเลือกที่จะไม่มุ่งเน้นฝึกฝนกับอสูรพิทักษ์ของเขาแล้ว ก็เท่ากับว่าเลือกที่จะทิ้งความได้เปรียบของเขา

เสวี่ยทันหลางชำเลืองมองครั้งเดียวแล้วเบือนหน้าหนี

ถ้าองค์ชายสือจินมุ่งฝึกฝนอสูรพิทักษ์ของเขาเหมือนอย่างองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนหรือเจ้าเมืองโล่วฮัว อย่างนั้นจะเป็นการคุ้มค่ากับการมุ่งฝึกอสูรเพียงอย่างเดียว

ตอนนี้ ถ้าอสูรขององค์ชายสือจินถูกฆ่า พลังต่อสู้ของเขาก็ลดทอนลงอย่างมากมาย

เทียบกับเขาแล้ว เสวี่ยทันหลางรู้สึกว่าไป๋หวินเฟยฉลาดมาก

“บางทีอสูรพิทักษ์ขององค์ชายสือจินคงเป็นประเภทสายพิเศษ ข้ามีความรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง”

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าขมวดคิ้วเงียบๆ

“ท่านกำลังบอกว่าเจ้าเด็กเย่ว์หยางนั่นจะแพ้หรือ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร!”

ราชันย์ฟ้าบูรพาไม่เคยเชื่อว่าเย่ว์หยางจะแพ้องค์ชายสือจินต่อให้เขาถูกทุบตีจนตาย

“ข้าไม่ได้พูดว่าเย่ว์หยางจะแพ้ ก็แค่ว่าองค์ชายสือจินไม่ใช่คนอย่างไป๋หวินเฟย ที่สามารถอดทนจนถึงที่สุด เขาอาจจะบ้าได้เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง แม้กระทั่งวันนี้นิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตกก็ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของพวกเขามาก ถ้าเย่ว์หยางเอาชนะองค์ชายสือจินได้ ยอดฝีมือจากอาณาจักรสือจินและนิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตกอาจมาท้าสู้กับเราได้...”

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าคิดลึกและคิดไกลไปถึงอนาคต

“ผู้เฒ่าหนานกงรู้จักเย่ว์หยางแล้ว เขามาส่งคำเชิญเย่ว์หยางให้เข้าร่วมพันธมิตรนักสู้ปราณก่อกำเนิดด้วยตัวเอง แม้แต่นิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตกจะส่งนักสู้ปราณก่อกำเนิดมา พวกเขายังจะกล้าแตะต้องเย่ว์หยางหรือ?”

เฟิงขวงถาม

“แม่ทัพเฟิงขวง, ท่านอาจไม่รู้เรื่องนี้ แต่ปัจจุบันนี้ จื้อจุน (ผู้แนะนำของเย่ว์หยาง) จักรพรรดินีราตรี, ผู้เฒ่าหนานกงและนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสูงได้ขึ้นไปร่วมต่อสู้กันบนหอทงเทียนชั้นสิบ พวกเขาอาจจะยังไม่กลับมาภายใน 2-3 เดือนนี้ อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้ที่มีคนไม่กี่คนไม่สบายใจอยู่ ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ทำไมถึงมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เล่า? ไม่กี่วันมานี้ ทักษะแฝง”เปิดเผย“ของข้าจับความรู้สึกบางอย่างได้ ข้ารู้สึกว่ามีเรื่องที่ยุ่งยากมากกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า...”

