ตอนที่แล้วบทที่ 45.2 เจิ้นหลิง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 46.2 หมัดเก้ามังกรซ่อน

หลงยี่และหลิงหานต่างเคลื่อนที่แยกกันออกไปแต่ทั้งสองต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือพรรคเจิ้นเทียนเจ็ดวันผ่านไป หลงยี่ก็ถึงพรรคเจิ้นเทียนผู้อาวุโสหยู่ใช้เจิ้นหลิงและต่อสู้ถ่วงเวลาพวกมันให้พวกหลงยี่ได้มีโอกาศหนีรอดกลับมาเมื่อมาถึงหน้าหุบเข้าเจิ้นเทียน เขารู้สึกว่าตัวเองปลอดภัย

“หลงยี่ เจ้ากลับมาแล้ว”

เมื่อหลงยี่มาถึงหุบเข้าเจิ้นเทียนหลงยี่ไม่ได้ลงจากม้า เขาเห็นร่างที่ดูน่ารักและสวยงามกำลังวิ่งลงมาอย่างไม่คิดชีวิต ในใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความสุข เธอนั้นก็คือเลี่ยวเล่อเล่อนั่นเอง

“เจ้านี่เอง”

หลงยี่ยิ้มและกระโดดลงจากหลังม้า

“ศิษย์พี่หลิงหานมาถึงก่อนเจ้า พวกเรารู้สิ่งที่เกิดขึ้นในอุทยานทุกอย่างแล้ว”

เลี่ยวเล่อเล่อนั้นรู้สึกดีใจอย่างเป็นที่สุด

“ศิษย์พี่หลิงหานกลับมาเมื่อวานนี้ ข้าไม่เห็นเจ้ากลับมากับเขาเลยกังวลว่าเจ้าอาจจะไม่ได้กลับมาอีก”

เมื่อเห็นความดีใจของเลี่ยวเล่อเล่อแล้วทำให้หลงยี่รู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจไม่น้อย ว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนที่เป็นห่วงตัวตนของเขา

“ไอ้พรรคเฉียนซีนี่มันน่าแค้นจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามหัวหน้าพรรคเราออกไปที่เฉียนซีแล้วเพื่อคิดบัญชีกับมัน ท่านต้องไม่ปล่อยให้มันหลุดรอดไปโดยง่ายแน่”

เลี่ยวเล่อเล่อยกหมัดขึ้นเหมือนจะต่อยอะไรสักอย่าง ทำให้เธอดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง

“ท่านประมุขออกไปด้วยตัวเอง? อืมเป็นเรื่องที่น่ายินดี”

หลงยี่พยักหน้าก่อนกล่าวต่อว่า

“แล้วเจ้าได้ข่าวอะไรเกี่ยวกลับผู้อาวุโสหยู่มั้งไหม”

“ไม่เลย”

สีหน้าเลี่ยวเล่อเล่อเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองอย่างรวดเร็ว

“เมื่อวานอาวุโสดำออกไปเพื่อค้นหาเขาแต่พวกเราก็ยังไม่ได้ข่าวคราวอะไร ข้าคิดว่า…..”

สถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีอย่างยิ่งหลงยี่เดาในใจว่า แม้ผู้อาวุโสหยู่นั้นอยู่ตัวคนเดียวและถูกล้อมโดยศัตรูถึงสามคน เขาจึงต้องอาศัยใช้พลังฝ่ามือของเจิ้นเทียน เจิ้นหลิงและด้วยเหตุนี้ ต่อให้เขาต้องการที่จะถอยหนีก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากแต่เมื่อต้องการให้พวกศัตรูนั้นหยุดไล่ตามพวกหลิงหานและหลงยี่

ทำให้ผู้อาวุโสไม่อาจที่จะส่งข่าวคราวใดๆเกี่ยวกับเขาได้

“เจ้าหนู ขึ้นมานี่ เร็ว!”

ทันใดนั้น เสียงของอาวุโสขาวก็เข้ามาสู่หูของหลงยี่ ทำให้หลงยี่หันไปมองตามทิศทางของเสียงและเจอกับผู้อาวุโสขาว จึงพุ่งตรงขึ้นไปที่ยอดหุบเขาเจิ้นเทียนตามถนนภูเขา

“เจ้าหนู ดีมาก วู่เต้าขั้นที่ 7 ดีมาก!”

