ตอนที่แล้วบทที่ 162 - มรดก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 164 - ความโกรธที่ปะทุขึ้นในหัวใจ

” นี่ ต้าน ต้าน ไข่ เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ ที่พูดหมายความว่าไง ? แล้วท่านกำลังจะไปที่ไหน ? “

‘ชูเฟิง’แสนจะวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เขาได้สูญเสียความเยือกเย็นไปทั้งหมด ลึกๆเขาก็พอรู้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ

” นี่เจ้า . . . .  ยังกล้าเรียกข้าว่า ต้าน ต้าน งั้นหรอ ข้าเคยบอกให้เจ้าเรียกว่าท่านเทพธิดา “

‘เทพธิดา’ยิ้มขณะที่มองใบหน้าของ’ชูเฟิง’ด้วยความอาวรณ์

เมื่อ ‘ชูเฟิง’ เห็นเช่นนั้นหัวใจเขาเหมือนถูกบีบ เหมือนว่ามันจะแตกสลาย

” ท่านเทพธิดา เกิดอะไรขึ้นกับท่านกัน บอกข้ามา ว่าข้าทำอะไรผิด หรือท่านจะทิ้งข้าไป ? “

หัวใจ’ชูเฟิง’ แสนจะเจ็บปวด ขอบตาของเขามีน้ำน้อยๆเอ่อขึ้นมาแม้ว่าเขาจะอยู่กับนางไม่นานมากนัก แต่นางก็เติบโตมาพร้อมกับ ‘ชูเฟิง’ ทั้งสองคนใช่ร่างกายและสัมผัสร่วมกัน และประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิตต่างอยู่ในความทรงจำของนาง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้หมด

” ไม่ต้องห่วง เราแค่เหนื่อยนิดหน่อย จึงอยากจะนอนพัก ตอนนี้เจ้าได้ทักษะเร้นลับแล้วใช่มั้ย ? “

‘เทพธิดา’ถามอย่างเป็นห่วง

” อืม “

‘ชูเฟิง’พยักหน้าหลายครั้ง

” ดีที่สุด เราอุส่าลงทุนบังคับควบคุมร่างกายของเจ้า ดีแล้วที่มันไม่สูญเปล่า “

‘เทพธิดา’มีรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวานมากขึ้น แต่ร่างกายของนางกับโปร่งใส เห็นได้ชัดว่านางกำลังจะจากไป

” ไม่จริง ท่านยอมเพื่อข้า จนทำให้ร่างกายตัวเองได้รับบาดเจ็บ หรืออาจจะสูญเสียพลังวิญญาณไปทั้งหมด ข้าเป็นคนทำให้ท่านเป็นเช่นนี้ใช่มั้ย ? “

‘ชูเฟิง’รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ เขาเสียใจอย่างมากที่เขาทำให้นางเป็นเช่นนี้

” อย่าได้ตำหนิตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร นั่นก็เป็นความต้องการของเราเอง ในเวลาเดียวกันเจ้าควรที่จะตั้งใจฝึกฝน ปกป้องตัวเองให้ได้ ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถอยู่ดูเจ้าสู้กับ กง ลู่หยุน แต่เราก็รู้ ว่าเจ้าเอาชนะได้แน่ๆ “

” จำไว้ว่า ข้าจะคอยอยู่กับเจ้า และเจ้าไม่ได้สู้อยู่เพียงลำพัง “

หลังจากพูดคำนั้นจบ ร่างกายของ’เทพธิดา’ก็ค่อยจางลง จางลง

ในตอนท้าย นางกลายเป็นดวงไฟ หลากสีดวงไฟเหล่านั้นมีอยู่ทุกๆสีและดูสวยงามอย่างมาก พวกเขาเข้ามาโอบล้อม ‘ชูเฟิง’ เหมือนกับว่าอยากจะอยู่กับเขา แต่นั้นก็เหมือนเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย

” ต้าน ต้าน อะไรที่ข้าสามารถทำเพื่อช่วยให้ท่านกลับมา ข้าจะยอมทำมันทั้งหมด !!! “

‘ชูเฟิง’เอาแต่ร้องเรียกนาง แต่ก็ไม่มีการตอบสนองกลับมา เมื่อแสงที่ห้อมล้อมเขาหายไป ‘ชูเฟิง’ทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงสายตาของเขาดูเหมือนไร้ชีวิต หัวใจของเขาแสนบอบช้ำเป็นเพรานางทิ้งเขาไว้แบบนั้น เขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงออร่าของนางอีกต่อไป

ความเจ็บที่ค่อยๆแผ่ขยายออกมาจากจิตใจของเขา ราวกับว่าวิญญาณถูกแบ่งครึ่งตามไปกับนาง