คำพูดของมหาอำมาตย์ทำให้นักสู้แข็งแกร่งในที่นั่งชมตะลึงค้าง. เหมือนกับว่าพวกเขาเพิ่งเข้าใจเรื่องๆ หนึ่ง

อย่างนั้นจื้อจุน, จักรพรรดินีราตรี, ผู้เฒ่าหนานกงและนักสู้ระดับสูงคนอื่นก็ออกจากหอทงเทียนชั้นที่หกเพื่อไปที่หอทงเทียนชั้นที่สิบ มิน่าเล่าทวีปมังกรทะยานที่ดูเหมือนสงบ แต่ความจริงกลับมีเรื่องวุ่นวายภายใน

มหาอำมาตย์แตะนิ้วที่ริมฝีปากเขา ส่งสัญญาณให้คนอื่นอย่าปล่อยความลับกระจายไปถึงผู้อื่น

บนเวทีต่อสู้

องค์ชายสือจินหอนเสียงดังครั้งหนึ่ง

เงาของหมาป่าทองสูงหลายเมตร ขยายออกจากศีรษะเขาและวนเวียนอยู่ในอากาศ

ฮุยไท่หลางที่นอนหลับอยู่ที่ข้างหนึ่งของเวทีต่อสู้อยู่ๆก็หายเบื่อหน่ายและลืมตาทันที มันไม่พอใจจ้าวหมาป่าทองที่มาแสดงพลังอยู่ต่อหน้าของมัน

ขณะที่เย่ว์หยางต้องการปล่อยฮุยไท่หลางไว้ลวงศัตรู เขาไม่ได้นำมันออกมาตลอดเวลาที่แข่งขันประลองสุดยอดร้อยโรงเรียน ตอนแรกเขาต้องการเพิ่มฮุยไท่หลางเข้าไว้ในทีมและปล่อยให้มันได้มีส่วนร่วมระหว่างแข่งขันประเภททีม แต่หลังจากที่เย่ว์ชิวตัวปลอมกลับมา เย่ว์หยางรีบเอาชื่อฮุยไท่หลางออกจากการแข่งและซ่อนทักษะของมันไว้

เย่ว์หยางเห็นว่าให้เจ้าอ้วนไห่และเย่คงแพ้การแข่งขันประเภททีม ยังดีกว่าเปิดเผยพลังที่แท้จริงของฮุยไท่หลาง

พลังของฮุยไท่หลางจะช่วยตัดสินหลายๆ อย่างต่อมาได้มาก

ประการแรกสถานะของเย่ว์ชิว ถ้าเย่ว์ชิวนี้เป็นตัวปลอมและเป็นส่วนหนึ่งที่ใครบางคนจากวังปีศาจวางแผนไว้ อย่างนั้นคนจากวังปีศาจจะรู้จักพลังของฮุยไท่หลางแน่นอน ทั้งนี้เป็นเพราะฮุยไท่หลางได้สังหารเลี่ยเลี่ยปีศาจระดับหัวหน้า ต่อจากนั้นก็ยังได้จัดการเจ้ายักษ์สิงเหมิ่ง นักรบระดับสุดยอดในวังปีศาจทั้งหมดรู้จักพลังของฮุยไท่หลาง อย่างน้อยที่สุดนางเซียนหงส์ฟ้าก็รู้เรื่องนี้ชัดเจน

ถ้าเย่ว์ชิวตัวปลอมไม่ใช่คนที่ถูกส่งมาจากวังปีศาจ อย่างนั้นเขาอาจถูกส่งมาจากนิกายพันปีศาจก็ได้

อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของฮุยไท่หลาง สำหรับฮุยไท่หลางที่ดูภายนอกเหมือนกับอสูรทองแดงระดับ 3 เย่ว์ชิวตัวปลอมคงไม่ประมาทแน่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเย่ว์หยางเพิ่งจะเรียกนางพญากระหายเลือดและอสูรแข็งแกร่งอื่นออกมาสู้บนเวที พวกเขาคงคิดแน่ๆ ว่าเย่ว์หยางไม่ได้ทำสัญญากับฮุยไท่หลางเพราะพลังของมันแข็งแกร่งไม่พอ จุดนี้เองทำให้เย่ว์หยางได้ร่องรอยบางอย่างในการตรวจสอบ ถ้าเย่ว์ชิวตัวปลอมถูกส่งมาจากนิกายพันปีศาจหรือวังปีศาจ