อาวุโสขาวพูดโดยที่ไม่ได้มองเลยแม้แต่น้อยเขาแค่ยิ้มและพยักหน้าหนึ่งที และสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจหลงยี่ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่

“แต่ว่า ศิษย์คนอื่นๆ…..”

“ข้ารู้”

“เจ้ามานี่และนั่งลงซะ ข้าได้ยินจากเจ้าหลิงหานว่าฮั่วฉิงกับฮั่วหยุนจากพรรคหาญปิงและตันเจี้ยนบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของศิษย์ฝ่ายใน ทุกคนล้วนต้องการที่จะฆ่าเจ้าแต่กับถูกเจ้าฆ่าแทนซะนี่ เป็นเรื่องจริงหรือไม่”

“ใช่แล้ว แต่ในตอนนั้น พวกมันเองต่างก็บาดเจ็บ”

หลงยี่คิดก่อนที่จะตอบออกไป

“แม้ว่าพวกมันจะได้รับบาดเจ็บ แต่ความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้ก็เพียงพอที่จะท้าประลองกับศิษย์หลักของพรรคได้ไม่ยากเย็น”

อาวุโสขาวยิ้มด้วยความพึงพอใจ เขาไม่ได้สนใจการตายของตันเจี้ยน แต่เขาสนใจเพียงพรสวรรค์ของหลงยี่ ยิ่งหลงยี่เติบโตแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ จะทำให้หลงยี่มีความสำคัญต่อพรรคเจิ้นเทียนได้มากกว่าเมื่อเทียบกับตันเจี้ยน

“มีศิษย์หลักอยู่ทั้งหมด 108 คน ขอเพียงเจ้าท้าประลองกับใครสักคนและชนะได้เจ้าก็จะได้เป็นศิษย์หลักของพรรคเจิ้นเทียนแล้วยังสามารถเข้าห้องสมุดของพรรคและศึกษาฝึกฝนทักษะยุทย์ระดับสุดยอด”

การที่สามารถใช้ทักษะยุทย์ระดับสุดยอดได้เป็นสิ่งที่แม้แต่หลงยี่เองก็ยังต้องการแต่ตอนนี้นี้หลงยี่ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ เขาเพียงต้องการที่จะรีบดูดซับพลังหลิงชีจากโสมโบราณที่ได้รับมาจากป่าโสมให้เร็วที่สุดหลังจากขึ้นสู่วู้เต้าขั้นที่ 8 แล้ว ตราเก้ามังกรซ่อนย่อมสามารถที่จะกลายร่างอีกครั้งและไม่เพียงจะเพิ่มพลังให้กับเขาแต่ยังให้ทักษะยุทย์ที่แข็งแกร่งอย่างมากอีกด้วย

หลงยี่คิดว่าทักษะยุทย์ที่ได้จากตราเก้ามังกรซ่อนนั้นต้องแข็งแกร่งมากกว่าทักษะยุทย์ระดับสุดยอดของพรรคเจิ้นเทียนเป็นแน่

“เจ้าหนู ข้าแนะนำให้เจ้าท้าประลองกับศิษย์หลักที่มีอันดับต่ำกว่า 100 นั่นจะทำให้เจ้าปลอดภัย”

“อาวุโสขาว ข้าต้องการที่จะท้าประลองกับเฟิงหยุน”

หลงยี่พูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“เฟิงหยุน?”

อาวุโสขาวรู้สึกตกใจ เฟิงหยุนนั้นเป็นศิษย์หลักอันดับ10 และยังได้ฝึกฝนทักษะยุทย์ขั้นสุดยอดของพรรคอย่างเชี่ยวชาญและชำนาญเป็นอย่างยิ่งก่อนที่จะไปอุทยานโสมโบราณ หลงยี่ได้ถูกเฟิงหยุนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และเมื่อเขากลับมาจากอุทยานเข้าก็อยากที่จะล้างแค้นในทันทีเลยงั้นหรอนี่มันไม่ใช่สิ่งอื่นนอกจากเรื่องเพ้อฝัน

“เจ้าหนูดูเหมือนว่าเจ้ายังไม่รู้ว่าเฟิงหยุนได้รักษาตัวจากอาการบาดเจ็บของเขาแล้วและการฝึกฝนภายในไม่กี่วันทำให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นวู่เต้าขั้นที่ 9 เป็นที่เรียบร้อย”

“หากเจ้าต้องการที่จะท้าประลองเขา ข้าว่าความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ อีกอย่างตามกฏแล้วเจ้าไม่อาจที่จะท้าศิษย์ที่อยู่อันดับสิบขึ้นไปได้ในการท้าประลองครั้งแรก เพราะงั้นเจ้าต้องหาคนอื่นท้าทายไปก่อน”

เมื่อหลงยี่ได้ยินดังนั้นก็หลี่ตาของเขาลงในการท้าประลองเพื่อที่จะเป็นศิษย์หลักของพรรคนั้น ครั้งแรกเขาย่อมไม่ท้าศิษย์ที่มีอันดับสิบขึ้นไปอย่างแน่นอน ซึ่งมันเป็นกฏ ศิษย์ที่อยู่จุดสูงสุดของศิษย์หลักทั้งสิบคน ต่างเป็นรากฐานอันสำคัญของพรรคทำให้พวกเขาตั้งใจฝึกฝนมากกว่าที่จะมารับคำท้าทายจากผู้อื่น

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจะท้าประลองกับศิษย์อันดับที่ 108”

หลงยี่รู้สึกผิดหวัง ก่อนจะส่ายหัวและพูดขึ้นในเมื่อเขาไม่อาจที่จะท้าประลองกับเฟิงหยุนได้ การที่จะท้าประลองกับคนอื่นๆ สำหรับหลงยี่ใครก็เหมือนกัน เขาจึงเลือกที่จะท้าประลองกับศิษย์หลักอันดับ 108 เพื่อที่จะเพิ่มโอกาศเอาชนะและประหยัดเวลา

“ดีมาก”

“ข้าจะช่วยเจ้าจัดการประลองขึ้น อีกอย่างนึงเจ้าต้องการที่จะประลองวันไหนล่ะ”

“7วันหลังจากนี้”

หลงยี่พูดอย่างไม่ลังเลตอนนี้งานรวมตัวของตระกูลเฟิงกำลังจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือน ทำให้เขาต้องกลายเป็นศิษย์หลักของพรรคเพื่อที่จะเรียนรู้ทักษะยุทย์ระดับสุดยอดและสามารถกำจัดเฟิงหยุนได้ในงานรวมตัวของตระกูลเฟิงยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เฟิงหยุนยังก้าวขึ้นสู่วู้เต้าขั้นที่ 9 แล้ว

พลังในการต่อสู้ของเขาคงจะน่ากลัวอย่างยิ่งหลงยี่จึงจำเป็นจะต้องเตรียมพร้อมหลงยี่ที่มีเพียงทักษะยุทย์จากตราเก้ามังกรซ่อนอาจจะไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับเฟิงหยุนหลังจากพูดคุยกับอาวุโสขาวเสร็จ หลงยี่ก็ไปหาหลิงหานหลิงหานบอกว่าจะปิดประตูฝึกตน7 วันและจะก้าวขึ้นสู่วู่เต้าขั้นที8 ให้ได้

เพื่อที่จะท้าศิษย์หลักพร้อมกับหลงยี่พวกเขาสองคนพูดคุยกันสักพักก่อนที่จะแยกย้ายกันไปหลงยี่กลับไปยังห้องของเขาและเตรียมที่จะดูดซับหลิงชีจากโสมโบราณที่ถูกเก็บไว้ในตราเก้ามังกรซ่อน

Eins : สามตอนรวดชดใช้ความผิดที่หายไป (เหนื่อยsasssss) ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัย ยอมรับแปลจากอังกฤษมาเป็นไทยได้แต่จะเอาความหมายที่แปลมาสื่อให้คนอื่นรู้เรื่องด้วย มันยาก เพราะงั้นขออภัยอีกรอบสำหรับใครที่อ่านไม่เข้าใจ จะพยายามให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และขอบคุณทุกความชี้แนะเสมอมา ส่วนคนไหนที่ไม่พอใจในสิ่งที่ผมแปล ทนอ่านได้ก็ทนอ่านไป ทนไม่ได้ก็ไม่ต้องอ่าน ผมก็ไม่อยากสละเวลามาแปลแล้วโดนด่าเหมือนกันล่ะ

ที่มา:https://my.dek-d.com/tatuchandjan/writer/viewlongc.php?id=1478929&chapter=61