ตอนที่ 23 ศัตรู

ตะวันที่แสนงดงามกำลังเคลื่อนไปยังทิศตะวันตก ตะวันที่อยู่ท่ามกลางทิวเขาเปล่งแสงสีแดงออกมา เป็นช่วงที่ดวงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า ช่างแฝงไปด้วยความสงบและเรียบง่ายยิ่งนัก

ทั้งคู่เดินทางเข้าไปในเขตหมู่บ้านหินผา โดยที่พื้นที่แห่งนี้ค่อนข้างที่จะปลอดจากสัตว์ร้าย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณติดกับทิวเขา ทำให้ค่อนข้างมีบรรยากาศของความสงบอยู่ไม่น้อย

“ในที่สุดพวกเราก็ถึงบ้านแล้ว”

เด็กน้อยออกอาการโล่งใจทั้งยังถอนหายใจเฮือกใหญ่

*โครม!!*

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นเองเจ้าอินทรีเกล็ดเขียวก็ตกลงมาทำให้ปีกไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่สูงเสียดฟ้าอยู่หลายต้น ดูเหมือนว่าแม่อินทรีจะใช้เรี่ยวแรงไปจนหมดแล้วบาดแผลก็เริ่มมีโลหิตสีดำหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่าทางของมันคงจะไม่ไหวแน่แล้ว

“ท่านป้ารออีกนิดเดียวเท่านั้น เราใกล้จะถึงบ้านแล้ว”

‘ฉีเฮ่า’เข้าไปให้กำลังใจ

ท่ามกลางเสียงร้องยาวๆ ในที่สุดอินทรีเกล็ดเขียวก็ไม่เหลือแรง ร่างกายที่ใหญ่โตกำลังค่อยๆร่วงลง ตัดผ่านต้นไม้น้อยใหญ่มากมายทำให้ใบไม้ปลิวกระจายไปทั่ว ต้นไม้มากมายต่างหักโค่นสร้างความเสียหายไปตามทางที่เคลื่อนผ่าน

นับว่าโชคดีที่เป็นการร่อนลงจากท้องฟ้าไม่ใช่การดิ่งลงมาโดยตรง หากเป็นเช่นนั้นผลของการตกจากความสูงเช่นถึงขั้นทำให้กระดูกแตกหักและกล้ามเนื้อบอบช้ำมากกว่านี้อย่างแน่นอน

ท่ามกลางเสียงดังสนั่น ร่างของซุนหนี่ที่อยู่ภายใต้กรงเล็บของอินทรีเกล็ดเขียวได้ตกมาที่พื้นก่อนเป็นอันดับแรกสร้างหลุมดินขนาดใหญ่ที่ใจกลางป่า ส่วนร่างของอินทรีเกล็ดเขียวก็ตกไปที่พุ่มไม้ไม่ไกลออกไป

เด็กน้อยที่กำลังแบกเขากระทิงและแขนของราชาวานรก็ร่วงลงมาเช่น แต่นับว่าโชคดีที่เขากระทิงขนาดใหญ่คอยรับแรงกระแทกของเด็กน้อยไว้ ทำให้’ฉีเฮ่า’ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

“ท่านป้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

เด็กน้อยพุ่งเข้าหาอินทรีเกล็ดเขียวแล้วถามออกมาอย่างร้อนรน

สภาพของทายาทแห่งวิหคปีศาจโบราณที่ตอนนี้ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยแผลน้อยใหญ่มากมายทั้งยังมีโลหิตสีดำดั่งหมึกไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเองก็สูญเสียกำลังไปมากมายนักจนกระทั่งแทบไม่อาจทรงตัวด้วยเท้าทั้งสองข้างได้

ในตอนนั้นเองที่อินทรีเกล็ดเขียวส่งเสียงร้องดังกังวาน จนก้อนหินและผืนดินถึงกับปริตัวแสดงรอยร้าวเป็นวงกว้าง ทำให้แก้วหูของ’ฉีเฮ่า’ถึงกับสั่นสะท้านจนออกอาการเจ็บปวด จนเด็กน้อยต้องรีบนำมือขึ้นมาปิดหูของตนแทบไม่ทัน