” ต้าน ต้าน ข้าจะต้องช่วยเจ้ากลับมา “

หลังจากนั้น ‘ชูเฟิง’ ก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ ใบหน้าที่สิ้นหวังจางหายเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นแม้ปัจจุบันเขาจะไม่รู้สึกถึงออร่าของเทพธิดา แต่พันธะสัญญาการเชื่อมต่อกับนางยังคงอยู่ นั่นหมายความว่านางยังไม่ตาย

ดังนั้นจึงมีหนทางที่จะเอานางกลับมาถึงแม้ว่าเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ คนอื่นๆไม่รู้

ดังนั้น ‘ชูเฟิง’ จึงต้องรีบกลับไปสำนักมังกรฟ้าเพื่อขอความช่วยเหลือจาก ‘จูเก่อ หลิวหยุน’

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนาง ‘ชูเฟิง’ ไม่สนใจว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตามหลังจากที่ตัดสินใจได้ ‘ชูเฟิง’ ไม่ลังเลอีกต่อไป

เขามองไปรอบๆภายในสุสาน เพื่อต้องการค้นหาสมบัติที่ ‘มู่หรง เสียวเหยา’ ซ่อนไว้  แต่ที่เขาพบ ก็มีแค่การถอดรูปแบบ สัญลักษณ์ และรูปแบบคลายผนึกที่ถูกทิ้งไว้โดยฝีมือ หญิงสาวชุดม่วง นอกจากนั้นก็ไม่พบอะไรเลยเขาไม่สามารถทำอะไรได้เกี่ยวกับเรื่องนี้

‘ชูเฟิง’จึงได้แต่มองไปที่เสื้อคลุมสีเทาของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ที่ถอดออกมาจากแม่นางคนนั้น เขาดูแล้วมันคงไม่ธรรมดา จะต้องเป็นของล้ำค่า

บางทีวันข้างหน้าเขาอาจจะต้องนำไปขาย เพื่อหาเงินซื้อลูกแก้ววิญญาณมาฝึกฝนเขาก้าวเข้าไปในหลุมดำ และหลังจากที่เข้าไปในแรงดึงดูดที่มืดมิดก็พา ‘ชูเฟิง’ มาถึงสถานที่แห่งหนึ่งใน หุบเขาพยัคฆ์

เขามองดูไปรอบๆเมืองที่มีร่องรอยของสงคราม แต่ ในช่วงเวลานั้นไม่มีเสียงตะโกนและเข่นฆ่ากันเหมือนเมื่อก่อน คล้ายๆกับว่าการต่อสู้นั้นสิ้นสุด

‘ชูเฟิง’ ไม่ได้สนใจซักนิด เมื่อเขาเห็นม้า’ชูเฟิง’ก็กระโดดขึ้นขี่พร้อมกับควบมัน เพื่อกลับไปยังสำนักมังกรฟ้า ขณะที่หุบเขาพยัคฆ์นั้นถูกปิด ผู้ที่ใดก็ไม่สามารถจะก้าวออกไปได้

แต่หลังจากที่ตรวจสอบรอบๆ ‘ชูเฟิง’ก็พบว่ายังเหลือทางออกอื่นอยู่อีก หลังจากที่เดินทางอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ในที่สุดเขาก็กลับมาถึงสำนักมังกรฟ้าเมื่อมาถึงทางเข้าของสำนักมังกรฟ้า

เขาก็พบกับกลุ่มคนที่กำลังล้อมรอบชายสองคน เขาจึงมองดูอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อดูดีๆกับกลายเป็นว่า ชาย 2 คนที่ถูกล้อมเป็นคนรู้จักของเขา

คนที่กำลังล้อมรอบพวกเขาเป็นนิกายที่รู้จักกันดีในฝ่ายในของสำนักมังกรฟ้า นั้นคือสาวกนิกาย ดาบทมิฬ ส่วนคนที่กำลังถูกทำร้าย ก็คือคนในตะกูลของเขา สองพี่น้อง ‘ชูเฉิง’ และ ‘ชูเซิน’

” ข้าบอกให้พวกเจ้าออกไปจากสำนักมังกรฟ้าซะ หากยังไม่ยอมฟัง หรือว่าไม่ยอมไป นั้นก็ไม่เป็นไร แต่ข้าจะตีพวกเจ้า จนกว่าพวกเจ้าจะคลานออกไป “

สาวกนิกายดาบทมิฬ เริ่มที่จะตีพวกเขาและด่าทอต่างๆนาๆ

‘ชูเฉิง’ และ ‘ชูเซิน’ ก็ไม่พูดอะไรได้แต่เอามือกอดหัวเอาไว้ ไม่ว่าพวกนั้นจะตีเขาเท่าไหร่ เขาก็ไม่ร้องอ้อนวอนแต่อย่างใด

” เห้อ นิกายดาบฯ ช่างไร้เหตุผลยิ่งนัก ทั้งวี้ทั้งวัน พวกเขาเอาแต่รังแก คนของตะกูล ชู แม้แต่พวกผู้ใหญ่ก็ไม่ยอมห้าม หากเป็นแบบนี้ตะกูล ชู จะอยู่ในสำนักมังกรฟ้ารอดได้ยังไง ? “

” หากจะโทษใครสักคน ก็คงต้องโทษ ชูเฟิง ที่อยู่ในตะกูล ชู ใครใช้ให้เขาไปล่วงเกิน ท่านอาวุโส  กง ลู่หยุน ศิษย์ #1 ในสำนักมังกรฟ้าของเรา ? “

” ใช่แล้ว ใครบ้างไม่ รู้จักศิษย์พี่ กง ลู่หยุน ที่เป็นผู้นำของสำนักมังกรฟ้าในอนาคต ถ้าใครทำให้เขาไม่พอใจ หรือ ไปขัดใจ เขา เหมือนกับ ชูเฟิง คนๆนั้นคงมันสมองเท่ากับเม็ดถั่ว “

ผู้คนที่มองดูต่างชี้ ตำหนิ สาวกนิกายดาบฯ และ คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องที่ทำให้พวกเขาถูกตี

” ไอ้พวกบัดซบ คุกเข้าขอร้องซะ ไม่งั้นข้าจะทำลายพลังวิญญาณของเจ้า “

ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งในกลุ่ม ก็ชักดาบเหล็กสีดำออกมาจากด้านหลังของเขาพร้อมกับชี้ไปที่ ‘ชูเฉิง’

” ฮ่าๆๆๆ ถ้าเจ้ากล้า ก็ลงมือเลย รอชูเฟิง กลับมาก่อนเถอะ เขาจะไม่ยอมยกโทษให้พวกเจ้าแน่ๆ “

‘ชูเฉิง’ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง บนไม่หน้าเขาไม่มีแม้แต่ความกลัว เหมือนเขายินดีที่จะให้คนพวกนั้นลงมือ

” ใช่แล้ว เราจะจำหน้าคนที่รังแกคนในตะกูลชูของเราไว้ทั้งหมด เมื่อ ชูเฟิง กลับมา แม้พวกเจ้าอยากจะหนี ก็คงหนีไปไม่รอด “

‘ชูเซิน’ ก็ตะโกนออกมา เหมือนกับต้องการบอกทุกคนถึงความคับข้องใจที่พวกเขาได้รับมาจนถึงทุกวันนี้

” ชูเฟิง งั้นหรอ พวกเจ้าอย่าหวังเลย มันคงหนีหางจุกตูดไปแล้ว เพราะมันดันไปมีเรื่องกับ อาวุโส กง ลู่หยุน คิดจะรอให้มันมาช่วยงั้นหรอ ความฝันโง่ๆ “

สาวกนิกายดาบฯ กล่าว

” ค๊ากกกก ถุ้ยยยยย!!! รอดูก็แล้วกัน พวกเจ้าจะต้องร้องไห้เมื่อวันนั้นมาถึง “

‘ชูเฉิง’อ้าปากของเขาพร้อมกับถุยเสมหะลงบนเสื้อของสาวกนิกายดาบฯ

” เจ้าเบื่อชีวิตแล้วใช่ไม๊ !!! ข้าจะฆ่าเจ้าซะตอนนี้ ดูสิว่า ชูเฟิง จะทำอะไรได้ “

ด้วยความโกรธ สาวกนิกายดาบฯ ยกดาบขึ้นมาพร้อมกับแทงไปที่ตันเถียนของ ‘ชูเฉิง’

” อ้าาาาา ~ ~ ~ “

เมื่อได้ยินเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังออกมา คนที่มองดูอยู่รอบๆถึงกับ ยืนอึ้งกันทั้งหมดในตอนนั้นเอง

‘ชูเฉิง’กับนั่งอยู่เฉยๆ แต่คนที่นอนร้องอยู่บนพื้นคือสาวกนิกายดาบฯ บนตัวของเขา มีฝ่าเท้า ขนาดใหญ่กระทึบลงมา จนทำให้ได้ยินเสียงของกระดูกที่หัก

จากนั้นเขาก็บดเท้าลงไป จนทำให้เสียงแตกร้าวดังชัดขึ้นเลื่อยๆ

เมื่อทุกคนเห็นเจ้าของฝ่าเท้าอันนั้น สีหน้าของทุกคนต่างเปลี่ยนไปอย่างมาก ด้วยความตกใจพวกเขาถึงกับตะโกนออกมาพร้อมกัน

” ชูเฟิงงงงง  ! ! ! ! “

 

ผู้แปล โดยคุณ#นิยาย

ตอนต่อไปมันส์กว่านี้แน่คับ หลังจาก ดราม่า ก็เริ่มซัดกัน นัวเนีย หากจำไม่ผิดพระเอกถึงกับตีกลอง ท้าประลอง ใครสักคนหรือหลายๆคน นี้แหละ . . . . . . .

ที่มา:http://readmga.blogspot.com/2016/06/163.html

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here