ถ้าเย่ว์ชิวตัวปลอมไม่คิดเรื่องฮุยไท่หลางมาก นั่นอาจหมายความว่าเขามาจากนิกายพันปีศาจไม่ใช่วังปีศาจ เย่ว์หยางไม่จำเป็นต้องกลับไปด้วยตัวเอง เขาสามารถขอให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน, เย่ว์หวี่และคนอื่นพาฮุยไท่หลางไปพบเย่ว์ชิวตัวปลอม

ด้วยทักษะหกรับรู้อันแหลมคมขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน นางจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

ถ้าเย่ว์ชิวตัวปลอมเป็นคนจากแดนอเวจี เนื่องจากฮุยไท่หลางดูดซับพลังปราณปีศาจของจ้าวปีศาจฮาซินไว้มาก เย่ว์ชิวตัวปลอมก็อาจพบปราณปีศาจที่คล้ายกันของมันได้ แม้ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องของฮุยไท่หลาง เขาอาจจะระมัดระวังมันหรือให้ความสนใจมันก็ได้

ตามตรรกะเดียวกัน ถ้าเย่ว์ชิวตัวปลอมมาจากแดนอเวจี ฮุยไท่หลางก็สามารถรู้สึกถึงบางอย่างได้เช่นกัน

ถ้าฮุยไท่หลางสามารถรู้สึกได้ถึงปราณปีศาจที่คล้ายกับของจ้าวปีศาจฮาซินบนร่างของเย่ว์ชิวตัวปลอม อย่างนั้นเขาต้องเป็นตัวปลอมที่มาจากวังปีศาจแน่นอน

เย่ว์หยางคิดว่านี่คือสถานการณ์ที่น่าจะเป็นที่สุด

เลิก..ไม่คิดหาอุบายที่ดีสุดแล้ว หลังจากสงบใจประเมินทุกอย่างแล้ว เย่ว์หยางตัดสินใจหาเวลาที่ดีที่สุดเปิดเผยสถานะที่แท้จริงของเย่ว์ชิวตัวปลอมให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ความจริงที่ว่าเขาเป็นคนมาจากโลกอื่นต้องไม่มีทางถูกเปิดเผย เขาต้องเก็บไว้เป็นความลับจนถึงที่สุด มิฉะนั้น แม่สี่จะต้องหัวใจสลายถ้าได้รู้เรื่องนี้ เย่ว์ชิวตัวจริงจะไม่สงสัยว่าเขาเป็นลูกแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น มีเพียงเย่ว์ชิวตัวปลอมที่คิดจะกำจัดลูกชายของเขาเองหรือคนอื่นที่สงสัยว่าเขาเป็นตัวปลอม

“บรู๋ววววววววว!”

ฮุยไท่หลางปล่อยพลังไฟนรกที่น่ากลัวจากตัว

ปราณปีศาจของมันระเบิดออกมาขณะที่ไฟนรกลุกโหม มันแยกเขี้ยวและหอนใส่องค์ชายสือจิน

ฮุยไท่หลางที่ก่อนนั้นเป็นเหมือนแมวขลาดเขลา แต่หลังจากผ่านการต่อสู้โชกเลือดเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมานับไม่ถ้วนร่วมกับเย่ว์หยาง ในที่สุดมันกลับมีจิตวิญญาณนักสู้หัวใจแข็งแกร่งปานเหล็กกล้า ขณะที่มันเรียนรู้วิธีการของมันจากคำพูดและการวางตัวของเจ้านายมัน ความเฉลียวฉลาดและพลังต่อสู้ของมันรุดหน้าทุกวัน

แน่นอนมันยิ่งเพิ่มความภาคภูมิใจที่ว่ามันสามารถอยู่ในกลุ่มจ้าวอสูรทองจนได้ อย่างไรก็ตาม นอกจากเจ้านายของมันด่าว่าทำให้มันรู้สึกสบายใจและมีความใกล้ชิดกับเจ้านายมัน นักรบหรืออสูรอื่นๆ ไม่มีทางสู้มันได้ง่ายๆ มิฉะนั้น มันคงจะสั่งสอนพวกนั้นจนได้