“ใช่แล้วท่านป้า หากท่านร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด นกตัวอื่นที่อยู่แถวนี้อย่างต้าเผิง เขียวน้อยกับเมฆม่วงจะต้องได้ยินแล้วรีบพาท่านปู่มาออกช่วยอย่างแน่นอน”

เด็กน้อยพูดออกมาในขณะที่ตนเองวิ่งไปที่เขากระทิงสีแดงที่หล่นอยู่ที่พื้น เขาวาดฝ่ามือตัดไปที่เขาของกระทิงออกมาส่วนหนึ่งแล้วส่งไปที่จะงอยปากของอินทรีเกล็ดเขียว

“ท่านป้า ข้าเคยได้ยินมาว่าเขาของแรดมีคุณสมบัติช่วยต้านพิษ ยิ่งเป็นเขาของกระทิงเพลิงในตำนานย่อมต้องมีผลลัพธ์ที่ดีเลิศกว่าอย่างแน่นอน”

เด็กน้อยช่วยป้อนชิ้นส่วนเขากระทิงเข้าจะงอยปากของอินทรีเกล็ดเขียวแล้วปิดปากให้ ในตอนนั้นเองที่แม่อินทรีส่งสายตาอันนุ่มนวลไปที่’เฮ่าน้อย’เหมือนดั่งมารดาที่กำลังมองบุตรของตน ดูเหมือนแม่อินทรีจะเข้าใจถึงความหวังของเด็กน้อย

“ท่านป้ารอหน่อยนะ ท่านปู่กับคนอื่นๆจะต้องมาที่นี่แน่นอน”

เวลาค่อยๆไหลผ่านไปอย่างช้าๆ มีเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังมาจากที่ไกลๆ เด็กน้อยเริ่มออกอาการกังวลว่าผู้คนในหมู่บ้านจะได้ยินเสียงของท่านป้าอินทรีหรือไม่

หากเด็กน้อยกลับไปที่หมู่บ้านก่อนมีโอกาสอย่างมากที่สัตว์ร้ายอื่นๆจะเข้ามาฉวยโอกาสทำร้ายอินทรีเกล็ดเขียว เช่นนั้นคงไม่ต่างกับปล่อยให้แม่อินทรีรอคอยความตายโดยไม่อาจตอบโต้กลับได้เลยแม้แต่น้อย

“แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ยิน แต่ว่าท่านปู่จะต้องเป็นห่วงจนต้องส่งคนออกมาดูเป็นแน่ ขอท่านป้าทนอีกหน่อย ทุกอย่างจะดีขึ้นเองขอรับ”

เด็กน้อยใช้น้ำเสียงนุ่มนวลและสดใสคอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง

เสียงเห่าหอนของสัตว์ร้ายค่อยๆใกล้เข้ามา ในขณะเดียวกันดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้วทิ้งเหลือไว้เพียงความมืดมิด ทำให้ทั้งป่าดูน่ากลัวขึ้นมาทันที

“ท่านป้า กินชิ้นส่วนนี่อีกหน่อยเถิด”

เด็กน้อยใช้มือกระชากเนื้อของกระทิงอสูรเพลิงที่ติดอยู่กับเขาแล้วป้อนให้แม่อินทรีอีกครั้งหนึ่ง

ทันใดนั้นเอง!!

เส้นผมของ’ฉีเฮ่า’ก็ลุกชันขึ้นมา เด็กน้อยก้าวเท้าเลี่ยงไปด้านข้างอย่างฉับพลัน ทำให้ลูกศรเหล็กอันเยียบเย็นพุ่งผ่านลำคอเด็กน้อยไปกระแทกเข้าที่แผ่นหินข้างหลังอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงคลายโลหะเสียดสีกัน

ในช่วงหลังจากนั้นเล็กน้อย ก็เกิดเสียงระเบิดของอากาศติดตามมา ความเร็วของลูกศรดอกนั้นเร็วมาก เห็นได้ชัดว่าเร็วกว่าเสียงเสียอีกทั้งพลังอย่างรุนแรงอย่างน่าตื่นตระหนก ถ้าหากเด็กตอบสนองช้าไปเพียงนิดเดียว คอหอยของเขาคงถูกทะลวงตายอย่างเลอะเลือนเป็นแน่

ลำแสงสีเงินพุ่งเข้ามาเป็นครั้งที่สอง เด็กน้อยหลบหลีกอย่างว่องไวท่ามกลางเสียงเหมือนโดนแทง เนื้อในมือของเด็กน้อยที่จะนำมาป้อนให้กับอินทรีเกล็ดเขียวถูกเจาะทะลวงเข้าใส่จนเลือดกระเซ็น

“ช่างสิ้นเปลืองนัก สำหรับเจ้านกที่ใกล้จะตาย เจ้าควรมอบให้ข้าเสียดีกว่า”

มีเสียงทุ้มของชายฉกรรจ์ดังออกมา

“เป็นแก!!”

