องค์หญิงพิชิตสวรรค์

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...

ณ ราชอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เหลียนฟาง มีผู้ปกครองเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง ซึ่งท่านมีชื่อว่า หลุยเฟิงจิ้น ราชอาณาจักรเหลียนฟางเป็นที่เรื่องลือด้านความสงบสุขไม่เคยมีสงครามเกิดขึ้นกับที่นี่มาก่อน พระราชาหลุยเฟิงจิ้นนั้นมีพระมเหสีชื่อว่า เหมยหลงอี พระราชินีได้กำเนิดทารกหญิง ซึ่งนางมีชื่อว่า ว่านเจี๋ย ว่านเจี๋ยเป็นบุตรสาวผู้เดียวของพระราชาและพระราชินี ซึ่งนางมีหน้าตาที่งดงามดั่งพระราชินี แถมยังมีใจที่แข่งแกร่งดั่งภูผาเฉกเช่นพระราชา ใครที่เห็นนางก็จะหลงใหลไปตามใบหน้าที่งดงามและเสียงที่ไพเราะของนาง เพราะนางเป็นคนที่ชอบร้องเพลงเป็นอย่างมาก นางได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเป็นหญิงสาวเต็มตัว ซึ่งมีอายุครบสิบแปดปีพอดี เมื่อหญิงสาวมีอายุครบสิบแปดปีก็จะมีประเพณีที่ราชอาณาจักรได้จัดไว้ เมื่อบุตรของชนชั้นสูงเติบโตเต็มขั้นเป็นสาวเป็นบ่าวเต็มตัวแล้ว พวกเขาก็จะจัดประเพณีนี้ขึ้นมา ประเพณีนี้มีชื่อว่าประเพณีเติบใหญ่แน่นอนว่าการที่จะผ่านการคัดเลือกกลายเป็นสาวเป็นบ่าวจะต้องสวมมงกุฎของแต่ละบ้านที่พ่อและแม่เตรียมไว้ให้ เมื่อใส่แล้วจะต้องร่ายรำเพื่อเรียกบรรพบุรุษมารับประทานอาหารที่ได้เตรียมเอาไว้ แค่นี้ก็จะเป็นอันเสร็จสิ้นจารีตประเพณี ผู้ใดที่ทำภารกิจเสร็จสิ้นก็จะถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเสียที และในวันนี้นางจะต้องทำเพราะว่านางโตแล้วนั่นเอง ในคืนที่มีพระจันทร์เต็มดวงเสียงเพลงได้ดังขึ้น งานเริ่มจัดอย่างพิถีพิถันทุกคนต่างสนุกกับงานนี้เป็นอย่างมาก รวมถึงว่านเจี๋ยที่ค่อนข้างจะตื่นเต้นกับงานๆนี้เช่นกัน หญิงสาวและคนในราชอาณาจักรที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องราวอันโหดร้ายเกิดขึ้นกับทุกคน ในระหว่างที่งานกำลังจะเริ่มขึ้นนางได้เตรียมตัวเพื่อเข้างาน เสื้อผ้าหน้าผมจัดทรงเรียบร้อยเตรียมแล้วที่จะเดินออกไปข้างนอก //ตู้ม// เสียงระเบิดได้ดังขึ้นมาจากข้างนอกนั่นมันทำให้นางล้มลงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของแรงระเบิด เสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นมาทำให้นางรีบลุกขึ้นเพื่อจะเปิดม่านดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สิ่งที่นางเห็นมันทำให้นางต้องรีบปิดม่านลงแล้วพยายามหาที่หลบซ่อน นางเห็นกลุ่มทหารที่กำลังไล่ฆ่าฟันอยู่ข้างนอก //ปั้ง// เสียงเปิดประตูได้ดังขึ้นทำให้นางมองไปทางประตู ซึ่งนางก็พบกับท่านแม่ของนางที่ยืนอยู่ นางเห็นว่าเสื้อผ้าเต็มไปด้วยเลือดของใครก็ไม่รู้ นั่นมันทำให้นางตกใจเป็นอย่างมาก

 

“ท่านแม่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หรอคะ” หญิงสาวถามไปด้วยความสงสัยและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม่ของนางเดินมาหานางก่อนที่จะจับที่ไหล่ของนางเอาไว้

 