มันก็ยังไม่เป็นไรถ้าหากว่าอสูรอย่างจ้าวมังกรทองที่มาจากต่างเผ่าพันธุ์พยายามแสดงพลังต่อหน้ามัน ตราบใดที่มันยังไม่มาสู้กับฮุยไท่หลาง มันก็คร้านจะเข้าไปยุ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม จ้าวหมาป่าทองสองตัวที่อยู่บนตัวองค์ชายสือจินบังอาจมาแสดงพลังต่อหน้าฮุยไท่หลาง พวกมันปล่อยพลังปราณของจ้าวอสูรผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเจ้านายของมันเคยบอกฮุยไท่หลางมาก่อน ดังนั้นจึงทำให้ฮุยไท่หลางโกรธจริงๆ

“ไปซะ เจ้างั่ง ที่นี่ไม่มีเรื่องของเจ้า!”

เย่ว์หยางโบกมือไล่ฮุยไท่หลาง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาให้มันแสดงพลัง

“โฮ่ง, โฮ่ง!”

พอเห็นว่าหลายอย่างไม่ดีและจะทำให้เจ้านายของมันโกรธ ฮุยไท่หลางรีบเชื่อฟังทันที ขณะที่มันวิ่งเหยาะๆ ไปที่นั่งของผู้ชมและไปหมอบอยู่ใกล้ๆ ขาเย่ว์ปิง มันฉลาดพอและเข้าใจนิสัยของเจ้านายมัน มันรู้ว่าเจ้านายมันรักน้องสาวมากที่สุด ดังนั้นมันจึงเข้าไปปกป้องนาง ถ้ามันทำอย่างนั้น เย่ว์หยางจะได้ไม่โกรธมันอีกต่อไป

นักรบธรรมดาไม่ทันได้สังเกตท่าทางของฮุยไท่หลาง แต่ยอดฝีมือที่อยู่ในหมู่ผู้ชมต่างตะลึงแทบไม่อยากเชื่อ

แม้ว่าจะมีอสูรฉลาดๆ มากมายในโลกนี้ก็จริง แต่อสูรที่ความรู้สึกไวอ่อนไหวอย่างฮุยไท่หลางกลับมีไม่มาก

พวกอย่างเฟิงชิซาและเหยียนพั่วจวินรู้จักฮุยไท่หลางมากกว่า แต่คนอื่นๆ อย่างศิษย์นิกายภูเขาหมอกและนิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตกทุกคนอิจฉาและละโมบ ฮุยไท่หลางเป็นอสูรที่มีความรู้สึกไวที่ไม่ได้ทำสัญญา นี่เป็นสิ่งยั่วยวนและยากจะปล่อยไปได้จริงๆ

“พี่ไตตัน! วิชาพายุทะเลทรายของข้ามี 8 ท่า โปรดชี้แนะข้าด้วย”

พอเห็นว่าเย่ว์หยางไม่เรียกอสูรใดๆ เลยแล้วยังตัดสินใจสู้กับเขาด้วยฝีมือตนเองล้วนๆ องค์ชายสือจินยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกว่าคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ผู้นี้ซื่อตรงเกินไป เขาจึงต้องการส่งเสริมจนถึงที่สุด

ด้วยการช่วยเหลือจากจ้าวอสูรหมาป่าทองทั้งสอง เกราะรบสายฟ้าและดาบโค้ง “กลืนจันทร์” พลังยุทธของเขาจะแข็งแกร่งเพิ่มเป็นสิบเท่า แม้ว่าเขาจะสู้กับไป๋หวินเฟยที่มีจ้าวมังกรทอง เขาเชื่อว่าเขาจะไม่แพ้ ในตอนนี้ คุณชายสามตระกูลเย่ว์ผู้นี้ไม่ได้เรียกสัตว์อสูรออกมาแม้แต่น้อย เขาคิดว่าสามารถเอาชนะเขาด้วยวิทยายุทธล้วนๆ งั้นหรือ?

“....”