เด็กน้อยทั้งตกใจทั้งโกรธเกรี้ยว หลังจากเห็นเหล่าสมาชิกจากหมู่บ้านหมาป่า ผู้ที่ยิงที่ธนูออกมากลับเป็นหัวหน้าหน่วยนักล่าของหมู่บ้านหมาป่า ชายผู้มีความสูงกว่าสองเมตรและกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง

เป็นเวลาสี่อาทิตย์ที่พวกนั้นหายไป แต่ในตอนนี้กลับปรากฏตัวออกมากว่ายี่สิบคน และทั้งหมดต่างน้าวคันธนูเล็งมาที่เด็กน้อยอย่างพร้อมเพรียง

‘ฉีเฮ่า’เบิกตาด้วยความโกรธเกรี้ยว

“ครั้งที่แล้วหมู่บ้านเราปล่อยพวกเจ้ากลับไป ทั้งยังสาบานด้วยเลือด แต่ตอนนี้พวกเจ้ากลับจะสังหารข้า พวกเจ้ามัน…..”

“ก็จริงนั่นแหละเด็กน้อย แต่คำสาบานมันมีค่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับร่างของซุนหนี่ที่แสนล้ำค่าและยังน้อยกว่าเขาโบราณนั่นอีก”

ชายกลางคนผู้หนึ่งเยาะเย้ยออกมา

*ผึง!!*

ลำแสงสีเงินถูกยิงออกมากจากทั่วทุกสี่ทิศ เด็กน้อยไม่มีเวลาได้ตอบโต้ใดๆอีก พลางใช้มือทั้งคู่ปลดปล่อยกงจักรจันทราออกมาอย่างเร่งร้อน กงจักรที่เหมือนดั่งพระจันทร์เต็มดวงที่โผล่ออกมาจากสวรรค์ชั้นเก้า

เด็กน้อยถือกงจักรแล้วดีดตัวเข้าไปหากลุ่มผู้คน ‘เฮ่าน้อย’ไม่มีเหตุผลอันใดต้องปราณีอีกต่อไป แม้ว่าเขาจะยังเป็นเพียงแค่เด็ก แต่เด็กน้อยคนนี้ได้ผ่านสมรภูมิที่โหดร้ายมาแล้ว

ในตอนนี้ เด็กน้อยเพียงเห็นว่าคนพวกนี้เป็นเพียงแค่สัตว์ร้าย ไม่เคยเห็นว่าเป็นมนุษย์เหมือนกันอีกต่อไป เด็กน้อยมีความคิดต่อสู้แล้ว เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องท่านป้าของเขา อินทรีเกล็ดเขียวนั่นเอง

เพราะในหัวใจของ’เฮ่าน้อย’ คนพวกนั้นไม่สามารถเทียบกับท่านป้าอินทรีของตนได้แม้แต่น้อย เด็กน้อยไม่มีความเห็นอกเห็นใจให้คนพวกนั้นอีกต่อไป

ดุจห่าฝน ลูกธนูมากมายพุ่งเข้ามาที่เด็กน้อย ธนูแต่ละดอกนั้นแฝงพลังทำลายไม่ต่ำกว่าพันจิน ล้วนสามารถเข่นฆ่าสัตว์ร้ายให้ตายภายในดอกเดียว

ผู้คนมากมายต่างก็แผลงศรไปที่เด็กน้อยอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาทั้งเลือดเย็นและโหดเหี้ยม แสดงให้เห็นถึงความไร้ปราณีและยังยิ้มออกมาด้วยความอำมหิต

*เคร้ง!!*

กงจักรจันทราถูกควงเข้าป้องกันลูกธนูมากมาย บรรดาลูกธนูทั้งหมดถูกตัดครึ่งอย่างเรียบเนียน ไม่สามารถทำร้ายเด็กน้อยได้แม้แต่น้อย

“อย่าได้ประมาทเป็นอันขาด แม้ว่าจะยังเป็นเด็กแต่ก็ครอบครองอาติแฟ็กล้ำค่า เจ้าเด็กนั้นแข็งแกร่งอย่างแท้จริง จงร่วมมือกันสอยให้ร่วง”

เสียงตะคอกดังไปทั่ว

*วู่มม…*

กงจักรสีเงินบินทะยานไปรอบๆป่า มีชายผู้หนึ่งแผดร้องลั่นแล้วเอามือกุมหัวไหล่ข้างหนึ่ง แขนถูกตัดหายไป เลือดไหลทะลักออกมาอย่างน่ากลัว สร้างความตกใจแล้วทิ้งตัวลงไปดิ้นที่พื้น

“แข็งแกร่งนัก เตรียมขว้างหอกเหล็กเร็ว!!”

หัวหน้ากลุ่มนักล่าแห่งหมู่บ้านหมาป่าตะโกนออกคำสั่งเสียง พลางคว้าหอกที่เหน็บอยู่ข้างหลัง พวกเขาเริ่มใช้พลังที่มากมายขว้างหอกเหล็กกล้าด้วยความรุนแรง และแน่นอนว่าหอกเหล็กย่อมน่ากลัวกว่าลูกธนูเหล็กมากมายนัก

*วู่ม วู่ม ..*

เพียงมีหอกอันหนึ่งพุ่งออกมา หลังจากนั้นหอกอันอื่นก็ตามมาดั่งพายุ โดยหอกเหล็กแต่ละอันยาวสองเมตรหนักถึงสิบจิน สามารถเจาะทะลวงผิวหนังของแรดเพลิงสองหัวได้อย่างง่ายดาย

*เคร้ง เคร้ง…*

เด็กน้อยใช้กงจักรสีเงินคอยป้องกันการโจมตีอย่างแข็งขัน อันแล้วอันเล่า แก้วหูสั่นระรัวจากเสียงปะทะ ประกายไฟเกลื่อนท้องฟ้า สถานการณ์คับขันยิ่งนัก

“ฆ่า!!!”

นัยน์ตาของ’ฉีเฮ่า’ลุกโชนไปด้วยอารมณ์ แม้ว่าเด็กน้อยจะมีจิตใจดีและซื่อสัตย์ แต่ว่าเขาไม่อ่อนแอ ถ้าผู้อื่นต้องการเข่นฆ่าเขาเช่นนี้ ฉีเฮ่าก็ต้องโตกลับอย่างดุเดือดเป็นเรื่องธรรมดา

*วู่ม!!!*

กงจักรสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับตอบรับเจตนาของผู้เป็นนาย แล้วเด็กน้อยก็กำกงจักรสีเงินอย่างรุนแรงจนแตกละเอียด แล้วพลังของกงจักรก็แฝงไว้เข้าที่มือทั้งสองข้างแล้วปัดป้องลูกธนูต่ออย่างแยบคาย

เด็กน้องพุ่งไปข้างหน้าสิบเมตรก่อนจะออกกระบวนท่าอย่างเผ็ดร้อน แสงสีขาววาดผ่านตรงหน้าของเขาในพริบตา พลันเกิดเป็นสายโลหิตทะลักออกมา แขนของผู้คนหกคนกระเด็นไปในอากาศเกิดเป็นพลุโลหิตที่แสนสยองขวัญ

อย่างไรก็ตามหอกเหล็กไม่กี่อันก็พุ่งผ่านเด็กน้อย ทำได้แค่เฉี่ยวเสื้อผ้าของ’เฮ่าน้อย’ อย่างไรก็ตามเด็กน้อยไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยด้วยเคล็ดวิชาของเขา กงจักรจันทราดวงที่สองพลันปรากฏขึ้นมาเข้ามาคอยโคจรอยู่รอบตัวเด็กน้อยเพื่อปกป้องเจ้านายของมันเองราวกับมีชีวิต

ในเวลานั้นเอง กงจักรจันทราพุ่งทะยานไปกว่าสิบเมตรตัดผ่านทุกสิ่งอย่างไร้ปราณี จนเกือบจะตัดลำตัวของของหัวหน้าทีมนักล่าของหมู่บ้านหมาป่าและลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆเป็นสองส่วน ทำให้พวกเขาบาดเจ็บสาหัสทันที โดยเฉพาะหัวหน้าของพวกมันที่บริเวณท้องถูกผ่าออกจนลำไส้เกือบจะทะลักออกมา

“ไป!!”

เจ้าหัวหน้าตะโกนเสียงดังเท่าที่มันจะทำได้ หลังจากออกคำสั่ง ผิวของมันเริ่มซีดขาวแหละเหงื่อกาฬไหลออกมาอย่างมากมาย ผู้คนกลุ่มหนึ่งขานรับแล้วรวมกลุ่มของผู้บาดเจ็บเข้าด้วยกันก่อนจะพากันล่าถอยกลับเข้าป่าไป

“เจ้าเด็กนี่ประหลาดเกินไปแล้ว มันแข็งแกร่งเกินไป ยังไงก็ตามเราส่งสารกลับไปแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านกับคนอื่นๆอยู่ไม่ไกล พวกเขาจะต้องมาที่นี่แน่นอน”

“ท่านป้าเขียว ยังอยู่ดีหรือไม่?”

เด็กน้อยวิ่งกลับมา หลังจากพบว่าอินทรีเกล็ดเขียวได้รับบาดเจ็บจากหอกเหล็กและธนูเหล็ก หัวใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมา

อินทรีเกล็ดเขียวเผยสีหน้าอันอ่อนโยนก่อนจะผงกหัวอย่างแผ่วเบาไม่ได้ส่งเสียงใดๆออกมา มันเงียบเกินไปแล้ว

“ท่านป้า ตัวข้านี่มันไร้ประโยชน์เหลือเกิน ข้ายังฆ่าใครไม่ได้เลยซักคน ทำได้แค่สร้างบาดแผลให้แก่พวกมันเท่านั้น”

เด็กน้อยสะอื้นไห้พลางตำหนิตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้ว’ฉีเฮ่า’ก็ยังคงเป็นเพียงแค่เด็กสี่ขวบเท่านั้น แม้จะมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะหารผู้คนมากมายได้ ทุกครั้งที่โจมตี หัวใจของเด็กน้อยก็สั่นไหวด้วยความรู้สึกผิดเสมอ

อย่างไรก็ตาม พวกที่บาดเจ็บนั้นได้รับความสูญเสียอย่างสมบูรณ์ไม่สามารถหายได้เป็นปกติอีกต่อไป เพราะส่วนใหญ่นั้นเสียแขนไป หากหายจากการบาดเจ็บแล้วก็เป็นได้แค่ผู้พิการเท่านั้น

สิบลี้ห่างออกไป พวกหมู่บ้านหมาป่ากำลังชุมนุมกันอยู่ พวกเขากำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ท่ามกลางคนเหล่านั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนแคร่หาม ทั้งใบหน้าและดวงตาเผยความเย็นชาพลางกำเขี้ยวของสัตว์ร้ายไว้ในมือแน่น

มีผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดอย่างแผ่วเบา

“เจ้าเด็กเป็นของจริง สามารถสร้างบาดแผลให้กับคนกว่าสิบคนได้อย่างง่ายดาน อย่ากลัวไปเลย ในเวลานี้พวกเราจะใช้อาร์ติแฟ็กที่ได้รับมอบจากจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ และดูเหมือนตอนนี้เจ้าเด็กนั่นจะร้อนรนยิ่งนัก”

“ร่างของซุนหนี่ที่แสนล้ำค่าอยู่ที่นั่น และจิตวิญญาณผู้พิทักษ์จะมาด้วยตัวเอง”

ผู้อาวุโสอีกคนกล่าวออกมา

และไม่กี่ลี้ห่างออกไป กลุ่มคนจากหมู่บ้านหินผาก็กำลังเคลื่อนตัวมาราวกับเสือร้าย มุ่งไปที่ส่วนหนึ่งของป่าที่เด็กน้อยอยู่ พวกเขาได้รับการนำทางจากเมฆม่วง เขียวน้อยและต้าเผิง พวกมันกระพือปีกบินไปด้วยความกระวนกระวาย

 

 

ที่มา:http://my.dek-d.com/ksdch_wnt/writer/viewlongc.php?id=1455791&chapter=23

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น