“ลูกของแม่เจ้าจงหนีไปที่ข้างหลังอาญาจักรนะลูก ไม่ว่าอย่างไรอย่าหันหลังกลับมาเป็นอันขาด มันจะมีอุโมงค์เล็กๆที่ติดอยู่กับกำแพงแม่รู้ว่าเจ้าทำได้ อย่างไรก็ตามเจ้าเก็บมงกุฎนี้เอาไว้กับตัวของเจ้า มันจะช่วยเจ้าในภายภาคหน้าไม่ว่าอย่างไรอย่าหันหลังกลับมาหาแม่เด็ดขาดนะลูกรัก นี่เป็นเศษขนมปังและขวดน้ำที่สามารถจะประทังท้องตอนที่เจ้าหิวได้ เอารีบรับไว้แล้วไปได้แล้วไปเดี๋ยวนี้ตอนนี้ลูก”

 

แม่ของนางได้เดินไปที่ประตูก่อนจะเอาไม้มากั้นประตูเอาไว้ น้ำตาของนางไหลออกมา นางใช้เวลาทำใจสักพักก่อนจะวิ่งออกไปทางประตูหลัง ในระหว่างที่นางกำลังวิ่งออกมาจากที่ตำหนักอยู่นั้น เสียงกรีดร้องของแม่นางได้ดังขึ้นมาทำให้นางใจหายในทันที นางรู้ว่าต้องมีเหตุร้ายเกิดกับแม่ของนางอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่แม่พูดกับนางทำให้นางไม่หันหลังกลับไปมองและวิ่งต่อไป //กรอบ กรอบ กรอบ// เสียงม้าที่วิ่งอยู่ข้างหน้าของนางทำให้นางต้องเดินเข้าไปแอบในซอก แล้วปิดปากของตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้ทหารม้าได้ยิน มันมาหยุดตรงข้างหน้าของนางทำให้นางต้องอยู่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“ฮึ้ย! เป็นไปได้อย่างไรกัน บุตรสาวของมันอยู่ที่ไหนกันทำไมข้าถึงหาไม่เจอ พวกเจ้าลงไปหาทางนู้นดูซิ ไม่ว่ายังไงข้าจะต้องจับนางให้ได้เลย จับเป็นห้ามจับตายท่านแม่ทัพใหญ่ได้สั่งมา”

 

พวกทหารม้าชุดเกราะดำได้พากันแยกเป็นสองกองเพื่อตามหานาง เมื่อนางคิดว่าตรงนี้มันโล่งไม่มีใครแล้วนางก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นเพื่อจะไปที่อุโมงค์ ตอนที่นางก้าวออกมาจากซอยจู่ๆก็มีมือของใครบางคนจับนางเอาไว้พร้อมกับปิดปากของนางไว้ด้วย นางพยายามดิ้นสุดชีวิตเพื่อที่จะได้หลุดออกมาจากตัวของผู้ที่จับนางเอาไว้

 

“องค์หญิงหยุดก่อนเถอะครับ กระผมฉางอันเอง มีรับสั่งให้มาช่วยองค์หญิงเป็นคำสั่งจากพระราชินีครับ ตามข้าน้อยมาทางนี้จะได้ไม่ล่อสายตาเจ้าพวกทหารนั่นดีกว่านะครับ”

 

ฉางอันเป็นองครักษ์ของพระราชินีซึ่งในตอนนี้มีรับคำสั่งให้ดูแลว่านเจี๋ยแทน เขาและนางพากันเดินตามซอกหลืบเพื่อไปให้ถึงอุโมงค์ที่ว่า ในที่สุดนางก็ถึงอุโมงค์เสียทีทำให้นางโล่งอกไปคลืบหนึ่ง แต่มันก็ยังไม่เต็มที่เพราะว่าในตอนนี้ต้องออกจากที่นี่ก่อน อุโมงค์นั้นโดนปิดด้วยหินไว้ทำให้พวกทหารทางฝั่งศัตรูมองไม่เห็น ฉางอันรีบลื้อหินที่บังอุโมงค์ไว้ออกแล้วให้นางนำไปก่อน ในตอนที่นางเดินลอดอุโมงค์ไปนั้นเจ้าพวกทหารดันมาที่นี่เสียก่อน ทำให้มันเห็นทั้งสองคนกำลังลอดอุโมงค์หนีอยู่

 