เย่ว์หยางไม่ตอบ เขาเพียงแต่ชักดาบฮุยจินและปล่อยปราณก่อกำเนิดของเขา เปลวไฟสีม่วงและควันดำพุ่งขึ้นไปในอากาศ ด้วยทักษะการควบคุมไฟของเขา เขาบังคับเปลวไฟด้านหลังของเขาให้เป็นเหมือนพายุหมุนไฟขนาดยักษ์

เมื่อองค์ชายสือจินเห็นเช่นนี้ เขารู้สึกสะท้านจนถึงสันหลัง

มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ถ้าเขาปล่อยให้เย่ว์หยางปล่อยพลังของเขาทั้งหมด เขาไม่สนใจเรื่องทำถูกกฎหรือไม่อีกต่อไป ทันใดนั้น เขาควงดาบโค้งในมือและปล่อยทักษะพายุทะเลทรายของเขา

ท่าลมสุริยะเข้าใส่เย่ว์หยาง ขณะที่ดาบของเขาฟันลงมา ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มทั้งหมด มันเป็นเหมือนเมฆครึ้มได้ปรากฏขึ้นครอบคลุมเวทีต่อสู้ ขณะที่พายุรุนแรงพัดอยู่ทั่วสนามแข่งขัน ผู้ชมแสนคนรู้สึกเหมือนว่าพวกเขาตกเข้าไปอยู่ในตาพายุ มีลมพัดรุนแรงและเมฆครึ้มปรากฏอยู่

แม้ว่าหลายคนจะไม่ชอบองค์ชายสือจินที่ลอบทำร้าย แต่พวกเขาต้องตกใจกับทักษะต่อสู้ที่ทรงพลังอย่างช่วยไม่ได้

ศิษย์นิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตกและนักเรียนสถาบันหมาป่าเทาส่งเสียงเชียร์องค์ชายสือจิน

พวกเขาทุกคนรู้ว่า 8 กระบวนท่าพายุทะเลทรายขององค์ชายสือจินเป็นการโจมตีผสมผสานต่อเนื่องไม่มีหยุด ทันทีที่มันถูกใช้ออกไป ทั้งแปดกระบวนท่าจะถูกปล่อยออกมาทีละท่าๆ ไม่มีหยุด ถ้าคู่ต่อสู้รู้สึกเสียเปรียบตั้งแต่แรกเริ่ม เขาจะถูกกดดันมากยิ่งขึ้นและมากขึ้น และในที่สุด เขาก็จะพ่ายแพ้ภายใต้การโจมตีผสมผสานต่อเนื่องไม่มีหยุด โดยไม่มีโอกาสต่อต้านแต่อย่างใด

แม้แต่สื่อจินโหวผู้เป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศยังยกย่องทักษะพายุทะเลทรายที่สร้างขึ้นเองไว้ก่อนนั้น เขาบอกว่ามันเป็นหนึ่งในทักษะที่งดงามที่สุดในโลก

เขาชี้ให้หลานชายเห็นจุดอ่อนเพียงประการเดียวก็คือไม่มีทรายและอสูรจำเพาะธาตุประเภทวายุคอยสนับสนุน มิฉะนั้นพลังของเขาอาจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ดาบทองโค้งกลายเป็นพายุทรายที่ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด ครอบคลุมฟ้าและดินขณะที่มันพุ่งตรงใส่เย่ว์หยาง

เกี่ยวกับเรื่องวิชาพายุทรายที่ยิ่งใหญ่สามาถทำให้ผู้ชมถึงกับหน้าซีด เย่ว์หยางยังไม่ได้ใช้ดาบฮุยจินเข้าปะทะ

เมื่อผู้ชมมองอยู่อย่างนี้ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงยิ่งขึ้น

อาจเป็นไปได้ว่านักเรียนไตตันคงอยากเป็นเหมือนไป๋หวินเฟย เขาหยุดท่าโจมตีสูงสุดด้วยนิ้วมือเพียงนิ้วเดียว

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=263

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด