ตอนที่แล้วตอนที่ 32 กระทิงเถื่อนชั้นทองแดง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 34 มีอะไรจะแสดงอีกไหม

ตอนที่ 33 ปาฏิหาริย์


"ใช่...อูอี้อัญเชิญกระทิงเถื่อนชั้นทองแดงออกมาได้จริงๆ  มันเป็นสัตว์อสูรชั้นทองแดง  ตอนนี้เราเสร็จแน่"”

เสียงของนางโจรเต็มไปด้วยความกลัว

"อสูรผู้พิทักษ์ของข้าคือ เซียนดอกไม้ มันไม่มีพลังโจมตีใดๆ เลย  มันไม่ใช่คู่มือของกระทิงเถื่อนชั้นทองแดง  ถ้าข้ารู้ตัวเร็วกว่านี้  ข้าคงเรียกเสือดาวปีศาจตั้งแต่เริ่มโจมตี  เมื่อเป็นเช่นนั้น บางทีคงจะเป็นไปได้ที่จะฆ่าอูอี้... ตอนนี้, บอกข้าที, ข้าควรทำอย่างไรดี?"”

นางโจรตางามมองไปที่'เย่ว์หยาง' อย่างจนปัญญา  ขณะที่เขาคือความหวังสุดท้ายของนาง

ขณะนี้ 'เย่ว์หยาง'เห็นได้ว่าดวงทั้งคู่ของนางที่จับจ้องเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว   ท่าทีดังกล่าวดูน่ารักน่าเวทนาคล้ายกับมองเห็นนางพญา'เฟ่ยเหวินหลี'ผู้ติดเป็นนักโทษอยู่ในผนึกหลุมดำที่เขาเจอมาก่อนหน้านี้

*เฮ้อ....!*

ในที่สุดช่วงเวลาที่พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยโฉมสะคราญก็มาถึงจนได้

ทันใดนั้น 'เย่ว์หยาง'เปิดเผยความรู้สึกกล้าที่จะปกป้องออกไป เขาจับไหล่ที่อ่อนนุ่มของนางโจรตางามอย่างเบามือปลอบนางด้วยเสียงนุ่มนวลว่า

"ก็แค่วัวไม่ใช่หรือ?  วีรบุรุษคนกล้าผู้นี้จะฆ่ามันแทนเจ้า"”

คำปลอบโยนของ'เย่ว์หยาง'ไม่ได้ตั้งใจจะให้มีผลอะไร แต่กลับทำให้นางโจรตางามทำตาแดงๆ มีน้ำตาคลอเบ้า  เสียงของนางอัดอั้นตันใจ เต็มไปด้วยอารมณ์  ขณะที่นางกล่าวว่า

“คนโง่  นี่ไม่ใช่กระทิงธรรมดา ถ้ากระทิงเถื่อนชั้นทองแดงจ้องมองเรา เราก็จะตายอย่างแน่นอน  ตอนนี้เราจะทำไงดี?  เราต้องคิดหาทางให้ได้  ไม่อย่างนั้นเราจะตายในที่อย่างนี้  ข้ายังไม่อยากตาย   ข้ายังไม่ได้แก้แค้นศัตรูลึกๆ ของข้า  ข้าไม่ต้องการตายเลยจริงๆ เจ้าเป็นอัจฉริยะไม่ใช่เหรอ?  รีบคิดหาทางให้ได้สิ”

"มั่นใจเถอะน่า ข้ามีแผนโต้ตอบไว้แล้ว"”

'เย่ว์หยาง'หยิบมีดเล็กที่ใช้สำหรับปอกผลไม้ออกมา

"เจ้าต้องการหลับหูหลับตาสู้เหรอ?"”