“พวกเจ้าจับนาง นางอยู่ตรงนั้นอย่าให้นางหนีไปได้เด็ดขาด” เสียงของผู้นำทหารม้าได้ดังขึ้น ม้าทุกตัวรีบวิ่งมาที่อุโมงค์โดยทันที มันจึงทำให้ทั้งสองคนรีบวิ่งออกไปจากที่นี่แทน นางและเขาเดินจะไปถึงปลายสุดอุโมงค์แล้ว เจ้าพวกทหารก็ได้ลงจากม้าแล้วรีบวิ่งเข้ามาที่อุโมงค์เช่นกัน เมื่อสุดอุโมงค์จะมีม้าอยู่สองตัวพอดิบพอดีซึ่งมีคนผูกมันเอาไว้ให้ตั้งแต่แรกแล้ว ฉางอันรีบวิ่งไปเอาเชือกที่ผูกม้าออกก่อนที่จะยื่นให้องค์หญิง แล้วฉางอันก็อุ้มเธอขึ้นม้า แต่เมื่ออุ้มนางขึ้น //ฉึก// ดาบได้ทะลุที่อกของฉางอันทำให้เขาเลือดกระอักออกมาจากปากต่อหน้าต่อตาเธอ เธออึ้งไปสักพักกับสิ่งที่เห็นก่อนที่จะมองไปที่ฉางอัน เขายิ้มให้นางแล้วก็ก้มหัวให้กับนางก่อนตีไปที่ตูดม้าอย่างแรงเพื่อให้ม้าวิ่ง ม้าได้ตกใจกับสิ่งที่ฉางอันทำจึงรีบพานางวิ่งออกมาจากที่นั่น นางมองไปดูที่ข้างหลังก็หันว่าฉางอันกำลังจะโดนตัดหัวนางจึงหันกลับมาไม่มองไปอีก //ฟิ้ง// เสียงดาบที่รอดผ่านคอของฉางอันดังไปถึงนาง นางร้องไห้ออกมาไม่หยุดเพราะสิ่งที่นางเห็นมันทำให้นางพูดไม่ออก

 

“ข้าจะทำอย่างไรต่อไปดีบ้านเมืองของข้าอาญาจักรของข้าได้ล่มสลายไป และถูกเจ้าพวกทหารชุดดำพวกนี้ยึดเป็นเมืองของตัวเอง ข้าจะทำยังไงดีเจ้าม้า ฮือ”

ม้าได้วิ่งตามทางของมันไป //กรอบ/กรอบ// เสียงวิ่งของม้ามีสองครั้งซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เพราะว่าม้าที่นางขี่มามีตัวเดียว เสียงไล่หลังมาเรื่อยๆทำให้นางต้องหันไปดูว่าใครเป็นคนตามนางมา เมื่อหันไปก็พบกับผู้นำทหารที่กำลังขี่ม้าตามนางมาอยู่ นางรีบจับเชือกของม้าที่นางขี่ในทันที เนื่องจากพ่อของนางเคยสอนนางมาบ้างกับเรื่องขี่ม้าจึงทำให้นางสามารถขี่ม้าเป็นในขั้นพื้นฐาน ม้าเริ่มวิ่งตามมาหานางเรื่อยๆจวนจะถึงตัวของนางอยู่แล้ว นางหันไปด้านซ้ายของนางก็พบว่ามีแม่น้ำอยู่ สิ่งที่นางคิดมีเพียงห้าสิบห้าสิบเท่านั้นทีจะรอด นางคิดว่านางจะโดดลงไปในน้ำซึ่งก็ไม่รู้ว่าน้ำจะลึกจะตื้นขนาดไหน

 

“เจ้าตายแน่ถ้าเจ้าไม่หยุดข้าจะใช้ดาบที่คมของข้าแทงเข้าไปข้างหลังของเจ้าเดี๋ยวนี้ หยุดม้าก่อนที่ข้าจะทำแบบนี้นะแม่นาง”

 

ทหารผู้นั้นพูดขึ้นก่อนที่นางจะตัดสินใจกระโดดลงไปสู่แม่น้ำ ทหารผู้นั้นทำหน้าตกใจในทันใดกับการตัดสินใจของนาง นางหายไปในน้ำแล้วไม่ผุดขึ้นมา ทหารผู้นั้นรีบหยุดม้าในทันทีก่อนจะลงม้าแล้ววิ่งไปดูที่แม่น้ำ

 

“ไม่น่ารอดหรอก น้ำที่นี่ไม่น่าจะลึกขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ไว้มาดูที่นี่ทีหลังก็แล้วกัน”

 

เสียงไล่หลังมาจากทหารผู้นั้นแล้วเขาก็ขึ้นม้ากลับไปที่ราชอาณาจักรของนาง นางได้จมหายไปจากแม่น้ำนี้แล้วหายไปเลย..ตอนนี้นางเป็นอย่างไรกันนะ

 

รายชื่อตอน