นางโจรตางามคิดว่า'เย่ว์หยาง'ต้องการวิ่งออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าเพื่อฆ่า'อูอี้'

ถ้า'อูอี้'ตาย กระทิงเถื่อนชั้นทองแดงที่เขาอัญเชิญออกมาก็จะหายวับไปด้วย ไม่คงอยู่ต่อไป อย่างไรก็ตาม  เวลาอย่างนี้  จะฆ่า'อูอี้'ได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ? ไม่ต้องพูดถึง'เสียหั่ว'  โจรน้อยที่เพิ่งเป็นทหารรับจ้างได้ไม่กี่วันจะมีฝีมือพอสู้กับอูอี้ได้หรือ?

นางโจรตางามรู้สึกว่า ถ้า'เย่ว์หยาง'วิ่งออกไปมั่วๆ ก็เท่ากับว่าเข้าหาความตาย แม้ว่าเขาไม่ได้วิ่งเข้าไปหาความตาย  แต่ก็คงถูกกระทิงเถื่อนทองแดงย่ำหรือจ้องจนตาย

และถ้าสามารถหลบได้ก็อาจโดนหุ่นศิลาเล่นงาน  เขาอาจถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โดยอินทรีสงครามที่เริ่มคืนสภาพแล้ว แม้ว่าเขาจะเข้าไปถึงตัวอูอี้ได้สำเร็จ การต้องสู้กับนักสู้ชั้นวีรบุรุษระดับ 3  ด้วยมีดปอกผลไม้ราคา 50 เหรียญทองแดงนี้ ทหารรับจ้างที่ไหนเค้าทำกัน?

ส่วนมาก เขาคงไม่สามารถแตะต้องตัว'อูอี้'ได้แม้ปลายเส้นผมแล้วถูกฆ่าอยู่ตรงนั้น การออกจากโล่ห์แสงแล้ววิ่งออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าเป็นวิธีที่โง่ที่สุด และเป็นการฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน  นี่คือสิ่งที่นางโจรตางามคิด

ขณะที่นางคว้าแขน'เย่ว์หยาง'ไว้แน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"ข้ายังมีวิธีโจมตีอื่นอีก  แต่ความเป็นไปได้ของผลสำเร็จน้อยมาก  เจ้าควรจะหนีไปจากที่นี่ด้วยกำลังที่เจ้ามีทั้งหมด  ถ้าเจ้ายังรอดอยู่ได้หลังหนีไปจากดินแดนคาวเลือดและความตายแห่งนี้แล้ว  ช่วยทำตามที่ข้าขอร้องข้อหนึ่ง  จงไปที่หมู่บ้านผีเสื้อและดอกไม้ บอกประมุขหมู่บ้านว่าข้า...ข้าตายในการต่อสู้"

"พยายามหนีเหรอ?  เลิกคิดซะเถอะ!"”

'เสียหั่ว'มองพวกเขาอย่างเยาะเย้ย

ขณะที่หัวเราะอย่างสยองขวัญ นางหยิบหินผลึกสีดำออกมาประคองไว้ด้วยสองมือ  บริกรรมด้วยคำสวดแปลกๆ แล้วพ่นเลือดที่เต็มปากไปที่หินผลึกสีดำ ผึ้งมารบนพื้นดินระเบิดเป็นชิ้นด้วยเสียงอันดัง  เลือดสีเขียวเข้มและเลือดเนื้อกระจายไปทั่ว

ปรากฏว่ามีเสือดาวปีศาจที่พรางตัวอยู่ในความมืดยามราตรี  เลือดที่กระจายไปทำให้มันเผยตัวจากที่ซ่อน หุ่นศิลาเงื้อกำปั้นทันที ในอากาศ อินทรีสงคราม

ซึ่งเร็วกว่าหุ่นศิลามาก โฉบลงมาจู่โจมทันที ตั้งแต่แมงมุมแม่มดหนีไปจากพื้นที่ต่อสู้  ทั้งพิษทั้งใยแมงมุมจึงหายไป แม้ว่าความสามารถต่อสู้ของมันจะลดลงไปบ้างแต่ก็ไม่มาก

อินทรีสงครามยังแสดงความแข็งแกร่งให้เห็นได้ อินทรีสงครามโฉบลงมาราวกับพายุหมุนสร้างบาดแผลที่หลังเสือดาวปีศาจจนถึงกระดูก

*ครืดดด.. ครืดดดด*

กระทิงเถื่อนชั้นทองแดงใช้กีบเท้ากระทืบพื้น เป็นความหมายว่าใกล้จะเข้าจู่โจมเสือดาวปีศาจ

ทันใดนั้น แสงไฟระเบิดออกมาจากจมูกของกระทิงเถื่อนทองแดงและระเบิดขาหลังของเสือดาวปีศาจดังบึ้ม ต่อจากนั้น กระทิงเถื่อนทองแดงจึงไล่ตามเสือดาวปีศาจที่บาดเจ็บและใช้กระโหลกและเขาที่แข็งราวกับหินขวิดกระแทกราวกับใช้ค้อนยักษ์ เสือดาวปีศาจร้องอย่างเจ็บปวดขณะที่ทั้งตัวมันถูกขวิดถูกกระแทกอย่างโหดเหี้ยม  ร่างมันหมุนคว้างกลางอากาศอย่างควบคุมไม่ได้

เมื่อเสือดาวปีศาจหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง  กระทิงเถื่อนชั้นทองแดงก็มาถึงทันที  มันจ้องเสือดาวปีศาจเขม็ง  ไฟสีแดงพุ่งออกจากตาของมันเร็วกว่าสายฟ้าและเสือดาวปีศาจกลายเป็นซากศพล้มลงกับพื้นทันที

ในชั่วเวลาสั้นๆ เสือดาวปีศาจถูกฆ่าโดยเนตรประหารของกระทิงเถื่อนชั้นทองแดง

"พระเจ้าช่วย!"”

จากหน้าต่างและระเบียงศาลาของป่าบันเทิง  นักรบที่รายล้อมอยู่กลัวมากจนเหงื่อชุ่มไปหมด แม้ว่าเนตรประหารของกระทิงเถื่อนชั้นทองแดงจะมีความน่าสำเร็จได้น้อย  แต่ความคงอยู่ของการโจมตีทำให้มองข้ามทุกอย่างไปหมดเพราะน่ากลัวเกินไปเนตรประหาร

นอกจากไม่มีผลต่อสิ่งไม่มีชีวิตอย่างหุ่นศิลา เป็นไปได้ว่าอสูรผู้พิทักษ์จากคัมภีร์อัญเชิญด้วยแล้ว  นักรบทั่วไปและสัตว์อสูรไม่มีโอกาสรอด

ถ้าพวกเขาถูกทำร้ายด้วยเนตรประหารจากกระทิงเถื่อนชั้นทองแดง นางโจรตางามผู้กำลังอัญเชิญสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของนาง ถึงกับหมดหวังจนไม่สามารถอัญเชิญให้จบก่อนที่เสือดาวปีศาจจะถูกกระทิงเถื่อนชั้นทองแดงฆ่าตาย สะดุ้งใจสั่นสะท้านเหมือนถูกฟ้าผ่า

สัตว์อสูรตายมีผลอย่างมากต่อใจของเจ้าของที่เชื่อมโยงจิตใจอยู่ มันหนักเกินกว่าจะทนได้ตามปกติสำหรับนาง แต่ตอนนี้นางอยู่ในระหว่างทุ่มเทจิตใจเพื่ออัญเชิญสัตว์อสูร ดังนั้นจิตใจนางจึงรับผลกระทบอย่างหนัก นางกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่งจนเปื้อนหน้า ร่างกายนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ก่อนที่นางจะหมดสติล้มลงกับพื้น  นางเข้าไปหาเย่ว์หยางแล้วพูดว่า

"เร็ว... หนี..."”

'เย่ว์หยาง'ยื่นมือออกไปคว้าร่างที่อ่อนปวกเปียกของนางไว้  มือนางอ่อนนุ่มมีกลิ่นหอม  ถ้าเขาเคลื่อนไหวให้เร็วกว่านี้  นางคงไม่ต้องรับผลกระทบทางใจจนทำให้หมดสติ

อย่างไรก็ตาม 'เย่ว์หยาง'ไม่ปรารถนาจะเปิดเผยฝีมือของเขาต่อหน้า

"พี่ชาย"”

ผู้นี้อย่างน้อยที่สุด  เขายังไม่ต้องการเปิดเผยฝีมือในตอนนี้  ดังนั้นเขาแค่วางแผนเคลื่อนไหวจนต้องใช้ที่พึ่งสุดท้าย  เกี่ยวกับนักรบในศาลาของป่าบันเทิงหรือ'อูอี้'และ'เสียหั่ว'ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง

พวกมันก็แค่ศพในสายตาของ'เย่ว์หยาง' พอนางโจรตางามหมดสติแล้ว โล่ห์แสงก็หายไปด้วย คัมภีร์อัญเชิญชั้นเงินเปลี่ยนเป็นลูกกลมสีทองบินเข้าไปในร่างของนางโจรตางาม

เมื่อโล่ห์แสงหายไป หุ่นศิลา, อินทรีสงคราม และกระทิงเถื่อนชั้นทองแดงทั้งหมดจู่โจมเข้าใส่'เย่ว์หยาง'อย่างบ้าคลั่ง

"ฮ่าฮ่าฮ่า"”

'อูอี้'และเสียหั่วเริ่มหัวเราะอย่างสบายใจ  เอาชนะศัตรูโดยสู้ร่วมกันอย่างนี้  ใช้วิธีการโกง พวกมันทำมาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้ว  พวกมันซ้อมทำความเข้าใจกันและกัน

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะถูกกดดันมากเกินไปจากการเผชิญหน้ากับผู้ใช้คัมภีร์อัญเชิญชั้นเงิน ที่เป็นนักสู้ชั้นยอดฝีมือ ระดับ 4  อูอี้คงไม่อัญเชิญกระทิงเถื่อนชั้นทองแดงแน่  เขาเรียกมันออกมาเพื่อลดความเสี่ยงอันตรายที่กำลังเผชิญ

"หนวกหูโว้ย"”

'เย่ว์หยาง'เกลียดคนที่หัวเราะแบบนี้มากที่สุด เขารู้สึกว่าการหัวเราะมากเกินเป็นนิสัยประจำตัวเขามาตลอด พอเห็น'อูอี้'กับ'เสียหั่ว'หัวเราะอย่างหน้าด้านมาก  เขากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก  คิดว่าเจ้าคนน่าเกลียดทั้ง 2 คนนี้ลอกเลียนแบบนิสัยหัวเราะของเขา

'เย่ว์หยาง'กางนิ้วขึ้นแล้วเรียกคัมภีร์สีทองแดงออกมา แสงสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้น  ก่อตัวเป็นรูปโล่ห์แสงคลุมนางโจรตางามและเขาไว้ กระทิงเถื่อนชั้นทองแดงพุ่งเข้าใส่โล่ห์แสงสีแดง  แล้วปะทะโล่ห์แสงรุนแรงจนสั่นสะท้าน

แต่แรงสั่นก็หายไปอย่างรวดเร็ว  อีกด้านหนึ่งหุ่นศิลาทุบลงมาถึงขนาดบดศิลาใดๆ ก็ได้ก็ยังไม่มีผลต่อโล่ห์แสงสีแดง อินทรีสงครามที่เป็นสัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุดโฉบลงมาจากอากาศ  แต่กระเด็นออกไปจากแรงปะทะโล่ห์แสงสีแดง

"เอ.. ยังมีคนใช้คัมภีร์อัญเชิญคนอื่นอีกหรือ?  แต่ก็เป็นแค่ระดับ 1 ชั้นเริ่มต้นฝึกหัดหรือ?  ฮ่าฮ่า โง่จริงๆ  แกมันก็แค่เด็กฝึกหัด  ทำไมถึงต้องแส่หาที่ตาย?  แกนี่มันตลกจริงๆ.. ต้นดอกหนามหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ไหวแล้วโอ๊ย.. ขำจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว  มันเรียกต้นดอกหนามออกมาจริงๆ ด้วย  โอว..สวรรค์  ข้าละอยากจะเห็นมันจะใช้ต้นดอกหนามฆ่าหุ่นศิลาและกระทิงเถื่อนชั้นทองแดงของข้าได้ยังไง"”

'อูอี้'แค่นเสียงไปหัวเราะไปพลางเอามือกุมท้องตัวเองไปด้วย  ถึงกับหัวเราะจนน้ำตาเล็ด

"ข้าเอาไว้เจอกับคนเก่งๆ ดีกว่า  ฆ่าเจ้าแมลงตัวน้อยนี่ไปก็ไม่มีความหมายอะไร"”

'เสียหั่ว'เลิกสนใจเย่ว์หยางทันที เมื่อเขาสรุปเอาว่าเย่ว์หยางก็แค่เด็กอ่อนหัด

"ฮ่าฮ่า ข้าตรงกันข้ามกับเจ้า  ข้าชอบทรมานแมลงเล็กๆ ให้ตาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟังเสียงร่ำไห้ยามที่พวกมันใกล้ตาย  มันให้รสชาติที่หลากหลายดี"”

'อูอี้'เลียริมฝีปาก เหมือนกับว่าเขาเป็นผีตายอดตายอยากเห็นของอร่อยอยู่ต่อหน้าและเตรียมจะกิน  ในสายตาเขา 'เย่ว์หยาง'เด็กหัดใหม่ระดับ 1 นี้คือแมลงเล็กๆ ที่เขาจะทรมานให้ตาย

แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะเป็นผู้ทำสัญญากับคัมภีร์  'อูอี้'ก็ยังประมาทเขา เด็กหัดใหม่ที่เอาแต่อัญเชิญสัตว์อสูรทุกๆ วัน พอเผชิญหน้ากับโจรน้อยที่อัญเชิญต้นดอกหนามออกมาเพื่อเตรียมต่อสู้

แม้แต่คนโง่ก็ยังนึกไม่ถึงเลยว่าเขาสามารถใช้ต้นดอกหนามที่อ่อนแอเอามาฆ่าหุ่นศิลาและกระทิงเถื่อนชั้นทองแดงที่มีเนตรประหาร ซึ่งไม่อาจเอาชนะได้ นักรบทุกคนบนระเบียงศาลาป่าบันเทิงส่ายหัวและถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

ตอนนี้ แม้ว่าเทพเจ้าลงมายังโลกด้วยตนเองก็ไม่มีทางเปลี่ยนความพ่ายแพ้ของโจรน้อยนี้ให้เป็นชัยชนะได้ โจรน้อยนี้จะต้องแพ้'อูอี้'อย่างแน่นอน

ยิ่งกว่านั้น ยังมี'เสียหั่ว'ผู้แข็งแกร่งกว่าอูอี้หนุนอยู่ข้างหลัง ทันทีที่โลห์แสงหมดขีดจำกัดเวลา โจรน้อยทั้งคู่จะกลายเป็นเนื้อแหลกเหลวด้วยฝีมือของหุ่นศิลาและกระทิงเถื่อนชั้นทองแดง

"ก็แค่วัวตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ?  มันมีดียังไง?"”

'เย่ว์หยาง'ไม่ได้ยืนอยู่ในโล่ห์แสงแล้ว  เขาเดินกร่างออกมาที่โล่ง ปล่อยให้นางโจรตางามและต้นดอกหนามอยู่ภายในโล่ห์แสง

"อา?"”

ความเคลื่อนไหวของเขาทำให้นักรบทุกคนตะลึง จนพูดไม่ออก ผู้ใช้คัมภีร์อัญเชิญไม่น่าจะออกมาจากโล่ห์แสงได้  มิฉะนั้นโล่ห์แสงจะหายไป  โจรน้อยผู้นี้ออกมานอกโล่ห์แสงได้อย่างไร? นี่ กลายเป็นว่าทุกคนตาไม่ถึง ดูผิดไปกระทันหันแล้วหรือ? หรือว่าจะเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดต่อหน้าพวกเขา?

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=33

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด